ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

อิทธิพล สถาปนิกหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มีนิสัยขี้เล่นและสายเปย์ เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไปได้ดีกับมัทนา นักศึกษาสาวขี้อายผู้ไม่เคยเปิดใจให้ใครมาก่อน ทว่าความรักที่กำลังเบ่งบานกลับต้องพบอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อความจริงปรากฏว่าเขามีเจ้าของหัวใจตัวจริงอยู่แล้ว มัทนาที่เคยยอมแพ้ต่อความดีของอิทจะทำอย่างไร เมื่อสถานะของเธอไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวอย่างที่คิดในเรื่องราวโรมานซ์ฟีลกู๊ดที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3 สงสัยก็ต้องถาม

หลายวันต่อมา

ช่วงเย็นของวันนี้ ทั้งสองก็ได้ใช้ลิฟต์ตัวเดียวกันอีกครั้ง แต่คนในลิฟต์หมดตั้งแต่ชั้นสามแล้ว เหลืออีกหกชั้น ถึงมันจะใช้เวลาแค่สักครู่เดียว แต่สำหรับคนขี้กลัวอย่างมัทนา เธอรู้สึกนานมาก

เธอยืนก้มหน้าหันหลังให้เขา มือกำสายกระเป๋าที่เธอกำลังสะพายเอาไว้แน่น ท่าทางแปลกๆ จนอิทธิพลอดที่จะคิดในใจไม่ได้ว่า...สงสัยเธอคงจะปวดท้องเข้าห้องน้ำ...ทนเอาหน่อยแล้วกัน!

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก มัทนาก็รีบก้าวขาออกไป ขาเรียวสวยก้าวฉับๆด้วยความรวดเร็ว นั่นจึงทำให้อิทธิพลแอบนึกสงสาร...สงสัยจะอั้นมานานแล้ว

ส่วนเขาก็เดินตามไปปกติ เขาใช้คีย์การ์ดเปิดประตู แล้วจึงเดินเข้าไปด้านในห้องเขาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตากเอาไว้หลังห้อง บังเอิญเห็นคนที่รีบร้อนเดินเหมือนคนปวดท้องเมื่อสักครู่ ยืนบิดขี้เกียจท่าทางสบายใจอยู่หลังห้อง ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นมันไม่มีพนังกั้นสามารถมองเห็นกันได้สบาย

อิทธิพลยืนมองเธออยู่อย่างนั้นอย่างนึกแปลกใจ...เธอไม่ได้ปวดท้อง! แต่แล้วก็เป็นจังหวะที่มัทนาบิดขี้เกียจเสร็จหันมาเจอเขาพอดี สายตาผสานกัน อิทธิพลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตารู้สึกสงสัย...ที่เดินเร็วๆขนาดนั้นอย่าบอกนะว่า...รังเกียจเขา!

ส่วนมัทนาหันมาสบตากับเขาได้แค่แว๊บเดียว เธอก็รีบหมุนตัวกลับเข้าห้องไปทันที ต่อให้เธอปวดฉี่ เข้าห้องน้ำแล้ว ยังไงก็ไม่เร็วขนาดนี้หรอก ยัยแว่นนั่นต้องกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างกับเขาอยู่แน่ๆ...อิทธิพลคิดในใจ

เขาจึงเลือกที่จะเดินไปเปิดประตูด้านหน้าห้องอ้าค้างเอาไว้ แล้วยืนรอเธออยู่อย่างนั้นเพราะเขาเคยสังเกตเห็นว่าเวลาเธอกลับมาที่ห้องเอากระเป๋ากับหนังสือเรียนเข้าไปเก็บแล้ว เธอจะลงไปหาอะไรกินที่ด้านล่างอีกครั้ง และแล้วก็เป็นอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้จริงๆด้วย

เสียงเปิดประตูห้องข้างๆดังขึ้น ในขณะที่มัทนากำลังเดินออกมาด้วยท่าทางสบายใจ ในแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว และไม่ทันได้ระวังตัว อยู่ๆก็มีมือปริศนายื่นเข้ามาคว้าข้อมือของเธอแล้วออกแรงดึง

“ว๊าย!!” เขาใช้เวลาแค่แว๊บเดียว เธอก็มายืนอยู่ในห้องของเขาแล้ว

“ปั้ง!” เสียงประตูปิดลง พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ยกขึ้นปิดปากเล็กๆของเธอเอาไว้

“อื้อ...” เธอพยายามส่งเสียงร้องแต่ฝ่ามือของเขาที่ปิดปากของเธอเอาไว้แน่น ทำให้เธอส่งเสียงออกมาไม่ได้

“มีเรื่องจะคุยด้วย จะปล่อยมือออกให้ แต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่โวยวาย” มัทนาพยักหน้างึกงักรับทราบ อิทธิพลจึงยอมปล่อยมือออกให้

“ไอ้โรคจิต!” เสียงด่าของเธอทำให้เขาขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น แววตาดุจับจ้องไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีแว่นสายตาสวมใส่อยู่

“บอกว่าอย่าโวยวายไง” ตอนนี้เขาจับหญิงสาวตรงหน้ายืนพิงอยู่ที่พนังห้องใกล้ๆกับประตู ชุดนักศึกษารัดรูปที่เธอยังไม่ได้ถอดออก ทำให้เห็นสัดส่วนของเธอได้อย่างชัดเจน จนเผลอแอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

“ปล่อยหนูออกไปนะ!” สายตามองต่ำ อย่างไม่คิดที่จะปกปิด กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าอวดเรียวขาขาวเนียน ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำให้เขาใจสั่นได้นะ

"มองอะไร ไอ้บ้า!" ไหนๆเขาก็เป็นโรคจิตในสายตาของเธอไปแล้ว ขอมองอีกนิดๆหน่อยๆจะเป็นอะไรไป

"อ้าว...ใส่สั้นขนาดนี้ ไม่ได้อยากให้คนมองหรอกเหรอ"

"อี๋...ไอ้!..." เธอกำลังจะอ้าปากด่าอีกครั้ง แต่เขาเสียงดังขึ้นมาซะก่อน นั่นจึงทำให้คำด่าคำนั้นถูกกลืนลงคอไป

“หยุดด่าได้แล้ว! แค่อยากจะคุยด้วยเฉยๆ”

“ออกไปคุยกันข้างนอกก็ได้นี่” อิทธิพลดึงแว่นสายตาที่เธอสวมใส่อยู่ออก แล้วเอามาเสียบไว้ที่คอเสื้อของเขาแทน ด้วยท่าทางยียวนกวนๆ...ไม่ยอมออกไปคุยกันข้างนอก แล้วยังจะเอาแว่นสายตาของเธอไปอีก!

“นี่! เอาคืนมานะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มตรงหน้าที่ไม่มีแว่นสายตาปิดบัง ยิ่งทำให้อิทธิพลถึงกลับตะลึงในความสวยของเธอ เขาแอบชื่นชมความสวยของเธอในใจ ใบหน้าขาวเนียน ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย

“บอกว่าอย่าโวยวายไง จะคุยกันตรงนี้ดีๆหรือจะไปนอนคุยกันบนเตียง” เขาสะบัดหน้าไปทางเตียงนอนที่อยู่มุมหนึ่งของห้อง คำพูดหยอกเย้าของเขา ยิ่งทำให้มัทนารู้สึกกลัวมากขึ้นไปอีกร้อยเท่าพันเท่า ริมฝีปากเล็กๆที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น นั่นจึงทำให้เขารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง

“คุยเรื่องอะไรคะ เราไม่เคยรู้จักกัน”

“ชื่ออะไร” เขาถามเสียงห้วน

“นะ...หนูชื่อมายค่ะ” น้ำเสียงสั่นๆของเธอตอนนี้บ่งบอกว่าเธอกำลังกลัว

“มาย...เป็นอะไร” เขาหมายถึงเวลาตอนที่เธอเจอหน้าเขา เธอมักจะมีพฤติกรรมแปลกๆ

“เป็นอะไร...คืออะไรคะ” เธอไม่เข้าใจคำถามของเขา

“มองหน้าพี่สิ” ขนาดตอนนี้ พูดคุยกันธรรมดาเธอก็ยังก้มหน้าพูด อยู่ใกล้กันแค่นี้ สายตาสั้นก็จริงแต่ถึงอย่างไรก็น่าจะมองเห็น แต่เธอกลับหลบสายตาตลอดเวลา

“เวลาเราเจอหน้าพี่ เป็นอะไร” สิ่งที่เธอแสดงออกเวลาเจอหน้าเขาทุกครั้ง มันทำให้เขาหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“นะ...หนูแค่กลัว” เธอตอบเสียงเบา

“กลัว...กลัวพี่ทำไม” เขาจำได้ว่าเขาไม่เคยทำอะไรให้เธอไม่พอใจเลยนะ มีแต่เธอนั่นแหละที่ทำให้เขาไม่พอใจ เจอหน้ากันครั้งแรกเธอก็ด่าเขาว่า...แล้งน้ำใจ!

“คือ...หนู...ขอตัวนะคะ!” มัทนาพอจะเห็นจังหวะ เธอจึงผลักหน้าอกของเขาออกไปเต็มแรง จากนั้นจึงรีบเปิดประตูแล้วรีบวิ่งออกไปทันที ที่จริงเขาจะดึงเธอเอาไว้เขาก็ทำได้แต่เขาไม่อยากทำ เขามองแว่นของเธอที่อยู่ตรงคอเสื้อของเขาแล้วเผลออมยิ้มออกมา

“ยังถามไม่รู้เรื่องเลย” เขาไม่ตาม เพราะยังไงเธอก็ต้องกลับมาเอาแว่นคืน ห้องของเธอก็อยู่นี่ เขาเดินกลับเข้าห้องไปท่าทางสบายใจ โดยเลือกที่จะเปิดประตูห้องทิ้งเอาไว้ พอมีคนเดินผ่านหน้าห้องเขาก็จะสามารถเห็นได้ทันที

ทางด้านมัทนา หลังจากที่เธอวิ่งออกมาโดยไม่มีแว่นสายตา แต่ดีที่ยังมีกระเป๋าสตางค์กับมือถืออยู่ในกระเป๋าสะพาย เธอหยิบมือถือขึ้นมาโทรออกหาเพื่อน แต่ไม่มีใครรับสายของเธอเลย เธอจึงเลือกสั่งข้าวกินก่อน สักครู่เพื่อนของเธอก็โทรย้อนกลับมา

“ไอ้มดช่วยกูด้วย!” หยิบมือถือกดรับสายแล้วรีบกรอกเสียงลงไปในสายเพื่อขอความช่วยเหลือทันที

“มึงเป็นอะไร”

“มึงมาหากูหน่อยได้มั้ย ไอ้โรคจิตคนนั้นมันเอาแว่นกูไป”

“ห๊ะ!! ตกลงเพื่อนข้างห้องที่มึงเล่าให้ฟังเป็นโรคจิตจริงๆเหรอวะ”

“กูมองไกลไม่เห็นเลย ยังไงก็ต้องเอาแว่นคืน”

“เดี๋ยวกูไปหา มึงอยู่ไหน”

“ร้านข้าวข้างล่าง”

“เค” แล้วสายสนทนาก็ถูกตัดไป ผ่านไปเกือบๆครึ่งชั่วโมงได้ มดก็เดินเข้ามาหามัทนาที่ร้านข้าว

“ไอ้มดทางนี้” มดเดินมานั่งลงข้างๆเพื่อน

“ไหนมึงเล่าให้กูฟังซิ เอาแบบละเอียดเลยนะ” มัทนาเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ที่แสนจะน่ากลัวสำหรับเธอให้เพื่อนฟังอย่างละเอียด

“ไป! กูจะพามึงไปเอาแว่นคืน”

“เดี๋ยว! มึงไม่กลัวเหรอ”

“คนเยอะแยะ กล้องวงจรปิดก็มีมึงจะกลัวอะไรนักหนา อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึงนี่...ไป!” มดดึงมือมัทนาพาเดินขึ้นคอนโด ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นเก้า ทั้งสองสาวยังคงสวมชุดนักศึกษาอยู่ พากันเดินไปเรื่อยๆ สายตาของทั้งสองจับจ้องไปที่ประตูหน้าห้อง922

“ไอ้แว่น...เขาน่าจะเปิดห้องรอมึงแน่ๆ”

“ไอ้มดกูกลัว...”

“มึงต้องเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่อง เพราะห้องมึงอยู่ติดกับห้องเขา หรือมึงจะย้ายห้องหนีอีก”

“เสียดายค่ามัดจำ”

“ก็เออไง...ไป!”

“ไอ้มด!” เสียงนี้ดังออกมาจากคนที่อยู่ด้านในห้อง...เขารู้จักเพื่อนของเธอ! ทันใดนั้นอิทธิพลก็ก้าวเขาเดินออกมาปรากฏตัว เขายืนกอดอกแผ่นหลังพิงอยู่กับประตูหน้าห้องท่าทางสบายใจ คอเสื้อของเขายังคงมีแว่นสายตาของมัทนาเสียบอยู่

“พี่อิท!” มัทนามองทั้งสองคนสลับกันไปมา...รู้จักกันด้วยเหรอ!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย THE BOY พ่อตามขา
8.5
เมื่อความสัมพันธ์ถูกพันธนาการด้วยความเคียดแค้นและการจองเวร ไม่ว่านายจะเลือกทำตัวร้ายกาจหรือเลวทรามเพียงใด จงปลดปล่อยความโหดร้ายนั้นออกมาให้ถึงที่สุดตามที่ใจต้องการ แต่อย่าลืมความจริงที่ว่าต่อจากนี้ไปชีวิตของเราทั้งคู่จะต้องผูกติดกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ฉันพร้อมจะเผชิญหน้าและเป็นคู่เวรคู่กรรมเคียงข้างนายไปจนกว่าความตายจะมาพรากเราจากกัน เตรียมใจไว้เถอะว่านายจะไม่มีวันสลัดฉันพ้นไปจากวงจรชีวิตอันแสนบิดเบี้ยวนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนชัง
8.5
กัมปนาทจมอยู่กับเพลิงแค้นหลังนายอิทธิพลฟ้องร้องจนพ่อของเขาต้องจบชีวิตลงด้วยความล้มละลาย เขาจึงวางแผนลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวเขามาจองจำเพื่อชำระแค้น แม้จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงขยะสกปรกที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางความขัดแย้งกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยแข็งกร้าว ปมพยาบาทจะคลี่คลายกลายเป็นความรักได้หรือไม่ เมื่อความเกลียดชังปะทะกับความปรารถนาที่เขาไม่เคยคาดคิด ในเรื่องราวภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
หน้าปกนวนิยาย พันธะรัก สัญญาลวง (เดม่อน-ซินญอริต้า)
8.3
จากแผลใจในอดีตที่ถูกทำร้ายซ้ำๆ ทำให้ชายหนุ่มเลือกปิดตายหัวใจและปฏิเสธความรักทุกรูปแบบ ทว่าโชคชะตากลับนำพาเธอมหวนคืนสู่ชีวิตเขาอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน เมื่อเธอยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจรับเธอกลับเข้ามาเคียงข้าง โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตของเขาให้ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะลวงจะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย แสนชัง
7.9
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความเอ็นดูในวัยเยาว์กลับกลายเป็นความเบื่อหน่าย เมื่อลูกสาวของเพื่อนสนิทบิดายังคงตามตื้อเขาไม่เลิกราจากเด็กน้อยผู้น่ารักในวันวานเติบโตเป็นหญิงสาวที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและเอาแต่ใจจนน่ารำคาญใจ สำหรับเขาแล้วการต้องครองคู่กับสตรีที่มีนิสัยร้ายกาจเช่นนี้ถือเป็นคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากพบเจอ เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกหนีจากพันธนาการที่น่ารังเกียจและแสนชังนี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง
7.9
ตลอดระยะเวลากว่าห้าปีที่ฉันต้องยอมใช้ชีวิตอยู่ในเงามืดฐานะคนรักลับๆ ของเขา เพียงเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่ชายผู้ล่วงลับของเขาซึ่งเป็นคู่หมั้นตัวจริงของฉัน แต่เมื่อพันธะแห่งคำสัญญานั้นจบสิ้นลง เขากลับทำลายความรู้สึกกันอย่างเลือดเย็นด้วยการสั่งให้ฉันเป็นคนจัดการเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่นด้วยตัวเอง เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการพยายามกลับมาเป็นตัวของตัวเองจึงได้เริ่มต้นขึ้น