ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

อิทธิพล สถาปนิกหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มีนิสัยขี้เล่นและสายเปย์ เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไปได้ดีกับมัทนา นักศึกษาสาวขี้อายผู้ไม่เคยเปิดใจให้ใครมาก่อน ทว่าความรักที่กำลังเบ่งบานกลับต้องพบอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อความจริงปรากฏว่าเขามีเจ้าของหัวใจตัวจริงอยู่แล้ว มัทนาที่เคยยอมแพ้ต่อความดีของอิทจะทำอย่างไร เมื่อสถานะของเธอไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวอย่างที่คิดในเรื่องราวโรมานซ์ฟีลกู๊ดที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1 พบเจอ

อิทธิพล สถาปนิกหนุ่มชื่อดัง เพิ่งสร้างเนื้อสร้างตัว มีบริษัทเล็กๆเป็นของตัวเอง รับออกแบบตกแต่งทั่วไป ตั้งแต่งานเล็กไปจนถึงงานขนาดกลาง ค่อนข้างมีชื่อเสียงอยู่ในขณะนี้

“ไปคิดมาใหม่ ผมว่าแบบที่คุณทำมามันยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ผมคิดว่าคุณน่าจะทำได้ดีกว่านี้นะ” มาตรฐานเรื่องงานสำหรับเขาแล้วค่อนข้างสูง งานทุกชิ้นต้องออกมาดีที่สุด รายละเอียดผิดพลาดเล็กๆน้อยๆก็แทบไม่มีให้เห็น ลูกน้องที่นี่อาจจะทำงานลำบากหน่อย แต่เงินดีมาก

“ครับ พรุ่งนี้ผมจะเอาแบบมาเสนอใหม่ครับ”

“อือ...ได้เวลาเลิกงานแล้ว แยกย้ายกลับไปพักผ่อนกันเถอะ”

“ครับ/ค่ะ” อิทธิพลเดินออกจากบริษัทฝ่ารถติดบนท้องถนน กว่าจะมาถึงที่พักก็ใช้เวลาพอสมควร เขาพักอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก คอนโดที่เขาอยู่เขาซื้อไว้นานแล้ว อยู่มาหลายปีตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ

มัทนา หรือ มาย แต่เพื่อนๆมักจะเรียกเธอว่าไอ้แว่น เธอสายตาสั้น ใส่แว่นหนา ถ้าไม่มีแว่นเธอจะมองไม่ชัดเลย แว่นสายตาจึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ

มัทนามีเพื่อนที่สนิทมากๆอยู่สามคน คนแรกชื่อมด คนที่สองชื่อน้ำ และคนที่สามชื่อฟ้า รวมตัวเธอด้วยเป็นสี่คน กำลังนั่งรถมาด้วยกัน โดยมีมดเป็นคนขับรถให้เพื่อนๆนั่ง

“ไอ้แว่น...เพื่อนๆมีแฟนกันหมดแล้ว เมื่อไหร่มึงจะยอมมีสักที” น้ำนั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้าข้างคนขับ หันหลังไปคุยกับเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหลัง ฟ้านั่งอยู่ที่เบาะด้านหลังกับมัทนา พยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่น้ำพูด

“แม่กูบอกว่าเรียนให้จบก่อน” มัทนาไม่อยากให้แม่เป็นห่วง เธอจึงไม่เคยมองผู้ชายคนไหนมาก่อน ถึงแม้ว่าจะมีผู้ชายเข้ามาจีบเธอเป็นจำนวนมากแต่เธอก็ไม่เคยสนใจใคร แว่นสายตาที่เธอสวมใส่อยู่ ไม่สามารถปิดบังความสวยของเธอได้

“เป็นเด็กดีเชื่อแม่ แหม...กูจะบอกอะไรให้นะ ถ้ามึงพ้นจากรั้วมหาลัยไปแล้ว ผู้หญิงอย่างเราอาจจะขึ้นคานได้เลยนะ” มดที่กำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่ในขณะนี้ขอพูดขึ้นมาบ้าง

“ทำไม...”

“อ้าวอินี่...มึงคิดว่าผู้ชายเขาจะอยู่รอมึงเหรอ เห็นเดินๆอยู่เนี่ยมีเจ้าของเกือบหมด ที่เหลือจริงๆก็ไม่ไหวจะเอา” พวกเธอมีความเชื่อที่ว่า ผู้ชายวัยทำงานส่วนมากมักจะมีครอบครัวกันเกือบหมดแล้ว ผู้ชายยังอยากได้ผู้หญิงมือหนึ่ง ผู้หญิงอย่างเธอก็เช่นกัน มือสองไม่ว่าแต่ถ้ามีของแถมด้วยนี่สิ!

“ช่างเถอะ กูอยู่คนเดียวได้”

“มึงอยู่คนเดียวไม่ได้!!!” เพื่อนๆทั้งสามคน ผสานเสียงกันดังขึ้นทันที เนื่องจากว่ามัทนาเป็นคนขี้กลัว อะไรนิดอะไรหน่อยก็กลัว ทุกคนที่สนิทกับเธอจะรู้ดี

“เออน่า...ถึงคอนโดกูแล้ว ขอบใจพวกมึงมากที่มาส่งพรุ่งนี้เจอกัน”

“มีอะไรโทรหาได้ตลอด หรือถ้าอยากให้พวกกูมานอนเป็นเพื่อนก็บอกได้นะ”

“กูจะเลิกกลัวแล้ว แล้วกูก็จะต้องนอนคนเดียวให้ได้ พวกมึงคอยดู” เมื่อก่อนอยู่ห้องเช่าที่เดิมเพื่อนๆมักจะพลัดกันมานอนเป็นเพื่อนมัทนาอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าช่วงไหนเพื่อนๆของเธอติดผู้ชาย เธอก็จะกลับไปนอนกับแม่ที่บ้าน แต่ระยะทางมาเรียนค่อนข้างไกล ต้องตื่นแต่เช้า ซึ่งเธอขี้เกียจตื่น

"ย่ะ! พวกกูไปก่อนนะ"

“บ๊ายบาย...” มัทนาเปิดประตูรถลงมายืนโบกมือบ๊ายบายให้เพื่อนๆด้วยรอยยิ้ม จากนั้นมดก็ได้ทำหน้าที่ขับรถออกไป มัทนาจึงหมุนตัวเดินเข้าคอนโดที่เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยอยู่

มัทนาย้ายมาอยู่ห้องใหม่ได้สองสามวันแล้ว เนื่องจากว่าห้องเก่าเสียงรบกวนค่อนข้างดัง ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของการเป็นนักศึกษา ซึ่งเธอจะต้องอ่านหนังสือหนักมากๆ เธอจึงเลือกที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโด ได้ทั้งความเงียบสงบและความปลอดภัย

“รอด้วยค่ะ รอด้วย” ลิฟต์กำลังจะปิดลง เธอจึงร้องขอให้คนที่อยู่ด้านในลิฟต์ช่วยกดปุ่มให้ประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง แต่แล้วประตูก็ปิดลงต่อหน้าต่อตา

“แล้งน้ำใจ!” เธอบ่นออกมาเสียงดัง ทันใดนั้นประตูลิฟต์ก็ได้เปิดออก สิ่งที่เห็นคือผู้ชายตัวสูงแต่งตัวดีใบหน้าหล่อเหลายืนอยู่ที่ด้านในลิฟต์คนเดียว...เขาน่าจะได้ยิน!

“จะเข้ามั้ย” เสียงทุ่มเอ่ยถาม นั่นจึงทำให้มัทนาได้สติ

“อ๋อๆ ไปค่ะ” เธอก้าวเท้าเข้าไปด้านใน ทันใดนั้นประตูลิฟต์ก็ปิดลงโดยอัตโนมัติ เธอแอบมองไปยังชั้นที่คนข้างๆเธอกำลังจะขึ้นไป...มันคือชั้นเดียวกันกับเธอ

“อยู่ชั้นไหน” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง เขาคงเห็นว่ามัทนายังไม่ได้กดเลือกชั้นที่จะต้องขึ้นไปสักที

“ชั้นเก้าค่ะ” ชั้นเดียวกัน! หลังจากตอบคำถามเสร็จ ทั้งสองก็ยืนเงียบจนประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้งที่ชั้นเก้า

อิทธิพลรอให้ผู้หญิงเพียงคนเดียวในลิฟต์เดินออกไปก่อน ตามมารยาทที่สุภาพบุรุษควรจะทำ

ซึ่งมัทนาเองก็รู้สึกได้ว่าเขารอให้เธอเดินออกไปก่อน ขาเรียวก้าวเดินออกไป โดยมีชายหนุ่มสาวเท้าก้าวตามไปติดๆ

มัทนาเริ่มใจคอไม่ค่อยดี รู้สึกเหมือนเขาคนนี้ กำลังเดินตามเธอยังไงก็ไม่รู้ ซึ่งในขณะนี้ไม่มีคนอื่นเลยนอกจากเธอกับเขาแค่สองคน บรรยากาศวังเวงน่ากลัว เคยอยู่แต่ที่มีผู้คนพลุกพล่านจนเคยชิน พอมาเจอเงียบๆแบบนี้มัทนารู้สึกไม่ค่อยชิน

ด้วยความที่เธอรู้สึกกลัว เธอจึงไม่กล้าที่จะหันหลังไปมอง แต่ก็พยายามก้าวเท้าเดินเร็วๆ ซึ่งเธอก็ยังคงรู้สึกว่าเขาคนนี้ยังคงเดินตามเธอไม่ยอมเลิก

จนเธอเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของตัวเอง ห้อง 923 เธอหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้อง ก้มหน้าหาคีย์การ์ดในกระเป๋า ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกว่าฝีเท้าที่เดินตามเธอมานั้น ได้หยุดลงแล้ว ตอนนี้เธอเริ่มกลัวมากขึ้นไปอีก มือไม้เริ่มสั่น เธอเงยหน้าขึ้นแล้วกำลังจะอ้าปากด่า แต่!! ประตูห้องข้างๆก็ได้เปิดออก เขาคนที่เดินตามเธอมา ได้หายเข้าไปในห้องนั้น

“อ้าว...อยู่ห้องติดกับเราเหรอวะเนี่ย ใจหายใจคว่ำหมด!” หัวใจที่กำลังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะด้วยความกลัวเมื่อสักครู่ค่อยๆเริ่มดีขึ้น

ห้องเธอ 923 ห้องเขา 922 ถ้าเดินเข้ามาห้องเขาจะถึงก่อนห้องเธอ มัทนาเปิดประตูห้องด้วยคีย์การ์ดแล้วเดินเข้าห้องของตัวเองไปเช่นกัน

ห้องที่มัทนาอยู่เป็นห้องเช่า ส่วนห้องที่อิทธิพลอยู่เป็นห้องซื้อ ทั้งสองไม่เคยเห็นหน้าหรือเจอกันมาก่อน

“คนอะไรวะ น่ากลัวจัง” เธอเดินเข้ามาในห้อง บ่นพึมพำอยู่คนเดียว เธออาบน้ำอาบท่าเสร็จก็เตรียมตัวอ่านหนังสือ จับหนังสือกำลังจะอ่าน แต่แล้วในสมองของเธอกลับนึกถึงผู้ชายข้างห้องไม่ยอมเลิก ใบหน้าและน้ำเสียงของเขาดูดุ จนเธอนึกกลัวไม่หาย มัทนาสะบัดศีรษะแรงๆไล่สิ่งที่คิดอยู่ในหัว จากนั้นเธอจึงลงมืออ่านหนังสือต่อ...

ทางด้านอิทธิพล เขากำลังนั่งนึกถึงผู้หญิงสวมชุดนักศึกษารัดรูปใส่แว่น ที่เจอกันในลิฟต์เมื่อสักครู่ เธอว่าเขาเสียงดังที่หน้าลิฟต์ ทำไมเขาจะไม่ได้ยิน ในใจนึกไม่ค่อยพอใจเธอสักเท่าไหร่ อีกใจก็ไม่อยากถือสาเด็ก

แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ใบหน้าจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อยของหญิงสาวตัวเล็กคนนั้น ถึงได้กวนใจเขาไม่เลิก สลัดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหลุด ในใจบอกว่าไม่ถือสาเด็ก แต่ทำไมถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย THE BOY พ่อตามขา
8.5
เมื่อความสัมพันธ์ถูกพันธนาการด้วยความเคียดแค้นและการจองเวร ไม่ว่านายจะเลือกทำตัวร้ายกาจหรือเลวทรามเพียงใด จงปลดปล่อยความโหดร้ายนั้นออกมาให้ถึงที่สุดตามที่ใจต้องการ แต่อย่าลืมความจริงที่ว่าต่อจากนี้ไปชีวิตของเราทั้งคู่จะต้องผูกติดกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ฉันพร้อมจะเผชิญหน้าและเป็นคู่เวรคู่กรรมเคียงข้างนายไปจนกว่าความตายจะมาพรากเราจากกัน เตรียมใจไว้เถอะว่านายจะไม่มีวันสลัดฉันพ้นไปจากวงจรชีวิตอันแสนบิดเบี้ยวนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนชัง
8.5
กัมปนาทจมอยู่กับเพลิงแค้นหลังนายอิทธิพลฟ้องร้องจนพ่อของเขาต้องจบชีวิตลงด้วยความล้มละลาย เขาจึงวางแผนลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวเขามาจองจำเพื่อชำระแค้น แม้จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงขยะสกปรกที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางความขัดแย้งกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยแข็งกร้าว ปมพยาบาทจะคลี่คลายกลายเป็นความรักได้หรือไม่ เมื่อความเกลียดชังปะทะกับความปรารถนาที่เขาไม่เคยคาดคิด ในเรื่องราวภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
หน้าปกนวนิยาย พันธะรัก สัญญาลวง (เดม่อน-ซินญอริต้า)
8.3
จากแผลใจในอดีตที่ถูกทำร้ายซ้ำๆ ทำให้ชายหนุ่มเลือกปิดตายหัวใจและปฏิเสธความรักทุกรูปแบบ ทว่าโชคชะตากลับนำพาเธอมหวนคืนสู่ชีวิตเขาอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน เมื่อเธอยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจรับเธอกลับเข้ามาเคียงข้าง โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตของเขาให้ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะลวงจะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย แสนชัง
7.9
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความเอ็นดูในวัยเยาว์กลับกลายเป็นความเบื่อหน่าย เมื่อลูกสาวของเพื่อนสนิทบิดายังคงตามตื้อเขาไม่เลิกราจากเด็กน้อยผู้น่ารักในวันวานเติบโตเป็นหญิงสาวที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและเอาแต่ใจจนน่ารำคาญใจ สำหรับเขาแล้วการต้องครองคู่กับสตรีที่มีนิสัยร้ายกาจเช่นนี้ถือเป็นคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากพบเจอ เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกหนีจากพันธนาการที่น่ารังเกียจและแสนชังนี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง
7.9
ตลอดระยะเวลากว่าห้าปีที่ฉันต้องยอมใช้ชีวิตอยู่ในเงามืดฐานะคนรักลับๆ ของเขา เพียงเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่ชายผู้ล่วงลับของเขาซึ่งเป็นคู่หมั้นตัวจริงของฉัน แต่เมื่อพันธะแห่งคำสัญญานั้นจบสิ้นลง เขากลับทำลายความรู้สึกกันอย่างเลือดเย็นด้วยการสั่งให้ฉันเป็นคนจัดการเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่นด้วยตัวเอง เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการพยายามกลับมาเป็นตัวของตัวเองจึงได้เริ่มต้นขึ้น