ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โชซอนซ่อนรัก

โชซอนซ่อนรัก

มีนา นักศึกษาสาวไทยในเกาหลีใต้ต้องเผชิญความโดดเดี่ยวหลังถูกคนรักทอดทิ้ง เธอจึงจมอยู่กับโลกนิยายและหลงรัก คิมคังยู พระรองผู้แสนดีที่ยอมสละชีวิตเพื่อนางเอก จนเธอเผลอคิดว่าหากเป็นตนเองคงเลือกเขาอย่างแน่นอน ทันใดนั้นโชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อเธอตื่นขึ้นมาพบกับชายหนุ่มในชุดโบราณที่หลุดออกมาจากหน้ากระดาษสู่โลกความจริง พร้อมคำถามที่ทำให้เธอตกตะลึงว่าที่นี่คือยุคโชซอนหรือไม่ เรื่องราวความรักข้ามมิติสุดอัศจรรย์จึงได้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสับสนของหญิงสาว
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

รุ่งอรุณใหม่มาถึง แสงสีทองที่สาดส่องผ่านผ้าม่านมากระทบเปลือกตาปลุกให้หญิงสาวต้องลืมตาตื่นด้วยรำคาญแสงที่แยงตา ร่างบางบิดตัวพลิกอย่างเกียจคร้านครู่หนึ่ง หากแต่พอจะผงกศีรษะขึ้นมาด้วยหมายจะไปเข้าห้องน้ำ เจ้าหล่อนก็ต้องฟุบลงนอนไปอีกรอบด้วยมึนศีรษะสุดกำลัง

เมื่อคืนนี้ท่าทางจะดื่มหนักไป...

มือที่ปัดไปโดนขวดเปล่าเกลื่อนกลาดข้างตัวบอกให้รู้ว่าเมื่อคืนนี้เธอดื่มหนักมากจริงๆ

เสียผู้เสียคนสุดๆ

หญิงสาวอดต่อว่าตัวเองไม่ได้ ดีที่วันนี้ไม่มีตารางเรียนหรือกิจกรรมใดๆ เธอจึงสามารถนอนต่อได้

ร่างเล็กยังคงขยับไปมาบนพรมเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบ เมื่อคืนไม่ได้ไปนอนที่เตียงเพราะเมาหลับไปก่อน แต่เมื่อรู้ตัวก็ไม่ได้พยายามที่จะพาตัวเองไปนอนยังที่ที่สมควรนอนแต่อย่างใด นอกจากปิดเปลือกตาอยู่อย่างนั้น พลิกตัวไปอีกฝั่งหนึ่งที่ไม่มีขวดเหล้าเปล่าเกลื่อนกลาด

เมื่อคืนทั้งกินทั้งดื่มประชดชีวิตไปแล้ว งั้นวันนี้ก็จะขอนอนประชดชีวิตด้วยเลยแล้วกัน!

ประชดทุกอย่างให้สาแก่ใจกับชีวิตรักซังกะบ๊วย นอนให้ตาย นอนให้ปวดหัวไปเลย อย่างน้อยการนอนหลับก็ทำให้หยุดคิดถึงเรื่องผู้ชายคนนั้นไปได้ช่วงเวลาหนึ่ง

ทว่ามีนาไม่ได้หลับสมดังใจด้วยจังหวะที่พลิกตัวนั้น มือของเธอพาดผ่านไปโดนบางสิ่งที่สร้างความรู้สึกแปลกประหลาด

แข็ง...และอุ่น

ไม่ใช่อะไรลามกเทือกนั้น แต่เป็นร่างกายของมนุษย์ต่างหาก สัมผัสมันทำให้เธอรู้สึกราวกับว่ามีใครมานอนอยู่ข้างๆ

เดี๋ยวนะ! มีใครมานอนข้างๆ งั้นเหรอ!

มีนาลืมตาขึ้นทันทีแล้วก็ต้องเบิกโพลงกว้างเมื่อเห็นว่าบางสิ่งที่เธอกำลังเอาแขนพาดอยู่เป็นร่างกายของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

คะ...ใครเนี่ย!

สัญชาตญาณส่งผลให้เธอรีบลุกขึ้นยืนพรวดพราด ถอยหลังกรูดไปติดกำแพงห้องอย่างรวดเร็ว ความเมามายมึนหัวอะไรที่เล่นงานอยู่ก่อนหน้าหายวับไปกับตาราวกับไม่มีแอลกอฮอล์ตกค้างในกระแสเลือดมาก่อน ตอนนี้เธอเอาแต่จ้องอีกฝ่ายเขม็งและยิ่งระวังตัวมากขึ้นไปอีกเมื่อผู้ชายคนนั้นค่อยๆ ขยับตัวและส่งเสียงครางออกมา

จับใจความไม่ได้เลยแม้แต่น้อยว่าผู้ชายคนนั้นพูดว่าอะไร แต่มีนาก็ไม่มีอารมณ์จะมาใคร่ครวญอะไรแล้ว พุ่งตัวไปคว้าขวดโซจูเปล่ามาไว้ในมือเป็นที่เรียบร้อย กะว่าถ้าผู้ชายตรงหน้าจะทำมิดีมิร้าย เธอจะใช้ขวดฟาดให้หัวแตกไปเลย

หากแต่เขาไม่ทำอะไร เพียงแค่ขยับตัวและส่งเสียงอืออาในลำคออย่างที่เห็น เปลือกตายังไม่เปิดเลยด้วยซ้ำ เห็นอย่างนั้น ในหัวของมีนาก็คิดวุ่นเป็นพัลวัน

เข้ามาได้ยังไงน่ะ หรือว่า...เมื่อคืนจะเมาจนเผลอไปหิ้วผู้ชายเข้าห้อง!?

คิดแล้วก็อ้าปากค้างด้วยไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะเหลวแหลกได้ถึงขนาดนี้

นี่หล่อนลากผู้ชายมาปล้ำถึงในห้องเลยเหรอไอ้มีนา!

รู้ถึงไหน อายไปถึงนั่น มุดหัวหนีอายไปถึงเปลือกโลกชั้นแม็กม่าแล้วยังไม่หายอายเลย แต่พอคิดๆ ดูอีกทีแล้วมันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ คนอย่างเธอเนี่ยนะที่จะลากผู้ชายเข้ามาปล้ำถึงในห้อง ผู้ชายคนนั้นตัวใหญ่กว่าเธอเยอะเลยเถอะ คิดเหรอว่าชะนีแคระ ความสูงแค่ร้อยห้าสิบปลายๆ จะลากเขาเข้ามาไหว

คิดเลยเถิดไปใหญ่แล้ว!

ถึงอย่างนั้นก็ยังตั้งท่าระวังตัวเพราะไม่อาจวางใจได้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะมาดี ก็ดูเสื้อผ้าที่เขาใส่สิ มันช่าง...โบราณ

โบราณจริงๆ ไม่ใช่เชยนะ ย้ำว่าโบราณ

อย่างกับหลุดออกมาจากละครจักรๆ วงศ์ๆ ของเกาหลีอย่างไรอย่างนั้นแหละ!

ดวงตาคู่สวยปราดมองไปตามเสื้อผ้าสีแดงเลือดหมูสลับดำ ขณะที่ผู้ชายคนนั้นเองเริ่มจะรู้สึกตัวทั้งที่มีนายังสำรวจอีกฝ่ายไม่ละเอียดดี

เขาค่อยๆ ดันตัวขึ้นจากพื้นอย่างเชื่องช้า กะพริบตาถี่ๆ หลายครั้งเพื่อปรับให้สายตาคุ้นชินก่อนจะกวาดมองไปรอบข้าง เมื่อเห็นว่าบรรยากาศรอบตัวไม่ใช่ที่ที่คุ้นเคย เขาก็พรวดพราดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ แล้วก็ต้องสะดุ้งอีกระลอกทันทีที่หันไปเห็นหญิงสาวในชุดแปลกตายืนจังก้าเตรียมพร้อมจู่โจมเขาอยู่

มีนาเองก็ตกใจเช่นกัน เห็นชายหนุ่มลุกขึ้นมายืนก็ร้องลั่น อีกฝ่ายก็ผงะ ต่างคนต่างตกใจใส่กัน แต่เหมือนชายหนุ่มจะตั้งสติได้ก่อนขณะที่หญิงสาวหวีดร้องไม่หยุด

“คุณเป็นใครน่ะ! เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง”

คนถูกถามไม่สนใจที่จะตอบคำถามเลยแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวมองปราดคนตัวเล็กตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนถามออกมาบ้าง

“แม่นางเป็นใครกันรึ”

ยัง...ยังจะมีหน้ามาถามกลับอีก!

“ตอบคำถามฉันมาก่อน!”

คนถูกย้อนถามไม่ตอบ โวยวายใส่ ขณะที่ชายหนุ่มเลิกสนใจหญิงสาวเจ้าของห้อง กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องด้วยสีหน้าตะลึงงันคล้ายกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน พลันริมฝีปากก็ครางออกมา

“ที่นี่มัน...”

“นี่! ฉันถามว่าคุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง แอบเข้ามาทางไหนหา!?”

เห็นว่าคนแปลกหน้าไม่ตอบ มัวแต่ทำท่าทางประหลาดๆ มีนาจึงร้องถามไปอีก ตั้งใจส่งเสียงดังเข้าไว้ กะว่าถ้ามีเหตุร้ายเกิดขึ้น ข้างห้องอาจจะได้ยินเสียงเธอบ้างอะไรอย่างนั้น ในใจของมีนาตอนนี้ค่อนข้างจะหวาดกลัวมากเลยทีเดียว

แล้วเธอก็สะดุ้งขึ้นมาอีกคราทันทีที่เห็นว่าเขาเริ่มก้าวเท้าสำรวจซอกมุมของห้อง

ไม่ได้เดินมาทางเธอหรอก เดินไปทางอื่น แต่ก็ทำให้น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นเทาขึ้นมาได้ทันควัน

“คะ...คุณต้องการอะไร!?”

ชายหนุ่มไม่ตอบ มัวแต่ยืนมองวัตถุประหลาดที่วางอยู่บนพื้นก่อนจะคว้ามันขึ้นมาดู

บะ...บราเซียลูกไม้สีม่วงที่ถอดแล้วโยนทิ้งไปเมื่อวาน!

มีนาเห็นก็เบิกตาโต ส่งเสียงกรีดร้อง

“ทำบ้าอะไรของคุณน่ะ! วางมันลง!”

คนถูกทักหันมามองยังต้นเสียง มีนาเลยสำนึกได้ว่าตอนนี้เธออยู่ในสภาพโนบราจึงรีบเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับใบหน้าร้อนผะผ่าว กระนั้นก็ยังไม่หยุดออกคำสั่ง

“บอกให้วางมันลงไง!”

คนถูกสั่งยอมวางแต่โดยดี สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ของเขา ในฐานะคนแปลกหน้าที่มาเยือนก็ควรจะเคารพเจ้าของบ้าน

ดวงตากลมของหญิงสาวเหลือบมอง เห็นชายหนุ่มวางเสื้อชั้นในลูกไม้ของเธอลงที่เดิมแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะตั้งใจไล่เขาออกไปให้เร็วที่สุด การที่มีผู้ชายแปลกหน้ามาอยู่ในห้องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด

ทว่ายังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป อีกฝ่ายก็หันมาถามเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแล้ว

“ที่แห่งนี้ใช่ฮันยางหรือเปล่าแม่นาง”

กลายเป็นมีนาบ้างแล้วที่ทำหน้างุนงงเมื่อเขาเอ่ยชื่อเมืองหลวงของโชซอนซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณของเกาหลี ถึงเธอจะไม่รู้ประวัติศาสตร์เกาหลีละเอียดนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าฮันยางคืออะไร ที่ไม่เข้าใจก็คือ...ผู้ชายคนนี้ถามเรื่องนี้ทำบ้าอะไร

“คุณหมายความว่าอะไร” ครางถามออกมาอย่างไม่ไว้ใจ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะหลอกล่อเธอให้ตายใจด้วยคำถามแปลกๆ ก็ได้ เธอเคยดูข่าวนะว่าพวกอาชญากรสมัยนี้มักใช้คำถามเชิงจิตวิทยามาทำให้เหยื่อติดกับ

พูดจบ สายตาก็จ้องจับผิดไปด้วย อีกฝ่ายไม่แสดงอาการอื่นใดแม้แต่น้อยนอกจากดูงุนงงกับสถานที่ที่ตนยืนอยู่

“ที่นี่ดูไม่เหมือนฮันยางเลย ช่างดู...แปลกตา” อีกฝ่ายตอบเชื่องช้า

มันก็แน่อยู่แล้ว ฮันยางอะไรล่ะ นี่มันกรุงโซล!

แต่จริงๆ กรุงโซลก็คือฮันยาง เพียงแต่เปลี่ยนชื่อหลังจากอาณาจักรโชซอนล่มสลาย สำคัญกว่านั้นคือไม่รู้ทำไมจู่ๆ มีนาก็เอะใจขึ้นมาแปลกๆ ว่าผู้ชายท่าทางประหลาด ซ้ำยังแต่งตัวเหมือนไม่ใช่คนในยุคสมัยนี้ที่ยืนทำหน้าเหลอหลาตรงหน้าจะเป็นผู้ชายคนเดียวกับที่เธอร้องขอต่อสรวงสวรรค์เมื่อคืนนี้

คิมคังยู...

หรือว่าจะเป็นคิมคังยู พระรองในนิยายคนนั้น!?

“คุณคือ...คิมคังยู?”

ด้วยอารามตกใจถึงได้เอ่ยไปอย่างนั้นทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้เลยแม้แต่น้อย หากแต่ชายหนุ่มกลับพยักหน้าตอบกลับมาพร้อมกับเรียวคิ้วสวยที่ย่นยู่

“รู้จักข้าเช่นนั้นรึ”

มีนาอ้าปากค้างทันควัน พูดไม่ออก ก้าวขาก็ไม่ออก ตอบคำถามของคนตรงหน้าก็ไม่ได้

คุณพระ! โผล่มาได้ไงกันเนี่ย!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด
9.3
โชคชะตาที่ผูกพันด้วยพันธสัญญาในอดีต ความรักที่แสนหวาน และเงาแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามา สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาที่ค้างคาใจเธอมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบรรยากาศของรัตติกาลอันลึกลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่ไร้คำตอบว่าแท้จริงแล้วเกิดเหตุการณ์พลิกผันอะไรขึ้นกันแน่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน ความลับที่ถูกฝังไว้ในกาลเวลากำลังจะถูกเปิดเผยในเรื่องราวของแวมไพร์สุดเข้มข้นที่ผสมผสานความโรแมนติกและแฟนตาซีได้อย่างลงตัวเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย ท่านอา อย่าร่ำสุรา
8.2
เจียลี่เฝ้ามองท่านอาหวังผู้เอาแต่ดื่มสุราจนละเลยเรื่องสตรี เมื่อเขาเอ่ยปากให้เธอหาโสเภณีมาปรนนิบัติ เด็กสาวผู้พิการและต่ำต้อยกลับปฏิเสธด้วยความเจียมตัว ทว่าเขากลับไม่เคยดูแคลนเธอเหมือนคนอื่น ซ้ำยังข่มขวัญด้วยคำกระซิบว่าตนเองคืออสุรกายร้ายที่จ้องจะลิ้มลองกลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่น ท่ามกลางความเมามายและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน หัวใจของเจียลี่เริ่มสั่นคลอนไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของชายที่เธอเทิดทูนเหนือใครในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย บัลลังก์แรเงา
9.3
เมื่อเจ้าหลวงแห่งสินทูรสิ้นพระชนม์ บัลลังก์จึงสั่นคลอนด้วยข่าวลือเรื่องชาติกำเนิดของรัชทายาทผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกชู้ มีเพียงพระธำมรงค์วงสำคัญที่เป็นสิ่งยืนยันสิทธิ์ในอำนาจ ท่ามกลางปริศนาที่รอการพิสูจน์เมื่อทรงเติบใหญ่ หญิงสาวลึกลับผู้ถวายดอกแก้วและคอยอารักขาจะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริง หรือจะยิ่งตอกย้ำว่าพระองค์เป็นเพียงเงาบนบัลลังก์ที่ไร้ค่า การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและความรักจึงเริ่มต้นขึ้นในอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืด
หน้าปกนวนิยาย สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง
8.1
เสิ่นอวี้หลันยอมทำทุกทางเพื่อครอบครองมู่หยางโหวและกำจัดเสี้ยนหนามรอบตัวเขา จนในที่สุดก็ได้เป็นภรรยาตามปรารถนา แต่เขากลับชิงชังและปฏิบัติกับนางอย่างไร้ค่า เมื่อเขาตัดสินใจรับภรรยารองเข้าจวน ความเจ็บช้ำทำให้นางเลือกจบความสัมพันธ์ด้วยการยื่นหนังสือหย่า ทว่าสามีที่เคยเย็นชาและผลักไสกลับเปลี่ยนไป เขาไม่ยอมลงนามเลิกราแถมยังตามตื้อขอคืนดีอย่างผิดปกติจนนางเริ่มสงสัยว่าโหวหนุ่มผู้นี้กำลังเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ
8.9
หม่าเยี่ยนถิง นักฆ่าสาวผู้ถูกองค์กรหักหลังจนตัวตาย ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวอาภัพยุคโบราณที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง เธอต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้อัตคัดที่ต้องดูแลลูกแฝดเพียงลำพังท่ามกลางความทรงจำอันเลือนรางของเจ้าของร่างเดิม แม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยความยากลำบากและปมปัญหาจากอดีตสามี แต่เธอก็ตั้งมั่นจะปกป้องลูกน้อยให้ดีที่สุด ทว่าสถานการณ์กลับซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่ออดีตเป้าหมายที่เธอเคยสังหารกลับมาเกิดใหม่ในโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน