
คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว
ตอน 3
ในแววตาของเสิ่นจืออี้ฉายแววเจ้าเล่ห์แวบหนึ่ง
เธอไม่ได้โง่ขนาดที่จะบอกความจริงเรื่องนั้นออกไป จึงหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยง “หลังแต่งงานสองปี เธอก็ปิดบังตัวตนทำตัวเป็นแม่บ้าน ฐานะห่างไกลจากคุณมาก ถ้าคุณใช้ไม้แข็งสักหน่อย เธอจะมีปัญญามีปากเสียงอะไรได้เหรอ?”
เซ่หลินโจวฟังแล้วเม้มปาก
ในช่วงสองปีมานี้เวินซื่อช่วยเหลือเขามากจริง ๆ และเธอก็รักเขาหมดใจด้วย
แต่ความรักจะมีประโยชน์อะไร
เขาใช้ความพยายามอย่างยากลำบากกว่าจะปีนป่ายมาถึงจุดที่สูงขนาดนี้ได้
และต้องการพลังจากผู้มีอำนาจเพื่อเสริมความมั่นคงให้เขา
ตำแหน่งลูกสาวตระกูลเสิ่นนั้น มีค่ามากกว่าความรักของเวินซื่อหลายเท่านัก
ขณะกำลังคิดอยู่นั้น ริมฝีปากแดงก่ำแสนเย้ายวนของเสิ่นจืออี้ก็ขยับใกล้เข้ามา “หลินโจว ยินดีด้วยนะคะที่หลุดพ้นจากเรื่องที่น่าเบื่อนั้นสักที เรามาฉลองกันดีไหม?”
เซ่หลินโจวหลุบตามองเธอ แล้วจู่ ๆ ก็เผลอคิดถึงใบหน้าที่เยือกเย็นของเวินซื่ออย่างบอกไม่ถูก
——ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว แต่เธอกลับยังไม่โทรมาเรียกให้เขากลับไปอีก
ก่อนหน้านี้หากเขาทำอะไรผิดปกติไปนิดเดียว เธอจะร้อนรนเป็นอย่างยิ่ง
ความคิดนี้ทำให้เซ่หลินโจวรู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาจึงผลักเธอออก “คุณเพิ่งท้อง ยังต้องระวังตัวหน่อย”
เสิ่นจืออี้เป็นคนที่ฉลาดพอ
เธอสังเกตเห็นว่าเขาใจลอยจึงถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้นคะหลินโจว คุณไม่อยากหย่าหรือไง?”
เขารีบปฏิเสธ “จะเป็นไปได้ยังไง”
“แต่ดูคุณไม่ค่อยมีความสุขเลยนะ”
เซ่หลินโจวปลอบเธอ “พ่อผมอาการทรุดลงมาก คงจะมีเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว ลี่ซือเหนียนจู่ ๆ ก็กลับประเทศ คงเป็นเรื่องการสืบทอดตระกูล ผมยังคิดไม่ตกว่าจะรับมือกับเขายังไงดี”
เสิ่นจืออี้ตกใจเล็กน้อย “ลี่ซือเหนียน? ลูกชายที่เกิดจากภรรยาคนแรกของตระกูลเซ่หรือคะ? เขาไม่ได้ใช้แซ่เซ่แล้วด้วยซ้ำ จะมาแย่งสิทธิ์สืบทอดมรดกกับคุณได้ยังไงล่ะ?”
แววตาของเซ่หลินโจวมืดมน
พูดไปก็ใช่ แต่เมื่อคิดดี ๆ สุดท้ายแล้วเขาเองต่างหากที่เป็นลูกนอกสมรส
ตลอดหลายปีที่พยายามทุ่มเททำทุกอย่าง เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ได้รับการยอมรับในตระกูลเซ่เท่านั้น
แต่ยังต้องการกำจัดพี่ชายต่างแม่ของเขาไปให้พ้นทางด้วย
ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ต้องชนะให้ได้
เวินซื่อนอนไปจนถึงเวลาตกค่ำ แต่เมื่อตื่นขึ้นมากลับรู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม
เพราะในความฝันนั้น เต็มไปด้วยภาพความเร่าร้อนของชายแปลกหน้าที่เข้าครอบครองตัวเธอ
และก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยาแรงเกินไป หรือเพราะฝีมือของชายคนนั้นช่างเหนือชั้นนัก
แม้เวินซื่อตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ร่างกายยังคงรู้สึกเหมือนล่องลอยจนทำให้เธอหน้าแดงขึ้นโดยควบคุมไม่อยู่
กระทั่งตอนที่โทรศัพท์ของเพื่อนรักดังขึ้น เธอก็ยังไม่ทันหายจากอาการเลย
หลินไห่ถังฟังเสียงจากปลายสายก็รู้สึกผิดสังเกต “เสียงของเธอช่างใสเนียนราวกับน้ำเชียว เกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่าเธอเคลียร์ปัญหากับหมอนั่นเรียบร้อยแล้ว?
เวินซื่อกระแอมเบา ๆ “อย่าพูดเรื่องที่ชวนหดหู่แบบนั้นเลย”
หลินไห่ถังหัวเราะขำ
“อ้อจริงสิซื่อซื่อ ผลตรวจเลือดของเธอออกมาแล้วนะ ส่วนประกอบของยาที่ตรวจพบ ฉันส่งให้เพื่อนดูแล้วล่ะ เขามีคอนเน็กชั่นกว้างขวาง บางทีเขาอาจช่วยสืบหาคนที่ซื้อยานี้ได้”
เวินซื่อกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง “ขอบใจนะ ไห่ถัง”
“ถ้าอยากขอบใจจริง ๆ ก็อย่ามัวแต่ติดใจกับคนไร้ค่าอย่างหมอนั่นอีกเลยนะ หลังหย่าแล้วก็ขยันทำงานไปเลย ให้ฉันเห็นหน่อยว่าเธอจะสร้างอะไรได้บ้าง”
หัวใจของเวินซื่อรู้สึกอบอุ่นขึ้น เธอก้มหน้าตอบเบา ๆ “เข้าใจแล้ว”
ในความเป็นจริง หากคิดดี ๆ เหตุผลที่เธอรู้สึกชอบเซ่หลินโจว ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะรู้สึกซาบซึ้งใจ
เธอมาจากครอบครัวที่มีความคาดหวังในตัวเธอสูงลิบ จนวัยเด็กของเธอเต็มไปด้วยความอึดอัด และมีแค่เซ่หลินโจวที่อยู่ข้าง ๆ คอยให้กำลังใจ
ความรู้สึกผูกพันนั้นค่อย ๆ กลายเป็นความรู้สึกคลุมเครือที่เธอเข้าใจผิดว่าเป็นความรัก
“ดีที่ฉันคุ้นเคยกับการขาดความรักแล้ว เลยไม่ได้โลภกระหายมันมากนัก” เวินซื่อพึมพำกับโทรศัพท์ “สองปีที่ผ่านมา ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เขาเคยมีให้ก็แล้วกัน”
หลินไห่ถังนึกย้อนถึงอดีต ตอนนั้นเซ่หลินโจวก็รักเธออยู่เหมือนกัน
แต่ใจคนมักเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
“ซื่อซื่อ ขอให้เธอปล่อยวางได้จริง ๆ นะ”
เวินซื่อรู้สึกจุกในอก เธอรีบยกมือปิดตาอย่างไม่ยอมให้ตัวเองร้องไห้
และก็ในขณะนั้นเอง เธอเพิ่งสังเกตว่านิ้วนางของตัวเองว่างเปล่าไปแล้ว
เธอตะลึงไปชั่วครู่
แหวนหายไปแล้ว
สิ่งที่เธอเคยหวงแหนมาก ตอนนี้ผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนถึงเพิ่งจะมารู้ตัว
หัวใจที่เคยบีบรัดแน่นกลับรู้สึกโล่งโปร่งอย่างประหลาด เวินซื่อพึมพำเบา ๆ “ใช่ ฉันปล่อยวางได้จริง ๆ แล้ว”
……
เรื่องแหวนหาย ไม่นานเซ่หลินโจวก็รู้เรื่อง
เขากลับมาบ้านเพราะมีธุระ และทันทีที่เห็นนิ้วของเวินซื่อที่สะอาดสะอ้าน เขาถามออกมาโดยไม่รู้ตัว “แหวนแต่งงานของเราไปไหนแล้ว?”
คุณอาจจะชอบ





