ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คู่หมายร้ายรัก

คู่หมายร้ายรัก

ตอน
แชร์

ตอน 2

พีรดลรีบวิ่งเข้ามา ก่อนตัดสินใจอุ้มร่างของนิรนาไว้

“เอารถออกเร็วครับ” เขาบอกเสียงสั่น

รถเคลื่อนออกจากรั้วบ้าน โชคดีโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก คนป่วยถูกวางไว้บนเตียง แล้วเข็นเข้าสู่ห้องไอซียูในทันที นิรนากุมขมับนั่งอยู่หน้าห้อง น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอผิดเอง ที่พูดจากับแม่แบบนั้น พีรดลยืนกอดอกพิงกำแพง มองดูผู้หญิงที่บิดาต้องการให้มาเป็นคู่แล้วอดสงสารไม่ได้ ไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

“แม่เธอไม่เป็นไรหรอก” เขาเปรยออกมาราวกับต้องการปลอบ ทว่าอีกคนกลับตวัดสายตามองทั้งน้ำตา

“เก็บความห่วงใยจอมปลอมไว้เถอะ!” หญิงสาวย้อนเสียงเขียว

คนฟังขบกรามชักสีหน้าไม่พอใจ ที่พูดไม่ได้เสแสร้ง อีกฝ่ายตั้งห่าง อคติไม่เลิก คอยจ้องแต่จะหาเรื่องกัน แบบนี้ไง ถึงอยากเอาชนะ

“ปากเธอนี่ เก่งไม่เลิกเลยนะ” เสียงเข้มย้อนรอดไรฟัน

“ฉันไม่ได้ปากเก่งปากดีหรอกนะ ถ้านายปฏิเสธผู้ใหญ่ เรื่องมันคงไม่ลงเอยแบบนี้!”

“ทำไมฉันต้องทำให้ตัวเองโดนตัดเงินด้วย คนเรามันก็เห็นแก่ผลประโยชน์ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งฉันหรือเธอ!”

“นี่นาย!” พอได้ยินคนโกรธลุกยืน มือข้างตัวกำแน่น ความรู้สึกในอกมันอัดแน่นไปหมด อยากตะโกน กรีดร้องออกมา ทำไมไม่มีใครเข้าใจเธอบ้าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ต้องเจอเขากลั่นแกล้งมาตลอด

“ทำไม ฉันพูดแทงใจดำหรือไง!”

“ที่ฉันยอมรับการหมั้นไม่ได้ นายรู้แก่ใจ เพราะคนอย่างนาย ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหน แต่สันดาน มันไม่ได้ดีเหมือนหน้าตาไปด้วย!”

“ไม่เหมือนเธอสินะ หน้าตาก็แย่ นิสัยก็เหมือนกัน ท่าจะหนักกว่าฉันเสียอีก” เขาย้อนอย่างเจ็บแสบ

หญิงสาวอ้าปากคิดถกเถียงต่อ แต่กลับต้องหยุดชะงัก เมื่อสายตาเห็นบิดาเดินมากับอาธนากร หย่อนกายลงบนเก้าอี้ตามเดิม พยายามระงับโทสะเอาไว้

หมอเจ้าของไข้ออกมาจากห้อง ทุกคนรีบตรงเข้าไป

“ภรรยาของผมเป็นยังไงบ้างครับ” สุพจน์ถามเสียงสั่น

“อาการปลอดภัยแล้วนะครับ”

สุพจน์และบุตรสาวระบายลมหายใจ ด้วยความโล่งอก

“แล้วผมเข้าเยี่ยมได้หรือยังครับ”

“ยังเข้าเยี่ยมไม่ได้นะครับ หมอต้องรอดูอาการ ต้องให้คนไข้อยู่ในห้องปลอดเชื้อก่อน พรุ่งนี้ถึงเยี่ยมได้นะครับ”

“ขอบคุณมากครับคุณหมอ”

“หมอขอตัวก่อนครับ” หมอพูดจบ แล้วเดินจากไป

สุพจน์หย่อนกายลงบนเก้าอี้ สีหน้าเคยเครียดดูผ่อนคลายลง เช่นเดียวกันนาฏสุรีย์ รู้สึกราวกับ ยกภูเขาออกจากอก เธอก้าวมาหาบิดาย่อกายตรงหน้า กุมมือพ่อไว้น้ำตาคลอ

“นาขอโทษค่ะพ่อ” บอกพ่อเสียงแผ่วเบา

คนเป็นพ่อเงยหน้าสบตา แล้วลูบศีรษะลูก

“ไม่ใช่ความผิดของนาหรอก แม่อาการปลอดภัยแล้ว เอาไว้นาค่อยปรับความเข้าใจกับแม่ก็ได้นะลูก”

“ค่ะพ่อ”

ธนากรมองดู ก่อนบีบไหล่บุตรชาย ดีใจที่ลูกมีสติ นำตัวของภรรยาเพื่อนมาส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที สุพจน์ลุกยืนแล้วสบตาชายหนุ่ม พีรดลชะงักเล็กน้อย

“ขอบใจมากนะพีที่ช่วยอา”

“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”

นาฏสุรีย์เหลือบมอง ไม่ว่าสิ่งที่เขากระทำ คือความจริงใจหรือแค่ต้องการเอาหน้า ก็นับว่าเป็นบุญคุณ

“ถ้าอย่างนั้นเราเดินทางกลับกันก่อนเถอะ ไปพักที่บ้านของฉันแล้วธนา” สุพจน์บอกเพื่อเสียงแผ่ว

“ได้สิ”

ทั้งหมดมองประตูห้องฉุกเฉิน นาฏสุรีย์หวังแค่เพียงแม่จะฟื้นโดยเร็ว เธอจะไม่ทำให้แม่ต้องเสียใจอีกแล้ว ไม่ว่าแม่ต้องการอะไร ก็ยินดียอมรับ แม้ต้องทรมานแค่ไหนก็ตาม

เสียงประตูห้องพักฟื้นเปิดออก นาฏสุรีย์เดินเข้ามายืนข้างเตียงพร้อมบิดา เห็นมารดาช้อนสายตามอง รอยยิ้มดูอ่อนแรง ใบหน้าแม่ซีดราวกับไม่มีเลือดฝาด ยิ่งเห็นแม่เป็นเช่นนี้ ยิ่งทรมานหัวใจคนเป็นลูกเหลือเกิน เธอทำผิดไปแล้ว ผิดจนไม่น่าให้อภัย ดึงมือแม่มากุมไว้แล้วแนบแก้ม

“แม่คะ... นาขอโทษ” เธอบอกแม่เสียงแผ่วเบา คนเป็นแม่ยิ้มบางๆ

“แม่เองก็ผิดที่บังคับลูก แต่แม่อยากให้นาเข้าใจ ว่าแม่เอง... ก็อยากชดใช้บางอย่างให้กับครอบครัวของธนา”

หญิงสาวชะงักเล็กน้อย ไม่อยากถามอะไร ตอนนี้ขอให้แม่หายเสียก่อน เรื่องอื่นคงต้องว่ากันทีหลัง

“แม่อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะคะ แม่พักผ่อนก่อนเถอะค่ะ”

“จ้ะลูก”

หมอเข้ามาตรวจอาการ สองพ่อลูกเลยแยกออกมา โรงอาหารโรงพยาบาล นาฎสุรีย์สังเกตสีหน้าแววตาบิดา เห็นค่อนข้างเครียด

“พ่อมีอะไรปิดบังนาหรือเปล่าคะ” เธอถามเสียงเครียด

คนเป็นพ่ออึกอัก แล้วยิ้มออกมา

“ไม่มีอะไรหรอกลูก”

“แล้วที่แม่บอกว่าต้องการชดใช้ให้ครอบครัวอาธนา คืออะไรคะ!”

สุพจน์ระบายลมหายใจ ไม่รู้ควรบอกลูกเช่นไร เพราะเรื่องทั้งหมด มันเกิดจากความผิดของเขาเองแท้ๆ เลยทำให้ลูกต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบากไปด้วย แม้ตัวธนากรเองไม่ได้บังคับ แต่เขารู้ดีว่าควรผูกสัมพันธ์กันไว้ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องลำบากในภายหลัง

“บริษัทของเรากับอาธนา จะควบรวมกิจการกัน โดยอนาคตตั้งใจให้ลูกสองคนช่วยกันบริหาร”

คิ้วบางขมวดเข้าหากัน ทำไมต้องควบรวมกันด้วย แบบนี้ถ้าเกิดขัดแย้ง มันอาจกลายเป็นปัญหาในภายหลังได้

“ควบรวมทำไมคะพ่อ เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย!” หญิงสาวโพลงออกมา สีหน้ากังวล

“พ่อจำเป็นน่ะลูก พ่อบริหารงานผิดพลาด ทำให้เราเป็นหนี้หลายร้อยล้าน พ่อเลยจำเป็นต้องให้อาธนาช่วยเหลือเรา”

คนฟังถึงกับนิ่งงัน ราวกับถูกหินหล่นทับร่าง มันชาไปหมด ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

“มันจะได้อะไรคะ ถ้านาหมั้น”

“พ่อกลัวว่า พ่ออาจเสียบริษัทไป ถ้านาได้หมั้นแล้วแต่งกับพี อย่างไรเสียบริษัทก็ยังอยู่ในมือเรา”

หัวใจมันปวดร้าวขึ้นมา เธอกับพีรดล แทบเรียกว่าเกลียดกันได้เลย ผู้ชายคนนั้นเจ้าชู้ ที่สำคัญเขามีคนรักอยู่แล้ว เพียงแต่ปิดบังไม่ให้ใครรู้เท่านั้น

“มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอคะพ่อ!”

“นาคิดว่ามีไหม ในภายภาคหน้า ถ้าอาธนาไม่อยู่แล้ว เราจะยังรักษาบริษัทไว้ได้ไหม”

ริมฝีปากบางเม้มแน่น สีหน้าเผือดลง

“แม่เป็นห่วงเรื่องนี้มาก เลยทำให้เป็นแบบนี้”

นาฎสุรีย์เงียบ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรทำเช่นไร สับสนมึนงงไปหมดแล้ว มันยากทำใจ ต่อให้หมั้นกัน ก็ไม่แน่ใจเรื่องหลักประกันเลย อย่างไรหมอนั่นก็มีคนรัก ถ้าหากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไป เธอคงซวยแน่ แต่ตนเองนั้นก็ไร้ทางเลือก เพราะอาการแม่น่าเป็นห่วง ท่านคงคิดมากเรื่องนี้ เธอต้องทนเจ็บกับเรื่องนี้งั้นเหรอ

“นาขอให้แม่หายดีก่อนนะคะพ่อ แล้วนาค่อยตัดสินใจเรื่องนี้”

สุพจน์ช้อนสายตามองบุตรสาว

“ได้ลูก เรื่องนี้พ่อเองก็ลำบากใจ ไม่อยากบังคับนาเหมือนกัน แต่แม่คงกังวลเกี่ยวกับการหมั้นหมายของลูก เลยทำให้ป่วยกะทันหันแบบนี้”

“ค่ะพ่อ”

หลังจากทานอาหารเรียบร้อย สองพ่อลูกลุกยืน เดินเคียงกันกลับเข้าห้องพักฟื้น นาฎสุรีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความอึดอัด ต่อให้ไม่อยากหมั้นหมาย แต่คราวนี้อาจไม่มีทางเลือกมากนัก ต่อให้ต้องทนกับคำพูดของเขา ก็ยังไม่เท่ากับการสูญเสียคนสำคัญไป มันไม่มีอะไรได้ดั่งใจเสียทุกอย่าง เธอจำต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ใยลวงของสามีมหาเศรษฐี
8.7
ในฐานะภรรยาของคีริน มหาเศรษฐีหนุ่มสายเทคโนโลยี ฉันคือคนเดียวที่คอยควบคุมความบ้าคลั่งในใจเขา ทว่าเขากลับทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการนำเงินรักษาน้องชายที่กำลังจะตายไปปรนเปรอชู้รัก แม้ในอุบัติเหตุเขาก็ทิ้งฉันไว้ในซากรถเพื่อไปช่วยเธอ เมื่อฉันจะหย่าจึงพบว่าทะเบียนสมรสคือของปลอมที่เขาสร้างเพื่อกักขังฉันไว้ในคำลวง ความแค้นนี้ทำให้ฉันต้องหันไปพึ่งชายอีกคนเพื่อทำลายอาณาจักรของสามีจอมปลอมให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย จอมบงการซื้อรัก
9.4
จากความเศร้าที่ถูกทิ้งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เมื่อปาร์ตี้คนโสดจบลงด้วยความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนอันเร่าร้อน แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อคู่นอนคนนั้นคือเจ้านายคนใหม่ของฉันเอง ท่ามกลางความกังวลว่าเรื่องส่วนตัวจะกระทบหน้าที่การงาน ฉันจึงต้องพยายามหลบหน้าเขาให้ได้มากที่สุด แม้รู้ดีว่าเขาเป็นเพลย์บอยที่ไม่เคยแยแสคู่นอนเก่า แต่ฉันก็ได้แต่ภาวนาขอให้รักษาพนักงานใหม่คนนี้ไว้ในวันที่ชีวิตรักเพิ่งพังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย เมียเสน่หาอาญาอสูร
8.2
รติพัทร พงศ์พันธ์ ชายหนุ่มผู้ถูกขับเคลื่อนด้วยเพลิงแค้นที่ฝังลึก เขาเฝ้ารอเวลาที่จะชำระหนี้แค้นกับผู้ที่ทำลายครอบครัวของตนให้พังพินาศ ทว่าท่ามกลางความเกลียดชัง เขากลับมีความรักอันมั่นคงให้แก่พิรวดี หญิงสาวเพียงคนเดียวที่เป็นดวงใจของเขา แม้เธอจะเป็นลูกสาวของศัตรูคู่อาฆาต แต่รติพัทรกลับเลือกที่จะแยกแยะความแค้นออกจากความรัก โดยมุ่งเป้าจัดการเพียงผู้ที่ทำร้ายเขากับมารดา พร้อมกับตั้งมั่นที่จะปกป้องและรักษาความสัมพันธ์อันงดงามนี้ไว้ตราบนานเท่านาน
หน้าปกนวนิยาย เมียบำเรอที่ (ไม่) รัก
8.5
ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เกิดจากความอยากเอาชนะทำให้จุติและอรนลินต้องเข้าพิธีวิวาห์ตามความต้องการของผู้ใหญ่ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือเธอต้องให้กำเนิดบุตรชายเพื่อแลกกับเงินก้อนโต ท่ามกลางความขัดแย้งที่คุกรุ่น จุติพยายามบีบคั้นให้อรนลินโอนอ่อนตามหน้าที่ในฐานะภรรยา ขณะที่เธอยืนหยัดว่าความสัมพันธ์ที่ปราศจากรักย่อมไร้ความรู้สึก การปะทะคารมและความหงุดหงิดใจจึงเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายชายย้ำชัดว่านี่คือข้อตกลงทางธุรกิจเพื่อผลิตทายาทเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย ความลับของพ่อทูนหัว (น้ำเหนือ)
8.8
น้ำเหนือ ธนาลักษณ์ นักธุรกิจวัย 32 ปี ปิดตายหัวใจหลังถูกคนรักทิ้งไปแต่งงานกับมหาเศรษฐี ความเจ็บปวดทำให้เขาเชื่อว่าเงินสำคัญกว่าความรักและเลือกใช้ความสัมพันธ์ชั่วคราวแทนการผูกมัด ในขณะที่ทานตะวัน หญิงสาววัย 20 ปีผู้ซื่อสัตย์ในรัก กลับต้องเผชิญวิกฤตชีวิตเมื่อพ่อติดการพนันอย่างหนัก แม่ของเธอจึงต้องพาเธอไปฝากฝังไว้กับคุณนายจันทร์ฉายเพื่อช่วยให้รอดพ้นจากการถูกขายให้เจ้าหนี้ผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่จ้องจะเอาตัวเธอไปชดใช้หนี้แค้น
หน้าปกนวนิยาย สิเน่หาต้องมนต์
8.9
ชีวิตดั่งเจ้าหญิงของทานตะวันพังทลายลงเมื่อธุรกิจกาสิโนของบิดาล้มเหลว จนเธอต้องกลายเป็นสินค้าขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้มหาศาลให้กับโนเอล จอห์นสัน มาเฟียหนุ่มผู้ดิบเถื่อนที่จ้องจะครอบครองเธอมาตลอด แม้เธอจะพยายามขัดขืนต่อการคุกคามของเขาเพียงใด แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่คือโนเอลยอมปล่อยเงินกู้ก้อนนี้เพราะหลงเสน่ห์เธอจนถอนตัวไม่ขึ้น เขาเฝ้ารอเวลานี้เพื่อบีบให้เธอไร้ทางเลือก และวิธีเดียวที่ทานตะวันจะอยู่รอดได้คือการยอมจำนนอยู่ใต้เงื้อมมือของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง