ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คู่หมายร้ายรัก

คู่หมายร้ายรัก

เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

พีรดลรีบวิ่งเข้ามา ก่อนตัดสินใจอุ้มร่างของนิรนาไว้

“เอารถออกเร็วครับ” เขาบอกเสียงสั่น

รถเคลื่อนออกจากรั้วบ้าน โชคดีโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก คนป่วยถูกวางไว้บนเตียง แล้วเข็นเข้าสู่ห้องไอซียูในทันที นิรนากุมขมับนั่งอยู่หน้าห้อง น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอผิดเอง ที่พูดจากับแม่แบบนั้น พีรดลยืนกอดอกพิงกำแพง มองดูผู้หญิงที่บิดาต้องการให้มาเป็นคู่แล้วอดสงสารไม่ได้ ไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

“แม่เธอไม่เป็นไรหรอก” เขาเปรยออกมาราวกับต้องการปลอบ ทว่าอีกคนกลับตวัดสายตามองทั้งน้ำตา

“เก็บความห่วงใยจอมปลอมไว้เถอะ!” หญิงสาวย้อนเสียงเขียว

คนฟังขบกรามชักสีหน้าไม่พอใจ ที่พูดไม่ได้เสแสร้ง อีกฝ่ายตั้งห่าง อคติไม่เลิก คอยจ้องแต่จะหาเรื่องกัน แบบนี้ไง ถึงอยากเอาชนะ

“ปากเธอนี่ เก่งไม่เลิกเลยนะ” เสียงเข้มย้อนรอดไรฟัน

“ฉันไม่ได้ปากเก่งปากดีหรอกนะ ถ้านายปฏิเสธผู้ใหญ่ เรื่องมันคงไม่ลงเอยแบบนี้!”

“ทำไมฉันต้องทำให้ตัวเองโดนตัดเงินด้วย คนเรามันก็เห็นแก่ผลประโยชน์ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งฉันหรือเธอ!”

“นี่นาย!” พอได้ยินคนโกรธลุกยืน มือข้างตัวกำแน่น ความรู้สึกในอกมันอัดแน่นไปหมด อยากตะโกน กรีดร้องออกมา ทำไมไม่มีใครเข้าใจเธอบ้าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ต้องเจอเขากลั่นแกล้งมาตลอด

“ทำไม ฉันพูดแทงใจดำหรือไง!”

“ที่ฉันยอมรับการหมั้นไม่ได้ นายรู้แก่ใจ เพราะคนอย่างนาย ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหน แต่สันดาน มันไม่ได้ดีเหมือนหน้าตาไปด้วย!”

“ไม่เหมือนเธอสินะ หน้าตาก็แย่ นิสัยก็เหมือนกัน ท่าจะหนักกว่าฉันเสียอีก” เขาย้อนอย่างเจ็บแสบ

หญิงสาวอ้าปากคิดถกเถียงต่อ แต่กลับต้องหยุดชะงัก เมื่อสายตาเห็นบิดาเดินมากับอาธนากร หย่อนกายลงบนเก้าอี้ตามเดิม พยายามระงับโทสะเอาไว้

หมอเจ้าของไข้ออกมาจากห้อง ทุกคนรีบตรงเข้าไป

“ภรรยาของผมเป็นยังไงบ้างครับ” สุพจน์ถามเสียงสั่น

“อาการปลอดภัยแล้วนะครับ”

สุพจน์และบุตรสาวระบายลมหายใจ ด้วยความโล่งอก

“แล้วผมเข้าเยี่ยมได้หรือยังครับ”

“ยังเข้าเยี่ยมไม่ได้นะครับ หมอต้องรอดูอาการ ต้องให้คนไข้อยู่ในห้องปลอดเชื้อก่อน พรุ่งนี้ถึงเยี่ยมได้นะครับ”

“ขอบคุณมากครับคุณหมอ”

“หมอขอตัวก่อนครับ” หมอพูดจบ แล้วเดินจากไป

สุพจน์หย่อนกายลงบนเก้าอี้ สีหน้าเคยเครียดดูผ่อนคลายลง เช่นเดียวกันนาฏสุรีย์ รู้สึกราวกับ ยกภูเขาออกจากอก เธอก้าวมาหาบิดาย่อกายตรงหน้า กุมมือพ่อไว้น้ำตาคลอ

“นาขอโทษค่ะพ่อ” บอกพ่อเสียงแผ่วเบา

คนเป็นพ่อเงยหน้าสบตา แล้วลูบศีรษะลูก

“ไม่ใช่ความผิดของนาหรอก แม่อาการปลอดภัยแล้ว เอาไว้นาค่อยปรับความเข้าใจกับแม่ก็ได้นะลูก”

“ค่ะพ่อ”

ธนากรมองดู ก่อนบีบไหล่บุตรชาย ดีใจที่ลูกมีสติ นำตัวของภรรยาเพื่อนมาส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที สุพจน์ลุกยืนแล้วสบตาชายหนุ่ม พีรดลชะงักเล็กน้อย

“ขอบใจมากนะพีที่ช่วยอา”

“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”

นาฏสุรีย์เหลือบมอง ไม่ว่าสิ่งที่เขากระทำ คือความจริงใจหรือแค่ต้องการเอาหน้า ก็นับว่าเป็นบุญคุณ

“ถ้าอย่างนั้นเราเดินทางกลับกันก่อนเถอะ ไปพักที่บ้านของฉันแล้วธนา” สุพจน์บอกเพื่อเสียงแผ่ว

“ได้สิ”

ทั้งหมดมองประตูห้องฉุกเฉิน นาฏสุรีย์หวังแค่เพียงแม่จะฟื้นโดยเร็ว เธอจะไม่ทำให้แม่ต้องเสียใจอีกแล้ว ไม่ว่าแม่ต้องการอะไร ก็ยินดียอมรับ แม้ต้องทรมานแค่ไหนก็ตาม

เสียงประตูห้องพักฟื้นเปิดออก นาฏสุรีย์เดินเข้ามายืนข้างเตียงพร้อมบิดา เห็นมารดาช้อนสายตามอง รอยยิ้มดูอ่อนแรง ใบหน้าแม่ซีดราวกับไม่มีเลือดฝาด ยิ่งเห็นแม่เป็นเช่นนี้ ยิ่งทรมานหัวใจคนเป็นลูกเหลือเกิน เธอทำผิดไปแล้ว ผิดจนไม่น่าให้อภัย ดึงมือแม่มากุมไว้แล้วแนบแก้ม

“แม่คะ... นาขอโทษ” เธอบอกแม่เสียงแผ่วเบา คนเป็นแม่ยิ้มบางๆ

“แม่เองก็ผิดที่บังคับลูก แต่แม่อยากให้นาเข้าใจ ว่าแม่เอง... ก็อยากชดใช้บางอย่างให้กับครอบครัวของธนา”

หญิงสาวชะงักเล็กน้อย ไม่อยากถามอะไร ตอนนี้ขอให้แม่หายเสียก่อน เรื่องอื่นคงต้องว่ากันทีหลัง

“แม่อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะคะ แม่พักผ่อนก่อนเถอะค่ะ”

“จ้ะลูก”

หมอเข้ามาตรวจอาการ สองพ่อลูกเลยแยกออกมา โรงอาหารโรงพยาบาล นาฎสุรีย์สังเกตสีหน้าแววตาบิดา เห็นค่อนข้างเครียด

“พ่อมีอะไรปิดบังนาหรือเปล่าคะ” เธอถามเสียงเครียด

คนเป็นพ่ออึกอัก แล้วยิ้มออกมา

“ไม่มีอะไรหรอกลูก”

“แล้วที่แม่บอกว่าต้องการชดใช้ให้ครอบครัวอาธนา คืออะไรคะ!”

สุพจน์ระบายลมหายใจ ไม่รู้ควรบอกลูกเช่นไร เพราะเรื่องทั้งหมด มันเกิดจากความผิดของเขาเองแท้ๆ เลยทำให้ลูกต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบากไปด้วย แม้ตัวธนากรเองไม่ได้บังคับ แต่เขารู้ดีว่าควรผูกสัมพันธ์กันไว้ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องลำบากในภายหลัง

“บริษัทของเรากับอาธนา จะควบรวมกิจการกัน โดยอนาคตตั้งใจให้ลูกสองคนช่วยกันบริหาร”

คิ้วบางขมวดเข้าหากัน ทำไมต้องควบรวมกันด้วย แบบนี้ถ้าเกิดขัดแย้ง มันอาจกลายเป็นปัญหาในภายหลังได้

“ควบรวมทำไมคะพ่อ เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย!” หญิงสาวโพลงออกมา สีหน้ากังวล

“พ่อจำเป็นน่ะลูก พ่อบริหารงานผิดพลาด ทำให้เราเป็นหนี้หลายร้อยล้าน พ่อเลยจำเป็นต้องให้อาธนาช่วยเหลือเรา”

คนฟังถึงกับนิ่งงัน ราวกับถูกหินหล่นทับร่าง มันชาไปหมด ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

“มันจะได้อะไรคะ ถ้านาหมั้น”

“พ่อกลัวว่า พ่ออาจเสียบริษัทไป ถ้านาได้หมั้นแล้วแต่งกับพี อย่างไรเสียบริษัทก็ยังอยู่ในมือเรา”

หัวใจมันปวดร้าวขึ้นมา เธอกับพีรดล แทบเรียกว่าเกลียดกันได้เลย ผู้ชายคนนั้นเจ้าชู้ ที่สำคัญเขามีคนรักอยู่แล้ว เพียงแต่ปิดบังไม่ให้ใครรู้เท่านั้น

“มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอคะพ่อ!”

“นาคิดว่ามีไหม ในภายภาคหน้า ถ้าอาธนาไม่อยู่แล้ว เราจะยังรักษาบริษัทไว้ได้ไหม”

ริมฝีปากบางเม้มแน่น สีหน้าเผือดลง

“แม่เป็นห่วงเรื่องนี้มาก เลยทำให้เป็นแบบนี้”

นาฎสุรีย์เงียบ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรทำเช่นไร สับสนมึนงงไปหมดแล้ว มันยากทำใจ ต่อให้หมั้นกัน ก็ไม่แน่ใจเรื่องหลักประกันเลย อย่างไรหมอนั่นก็มีคนรัก ถ้าหากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไป เธอคงซวยแน่ แต่ตนเองนั้นก็ไร้ทางเลือก เพราะอาการแม่น่าเป็นห่วง ท่านคงคิดมากเรื่องนี้ เธอต้องทนเจ็บกับเรื่องนี้งั้นเหรอ

“นาขอให้แม่หายดีก่อนนะคะพ่อ แล้วนาค่อยตัดสินใจเรื่องนี้”

สุพจน์ช้อนสายตามองบุตรสาว

“ได้ลูก เรื่องนี้พ่อเองก็ลำบากใจ ไม่อยากบังคับนาเหมือนกัน แต่แม่คงกังวลเกี่ยวกับการหมั้นหมายของลูก เลยทำให้ป่วยกะทันหันแบบนี้”

“ค่ะพ่อ”

หลังจากทานอาหารเรียบร้อย สองพ่อลูกลุกยืน เดินเคียงกันกลับเข้าห้องพักฟื้น นาฎสุรีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความอึดอัด ต่อให้ไม่อยากหมั้นหมาย แต่คราวนี้อาจไม่มีทางเลือกมากนัก ต่อให้ต้องทนกับคำพูดของเขา ก็ยังไม่เท่ากับการสูญเสียคนสำคัญไป มันไม่มีอะไรได้ดั่งใจเสียทุกอย่าง เธอจำต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญารักลวงใจ
9.2
เพื่อหาเงินรักษาพ่อ ฟางจิ้งหร่านยอมสวมรอยเป็นน้องสาวเพื่อแต่งงานกับชายผู้มีข่าวลือเสียหายและพิการทางการได้ยิน ทว่าคืนเข้าหอเขากลับประกาศกร้าวว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงพันธะทางสัญญาเท่านั้น เธอต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงท่ามกลางอารมณ์ที่แปรปรวนของสามี ขณะที่คนรอบข้างต่างรอซ้ำเติม แต่เขากลับกลายเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของเธอ เมื่อถึงเวลาต้องจากลาตามข้อตกลง ชายที่เคยเย็นชากลับรั้งเธอไว้ด้วยความเจ็บปวดและคำขอร้องไม่ให้ทิ้งเขาไป
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักประธานร้าย
8.8
เมื่อภาระอันหนักอึ้งบีบคั้นให้ต้องดิ้นรน หญิงสาวจึงตัดสินใจสวมหน้ากากนักลวงโลกยอมให้สังคมประณามว่าเห็นแก่เงินเพื่อความอยู่รอด ทว่าแผนการร้ายกลับสั่นคลอนหัวใจของท่านประธานหนุ่มผู้เคยปิดตายจากความรัก ความอ่อนโยนที่เธอแสดงออกช่วยทลายกำแพงในใจเขาลงอย่างช้าๆ จนกลายเป็นความผูกพันที่แสนงดงาม แต่ความจริงที่โหดร้ายกลับรอวันเปิดเผย เมื่อความสัมพันธ์นี้เริ่มต้นขึ้นจากผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว กลายเป็นโซ่ตรวนแห่งความเจ็บปวดที่ผูกมัดเขากับคำลวงของเธอไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกลูกชายลับๆ ของเขา เหนือลูกน้อยในท้องของเรา
8.6
ชีวิตรักห้าปีของเอลินากับอธิป ซีอีโอหนุ่มชื่อดังพังทลายลง เมื่อเธอพบความจริงว่าเขามีลูกลับๆ กับเน็ตไอดอลคนหนึ่ง ในงานกาล่าครั้งสำคัญ เด็กคนนั้นกลับกล่าวหาเธอจนอธิปพลั้งมือผลักเธอจนล้มลง เหตุการณ์นี้ทำให้เอลินาสูญเสียลูกในท้องไปอย่างน่าเวทนา ทว่าอธิปกลับเลือกทอดทิ้งเธอเพื่อไปดูแลครอบครัวใหม่ ซ้ำร้ายเธอยังถูกสั่งเก็บจนพลัดตกหน้าผา เอลินาตัดสินใจใช้ความตายหลอกๆ นี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะสถาปนิกที่ซูริกและละทิ้งอดีตอันแสนเจ็บปวดไว้เบื้องหลังตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง
8.8
เจมส์แอบซ่อนความรู้สึกที่มีต่อหนูดีไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา แม้ปากจะบอกว่าเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่หนูดีเองก็มีเพียงเขาคนเดียวในหัวใจมาตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ก้าวข้ามกำแพงเข้าไปสัมผัสถึงความในใจของเขาได้เลย ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักของคนทั้งคู่จากจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงน้ำแข็งนี้จะพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันได้เมื่อไหร่
หน้าปกนวนิยาย คำสัญญาของเขา คุกของเธอ
9.7
หลังชดใช้โทษจำคุก 7 ปีแทนเคทน้องสาวบุญธรรม ดอนคู่หมั้นของฉันกลับทอดทิ้งฉันทันทีที่ถึงบ้านเพื่อไปดูแลเธอตามคำสั่งพ่อแม่ ฉันถูกเนรเทศไปอยู่ห้องเก็บของแคบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนจิตใจลูกรักของครอบครัว ทั้งที่ฉันคือลูกแท้ๆ ที่ต้องสูญเสียอนาคตและอิสรภาพเพื่อเป็นเครื่องมือให้พวกเขาใช้งาน แต่ในความมืดมิดนั้น ข้อเสนอรับทำงานลับจากอดีตที่มาพร้อมตัวตนใหม่และการย้ายถิ่นฐานคือแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ ฉันจึงตัดสินใจตอบตกลงเพื่อทิ้งอดีตอันโหดร้ายนี้ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายท้วงรัก ซีรี่ย์ สี่หนุ่มมาเฟีย
9.3
คาลอสทายาทมาเฟียหนุ่มผู้ดื้อรั้นพยายามหนีการคลุมถุงชนกับชาครียา หญิงสาวที่แม่เขารับมาดูแลจนต้องระเห็จไปไกลถึงต่างแดน เพราะความอคติและคำสบประมาททำให้เขาประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยกาฝากสุดเชยคนนั้นเด็ดขาด แต่เมื่อเขากลับมาอีกครั้งกลับต้องตะลึงกับรูปลักษณ์ใหม่ของเธอที่สวยสง่าจนจำไม่ได้ คาลอสตกหลุมรักเธอทันทีโดยไม่รู้ความจริง ความปรารถนาที่อยากครอบครองทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายตัวเองพยายามหาทางง้อขอเธอแต่งงานทั้งที่เคยลั่นวาจาไว้เสียดิบดี