
คู่หมายร้ายรัก
ตอน 3
นาฎสุรีย์ยืนมองคนมากมาย กำลังจัดดอกไม้ และเตรียมสถานที่สำหรับการหมั้นหมาย มารดาเธอยืนสั่งการอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้เตือนให้พักผ่อนก็ไม่ยอมรับฟัง หญิงสาวหลับตาลงแล้วระบายลมหายใจ ความรู้สึกหวาดหวั่นในหัวใจ ทำอย่างไรก็ไม่อาจสลัดมันลง เธอกลัวเหลือเกิน
ตัดสินใจเดินกลับเข้าสู่ด้านใน ตอนนี้ครอบครัวเธอ มาพักกันที่บ้านของอาธนากร เพื่อเตรียมการในงานหมั้นหมายระหว่างเธอกับพีรดลในอีกสองวันข้างหน้า สาวเท้าขึ้นชั้นสองสีหน้ากังวล ตอนที่ยอมรับปากหมั้นหมาย สีหน้าของพีรดลไร้ความรู้สึกใด เขาเงียบ และไม่ยินดียินร้าย มันทำเอากังวลพิกล เปิดประตูเข้าห้องนอน หย่อนกายลงบนเตียง
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตู หรือว่าแม่ให้ใครมาตาม
“ใครคะ!” ตะโกนถามออกไป แต่ไร้เสียงตอบ
ลุกจากเตียงตรงเข้าไปยืนส่องตาแมว ไม่เห็นมีผู้ใด จับลูกบิดเปิดออก แต่อีกคนกลับแทรกกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วปิดประตูล็อกอย่างรวดเร็ว นาฎสุรีย์ชะงักถอยหลังห่างออกมา
“เข้ามาทำไม!” คนตัวเล็กถามเสียงสั่น
“เข้ามาคุยกับเธอไง”
“มีอะไรทำไมไม่ไปคุยกันข้างนอก!”
“ข้างนอกไม่สะดวก ตรงนี้สะดวกมากกว่า”
“แต่ฉันไม่สะดวก ออกไปจากห้องนี้ซะ!” เจ้าของห้องออกปากไล่ สีหน้าไม่ไว้ใจ
พีรดลยกท่อนแขนกอดอก แล้วยิ้มเยาะ
“นี่เธอกลัวฉันเหรอ ถึงได้ทำหน้าแบบนั้น!”
“ฉันไม่ได้กลัวนายเลยสักนิด!” หญิงสาวเถียง แม้รู้สึกเหมือนที่อีกฝ่ายเยาะหยันอยู่ในตอนนี้
“ถ้าไม่กลัว ก็ไม่ต้องไปคุยที่อื่น มันเสียเวลา”
นาฎสุรีย์กวาดตามองรอบๆ หากหมอนี่คิดอะไรแปลกๆ ต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้ เธอเคยโดนเล่นงานมาหลายครั้งแล้ว เขาน่ากลัวเกินกว่าจะไว้ใจได้
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบว่ามา” เธอรีบเร่งทันที
คนตัวใหญ่หรี่ตามอง พอมองแบบนี้แล้ว นาฎสุรีย์เองก็หน้าตาใช้ได้เลย ยามไม่มีแว่นสวมใส่บนใบหน้า
“รับปากหมั้นทำไม” เขาถามเสียงเย็น
คนถูกถามกัดฟัน สีหน้าหนักใจขึ้นมา เหมือนกลืนน้ำลายตัวเอง
“ฉันมีความจำเป็น ซึ่งนายก็น่าจะรู้”
เขาเลิ่กคิ้ว “ก็พอเข้าใจได้นะ แต่เธอแน่ใจเหรอ ว่าจะให้มันเป็นแบบนี้ หมั้นกับฉันมันไม่ได้จบแค่งานหมั้นหรอกนะ”
คิ้วบางขมวดเข้าหากัน “หมายความว่ายังไง”
พีรดลยักไหล่ “ไม่รู้สิ”
“นายอย่าทำเหมือนไม่รู้เรื่องหน่อยเลย เราสองคนต่างรู้ดี ว่าอะไรเป็นอะไร”
“ฉันไม่เดือนร้อนอยู่แล้ว อย่างที่เคยบอก”
“แล้วฉันจะเดือดร้อนหรือไง!”
“อันนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“แล้วที่มาพูด เพื่ออะไร!”
คนถูกย้อนถาม กระตุกยิ้มมุมปาก
“เพื่อให้เธอระวังตัวไว้ไง”
“ฉันต้องระวังอะไร นายอย่ามาขู่หน่อยเลย!”
ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนใช้จังหวะเผลอของอีกฝ่าย กระชากเรียวแขน แล้วรั้งร่างบางเข้าหา กอดรัดไว้แน่น
“ปล่อยนะ! ทำแบบนี้ทำไม เป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” เธอร้องลั่น สีหน้าตื่นตระหนก
“อีกสองวันเราก็หมั้นกันแล้ว ไหน ๆ ฉันก็ยอมเสียชื่อหมั้นกับเธอแล้ว จะไม่แตะต้องกัน มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก”
“แต่ฉันไม่ยอม เราแค่หมั้นกันในนาม ฉันทำเพื่อให้ครอบครัวสบายใจ ส่วนนายก็ทำเพื่อเงินไม่ใช่หรือไง!”
“แต่ฉันอยากได้กำไร อยากลองของแปลก เธอไม่อยากลองบ้างหรือไงกัน!” พีรดลย้อนถาม แล้วโน้มใบหน้าเข้าใกล้
คนในอ้อมแขนตระหนกตกใจ ยกมือดันแผงอกเบือนหน้าหนีด้วยความกลัว แต่เขากลับบดเบียดกายเข้าหามากขึ้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยแตะจมูก ทำเอาหัวใจชายหนุ่มเต้นหนักขึ้นมา ไม่คิดว่านาฎสุรีย์จะทำให้เขาใจเต้นได้ขนาดนี้เลย ร่างนี้ก็นุ่มนิ่มน่ากอดจนแทบไม่อยากปล่อย ทำเอาอยากผลักลงบนเตียงเสียตอนนี้เลย
“เพราะนายมันเป็นคนแบบนี้ ฉันถึงไม่คิดจะหมั้นไง ก่อนคิดจะทำอะไร ควรคิดถึงแฟนนายให้เยอะๆ ดีกว่าไหม!”
เขายิ้มหยัน “คิดถึงแฟนงั้นเหรอ ทำไมต้องคิดด้วย”
“ก็สิ่งที่นายกำลังคิดจะทำ มันผิดต่อแฟนนายไง”
“เธอคิดว่าฉัน กำลังจะทำอะไรงั้นเหรอ?”
คนถูกย้อนถามกัดฟันแน่น ต้องการกวนประสาทกันหรือไง
“แค่เราสองคนอยู่ในห้องเดียวกัน แถมนายยังกอดรัดฉันอยู่เนี่ย มันก็ผิดแล้ว!” หญิงสาวตวาดอย่างเหลืออด ที่ถูกอีกฝ่ายเอาแต่พูดจาวกวนกวนกันอยู่ตอนนี้
เขาหัวเราะในลำคอ ตั้งใจมาคุยเรื่องหมั้น เพราะอยากให้นาฎสุรีย์ช่วยปิดบัง แต่พอเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ทีไร ก็นึกอยากแกล้งตลอด
“ไม่ผิดหรอก เพราะแฟนฉันไม่เห็นว่าเราสองคนทำอะไรกัน และฉันก็เชื่อว่าเธอคงไม่ป่าวประกาศด้วยจริงไหม?”
“นายมันบ้าไปแล้ว ปล่อยฉัน!” นาฎสุรีย์ดิ้นรนเอาเป็นเอาตาย กรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว หวังให้คนด้านนอกได้ยิน จะได้รู้จักนิสัยใจคอผู้ชายอย่างพีรดล บางทีผู้ใหญ่อาจล้มเลิกความคิดเรื่องงานหมั้น
“หยุดร้องนะ หยุดดิ้นด้วย เธอจะแหกปากทำไม บ้าไปแล้วหรือไง!”
“ฉันไม่หยุด จะร้องให้คนมาเห็น ว่าคนอย่างนายมันทุเรศแค่ไหน!”
พีรดลกัดฟันกรอด เมื่อเห็นอีกคนกรีดร้องโวยวาย ราวกับต้องการหักหน้ากัน รู้จักคนอย่างเขาน้อยไปแล้ว ที่ผ่านมายังแค่น้ำจิ้ม ถ้ายังแหกปากไม่เลิก จะให้เจอของจริงเสียตอนนี้เลย ร่างบางผลักดันจนล้มลงบนเตียง นาฎสุรีย์หน้าตาตื่นเมื่อร่างกายถูกคร่อมทับด้วยอีกคน
“กรี๊ด!” หญิงสาวร้องออกมาในทันที
จังหวะเดียวกับที่เขาโน้มใบหน้าลงมา แนบริมฝีปากอย่างรวดเร็ว จนอีกคนไม่ทันตั้งตัว
“อื้อ!” คนถูกจูบทำเสียงในลำคอ
หญิงสาวใช้มือผลักดัน พยายามดิ้นรนตะเกียกตะกาย ทว่าข้อมือสองข้างกลับถูกรวบไว้ แล้วกดลงบนฟูกหนาเหนือศีรษะ รสจุมพิตทำเอาร่างกายชาทั่วร่าง แม้อยากหลุดพ้นจากห้วงอารมณ์ แต่กลับทำไม่ได้อย่างใจ ลิ้นร้อนตวัดควานหาความหวาน ทำเอาคนถูกจูบหายใจไม่ทั่วท้อง
มือหนาเริ่มเลื่อนไล้ไปตามร่างกาย ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้ง ดิ้นรนอีกครั้ง น้ำตาเอ่อคลอด้วยความหวาดกลัว ในเมื่อเกลียดกัน ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยไม่เข้าใจเลย
“ถ้านายทำอะไรฉัน มันคงไม่จบแค่งานหมั้น แต่นายอาจต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับฉัน!” คนเสียเปรียบข่มขู่ จ้องมองเขา แม้หวาดกลัวแต่จำต้องฝืนทน ต้องตั้งสติให้ดี
เขายิ้มเยาะ “งั้นเหรอ เธอคิดว่าฉันกลัวหรือไง มันไม่ทรมานแค่ฉันหรอกนะเรื่องแต่งงาน เธอเองก็ต้องทรมานเพราะทนอยู่กับฉันเหมือนกัน!”
“ตกลงที่นายเข้ามาในห้องฉัน เพราะต้องการแค่นี้น่ะเหรอ แค่ทำให้ฉันทรมาน แค่ทำให้ฉันเกลียดนายมากกว่าเดิม แค่นี้หรือไง!” เธอย้อนถาม ยิ่งหวาดกลัวผู้ชายพีรดลมากเท่าไหร่ยิ่งเสียเปรียบ ถ้าหากอ่อนลงแล้วหาทางเอาตัวรอด อาจเป็นหนทางที่ดีกว่า
“มันไม่ใช่แค่นี้” ไม่รู้จะอธิบายยังไง ถ้าไม่เกิดเรื่องกับคุณนิรนา ทุกอย่างมันคงดีกว่านี้ เขาเองก็ไม่ต้องหมั้นหมายกับนาฎสุรีย์ แต่ทุกอย่างมันผิดแผนไปหมด เลยต้องยุ่งยากใจ
“แล้วนายต้องการอะไร ฉันคิดว่านายจะเข้าใจ ว่าฉันรู้สึกยังไง ต่อให้นายเกลียดฉันแค่ไหน ก็น่าจะมีจิตสำนึกเห็นใจกันบ้าง!” หญิงสาวกัดฟันแน่น “เพราะนายก็รู้ดี ว่าฉันยอมหมั้นทำไม!”
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด “ถ้าอย่างนั้นก็ก้มหน้า ก้มตารับกรรมกันไปก็แล้วกัน แบบนี้ถึงพอใจใช่ไหม!”
“แล้วมันมีทางไหนบ้างล่ะ” น้ำเสียงคนพูดเริ่มสั่นเครือ ทำทุกอย่างแล้วจริง ๆ จนทะเลาะกับแม่ จนแม่ต้องเข้าโรงพยาบาล หมอนี่ยังไม่พอใจอีก “ฉันรู้ว่านายรักแฟนนายมาก ฉันรับปากจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้แน่นอน มันจะเป็นความลับระหว่างเรา”
คิ้วเข้มขมวด “แน่ใจนะ” เขาย้อนถามเสียงเครียด
“แน่ใจ ไม่ใช่แค่นายที่อายหรอกนะ”
พีรดาชะงักจ้องมองใบหน้าคนใต้ร่าง แล้วหรี่ตามอง ความจริงนาฎสุรีย์ หน้าตาไม่ใช่ขี้เหร่เลย จำได้ว่าสมัยเด็ก เธอน่ารักมากเลย แต่พอโตมาไม่รู้ไปได้นิสัยไร้รสนิยมการแต่งตัวมาจากไหน ถึงไม่สนใจตัวเองบ้างเลย
“จะปล่อยฉันได้หรือยัง” หญิงสาวถามเสียงแผ่ว อึดอัดที่ร่างกายถูกบดเบียดอยู่แบบนี้
เขายอมผละห่าง ปล่อยอีกคนเป็นอิสระ ที่มันเกิดขึ้นเพราะต้องการแกล้งนาฎสุรีย์ ตั้งแต่รู้จักกันมา ยัยเด็กผมเปียที่เคยติดเขาหนึบตอนเด็ก กลับกลายเป็นรังเกียจกันหนักหนาแบบนี้ ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์แย่ลงระหว่างกัน มันเกิดขึ้นตอนไหนกันแน่
คุณอาจจะชอบ





