ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คู่หมายร้ายรัก

คู่หมายร้ายรัก

เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

นาฎสุรีย์ยืนมองคนมากมาย กำลังจัดดอกไม้ และเตรียมสถานที่สำหรับการหมั้นหมาย มารดาเธอยืนสั่งการอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้เตือนให้พักผ่อนก็ไม่ยอมรับฟัง หญิงสาวหลับตาลงแล้วระบายลมหายใจ ความรู้สึกหวาดหวั่นในหัวใจ ทำอย่างไรก็ไม่อาจสลัดมันลง เธอกลัวเหลือเกิน

ตัดสินใจเดินกลับเข้าสู่ด้านใน ตอนนี้ครอบครัวเธอ มาพักกันที่บ้านของอาธนากร เพื่อเตรียมการในงานหมั้นหมายระหว่างเธอกับพีรดลในอีกสองวันข้างหน้า สาวเท้าขึ้นชั้นสองสีหน้ากังวล ตอนที่ยอมรับปากหมั้นหมาย สีหน้าของพีรดลไร้ความรู้สึกใด เขาเงียบ และไม่ยินดียินร้าย มันทำเอากังวลพิกล เปิดประตูเข้าห้องนอน หย่อนกายลงบนเตียง

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตู หรือว่าแม่ให้ใครมาตาม

“ใครคะ!” ตะโกนถามออกไป แต่ไร้เสียงตอบ

ลุกจากเตียงตรงเข้าไปยืนส่องตาแมว ไม่เห็นมีผู้ใด จับลูกบิดเปิดออก แต่อีกคนกลับแทรกกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วปิดประตูล็อกอย่างรวดเร็ว นาฎสุรีย์ชะงักถอยหลังห่างออกมา

“เข้ามาทำไม!” คนตัวเล็กถามเสียงสั่น

“เข้ามาคุยกับเธอไง”

“มีอะไรทำไมไม่ไปคุยกันข้างนอก!”

“ข้างนอกไม่สะดวก ตรงนี้สะดวกมากกว่า”

“แต่ฉันไม่สะดวก ออกไปจากห้องนี้ซะ!” เจ้าของห้องออกปากไล่ สีหน้าไม่ไว้ใจ

พีรดลยกท่อนแขนกอดอก แล้วยิ้มเยาะ

“นี่เธอกลัวฉันเหรอ ถึงได้ทำหน้าแบบนั้น!”

“ฉันไม่ได้กลัวนายเลยสักนิด!” หญิงสาวเถียง แม้รู้สึกเหมือนที่อีกฝ่ายเยาะหยันอยู่ในตอนนี้

“ถ้าไม่กลัว ก็ไม่ต้องไปคุยที่อื่น มันเสียเวลา”

นาฎสุรีย์กวาดตามองรอบๆ หากหมอนี่คิดอะไรแปลกๆ ต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้ เธอเคยโดนเล่นงานมาหลายครั้งแล้ว เขาน่ากลัวเกินกว่าจะไว้ใจได้

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบว่ามา” เธอรีบเร่งทันที

คนตัวใหญ่หรี่ตามอง พอมองแบบนี้แล้ว นาฎสุรีย์เองก็หน้าตาใช้ได้เลย ยามไม่มีแว่นสวมใส่บนใบหน้า

“รับปากหมั้นทำไม” เขาถามเสียงเย็น

คนถูกถามกัดฟัน สีหน้าหนักใจขึ้นมา เหมือนกลืนน้ำลายตัวเอง

“ฉันมีความจำเป็น ซึ่งนายก็น่าจะรู้”

เขาเลิ่กคิ้ว “ก็พอเข้าใจได้นะ แต่เธอแน่ใจเหรอ ว่าจะให้มันเป็นแบบนี้ หมั้นกับฉันมันไม่ได้จบแค่งานหมั้นหรอกนะ”

คิ้วบางขมวดเข้าหากัน “หมายความว่ายังไง”

พีรดลยักไหล่ “ไม่รู้สิ”

“นายอย่าทำเหมือนไม่รู้เรื่องหน่อยเลย เราสองคนต่างรู้ดี ว่าอะไรเป็นอะไร”

“ฉันไม่เดือนร้อนอยู่แล้ว อย่างที่เคยบอก”

“แล้วฉันจะเดือดร้อนหรือไง!”

“อันนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“แล้วที่มาพูด เพื่ออะไร!”

คนถูกย้อนถาม กระตุกยิ้มมุมปาก

“เพื่อให้เธอระวังตัวไว้ไง”

“ฉันต้องระวังอะไร นายอย่ามาขู่หน่อยเลย!”

ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนใช้จังหวะเผลอของอีกฝ่าย กระชากเรียวแขน แล้วรั้งร่างบางเข้าหา กอดรัดไว้แน่น

“ปล่อยนะ! ทำแบบนี้ทำไม เป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” เธอร้องลั่น สีหน้าตื่นตระหนก

“อีกสองวันเราก็หมั้นกันแล้ว ไหน ๆ ฉันก็ยอมเสียชื่อหมั้นกับเธอแล้ว จะไม่แตะต้องกัน มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก”

“แต่ฉันไม่ยอม เราแค่หมั้นกันในนาม ฉันทำเพื่อให้ครอบครัวสบายใจ ส่วนนายก็ทำเพื่อเงินไม่ใช่หรือไง!”

“แต่ฉันอยากได้กำไร อยากลองของแปลก เธอไม่อยากลองบ้างหรือไงกัน!” พีรดลย้อนถาม แล้วโน้มใบหน้าเข้าใกล้

คนในอ้อมแขนตระหนกตกใจ ยกมือดันแผงอกเบือนหน้าหนีด้วยความกลัว แต่เขากลับบดเบียดกายเข้าหามากขึ้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยแตะจมูก ทำเอาหัวใจชายหนุ่มเต้นหนักขึ้นมา ไม่คิดว่านาฎสุรีย์จะทำให้เขาใจเต้นได้ขนาดนี้เลย ร่างนี้ก็นุ่มนิ่มน่ากอดจนแทบไม่อยากปล่อย ทำเอาอยากผลักลงบนเตียงเสียตอนนี้เลย

“เพราะนายมันเป็นคนแบบนี้ ฉันถึงไม่คิดจะหมั้นไง ก่อนคิดจะทำอะไร ควรคิดถึงแฟนนายให้เยอะๆ ดีกว่าไหม!”

เขายิ้มหยัน “คิดถึงแฟนงั้นเหรอ ทำไมต้องคิดด้วย”

“ก็สิ่งที่นายกำลังคิดจะทำ มันผิดต่อแฟนนายไง”

“เธอคิดว่าฉัน กำลังจะทำอะไรงั้นเหรอ?”

คนถูกย้อนถามกัดฟันแน่น ต้องการกวนประสาทกันหรือไง

“แค่เราสองคนอยู่ในห้องเดียวกัน แถมนายยังกอดรัดฉันอยู่เนี่ย มันก็ผิดแล้ว!” หญิงสาวตวาดอย่างเหลืออด ที่ถูกอีกฝ่ายเอาแต่พูดจาวกวนกวนกันอยู่ตอนนี้

เขาหัวเราะในลำคอ ตั้งใจมาคุยเรื่องหมั้น เพราะอยากให้นาฎสุรีย์ช่วยปิดบัง แต่พอเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ทีไร ก็นึกอยากแกล้งตลอด

“ไม่ผิดหรอก เพราะแฟนฉันไม่เห็นว่าเราสองคนทำอะไรกัน และฉันก็เชื่อว่าเธอคงไม่ป่าวประกาศด้วยจริงไหม?”

“นายมันบ้าไปแล้ว ปล่อยฉัน!” นาฎสุรีย์ดิ้นรนเอาเป็นเอาตาย กรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว หวังให้คนด้านนอกได้ยิน จะได้รู้จักนิสัยใจคอผู้ชายอย่างพีรดล บางทีผู้ใหญ่อาจล้มเลิกความคิดเรื่องงานหมั้น

“หยุดร้องนะ หยุดดิ้นด้วย เธอจะแหกปากทำไม บ้าไปแล้วหรือไง!”

“ฉันไม่หยุด จะร้องให้คนมาเห็น ว่าคนอย่างนายมันทุเรศแค่ไหน!”

พีรดลกัดฟันกรอด เมื่อเห็นอีกคนกรีดร้องโวยวาย ราวกับต้องการหักหน้ากัน รู้จักคนอย่างเขาน้อยไปแล้ว ที่ผ่านมายังแค่น้ำจิ้ม ถ้ายังแหกปากไม่เลิก จะให้เจอของจริงเสียตอนนี้เลย ร่างบางผลักดันจนล้มลงบนเตียง นาฎสุรีย์หน้าตาตื่นเมื่อร่างกายถูกคร่อมทับด้วยอีกคน

“กรี๊ด!” หญิงสาวร้องออกมาในทันที

จังหวะเดียวกับที่เขาโน้มใบหน้าลงมา แนบริมฝีปากอย่างรวดเร็ว จนอีกคนไม่ทันตั้งตัว

“อื้อ!” คนถูกจูบทำเสียงในลำคอ

หญิงสาวใช้มือผลักดัน พยายามดิ้นรนตะเกียกตะกาย ทว่าข้อมือสองข้างกลับถูกรวบไว้ แล้วกดลงบนฟูกหนาเหนือศีรษะ รสจุมพิตทำเอาร่างกายชาทั่วร่าง แม้อยากหลุดพ้นจากห้วงอารมณ์ แต่กลับทำไม่ได้อย่างใจ ลิ้นร้อนตวัดควานหาความหวาน ทำเอาคนถูกจูบหายใจไม่ทั่วท้อง

มือหนาเริ่มเลื่อนไล้ไปตามร่างกาย ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้ง ดิ้นรนอีกครั้ง น้ำตาเอ่อคลอด้วยความหวาดกลัว ในเมื่อเกลียดกัน ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยไม่เข้าใจเลย

“ถ้านายทำอะไรฉัน มันคงไม่จบแค่งานหมั้น แต่นายอาจต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับฉัน!” คนเสียเปรียบข่มขู่ จ้องมองเขา แม้หวาดกลัวแต่จำต้องฝืนทน ต้องตั้งสติให้ดี

เขายิ้มเยาะ “งั้นเหรอ เธอคิดว่าฉันกลัวหรือไง มันไม่ทรมานแค่ฉันหรอกนะเรื่องแต่งงาน เธอเองก็ต้องทรมานเพราะทนอยู่กับฉันเหมือนกัน!”

“ตกลงที่นายเข้ามาในห้องฉัน เพราะต้องการแค่นี้น่ะเหรอ แค่ทำให้ฉันทรมาน แค่ทำให้ฉันเกลียดนายมากกว่าเดิม แค่นี้หรือไง!” เธอย้อนถาม ยิ่งหวาดกลัวผู้ชายพีรดลมากเท่าไหร่ยิ่งเสียเปรียบ ถ้าหากอ่อนลงแล้วหาทางเอาตัวรอด อาจเป็นหนทางที่ดีกว่า

“มันไม่ใช่แค่นี้” ไม่รู้จะอธิบายยังไง ถ้าไม่เกิดเรื่องกับคุณนิรนา ทุกอย่างมันคงดีกว่านี้ เขาเองก็ไม่ต้องหมั้นหมายกับนาฎสุรีย์ แต่ทุกอย่างมันผิดแผนไปหมด เลยต้องยุ่งยากใจ

“แล้วนายต้องการอะไร ฉันคิดว่านายจะเข้าใจ ว่าฉันรู้สึกยังไง ต่อให้นายเกลียดฉันแค่ไหน ก็น่าจะมีจิตสำนึกเห็นใจกันบ้าง!” หญิงสาวกัดฟันแน่น “เพราะนายก็รู้ดี ว่าฉันยอมหมั้นทำไม!”

ชายหนุ่มกัดฟันกรอด “ถ้าอย่างนั้นก็ก้มหน้า ก้มตารับกรรมกันไปก็แล้วกัน แบบนี้ถึงพอใจใช่ไหม!”

“แล้วมันมีทางไหนบ้างล่ะ” น้ำเสียงคนพูดเริ่มสั่นเครือ ทำทุกอย่างแล้วจริง ๆ จนทะเลาะกับแม่ จนแม่ต้องเข้าโรงพยาบาล หมอนี่ยังไม่พอใจอีก “ฉันรู้ว่านายรักแฟนนายมาก ฉันรับปากจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้แน่นอน มันจะเป็นความลับระหว่างเรา”

คิ้วเข้มขมวด “แน่ใจนะ” เขาย้อนถามเสียงเครียด

“แน่ใจ ไม่ใช่แค่นายที่อายหรอกนะ”

พีรดาชะงักจ้องมองใบหน้าคนใต้ร่าง แล้วหรี่ตามอง ความจริงนาฎสุรีย์ หน้าตาไม่ใช่ขี้เหร่เลย จำได้ว่าสมัยเด็ก เธอน่ารักมากเลย แต่พอโตมาไม่รู้ไปได้นิสัยไร้รสนิยมการแต่งตัวมาจากไหน ถึงไม่สนใจตัวเองบ้างเลย

“จะปล่อยฉันได้หรือยัง” หญิงสาวถามเสียงแผ่ว อึดอัดที่ร่างกายถูกบดเบียดอยู่แบบนี้

เขายอมผละห่าง ปล่อยอีกคนเป็นอิสระ ที่มันเกิดขึ้นเพราะต้องการแกล้งนาฎสุรีย์ ตั้งแต่รู้จักกันมา ยัยเด็กผมเปียที่เคยติดเขาหนึบตอนเด็ก กลับกลายเป็นรังเกียจกันหนักหนาแบบนี้ ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์แย่ลงระหว่างกัน มันเกิดขึ้นตอนไหนกันแน่

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญารักลวงใจ
9.2
เพื่อหาเงินรักษาพ่อ ฟางจิ้งหร่านยอมสวมรอยเป็นน้องสาวเพื่อแต่งงานกับชายผู้มีข่าวลือเสียหายและพิการทางการได้ยิน ทว่าคืนเข้าหอเขากลับประกาศกร้าวว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงพันธะทางสัญญาเท่านั้น เธอต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงท่ามกลางอารมณ์ที่แปรปรวนของสามี ขณะที่คนรอบข้างต่างรอซ้ำเติม แต่เขากลับกลายเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของเธอ เมื่อถึงเวลาต้องจากลาตามข้อตกลง ชายที่เคยเย็นชากลับรั้งเธอไว้ด้วยความเจ็บปวดและคำขอร้องไม่ให้ทิ้งเขาไป
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักประธานร้าย
8.8
เมื่อภาระอันหนักอึ้งบีบคั้นให้ต้องดิ้นรน หญิงสาวจึงตัดสินใจสวมหน้ากากนักลวงโลกยอมให้สังคมประณามว่าเห็นแก่เงินเพื่อความอยู่รอด ทว่าแผนการร้ายกลับสั่นคลอนหัวใจของท่านประธานหนุ่มผู้เคยปิดตายจากความรัก ความอ่อนโยนที่เธอแสดงออกช่วยทลายกำแพงในใจเขาลงอย่างช้าๆ จนกลายเป็นความผูกพันที่แสนงดงาม แต่ความจริงที่โหดร้ายกลับรอวันเปิดเผย เมื่อความสัมพันธ์นี้เริ่มต้นขึ้นจากผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว กลายเป็นโซ่ตรวนแห่งความเจ็บปวดที่ผูกมัดเขากับคำลวงของเธอไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกลูกชายลับๆ ของเขา เหนือลูกน้อยในท้องของเรา
8.6
ชีวิตรักห้าปีของเอลินากับอธิป ซีอีโอหนุ่มชื่อดังพังทลายลง เมื่อเธอพบความจริงว่าเขามีลูกลับๆ กับเน็ตไอดอลคนหนึ่ง ในงานกาล่าครั้งสำคัญ เด็กคนนั้นกลับกล่าวหาเธอจนอธิปพลั้งมือผลักเธอจนล้มลง เหตุการณ์นี้ทำให้เอลินาสูญเสียลูกในท้องไปอย่างน่าเวทนา ทว่าอธิปกลับเลือกทอดทิ้งเธอเพื่อไปดูแลครอบครัวใหม่ ซ้ำร้ายเธอยังถูกสั่งเก็บจนพลัดตกหน้าผา เอลินาตัดสินใจใช้ความตายหลอกๆ นี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะสถาปนิกที่ซูริกและละทิ้งอดีตอันแสนเจ็บปวดไว้เบื้องหลังตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง
8.8
เจมส์แอบซ่อนความรู้สึกที่มีต่อหนูดีไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา แม้ปากจะบอกว่าเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่หนูดีเองก็มีเพียงเขาคนเดียวในหัวใจมาตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ก้าวข้ามกำแพงเข้าไปสัมผัสถึงความในใจของเขาได้เลย ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักของคนทั้งคู่จากจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงน้ำแข็งนี้จะพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันได้เมื่อไหร่
หน้าปกนวนิยาย คำสัญญาของเขา คุกของเธอ
9.7
หลังชดใช้โทษจำคุก 7 ปีแทนเคทน้องสาวบุญธรรม ดอนคู่หมั้นของฉันกลับทอดทิ้งฉันทันทีที่ถึงบ้านเพื่อไปดูแลเธอตามคำสั่งพ่อแม่ ฉันถูกเนรเทศไปอยู่ห้องเก็บของแคบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนจิตใจลูกรักของครอบครัว ทั้งที่ฉันคือลูกแท้ๆ ที่ต้องสูญเสียอนาคตและอิสรภาพเพื่อเป็นเครื่องมือให้พวกเขาใช้งาน แต่ในความมืดมิดนั้น ข้อเสนอรับทำงานลับจากอดีตที่มาพร้อมตัวตนใหม่และการย้ายถิ่นฐานคือแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ ฉันจึงตัดสินใจตอบตกลงเพื่อทิ้งอดีตอันโหดร้ายนี้ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายท้วงรัก ซีรี่ย์ สี่หนุ่มมาเฟีย
9.3
คาลอสทายาทมาเฟียหนุ่มผู้ดื้อรั้นพยายามหนีการคลุมถุงชนกับชาครียา หญิงสาวที่แม่เขารับมาดูแลจนต้องระเห็จไปไกลถึงต่างแดน เพราะความอคติและคำสบประมาททำให้เขาประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยกาฝากสุดเชยคนนั้นเด็ดขาด แต่เมื่อเขากลับมาอีกครั้งกลับต้องตะลึงกับรูปลักษณ์ใหม่ของเธอที่สวยสง่าจนจำไม่ได้ คาลอสตกหลุมรักเธอทันทีโดยไม่รู้ความจริง ความปรารถนาที่อยากครอบครองทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายตัวเองพยายามหาทางง้อขอเธอแต่งงานทั้งที่เคยลั่นวาจาไว้เสียดิบดี