
เกลียวสวาทซาตาน
ตอน 2
อันดามันหันไปตามสายตาของภีมภัทร ก็เห็นว่ามีสาวสวยในวงสังคมชั้นสูงยืนยิ้มให้เขาอยู่ แม้จะไม่ผิดจากที่คาดไว้สักเท่าไหร่ แต่ก็อดเคืองไม่ได้ เธอไม่ได้อยากมารับเขาสักนิดถ้าไม่เห็นแก่สายน้ำผึ้ง ด้วยเพราะรู้ดีว่าสายน้ำผึ้งแอบชอบภีมภัทรมานานแล้ว จึงอยากจะถือโอกาสแนะนำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเสียที วันนี้จึงเสี่ยงพาสายน้ำผึ้งตากหน้ามา และแอบลุ้นลึกๆ ว่าภีมภัทรอาจจะถูกตาต้องใจเพื่อนสาวของตน ซึ่งเขาก็ดับความหวังของเธอตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว
“สรุปว่าอาภีมจะไม่กลับพร้อมมิ้ม”
“ไม่ล่ะอามีคนมารับแล้ว อามีธุระส่วนตัวต้องทำต่อ” ภีมภัทรเน้นคำว่าธุระส่วนตัว แค่นั้นก็ทำให้อันดามันและสายน้ำผึ้งเดาได้แล้วว่า เขากับสาวสวยคนนั้นจะไปทำอะไรกันต่อ
“งั้นก็เชิญตามสบายเถอะค่ะ”
อันดามันเผลอสะบัดหน้าพรืดใส่เจ้าของร่างสูงสง่าอย่างเคืองๆ ที่เขาฉีกหน้าเธอกับสายน้ำผึ้งอย่างไม่มีชิ้นดี
“พาเพื่อนเรากลับได้แล้ว อาไปล่ะ”
ว่าแล้วอาหนุ่มวัยสามสิบแปดปีของอันดามันก็ตรงไปหาสาวสวยที่ยืนรออยู่ทันที เขากับสาวสวยคนนั้นโผเข้ากอดกันและบดจูบกันอย่างเร่าร้อนท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่กำลังเดินขวักไขว่ในห้องผู้โดยสารขาเข้า โดยไม่มีทีท่าว่าจะเขินอายใดๆ เลยแม้แต่นิด
“เชอะ แกล้งทำเก๊กดุ ที่แท้ก็หื่นแถมหน้าไม่อายอีกต่างหาก”
อันดามันเบ้ปากใส่แล้วเมินหน้าหนีจากภาพที่เห็น
“หยีบอกแล้วว่าอาของมิ้มไม่สนหยีหรอก มิ้มดูแฟนอาภีมสิ สวยจะตาย” สายน้ำผึ้งบอกอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เพราะภีมภัทรแสดงออกชัดว่าเขาไม่สนใจเธอเลย แทบจะไม่มองหน้าด้วยซ้ำ
“ผู้ชายตาถั่วก็แบบนี้ล่ะหยี หยีสวยขนาดนี้ ทำเป็นไม่มอง”
“ขนาดผู้หญิงสวยๆ อาของมิ้มยังเมิน แล้วเขาจะมามองเด็กกะโปโลอย่างหยีได้ยังไง”
“มิ้มไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก หยีไม่ได้กะโปโลเสียหน่อยออกจะน่ารัก นิสัยก็ดี ยังไงซะ มิ้มก็ต้องทำให้หยีเป็นอาสะใภ้ของมิ้มให้ได้” อันดามันบอกอย่างมุ่งมั่นขณะพากันเดินกลับไปยังลานจอดรถ
“เลิกคิดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้เถอะมิ้ม”
“มิ้มจะเลิก ถ้าหยีบอกมิ้มมาคำเดียว ว่าหยีไม่ได้ชอบอาภีม”
อันดามันหันไปจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างล้อเลียน รู้ดีว่าสายน้ำผึ้งแอบชอบอาของตัวเองมานานแล้ว เพราะเคยเห็นอัลบั้มภาพของภีมภัทรที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์และนิตยสารต่างๆ อยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่สายน้ำผึ้งแอบบันทึกเอาไว้ในอัลบั้มหลายสิบภาพ
“หยีก็เคยบอกมิ้มไปแล้วนี่นา ว่าหยีแค่ชื่นชอบอาภีมของมิ้มเท่านั้น ไม่ได้ชอบทำนองชู้สาวเสียหน่อย” สายน้ำผึ้งยืนยันหนักแน่นแต่กลับหลุบตาลงหลบสายตาของอันดามัน
“จริงน่ะ”
“อื้อ...จริงสิ” คนถูกจ้องพยักหน้าทั้งที่ยังหลบตา
“ถ้างั้นเดี๋ยวพอกลับไปถึงหอพักของหยี มิ้มจะลบรูปผู้ชายเจ้าชู้แถมเย็นชาแบบอาภีมออกจากโน้ตบุ๊กของหยีเอง หยีเก็บไว้ก็เปลืองเมมโมรีเครื่องเปล่าๆ”
“ไม่ได้นะมิ้ม หยีเก็บของหยีมาตั้งหลายปี”
สายน้ำผึ้งรีบเงยหน้าขึ้นบอกอย่างเดือดเนื้อร้อนใจ เธอเก็บรูปของภีมภัทรมาตั้งหลายปีตั้งแต่ยังไม่รู้จักกับอันดามันด้วยซ้ำ จะให้ลบทิ้งง่ายๆ ในไม่กี่วินาทีได้ยังไง มันทำใจยากพอๆ กับที่จะลบเขาออกจากหัวใจนั่นล่ะ
“นั่นแน่...ในที่สุดผู้ร้ายปากแข็งก็ยอมหลุดปาก”
อันดามันหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะยิ้มอย่างล้อเลียนอีก ทำให้สายน้ำผึ้งหน้าแดงซ่านด้วยความเขิน
“เลิกล้อหยีแล้วพาหยีกลับได้แล้วมิ้ม หยีมีรายงานต้องทำ เสร็จแล้วต้องไปทำงานพาร์ตไทม์อีก เดี๋ยวเข้างานไม่ทัน หยีไม่อยากโดนผู้จัดการดุแถมจะต้องโดนหักเงินอีกต่างหาก” สายน้ำผึ้งรีบเปลี่ยนเรื่องและเร่งให้อันดามันพากลับหอพักทันที
“ต้องอย่างนี้สิคุณสมบัติของอาสะใภ้ที่คู่ควร น่ารัก ขยัน แถมยังนิสัยดี เรียนจบแล้วไปทำงานกับอาภีมนะหยี หยีจะได้ใกล้ชิดกับอาภีมเผื่อจะได้แต่งงานกันเร็วๆ” อันดามันยังคิดจะเดินหน้าแผนการจับคู่ให้สาวน้ำผึ้งกับภีมภัทรต่ออีกในระยะยาว
“เลิกคิดเลิกวางแผนได้แล้ว ออกรถเสียทีเดี๋ยวหยีก็ไปทำงานไม่ทันหรอก”
“ก็ได้ๆ อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันนะว่ากำลังเขิน”
อันดามันหัวเราะอย่างถูกใจเมื่อเห็นแก้มของสายน้ำผึ้งแดงปลั่ง สักพักจึงสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วขับออกจากสนามบิน มุ่งหน้าไปยังหอพักของสายน้ำผึ้ง
นักศึกษาชั้นปีที่สี่ของคณะบริหารธุรกิจและการจัดการทยอยกันเข้าห้องบรรยาย เพื่อฟังเลกเชอร์ชั่วโมงสุดท้ายก่อนสอบปลายภาคในสัปดาห์หน้า การบรรยายวันนี้เป็นการบรรยายของอาจารย์พิเศษ ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามการันตีด้วยตำแหน่งซีอีโอของบริษัทนำเข้ารถยนต์ชื่อดัง
ภีมภัทรรับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทั้งๆ ที่งานล้นมือ เพราะคณะบดีซึ่งเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเชิญมา ทำให้ปฏิเสธไม่ได้
เมื่อเห็นว่าอาจารย์พิเศษที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องคือ ‘ภีมภัทร อเนกโชติภูมินทร์’ นักศึกษาสาวๆ ในห้องนั้นต่างตื่นเต้น บ้างก็มองตาปรอย เพราะถูกดึงดูดด้วยความหล่อเหลา บุคลิกเต็มไปด้วยความสง่างาม เคร่งขรึม และเสน่ห์อันเข้มข้นของเขา
หลังจากที่อาจารย์หนุ่มหล่อเริ่มบรรยาย ห้องทั้งห้องก็เงียบเสียงลง ใบหน้าและน้ำเสียงทุ้มชวนฟังสามารถสะกดนักศึกษาให้ตั้งใจฟังบรรยายชนิดแทบจะไม่มีใครละสายตาไปจากใบหน้าของเขาได้เลย แม้กระทั่งอันดามันเองก็เผลอจ้องมองเครื่องหน้านั้นจนไม่ได้ยินว่าอาจารย์พิเศษกำลังบรรยายอะไร ภาพบางอย่างผุดพรายขึ้นมาในความทรงจำก่อนที่มันจะถูกสลัดทิ้ง เมื่อเพื่อนชายซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ยื่นหน้าเข้ามากระซิบ
“มิ้ม...”
“หือ” หญิงสาวขานรับพลางหันไปทางคนเรียก
“พรุ่งนี้ว่างหรือเปล่า” เอกวุธกระซิบกระซาบถามเบาๆ
“ว่าง...ทำไมเหรอ”
“เอกอยากรบกวนให้มิ้มมาช่วยติววิชานี้ให้หน่อย เอกขาดเรียนตั้งหลายวันกลัวจะตก เอกอยากจบพร้อมเพื่อนๆ น่ะ” เอกวุธเอ่ยขอร้องอย่างอ้อนๆ แถมมองด้วยสายตาเว้าวอน
“แน่ล่ะก็มัวแต่ไปเที่ยวกับสาวๆ นี่ มิ้มขอคิดดูก่อนแล้วกัน” อันดามันแสร้งทำยักท่า ไม่ยอมรับปากง่ายๆ
“โธ่มิ้มก็...นะๆ อย่าใจร้ายกับเอกนักเลย” เอกวุธอ้อนทั้งปากทั้งตาอีกรอบ รู้ดีว่ายังไงเสียอันดามันก็ต้องใจอ่อน แม้ว่าเรื่องอื่นเธอจะใจแข็งมากก็ตาม แต่สำหรับเรื่องเรียนผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ตอนนี้ไม่เคยแล้งน้ำใจกับตน
“ก็ได้ๆ เดี๋ยวชวนหยีมาเป็นเพื่อน”
“เอกว่าแล้วมิ้มต้องไม่ใจร้ายกับเอก งั้นติวเสร็จเดี๋ยวเอกเลี้ยงข้าวนะ”
“ไม่ต้องก็ได้ ช่วงนี้มิ้มใจดีติวให้ฟรีไม่คิดตังค์” เสียงหวานใสเอ่ยสัพยอกเพื่อนชายกลับด้วยเสียงที่เบาเท่ากระซิบ ก่อนจะหน้าชาวาบเมื่อเสียงของอาจารย์พิเศษดังแทรกขึ้น
“เวลาที่อาจารย์บรรยาย พวกคุณควรจะตั้งใจฟังนะ ถ้าหากจะคุยกันหรือจีบกัน ก็เชิญออกไปนอกห้อง จะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น”
ภีมภัทรซึ่งยืนบรรยายอยู่บนโพเดียมหน้าห้อง เดินลงมายืนหน้าอันดามันและเอกวุธ ก่อนจะเอ่ยตำหนิผ่านไมโครโฟน เสียงทุ้มดุนั้นได้ยินชัดแจ๋วทุกถ้อยคำ สิ้นเสียง...สายตาของคนในห้องต่างก็พร้อมใจกันจ้องมองมายังทั้งคู่เป็นตาเดียวกัน
คุณอาจจะชอบ





