
บ่วงสวาทเจ้าบ่าวทมิฬ
ตอน 3
“อ้อ.. อย่างนี้นี่เอง ขอให้ได้ข้อมูลเยอะๆ นะคะ วันนี้คิดว่าแวนด้าคงได้ข้อมูลเยอะ ถ้าอย่างนั้นเอเลน่ากลับก่อนนะคะพรุ่งนี้เจอกันใหม่ค่ะ”
สาวสวยกลับไปแล้วทั้งสองสาวก็กลับขึ้นห้องพักของตนด้วยความชื่นมื่นเฝ้ารอพรุ่งนี้ที่จะได้ไปเที่ยวอย่างใจจดจ่อ เฟื่องลดารีบจดบันทึกและเขียนเรื่องราวต่างๆ ที่ได้พบในวันนี้ลงไปอย่างละเอียด และคิดพล็อตในการเขียนนิยายเรื่องต่อไปอย่างมีความสุข
“ยังไม่นอนอีกเหรอเฟื่อง”
“อีกนิดหนึ่งนะ แกนอนไปก่อนเลย”
“คงได้เรื่องไปเขียนเยอะเนอะ แบ่งค่าต้นฉบับฉันด้วยนะในฐานะที่พี่สะใภ้ฉันพาเที่ยวจนคุ้ม”
อารียายิ้มกว้างพลางยกคิ้วให้ เฟื่องลดาหันไปค้อนแล้วขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ ปาใส่เพื่อนรัก
“ยายขี้งก รวยแล้วยังจะงก แหม.. พี่สะใภ้ฉัน ทีก่อนมาไหนว่าไม่อยากได้พี่สะใภ้หัวแดง”
“แหม.. ก็ตอนนั้นยังไม่ได้เห็นไม่ได้รู้จักหล่อนจริงๆ นี่นา พอได้สัมผัสแล้วก็รู้สึกได้ว่านางน่าคบน่ารับเข้าบ้าน”
“แล้วพ่อแม่แกล่ะ ว่าไง”
“ลูกรักใคร พ่อแม่ฉันก็รักด้วยอยู่แล้ว ถ้ากลัวเสียดุลการค้าฉันก็ต้องหาสามีสเปนกลับไปด้วยจะได้คุ้มค่า อิอิ” อารียาพูดสนุกปากแล้วหัวเราะชอบใจเฟื่องลดาก็พลอยหัวเราะไปด้วย
“ไหนแกว่าจะอยู่เป็นโสดจนสามสิบค่อยหาแฟน”
“แหม.. ผู้ชายหล่อๆ เต็มบ้านเต็มเมืองแบบนี้ฉันก็อยากได้ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปสักคนล่ะน่าหรือแกไม่อยากได้”
“ไม่อะแก หล่อกินไม่ได้และอาจจะนิสัยไม่ดี ที่สำคัญฉันไม่อยากสามีฝรั่ง น่ากลัวจะตาย ต่างชาติต่างภาษา นี่ขนาดว่าพูดภาษาอังกฤษได้ยังจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ถ้าเกิดได้สามีเป็นคนที่นี่แล้วละก็ ยิ่งจะยากเข้าไปใหญ่ ยังไงฉันก็อนุรักษ์นิยมกลับไปหาแฟนคนชาติเดียวกันดีกว่า”
เฟื่องลดาปิดสมุดบันทึกแล้วกลับมาล้มตัวนอนข้างๆ เพื่อนรักแล้วก่ายแขนขากอดรัดอารียาแน่น
“เห้ยๆ อย่ามากอดเลยฉันไม่นิยมกินเพื่อนสาวย่ะ”
“อย่างแกใครจะกินลงยะ นอนไปเลย ยายเพ้อเจ้อ ขอยืมเป็นหมอนข้างหน่อยก็ไม่ได้” แล้วสองสาวก็หยอกเย้ากันอยู่สักครู่ก่อนจะหมดแรงต่างคนต่างหลับไป
“ทำไมถึงได้เกิดปัญหาขึ้นได้ มีใครอยากจะอธิบายมั้ย..”
เสียงเข้มทรงอำนาจดังขึ้นจากชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แข็งแรงที่กำลังหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ ดวงตาสีมรกตเข้มขุ่นด้วยอารมณ์กวาดมองบรรดาชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำตรงหน้าร่วมสิบคนที่ยืนนิ่งเหมือนกำลังรอรับคำพิพากษาจาก ลีโอนาร์ด ดีเอซ กอนซาเลซ นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบสามปี เชื้อสาย สเปน อเมริกัน ซึ่งแน่นอนว่าความหล่อเหลาคมเข้มแบบลูกครึ่งที่มีเชื้อสายลาตินอเมริกานั้นสร้างความโดดเด่นให้แก่เขาไม่น้อย
ใบหน้าเรียวยาวได้รูปประดับด้วยคิ้วเข้มและดวงตามคมกริบสีมรกต จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักสีเข้มสวยอย่างคนสุขภาพดี กรามแกร่งมีไรเคราที่ถูกตัดเล็มสั้นเป็นระเบียบทำให้ใบหน้าของเขาดูคมเข้มเซ็กซี่ขยี้ใจ ประกอบกับเรือนผมสีน้ำตาลเข้มประกายทองอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาก็ยิ่งทำให้ลีโอนาร์ดหล่อเหลาโดดเด่นสะดุดตา ซึ่งทั้งรูปลักษณ์ และทรัพย์สินมากมายมหาศาลของเขาก็ทำให้หนุ่มหล่อที่ยังคงครองความเป็นโสดอย่างลีโอนาร์ด เป็นชายหนุ่มที่ทำให้สาวๆ หลงใหลคลั่งไคล้ได้ไม่ยาก และแน่นอนว่าผู้หญิงมากมายย่อมเข้ามาในชีวิตของเขาไม่ขาด ซึ่งส่วนใหญ่ก็แค่ชั่วคราวผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แม้หญิงสาวบางคนอยากจะอยู่กับเขาตลอดไปก็ตาม แต่สิ่งนั้นมันยังคงเป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ ที่ไม่มีวันเป็นจริง เพราะลีโอนาร์ดเกลียดการผูกมัดที่สุด
“เกลือเป็นหนอนครับคุณลีโอ และผมก็สงสัยว่ามันเป็นคนของนายเอริค” อูโก้ คนสนิทซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและมือขวาคู่ใจของเขาพูดขึ้นแม้จะอายุยังน้อยแต่อูโก้เป็นคนฉลาดและเก่งเกินวัย
“ทำไมนายมั่นใจว่าเป็นคนของเขา”
“ผมเคยเห็นมันอยู่ที่คาสิโน มันเป็นหนึ่งในลูกน้องของนายเอริคครับ”
“แล้วยังไง สิ่งที่ฉันเสียไปมันเกือบร้อยล้าน ไหนจะเรื่องที่ต้องแก้ต่างให้ตัวเองกับพวกตำรวจงี่เง่านั่นอีกใครจะรับผิดชอบ”
ลีโอนาร์ดตวาดลั่นเมื่อมูลค่าความสูญเสียจากการขนส่งสินค้าครั้งใหญ่ถูกโจรกรรมไปอย่างง่ายดายซ้ำเขายังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยการค้ายาและค้ามนุษย์ข้ามชาติอีกด้วย
“ผมจะหาทางกู้ชื่อเสียงและจัดการเรื่องนี้เองครับ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ในเขตรับผิดชอบของผม”
“เอาล่ะ ทุกคนออกไปได้ ส่วนอูโก้อยู่ก่อน..”
ในที่สุดลีโอนาร์ดก็ถอนหายใจออกมาหนักๆ เมื่ออยู่กันสองคนในห้องทำงานที่มิดชิดเป็นส่วนตัว ลีโอนาร์ดก็เดินไปที่ปุ่มลับซึ่งอยู่ข้างแจกันโบราณสมัยราชวงศ์ชิงซึ่งเขาประมูลมาได้จากงานกระมูลแห่งหนึ่ง ไม่ช้าภาพวาดขนาดใหญ่ซึ่งเป็นรูปอินเดียนแดงเผ่าเชโรกีซึ่งนั่งอยู่บนหลังม้าที่แขนมีนกอินทรีย์เกาะอยู่ ข้างๆ ม้าตัวใหญ่มีสิงโตตัวใหญ่ยักษ์ขนสีทองอร่ามยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ยืนอยู่บนหน้าผาดวงตาของพวกเขามองไปยังท้องฟ้ากว้างไกลนั้นก็ค่อยๆ เลื่อนออกเผยให้เห็นห้องที่ซ่อนอยู่ข้างใน..
“ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนายยาวเลยใช่ไหมอูโก้”
“มันมีอะไรมากกว่านั้นครับคุณลีโอ คุณต้องไม่อยากเชื่อแน่ๆ”
“อูโก้ ฉันไว้ใจนายมาก แต่งานนี้นายพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย” ลีโอนาร์ดย้ำถึงความผิดพลาดซึ่งอูโก้ไม่เคยพลาดมาก่อน
“ผมขอโทษครับ แต่ผมยอมรับว่าพลาด ดังนั้นผมจะจัดการเรื่องนี้เอง คุณจะได้ทุกอย่างคืนมาแน่นอน”
“สิ่งที่ฉันให้นายรับผิดชอบมันคือของนายอูโก้ ไม่ใช่ของฉัน”
ลีโอนาร์ดจ้องใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้กันนิ่ง ไม่มีใครรู้หรอกว่าระหว่างเขากับอู้โก้นั้นมีสายเลือดใกล้ชิดกันเพียงใด อูโก้ไม่ใช่แค่ลูกน้องคนสนิทแต่อูโก้คือน้องชายต่างแม่ของเขา
เมื่อยี่สิบห้าปีก่อนตอนนั้นเขาอายุเจ็ดขวบแต่เขาจำทุกอย่างได้แม่นยำ วันนั้นรถที่นั่งพวกเขาพ่อแม่ลูกนั่งมาด้วยกันถูกกลุ่มคนร้ายดักซุ่มโจมตี แม่ของเขาเสียสละชีวิตของตนเองรับกระสุนแทนเขากับพ่อในขณะหนีออกจากรถที่พลิกคว่ำ แต่แม่ก็สังหารพวกมันได้หลายคนเพื่อสกัดกั้นและถ่วงเวลาไม่ให้คนร้ายตามเขากับพ่อไปได้ เขาหันกลับไปมองแม่ด้วยความตกใจกลัวและห่วงหา ก็เห็นภาพพวกมันถล่มยิงแม่จนร่างระหงงดงามของท่านจมกองเลือด
แต่ในที่สุดพ่อก็พาเขาหนีรอดมาได้ พวกเขาสองพ่อลูกซมซานโซเซไปในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของฟาร์มแห่งหนึ่งนอกเมืองบาเลนเซียซึ่งไม่มีใครรู้จักพวกเขา พ่อของเขาถูกยิงบาดเจ็บและเสียเลือดมากด้วยความเป็นเด็กเขาก็ร้องไห้ไปตลอดทางแม้ไม่มีเสียงคร่ำครวญแต่น้ำตาลูกผู้ชายก็ไม่หยุดไหลเสียที ทั้งกลัวว่าตนจะเสียพ่อไปอีกคน จนในที่สุดเขาก็ไปถึงโรงนาแห่งหนึ่งและได้พบกับแม่ของอูโก้ แม่ของอูโก้เป็นคนสวยและแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดตามสไตล์สาวลาตินอเมริกาซึ่งขัดกับสถานที่ที่เธออยู่มาก พอเห็นเขากับพ่อเธอรีบเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ห่วงสภาพของตัวเองและช่วยโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาเป็นใคร เพราะเห็นสภาพของพวกเขาแล้วเธอก็คงพอจะรู้ว่าพวกเขาคงจะหนีการตามล่าของแก๊งไหนสักแก๊ง ซึ่งมันอาจจะทำให้เธอเดือดร้อน แต่ ซาร่า ก็ช่วยเหลือเขากับพ่ออย่างไม่กลัวว่าจะทำให้ตัวเองเดือดร้อน เขายังจำคำพูดของซาร่าในวันนั้นได้ดี...
ฉันเป็นโสเภณีไม่มีค่าพอที่ใครจะใส่ใจอยู่แล้ว จะอยู่หรือตายก็มีค่าเท่ากันแต่อย่างน้อยหากฉันได้ช่วยเธอกับพ่อ ตัวฉันก็คงจะพอมีค่าบ้าง..
นั่นคือคำพูดของเธอซึ่งทำให้ลีโอนาร์ดซาบซึ้งและเข้าใจคำว่า คุณค่าของคนจากซาร่านี่เอง...
คุณอาจจะชอบ





