
เพรงมายา
ตอน 2
“มูน อยู่นี่เอง” เสียงอบอุ่นเสมอสำหรับเจ้าของชื่อดังจากด้านหลัง เมื่อหล่อนหันมาก็เกือบชนกับเจ้าของเสียงที่แกล้งมายืนจนชิด
“อุ๊ย! วินนะ” สิตางศุ์พ้อเสียงกระเง้ากระงอดเพราะรู้ว่าแฟนหนุ่มแกล้ง ยิ่งเห็นรอยยิ้มกริ่มยิ่งหมั่นไส้ หล่อนผลักอกเขาเบาๆ แต่เขากลับรวมมือหล่อนไว้แล้วยื่นหน้าเข้าใกล้จนจมูกโด่งปลายแหลมเกือบสัมผัสนวลแก้มที่หล่อนเอียงหนี พร้อมแหวกลับเบาๆ
“ไม่เอานะวิน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามูนอายเค้านะ”
“เห็นก็ช่างสิ ใครๆ ก็รู้เรารักกัน เป็นคู่หมั้นกันแล้วด้วย” ชวินไม่ฟังเสียงยังพยายามจะหอมแก้มนวลเปล่งปลั่งของสิตางศุ์ให้ได้ แต่เมื่อหล่อนทำหน้างอปากยื่นโดยไม่ต้องพูดอะไรแม้แต่คำเดียว เขาก็รีบหยุดการกระทำทันที
“จ้ะๆ ไม่แกล้งแล้วครับผม” พร้อมกับการถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ยังไม่ปล่อยมือเล็กเรียวที่กำอยู่ เขาบีบแน่นขึ้นเมื่อลดมาจากระดับอกเปลี่ยนเป็นการจับจูง แล้วเอ่ยชวน “ไปทานอาหารกันดีกว่าผมตักมาให้แล้ว”
สิตางศุ์ไม่พูดอะไรแต่เดินตามเขาไปโดยดี ชวินน่ารักตรงรู้อะไรควรไม่ควรแม้จะขี้เล่นชอบแกล้ง แต่ถ้าเห็นและรู้ว่าหล่อนไม่ชอบเขาก็จะหยุดทันที แล้วเขายังเป็นคนช่างสังเกตจึงรู้ได้ทันทีว่าควรหยุดหรือเย้าต่อได้
“มูนมาทำอะไรตรงนี้ครับ” เขาถามอย่างแคลงใจเมื่อออกเดินได้สองสามก้าว
“มูนเห็นเด็กผู้หญิงผอมๆ มายืนแอบอยู่เลยเข้ามาดู ไม่รู้ลูกใครหลานใคร”
“เด็กหรือจ้ะ” ชวินก้มลงสบตา ในขณะที่สิตางศุ์ที่สูงระดับไหล่เขาเงยหน้าขึ้นมาประสานสายตาเขาพอดี หล่อนพยักหน้าก่อนตอบเสียงเวทนา
“ผิวคล้ำๆ ผอมแกร็น จะว่าลูกคนแถวนี้มูนก็ไม่คุ้นหน้า”
“เด็กผู้หญิงหรือ หลานยายแตงละสิ”
“แตงพาหลานมาด้วยหรือคะ” สิตางศุ์หายสงสัยเสียทันที ยายแตงหรือแตงโมที่เอ่ยถึงคือเพื่อนและญาติของชวินที่สนิทสนมกันดีเพราะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ระหว่างเรียนหนังสือแตงโมมาพักที่บ้านของชวินจนเรียนจบ แล้วย้ายออกไปอยู่ใกล้ที่ทำงานเพื่อความสะดวกในการเดินทางหลังได้ที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง แต่ยังแวะเวียนมาช่วยดูแลทำความสะอาดบ้านช่องให้เพราะเห็นใจที่หนุ่มโสดอย่างชวินต้องอยู่บ้านตามลำพัง แม้จะจ้างคนมาทำความสะอาดสัปดาห์ละสามครั้งก็ตามที
แตงโมคนที่ถูกเอ่ยถึงนั่งยิ้มรอทั้งสองอยู่ที่โต๊ะพร้อมจานอาหารที่ชวินตักมาวางไว้ก่อนไปตามหาสิตางศุ์ หล่อนจึงเหมือนนั่งเฝ้าจานอาหารให้ทั้งสองคนไม่ให้แมลงวันไต่ตอม แตงโมมองสองคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้อย่างชื่นชมในความเหมาะสม ทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะและนิสัยใจคอที่แตกต่างแต่กลับเข้ากันได้อย่างลงตัวและน่าชื่นชม
ทุกครั้งที่ชวินลุกเป็นไฟสิตางศุ์จะกลายเป็นน้ำไหลเย็น เมื่อสิตางศุ์เป็นพายุชวินก็พร้อมจะเป็นสนที่ลู่ตามลมได้ทันที ทั้งสองจึงประคองความรักกันมาได้จนถึงทุกวันนี้แต่น้อยครั้งมากที่ชวินจะเป็นคนเปลี่ยนตามอารมณ์เขาพยายามยอมให้สิตางศุ์จนถึงที่สุด ซึ่งตรงจุดนี้เองที่บิดามารดาของสิตางศุ์เล็งเห็นว่าจะฝากฝังลูกสาวไว้ได้
“อ้าว! จะไปไหนแตง” สิตางศุ์ถามแปลกใจเมื่อคนที่นั่งอยู่ก่อนลุกขึ้นพร้อมคว้าจานอาหารเมื่อพวกเธอเข้ามาถึง
“ไม่อยากเป็นกอขอคอ” แตงโมบอกใบหน้ายิ้มแย้ม จึงถูกสิตางศุ์ย่นจมูกใส่ ก่อนแกล้งไล่ส่ง
“อย่างนั้นรีบไปไกลๆ เลยนะ”
แตงโมหัวเราะคิกที่เพื่อนประชด ก่อนยกจานในมือให้ดู “เอาไปให้เด็กน้อย ป่านนี้คงหิวแล้ว”
“ทำไมไม่พามากินที่นี่ล่ะแตง” ชวินเอ่ยขึ้น
“ชวนแล้ว บอกคนเยอะไม่อยากมา เลยให้ดูทีวีอยู่ในบ้าน ไปก่อนนะ” แตงโมบอก ก่อนขอตัวเดินถือจานอาหารและขนมกลับไปให้เด็กที่พูดถึงที่รออยู่ในบ้านของชวิน
งานเลี้ยงฉลองหมั้นของทั้งสองเลิกราเมื่อแขกคนสุดท้ายกลับไปตอนบ่ายแก่ กว่าจะเคลียร์สถานที่และเก็บข้าวของเสร็จก็เย็นค่ำ แต่ไม่มีใครเหน็ดเหนื่อยกลับรู้สึกอิ่มเอมมีความสุขไปกับงานมงคลของทั้งสองครอบครัว ตอนค่ำเพื่อนสนิทของทั้งสองที่ไม่สามารถมาร่วมพิธีในตอนกลางวันได้นัดเลี้ยงฉลองให้ทั้งสองอีกครั้ง ซึ่งงานนี้ญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายไม่ได้ไปร่วมด้วยเพราะอยากให้เด็กๆ สนุกสนานกันเต็มที่
คุณอาจจะชอบ





