ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา

เพรงมายา

คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
ตอน
แชร์

ตอน 3

เกือบตีสองหลังงานฉลองในผับเล็กๆ เลิกรา รถเก่งสีขาววิ่งฝ่าสายฝนที่โปรยปรายลงมา สองคนในรถนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงโดยไม่รู้เบื่อถึงความสุขความสนุกแล้วแถมท้ายด้วยการแสดงความเสียดายแทนคนที่ไม่ยอมไปด้วย

“แตงรู้ต้องอิจฉาแน่ๆ”

“ทำไงได้ละ กลายเป็นแม่ลูกติดไปแล้ว”

“ทำไมไม่เคยได้ยินใครพูดถึงหลานคนนี้ละ วิน”

“ญาติห่างๆ จ้ะ เรียกว่าห่างมากๆ ก็ได้ จะว่าไปแล้วผมกับแตงแทบจะไม่รู้จักครอบครัวของมะปรางเลย มาเห็นมะปรางก็ตอนที่รู้ว่าทั้งพ่อและแม่ถูกรถชนตายแล้วแตงไปงานศพแทนอาสุขกับอาบัว ญาติใกล้ชิดคนเดียวของมะปรางที่เหลืออยู่คือปู่ที่บวชเป็นพระ ท่านเป็นคนจัดการงานศพ ส่วนตัวมะปรางเองทีแรกท่านก็คิดจะลาสิขาบทมาดูแลจนกว่าจะโต แต่มีหลายเสียงคัดค้านเพราะความตั้งใจเดิมของท่านคือจะอยู่ในผ้าเหลืองไปตลอดชีวิต มีคนเสนอให้ญาตินำมะปรางไปอุปการะ” ชวินเล่าเนิบนาบ

“แตงก็เลยรับมาดูเสียเอง” สิตางศุ์ต่อให้ แล้วหัวเราะเบาๆ ชวินก็หัวเราะไปกับหล่อนด้วยเพราะมันเป็นเรื่องจริง และดูเหมือนแตงโมจะรักเอ็นดูมะปรางเอามากๆ ไม่อย่างนั้นมีหรือสาวโสดวัยทำงานเช่นหล่อนจะรับมะปรางเป็นลูกบุญธรรม พามาส่งเสียให้เรียนหนังสือและให้เรียกว่าแม่แตง ทั้งที่พ่อกับแม่ของหล่อนพยายามให้เลี้ยงในฐานะหลาน

“เดี๋ยวเข้าบ้านผมก่อนแล้วค่อยเดินกางร่มไปส่งมูนแล้วกันนะครับ” ชวินบอกเมื่อเลี้ยวเข้าซอย

“ว้าย!” สิตางศุ์ร้องเสียงหลงแล้วเอามือปิดหน้าอย่างตกใจ

“อะไรมูน” ชวินถามทันควันเมื่อจู่ๆ คู่หมั้นสาวร้องอย่างตกใจขึ้นมาตอนเขาเลี้ยวรถก่อนนำรถเข้าจอดข้างทางแล้วแตะมือที่หล่อนปิดหน้าอยู่ “เป็นอะไรครับ”

สิตางศุ์ลดมือลงแล้วมองไปหน้ารถ ก่อนกวาดตามองไปรอบๆ จนมาหยุดที่ดวงตาอาทรของชวินที่กำลังมองมา

“เอ่อ..” หล่อนอึกอักที่จะบอกว่า ร้องตกใจเพราะเห็นคนวิ่งผ่านหน้ารถอย่างกระชั้นชิดและคิดว่าชวินต้องชนร่างนั้นเป็นแน่ แต่หล่อนกลับไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกหรือการหยุดรถอย่างกะทันหันแต่อย่างใด รับรู้แต่รอยอุ่นจากมือที่แตะและเสียงถามอย่างอาทรของเขา หล่อนจึงเสบอกไปว่า “มูนเห็นนกหรืออะไรไม่รู้บินผ่านเลยตกใจค่ะ”

“โถ คิดว่าอะไร” มือใหญ่เลื่อนมาขยี้ผมอย่างเอ็นดู แล้วขยับไปนั่งตัวตรงบังคับให้รถออกตัวอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าคนนั่งข้างที่บอกออกมาแบบนั้น ใจกำลังเต้นแรงเพราะยังไม่คลายความตกใจ ไม่นานนักรถก็แล่นมาถึงหน้าบ้าน ชวินเปิดประตูลงมาพร้อมร่มแล้วเดินอ้อมไปรับสิตางศุ์เพื่อเดินไปส่งที่บ้าน

สิตางศุ์ลงมาจากรถแล้วอดที่จะมองเข้าไปในบ้านของชวินที่เปิดไฟสว่างอยู่ไม่ได้ ก่อนสะดุดตากับดวงตาแวววาวตรงระเบียงห้องชั้นสอง จนต้องกะพริบตาแล้วมองใหม่อีกครั้งเพราะคิดว่าดึกดื่นขนาดนี้แล้วซ้ำฝนก็ยังตกพรำๆ เด็กที่ไหนจะมายืนอยู่ตรงนั้น...เด็กหรือ สิตางศุ์ไม่เข้าใจทำไมตนเองถึงมั่นใจว่าเป็นเด็ก เพราะระดับของดวงตาที่เห็นหรือ แต่หลังกะพริบตามองให้ชัดอีกครั้งก็เห็นแต่ระเบียงชั้นสองที่ว่างเปล่า

“อะไรจ้ะ” ชวินถามเพราะเห็นว่าแฟนสาวมองไปที่ระเบียงชั้นสองตรงห้องนอนของเขาอย่างสนใจแต่หล่อนหันมาสบตาเขาแล้วส่ายหน้าช้าๆ

“แตงคงเปิดไฟทิ้งไว้ให้ก่อนกลับนะ เล่นเปิดเสียทั้งบ้านเลย สงสัยเดือนนี้ต้องไปเก็บค่าไฟจากมันแล้วละ” ชวินพูดกลั้วหัวเราะแล้วออกเดินโอบไหล่สิตางศุ์ไปพร้อมกันภายใต้ร่มกันฝนคันเดียวท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายไม่ขาดสาย

แตงโมกลับไปแล้วหรือนี่...ถ้าอย่างนั้นเราก็คงตาฝาดจริงๆ มะปรางไม่ได้มายืนอยู่ที่ระเบียงแน่ วันนี้ทำไมตาฝาดซ้ำซ้อน เมาแล้วละมูนเอ๊ย...

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

“ว้าย!” สิตางศุ์ถึงกับอุทานเมื่อถูกจู่โจมด้วยปลายจมูกเข้าที่แก้มนวลเนียนเมื่อมาถึงหน้าประตูบ้าน ก่อนย่นจมูกใส่ทำปากยื่นโอดครวญเสียงกระเง้ากระงอด

“นี่มันหน้าบ้านนะวิน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”

“งั้นเข้าไปในบ้านก็ได้” สายตากรุ้มกริ่มหวานหวาม ยามมองคู่หมั้นสาว แสงสว่างจากไฟหน้าประตูบ้านส่องให้เห็นแก้มเปล่งปลั่งของหล่อน อาจเป็นผลพวงมาจากเหล้าที่ดื่มเข้าไปเล็กน้อยกับอาการขวยเขินที่ถูกเขาหอมแก้ม แต่มันกลับดึงดูดให้เขาอยากทำซ้ำและทำมากกว่าเดิม

“ทะลึ่ง! กลับไปได้แล้วค่ะ มูนจะเข้าบ้านละ” หล่อนยอมรับว่าหัวใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา แม้เป็นการจู่โจมที่นวลแก้มก็สร้างความวาบหวามให้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่แทนที่เขาจะกลับไปตามคำของหล่อน เขากลับดึงมือที่กำลังไขกุญแจบ้านไปกำไว้ รั้งเอวหล่อนมากอดกระชับแล้วซุกหน้าเข้ามาหมายจะจูบอีกครั้ง ทว่าสิตางศุ์หรือจะยอมง่ายๆ หล่อนบ่ายหน้าหนีแล้วทุบอกเขาเบาๆ เพื่อเรียกสติ

“วิน อย่าทำแบบนี้สิ”

“นิดเดียวนะ คืนนี้มูนน่ารักมากรู้ไหม” เขาพยายามจะจูบให้ได้อยู่ดีแม้สิตางศุ์จะเบี่ยงหนีพัลวัน สุดท้ายหล่อนก็พูดออกมาทำเอาเขาหยุดกึก

“อยากเห็นมูนน่ารักแค่คืนนี้คืนเดียวใช่ไหมคะ” หล่อนถามเสียงเรียบ หน้านิ่งทั้งที่ในใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนขัดเขินเลือดในกายหล่อนสูบฉีดแรงขึ้นคาดว่าใบหน้าที่เรื่อแดงเพราะส่าเหล้าจะแดงจัดขึ้น แต่พยายามกลบเกลื่อนด้วยการทำหน้านิ่งเอาไว้ และก็ได้ผลจริงๆ เมื่อชวินละมือจากเอวหล่อนปล่อยตกลงข้างตัวเหมือนคนปลงกับชีวิต แล้วถอยห่างไปสองก้าวพร้อมทำหน้างอบ้าง

“ใจร้าย ผมเป็นคู่หมั้นนะ”

“ก็แค่คู่หมั้นนินา ยังไม่แต่งงานกันเสียหน่อย” หล่อนลอยหน้าลอยตาพูดอีกเมื่อเห็นว่าตนเองเป็นต่อ

“ไว้แต่งงานกันก่อนเถอะ มูนจะมาอ้างโน่นอ้างนี้ไม่ได้อีกแล้ว คอยดู” ชวินคาดโทษ

“ค่ะ จะคอยดู” หล่อนยักไหล่น่าเอ็นดูพร้อมยิ้มยั่วเย้ากับการถือไพ่เหนือกว่า สิตางศุ์รู้ดีว่าเขาจะไม่ฝืนใจหากหล่อนไม่ยินยอม แม้เป็นการแสดงความรักซึ่งถือว่าเล็กน้อยมากสำหรับคู่รักสมัยนี้ แต่หล่อนเกรงใจพ่อกับแม่ ยิ่งท่านไว้ใจมากเท่าไหร่ การวางตัวของหล่อนต่อชวินยิ่งต้องให้เหมาะสมมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นคู่รักและหมั้นหมายกันแล้วก็ตามที

“ผมอยากแต่งงานเร็วๆ จัง แต่งกันพรุ่งนี้เลยดีไหม”

“บ๊องแล้ว” สิตางศุ์หัวเราะกิกกับคำพูดของแฟนหนุ่ม ก่อนจะพูดจริงจัง “เหนื่อยมาทั้งวันแล้วกลับไปนอนเถอะค่ะ”

“ครับ มูนรีบเข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะ” เขาบอก แล้วรอคู่หมั้นสาวไขกุญแจเพื่อเปิดประตูบ้าน แต่จะให้รอเฉยๆ เลิกราไปง่ายดายก็ใช่ที่ เขาหยับเข้ามาทีละนิดจนมายืนชิดโดยหล่อนไม่รู้ตัว เมื่อสิตางศุ์เปิดประตูแล้วหันมาจะบอกลา เขาก็ชิงจังหวะใช้มือประคองแก้มตรึงใบหน้าไม่ให้เบี่ยงหนีหรือหลบเลี่ยง แล้วลดใบหน้าตนเองใช้ริมฝีปากแนบไปบนริมฝีปากที่เผยออย่างตกใจกดแนบแน่นชั่วเวลาไม่นานก่อนถอนออก แล้วขยับมาจุมพิตหน้าโหนกนูนพร้อมกล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วหมุนร่างหล่อนให้หันกลับดันร่างเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว ส่วนเขาก็หับประตูตาม ทำสัญญาณให้หล่อนล็อกประตูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สิตางศุ์ได้แต่แยกเขี้ยวใส่ผ่านประตูต่างกระจก ก่อนจะล็อกแล้วหันหลังหนีรวดเร็วเหมือนเคืองขุ่นทว่ารอยยิ้มอย่างขัดเขินและพึงพอใจค่อยๆ คลี่ออกเมื่อเดินห่างออกมา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รอยบาปสวาท
8.9
อดีตในวัยเด็ก ผลักดันให้ ธรรวา เกลียดชังผู้หญิงคนหนึ่งเข้ากระดูก!! และความเกลียดนั่นลุกลามไปยังผู้หญิงไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกคน... ดลยาเลยพลอยซวย...เธอตกเป็น ‘เบี้ยล่าง’ ถูกบุตรชายเจ้าของบ้านข่มเหง แต่ความอับโชคของดลยายังไม่หมดแค่นั้นหรอก... ผลพวงของความสัมพันธ์บนข้อตกลงนั่น...ก่อให้เกิดสายใยบางอย่าง... ลูก...ผู้ชายที่ขีดค่าผู้หญิงคนหนึ่งไว้ด้วยคำว่า ‘เกลียด’ จะทำยังไงล่ะ? ระหว่าง...เขี่ยหล่อนทิ้งด้วยความสะใจ!! หรือเก็บหล่อนไว้ข้างตัวเพราะรสเสน่หา?
หน้าปกนวนิยาย ความเหยียดหยามของพี่สาวต่างแม่, คำลวงของคนรัก
9.5
ไอริน นักไวโอลินเด็กทุนต้องเผชิญกับฝันร้ายกลางงานกาล่า เมื่อวิดีโอลับส่วนตัวถูกแฉต่อหน้าสังคมชั้นสูง โดยมีธามแฟนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและศิรินพี่สาวต่างแม่ร่วมมือกันทำลายเธอเพื่อความบันเทิง ความรักที่เคยเชื่อมั่นกลายเป็นการหักหลังที่แสนสาหัส ไอรินถูกทารุณกรรมอย่างทารุณทั้งร่างกายและจิตใจตามคำสั่งของธามที่ต้องการกำจัดเธอให้สิ้นซาก ท่ามกลางความเจ็บปวดและรอยแค้นที่สลักลึก เธอตัดสินใจที่จะละทิ้งอดีตที่พังทลายเพื่อหนีจากเงื้อมมือปีศาจและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นอิสระจากคนทรยศ
หน้าปกนวนิยาย ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
9.7
สามีผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าของฉันปล่อยให้สิงโตที่เขารักขย้ำลูกชายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับเลือกปกป้องสัตว์ร้ายและชู้รักที่เป็นคนดูแลกรง แทนที่จะเสียใจให้กับความสูญเสียครั้งนี้ เมื่อความจริงปรากฏว่าโศกนาฏกรรมไม่ใช่แค่อุบัติเหตุแต่เกิดจากความละเลยเพื่อชู้รัก ความแค้นของฉันจึงปะทุขึ้น ฉันตัดสินใจกำจัดสิงโตที่เขาภูมิใจและส่งสัญญาณหาพี่ชายร่วมแก๊งมาเฟียทั้ง 108 คน เพื่อล้างแค้นด้วยเลือดให้สาสมกับที่เขาพรากแก้วตาดวงใจของฉันไป
หน้าปกนวนิยาย Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตันหลุดเข้าสู่โลกฝันร้ายหลังอุบัติเหตุประหลาด พร้อมรับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายที่ยากจะเอาชนะ เพื่อหาทางกลับสู่โลกเดิม เขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในสังคม โดยเริ่มจากการต่อกรกับฆาตกรวิปริตผู้ดัดแปลงสิ่งมีชีวิตเข้ากับจักรกล แจ็คจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือพลังที่เขาได้รับมานั้นกลับไม่สามารถใช้ทำร้ายใครได้เลย เขาจะเอาชีวิตรอดจากดินแดนสยองขวัญแห่งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย อัปลักษณ์จวนเดียวดาย
9.2
อินอวิ๋นหยาง อุปราชผู้หล่อเหลาแต่เลือดเย็นแห่งหยวนเป่ยจำใจวิวาห์กับองค์หญิงอัปลักษณ์จากแคว้นซาง นางถูกทอดทิ้งให้เดียวดายในจวนบนเทือกเขาสูงชันอย่างไร้คนเหลียวแล เพราะผู้ใดที่พบเห็นใบหน้าอันน่าสยดสยองของนางต่างต้องช็อกจนสิ้นใจ เมื่อความโดดเดี่ยวผลักดันให้พระชายาต้องตรอมใจตายพร้อมเพลิงแค้น นางจึงลั่นวาจาสาปแช่งว่าจะกลับมาทวงคืนความแค้นจากสวามีใจดำผู้นี้ให้จงได้ แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปกี่พันปี นางก็จะรอคอยวันชำระหนี้เลือดนี้อย่างสาสม
หน้าปกนวนิยาย เรือนกระดังงา
8.4
สโรชาหญิงสาววัยยี่สิบสองปีจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับธีรภัทร ทนายความหนุ่มตามความต้องการของแม่เลี้ยง แต่ชีวิตคู่กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่หวัง เมื่อเธอได้รับมรดกเป็นบ้านไม้เก่าแก่ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายจากคุณตาและเคยเป็นบ้านของแม่เธอมาก่อน ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เรือนไม้อายุกว่าห้าสิบปีแห่งนี้ ความลับที่ถูกซ่อนไว้หลังบานประตูก็เริ่มเปิดเผยออกมา พร้อมกับเรื่องราวลี้ลับที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ความรัก และความลุ่มหลงของจิตวิญญาณที่รอการพิสูจน์