
ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
ตอน 2
เช้าวันจันทร์วันเริ่มงานวันแรกของสัปดาห์อลันเข้าไปทำงานที่บริษัทของบิดาด้วยรถเอสยูวีอีกคัน เพราะรถคันโปรดของเขาต้องเอาเข้าไปซ่อมรอยบุบเพราะหญิงสาวประหลาดคนนั้น พิมพ์ใจ กระดาษที่เขียนคำขอโทษของเธอยังเก็บอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของเขา ชายหนุ่มไม่คิดจะทิ้งมันไปแต่ด้วยสาเหตุอะไรเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน อลันมาทำงานที่บริษัทของบิดาในตำแหน่งรองประธานมาได้หกเดือนแล้ว หลังจากจบเรื่องวุ่ยนวายในคราวนั้นเขาก็ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษทันที เขาไปเรียนและทำงานหาประสบการณ์อยู่ที่นั่นเจ็ดปีและต้องกลับมารับตำแหน่งที่เมืองไทยเพราะบิดาต้องการปลดเกษียรตัวเอง ตั้งแต่ชายหนุ่มเข้ามารับตำแหน่งเขารู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังถูกทดสอบและประลองกำลังจากบางคนอย่างต่อเนื่องจนเขาต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือตลอดเวลา
ในวันนี้เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจกับบัญชีของบริษัท รู้สึกว่ามันมีรายการที่ผิดปกติไปแต่เขายังไม่แน่ใจว่ามันอยู่ตรงส่วนไหนจึงเรียกแผนกบัญชีเพื่อเข้ามาส่งรายงานให้เขาดูย้อนหลังเพื่อเปรียบเทียบ ด้วยความที่อลันถูกทดสอบประลองกำลังจากบางคนอยู่บ่อยๆเขาจึงรู้สึกขุ่นข้องปนหงุดหงิดใจจนหน้าตึงดุอยู่ตลอดเวลาทำให้พรนักงานระดับล่างๆไม่กล้าเข้าพบและไม่อยากถูกเรียกเข้าพบ
พิมพ์ใจมาทำงานด้วยอาการหงุดหงิด อีผู้จัดการบ้า เร่งให้เธอปั่นงานจนแทบไม่ได้นอนเพราะจะเอาวันนี้ แล้วเป็นไงพอมาถึงกลับพบว่าวันนี้ผู้จัดการลาป่วยซะอย่างงั้น
‘อิหยังวะ’ พิมพ์ใจได้แต่รำพึงในใจ
นั่งทำงานได้สักพักเลขาหน้าห้องของท่านรองก็โทรลงมาที่แผนก เกวลินเป็นคนรับสายและเมื่อได้รู้ถึงความต้องการของท่านรองก็รีบหาผู้รับเคราะห์ให้ขึ้นไปทันที
“พิมจ๋าพิม เมื่อวันศุกร์ผู้จัดการเค้าให้พิมเอางานกลับไปเคลียร์ใช่ไหมจ๊ะ วันนี้คุณอลันอยากได้สรุปอันนั้นพิมเอาขึ้นไปให้ท่านหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
พิมพ์ใจเงยหน้าขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์ทันที
“พี่เก๋ไม่เอาขึ้นไปเองเหรอคะ พิมกลัวว่าเวลาคุณอลันถามแล้วพิมพ์จะตอบไม่ถูกแล้วจะโดนเล่นกันทั้งแผนกละสิคะ”
“อู๊ย ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ คุณอลันคงไม่ถามอะไรมากหรอกมั๊ง ท่านคงอยากดูสรุปเฉยๆ แล้วพิมก็เป็นคนทำคงอธิบายได้ดีกว่าพี่ๆทั้งหลายแน่ๆ”
พิมพ์ใจเหล่ตามองรุ่นพี่ที่ทำแต่ละคนเป็นยุ่งวุ่นวายอยู่กับงานทั้งที่เมื่อครู่ยังนั่งคุยกันเรื่องผู้ชายในค่ายจีเอ็มเอ็มอยู่เลย ในเมื่อเธอเหล่ก็แล้ว มองตรงก็แล้วแต่ก็ไม่มีใครยอมสบตาด้วยเธอจึงได้แต่ถอนหายใจแล้วสะบัดหน้างอนเดินหอบแฟ้มออกไปจากห้อง
“สู้ๆนะจ๊ะน้องพิม”
ยัง ยังมีหน้ามาส่งเสียงแบบนี้กันอีก คอยดูนะถ้าคราวนี้โดนท่านรองเชือดคอมาเธอจะแก้แค้นกับทุกคนเลยคอยดู
หญิงสาวหอบแฟ้มมาจนถึงโต๊ะของเลขาท่านรอง
“สวัสดีค่ะ ดิฉันมาจากแผนกบัญชีค่ะ”
“อ้าว ทำไมให้เด็กมา ผู้จัดการไปไหนเนี่ย”
นิวัตรเลขาคนสนิทของอลันถึงกับบ่นพึมเมื่อเห็นคนที่ขึ้นมาพบเจ้านายไม่ใช่ผู้จัดการ
“ตามผมมาที่ห้องคุณอลันเลยครับ”
นิวัตรเดินไปเคาะประตูท่านรองแล้วแจ้งว่า
“คนจากแผนกบัญชีมาแล้วครับ”
“ให้เข้ามาได้เลย”
เสียงอนุญาตมาจากในห้องนิวัตรจึงเปิดประตูนำหญิงสาวเข้าไป
‘ทำไมแอร์ห้องนี้หนาวจัง’ พิมพ์ใจก้มหน้าเดินเข้าไปหาท่านรองในห้อง
แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะทักทายท่านรองก็ต้องตาโตอ้าปากค้าง ไม่ใช่ตะลึงในความหล่อของท่านรองหรอกนะ แต่เป็นเพราะผีสาวตัวเปียกน้ำที่อยู่ด้านหลังต่างหาก
“อ้าว มัวแต่มองตาค้างอยู่นั่นแหละ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือครับคุณพิมพ์ใจ”
เสียงอลันที่ทักทายหญิงสาวทำให้เธอตกตะลึงขึ้นมาอีกรอบนึง
‘ตายแล้ว วันนี้มันเป็นวันอะไรของเธอกันเนี่ย’
“สะ สวัสดีค่ะท่านรอง ดิฉันมาจากแผนกบัญชีค่ะ”
อลันพยักหน้าแล้วผายมือให้พิมพ์ใจนั่งลงบนเก้าอี้ที่หน้าโต๊ะ แล้วพยักหน้าให้นิวัตรออกไปจากห้องได้
“เรียกผมอลันก็ได้ ผมไม่ชอบติดตำแหน่งไว้ที่หน้า แล้วผู้จัดการไปไหนล่ะคุณ”
“เอ่อ ผู้จัดการลาป่วยค่ะ” พิมพ์ใจอยากจะตอบว่าลาตายแต่ก็ไม่กล้า
“ผู้จัดการของคุณนี่ป่วยบ่อยนะ”
“มากค่ะ” หญิงสาวรีบพยักหน้าถี่ๆ ชายหนุ่มถึงกับต้องกลั้นยิ้ม
ตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานนี่เป็นครั้งแรกที่นึกอยากหัวเราะ
“ผมหวังว่าคุณจะแจกแจงรายละเอียดให้ผมฟังได้ถูกต้องนะ”
“พิม เอ้ย ดิฉันจะพยายามค่ะ”
“ถนัดแทนตัวยังไงก็ใช้แบบนั้นเถอะ ผมไม่ถือ”
หญิงสาวยิ้มแหยๆตอบกลับไป ในขณะที่พิมพ์ใจอธิบายรายละเอียดตัวเลขไป สายตาภายใต้แว่นสีฟ้าของเธอก็เหลือบมองไปด้านหลังของชายหนุ่มบ่อยๆ จนเขาต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
เมื่อพิมพ์ใจอธิบายตัวเลขตามรายการในแฟ้มเสร็จเธอก็ดึงกระดาษออกมาจากแฟ้มของเธออีกปึกหนึ่งขึ้นมา
“ที่อธิบายไปทั้งหมดเมื่อสักครู่เป็นตัวเลขที่ต้องส่งให้ท่านรอง แต่อันนี้คือตัวเลขย้อนหลังไปหนึ่งปี เป็นตัวเลขที่ไม่ได้อยู่ในปึกที่ต้องส่งให้ท่านรองค่ะ”
พูดพลางส่งปึกกระดาษที่ดึงจากแฟ้มของเธอส่งให้อลัน ในขณะที่ชายหนุ่มนั่งอ่านรายละเอียดของตัวเลขอย่างถ้วนถี่ พิมพ์ใจก็คอยเหลือบมองวิญญาณสาวเป็นระยะๆ จนกระทั่งวิญญาณสาวหันมาสบตากับเธอแล้วพยายามเอ่ยปากพูด แต่พออ้าปากจะพูดออกมาก็มีแต่น้ำไหลออกมาจากปากจนไม่ได้ยินเสียงของเธอ มีแต่เพียงเสียงน้ำที่ไหลรินและดวงตาสีแดงก่ำที่จ้องมองกลับมา พิมพ์ใจทำเป็นมองดูรอบๆห้องท่านรองและแกล้งเพ่งไปที่รูปของท่านประธานและภรรยาแสร้งทำเป็นว่าไม่ได้เห็นวิญญาณอยู่ตรงนั้น เมื่อชายหนุ่มเงยหน้าจากรายงานก็เห็นหญิงสาวเหม่อมองไปด้านหลัง เขาจึงหันไปมองตามสายตาจึงเห็นว่าเธอมองรูปบิดามารดาของเขาอยู่
“รูปนั้นคือแด๊ดกับแม่ของผมเอง” พิมพ์ใจรีบชักสายตากลับมา
“ท่านหล่อสวยสมกันดีนะคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าแล้ววางปึกกระดาษลงตรงหน้า
“ใครเป็นคนสรุปยอดทั้งหมดนี้ คุณเหรอ”
“ใช่ค่ะ ตอนที่ผู้จัดการส่งแฟ้มมาให้ มันยุ่งเหยิงปนเปสลับกันมั่วไปหมดเลยค่ะ คาดว่าน่าจะต้องการให้คนทำบัญชีทำแบบผ่านๆเพราะขี้เกียจรื้อเรียงใหม่ก็ได้ค่ะ”
อลันเปิดแฟ้มเปรียบเทียบกันไปพร้อมกับเอ่ยปากถาม
“แล้วคุณไม่ขี้เกียจเหรอ”
“ก็ขี้เกียจค่ะแต่กลัวไม่ผ่านโปรมากกว่าเลยต้องกัดฟันทำ”
“แล้วคุณเอาข้อมูลแบบนี้มาให้ผม ไม่กลัวเจ้านายคุณไม่ให้ผ่านเหรอ”
“ไม่กลัวค่ะ เพราะชุดนี้จะไม่ได้ส่งให้ผู้จัดการ และอีกอย่าง ท่านรองตำแหน่งใหญ่กว่าค่ะ”
หญิงสาวพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มทนไม่ไหวถึงกับหัวเราะเสียงดังออกมา
“โอเค ผมรับประกันให้ว่าคุณจะผ่านโปร”
“ขอบพระคุณมากค่ะท่านรอง”
“เรียกอลันเถอะ ท่านรองฟังแล้วเหมือนตัวเองสูงเกินยอดตึก”
“ค่ะ คุณอลัน” หญิงสาวไหว้อย่างนอบน้อบแบบดูแล้วรู้ว่าแกล้งทำ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นดิฉันลาเลยนะคะ สวัสดีค่ะ”
หญิงสาวลุกขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนออกจากห้องเธอก็เหลือบไปมองวิญญาณสาวที่พยายามจะพูดอีกครั้งหนึ่ง
คุณอาจจะชอบ





