
คนที่ใช่รออยู่ไม่ไกล
ตอน 2
กู้อวิ๋นเฉินเอามือกุมใบหน้าเอาไว้ สีหน้าที่เคยเคร่งขรึมเย็นชาปรากฏร่องรอยของความไม่อยากจะเชื่อ
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเขาดังขึ้น “ฉู่ช่าน คุณบ้าไปแล้วหรือไง!”
แต่สิ่งที่ตอบกลับเขามา มีเพียงแผ่นหลังที่กำลังจากไปของฉู่ช่านเท่านั้น
ฉู่ช่านหันหลังเดินออกจากห้องนอนหลัก เดินผ่านโถงทางเดินมาทั้งน้ำตาจนสุดทาง
นั่นคือห้องพักของเธอในบ้านตระกูลกู้ตามนิตินัย แต่มันไม่ใช่ห้องของฉู่ช่านคุณนายกู้ หากแต่เป็นห้องของแม่บ้านฉู่แห่งตระกูลกู้ต่างหาก
มันทั้งแคบ อับทึบ และมืดมิดไร้แสงตะวัน
ก็เหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวิ๋นเฉินนั่นแหละ
เธอหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาเงียบ ๆ พลางหยิบเสื้อผ้าในตู้ใส่ลงไปทีละชิ้น
จะมีก็เพียงกล่องของขวัญสองกล่องในตู้ที่ถูกเธอวางทิ้งไว้บนเตียง
ตลอดสามปีที่แต่งงานกันมา กู้อวิ๋นเฉินเคยให้ของขวัญเธอเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น
ครั้งแรกคือวันเกิดของเธอ คืนนั้นกู้อวิ๋นเฉินถูกซูหน่วนโทรตามตัวไปเพราะปวดท้องกะทันหัน เขาจึงกลับมาในเช้าวันรุ่งขึ้น พร้อมกับสร้อยคอเส้นหนึ่ง
อีกครั้งหนึ่งคือตอนที่เธอเป็นไข้ แต่กู้อวิ๋นเฉินกลับไปร่วมงานรับปริญญาของซูหน่วน เขาจึงมอบต่างหูคู่หนึ่งให้เธอเพื่อเป็นการชดเชย
ของขวัญทั้งสองชิ้นล้วนให้มาเพื่อชดเชยที่เขาละเลยเธอเพราะซูหน่วน
ไม่ใช่เพราะเขาอยากจะให้เธอจากใจจริงเลยสักครั้ง
คนที่กู้อวิ๋นเฉินรักอย่างแท้จริงคือซูหน่วน เรื่องนี้เธอน่าจะรู้ตัวตั้งนานแล้ว
ฉู่ช่านบังคับตัวเองดึงความคิดกลับมาจากความทรงจำในอดีตเหล่านั้น
หลังจากเก็บของเสร็จ ฉู่ช่านชายตามองกล่องของขวัญสองกล่องนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับไปมองอีก
ความเหนื่อยล้าทำให้ใบหน้าที่เคยงดงามของฉู่ช่านดูซีดเซียวลงไปไม่น้อย
เธอก้มหน้าลง ดวงตายังคงแดงก่ำ
ในตอนนั้นเอง เสียงแหลมแสบแก้วหูของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “พี่คะ ทำไมคนใช้บ้านพี่อวิ๋นเฉินถึงได้ไร้มารยาทแบบนี้ เห็นว่าที่นายหญิงคนใหม่อย่างพี่เดินมา ยังไม่รู้จักเข้ามาทักทายอีก!”
ฉู่ช่านเงยหน้าขึ้นขวับ แล้วก็ได้พบกับคนที่ไม่อยากเจอที่สุด ซูหน่วน แล้วก็น้องสาวของเธอ ซูเยว่
ทั้งซูหน่วนและซูเยว่ต่างก็สวมชุดแบรนด์เนมหรูหรา เครื่องประดับบนตัวก็ล้วนเป็นของแบรนด์ดังทั้งนั้น
กู้อวิ๋นเฉินพร่ำบอกว่าพวกเธอถูกแม่เลี้ยงทารุณ แต่ฉู่ช่านไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว
ซูหน่วนสบตาเธอ ใบหน้าที่ดูใสซื่อปรากฏร่องรอยของความลำบากใจเล็กน้อย “เยว่เยว่ นี่ไม่ใช่คนใช้ของอวิ๋นเฉินหรอกจ้ะ นี่คือ…… แม่บ้านของเขา”
ทั้งที่ซูหน่วนรู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวิ๋นเฉิน แต่กลับเลือกที่จะปกปิดมันเอาไว้
นี่คือการหยามเกียรติกันอย่างชัดเจน
ซูเยว่ทำท่าดูถูกหนักกว่าเดิม “แม่บ้านกับคนใช้มันต่างกันตรงไหน ก็ขี้ข้าเหมือนกันนั่นแหละ!”
มือที่กุมสายหิ้วกระเป๋าเดินทางของฉู่ช่านเริ่มกำแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ
“นี่ เธอยังไม่รีบมาช่วยพวกเรายกกระเป๋าอีกเหรอ ทำตัวไม่มีหัวคิดแบบนี้ เชื่อไหมว่าถ้าฉันไปบอกพี่อวิ๋นเฉิน เขาจะไล่เธอออกทันทีเลย!”
ฉู่ช่านสูดหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอถึงรู้สึกว่าแม้แต่การหายใจก็ยังเจ็บปวด
แต่ต่อหน้าซูหน่วน ฉู่ช่านไม่อยากแสดงความอ่อนแอของตัวเองออกมา
เธอพยายามซ่อนเสียงที่สั่นเครือเอาไว้อย่างสุดความสามารถ “ฉันไม่ใช่แม่บ้านของตระกูลกู้อีกต่อไปแล้วค่ะ”
ใบหน้าใสซื่อของซูหน่วนแปรเปลี่ยนเป็นเย้ยหยันทันที
เธอค่อย ๆ เดินเข้ามาหาฉู่ช่านทีละก้าว พลางเหยียดยิ้มอย่างได้ใจ
“คุณฉู่ จริง ๆ แล้วฉันไม่ถือสาหรอกนะ ต่อให้ฉันกลายเป็นคุณนายกู้แล้ว ฉันก็อนุญาตให้คุณเป็นแม่บ้านที่นี่ต่อได้ เพราะหลายปีที่ผ่านมา คุณก็ทำหน้าที่ขี้ข้าได้ดีมากเลยไม่ใช่เหรอคะ?”
หัวใจของฉู่ช่านเจ็บแปลบราวกับถูกจ้วงแทงเข้าอย่างจัง
ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ซูหน่วนมาที่บ้านตระกูลกู้ในฐานะน้องสาว ทั้งที่รู้เต็มอกว่าเธอคือภรรยาของกู้อวิ๋นเฉิน แต่ซูหน่วนก็ยังใช้งานเธอราวกับคนใช้มาตลอด มีครั้งหนึ่งถึงขั้นบังคับให้เธอคุกเข่าเช็ดพื้น
ฉู่ช่านไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกง่าย ๆ แต่เมื่อเธอไปฟ้องกู้อวิ๋นเฉิน
กู้อวิ๋นเฉินกลับพูดเพียงว่า “ฉู่ช่าน เสี่ยวหน่วนก็แค่เด็กคนหนึ่ง อายุน้อยกว่าคุณตั้งสองปี คุณถือว่ายอมให้น้องหน่อยไม่ได้หรือไง เธอเป็นคนจิตใจดี ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับใครหรอก”
ฉู่ช่านดวงตาแดงก่ำ จ้องมองซูหน่วนเขม็ง ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากพูดนั้นเอง ซูหน่วนก็โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูเธอว่า “ฉู่ช่าน เธอคงใจสลายมากเลยสินะ คงอยากจะไปตายเลยใช่ไหมล่ะ ผู้ชายที่เธอรักนักรักหนา ยอมทอดทิ้งเธอเพื่อฉันได้อย่างง่ายดายขนาดนี้”
เธอถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ “พี่อวิ๋นเฉินถูกลิขิตมาให้เป็นของฉัน เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าพอครบกำหนดสองปีแล้วเขาจะหย่า ดีไม่ดีถึงตอนนั้น ลูกของเราคงจะวิ่งป๋อแล้ว!”
ฉู่ช่านรู้ว่าซูหน่วนจงใจปั่นประสาทให้เธอสติแตก เธอจึงพยายามตั้งสติ ดวงตาที่แดงระเรื่อฉายแววเย็นเยือกออกมา
“ซูหน่วน เธอเอาเวลาไปคิดดีกว่าว่าจะแต่งเรื่องที่ถูกแม่เลี้ยงรังแก เพื่อหลอกให้กู้อวิ๋นเฉินยอมแต่งงานด้วยยังไงให้รอด เธอคิดว่าชีวิตคู่ที่ได้มาจากการหลอกลวง มันจะไปได้สักกี่น้ำกัน?”
สีหน้าของซูหน่วนเปลี่ยนไปทันควัน “เธอ!”
ฉู่ช่านลากกระเป๋าเดินทางเตรียมจะเดินออกจากบ้านตระกูลกู้
เธอไม่ทันได้สังเกตเลยว่า บนบันไดมีร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังเดินลงมา
แต่ซูหน่วนสังเกตเห็น
ซูหน่วนคว้ามือของฉู่ช่านเอาไว้ แล้วแกล้งกระชากตัวเองไปข้างหลังอย่างแรง
ก่อนที่ฉู่ช่านจะทันตั้งตัวและตอบสนอง ซูหน่วนก็ล้มลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
เมื่อซูเยว่เห็นพี่สาวล้มลง ก็กรีดร้องขึ้นมาทันที “นังคนใช้ชั้นต่ำนี่ แกกล้าดียังไงมาผลักพี่สาวฉัน!”
ซูหน่วนกุมท้องเอาไว้ ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส “คุณฉู่ ฉันก็แค่กลัวว่าคุณออกจากบ้านตระกูลกู้ไปแล้วจะไม่มีที่ไป เลยอยากให้คุณอยู่เป็นแม่บ้านต่อก็เท่านั้น แต่คุณ…… คุณทำไมต้องผลักฉันด้วยคะ!”
ฉู่ช่านไม่เข้าใจว่าหล่อนกำลังเล่นละครฉากไหน เธอเม้มปากแน่น “ฉันไม่ได้……”
เธอยังพูดไม่ทันจบคำ น้ำเสียงเย็นเยียบอันทรงอำนาจก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ฉู่ช่าน คุณทำอะไรเสี่ยวหน่วน!”
คุณอาจจะชอบ





