ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีท่านหย่ากับข้าเถอะ

สามีท่านหย่ากับข้าเถอะ

หยางซูมี่ บุตรสาวคนโตของเสนาบดีผู้สูงศักดิ์ จำใจเข้าพิธีวิวาห์กับอ๋องทมิฬตามพระบรมราชโองการที่มิอาจขัดขืนได้ ทว่าชีวิตในวังหลังกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อสามีของนางแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย และไร้ความใยดี มิหนำซ้ำเขายังรับชายารองเข้ามาหยามเกียรติกันถึงเรือน เมื่อความรักไม่มีค่าและความสุขสูญสิ้น นางจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหตุใดต้องทนใช้ชีวิตยึดติดกับบุรุษผู้ไร้หัวใจเช่นนี้ต่อไป ถึงเวลาแล้วที่นางจะทวงคืนอิสระและยุติความสัมพันธ์ที่แสนขื่นขมนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ณ จวนตระกูลหยาง บริเวณเรือนไผ่หลิวที่อยู่ห่างจากเรือนหลักค่อนข้างมาก เดิมทีเรือนไผ่หลิวเป็นที่พำนักของฮูหยินใหญ่ เวลาที่นางต้องการความเงียบสงบในการปรุงยา นางก็จะมาที่นี่อยู่เสมอๆ เรือนไผ่หลิวเป็นเรือนที่มีขนาดปานกลาง ด้านหน้าเรือนมีต้นไผ่ปลูกไว้ทำให้บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ด้านหลังมีสระบัวขนาดเล็ก และแปลงสมุนไพรที่มีสมุนไพรหายากหลายชนิด เรือนนี้จะมีบ่าวรับใช้ที่ดูแลเพียงสองคนเท่านั้น

หลังจากสิ้นฮูหยินใหญ่ อำนาจภายในจวนก็ตกไปยังฮูหยินรองนามว่าหม่าอี่นั่ว ไม่ว่าเรื่องเล็กใหญ่หม่าอี่นั่วล้วนเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมด หม่าอี่นั่วนั้นเคยแอบลอบเข้ามาที่เรือนไผ่หลิวหวังจะเข้ามาทำลายแปรงสมุนไพรที่ฮูหยินใหญ่รักนักหนา แต่เพียงแค่ก้าวเท้าเพียงแค่หน้าประตูเรือนไผ่หลิว ได้ถูกพ่อบ้านประจำจวนเอ่ยปากให้ถอยออกไปเสียก่อน

แม้พ่อบ้านหยางจะเป็นเพียงบ่าวรับใช้ แต่ก็มีอำนาจของท่านเสนาบดีหยางหมิงหนุนหลังอยู่ ดังนั้นหม่าอี่นั่วจำต้องไว้หน้าพ่อบ้านหยางถึงสามส่วน หม่าอี่นั่วจึงจำต้องล่าถอยออกมาเสียก่อน แต่คาดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นไม่กี่วัน ท่านเสนาบดีหยางหมิงได้มีคำสั่งออกมายกเรือนไผ่หลิวให้กับคุณหนูใหญ่หยางซูมี่ ห้ามมิให้ผู้ใดไปยุ่งวุ่นวายโดยเด็ดขาดมิเช่นนั้นจะถูกลงโทษอย่างหนักนี่จึงถือได้ว่าท่านเสนาบดีหยางหมิงได้ส่งคำเตือนมาให้หม่าอี่นั่ว

เช้าวันนี้ที่เรือนไผ่หลิวล้วนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย หยางซูมี่ถูกเจินเจินและซินซิน สาวใช้ประจำตัวปลุกตั้งแต่ยามอิ๋นให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังที่ฮ่องเต้ทรงเป็นผู้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือแคว้นฉิน และสดุดีแก่ทหารกล้าทุกนาย งานเลี้ยงนั้นจะเริ่มในต้นยามอู่ของวันนี้

หยางซูมี่ถูกสาวใช้ทั้งสองจัดการลอกคราบ กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นก็ได้เวลาที่จะออกเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงพอดี หยางซูมี่เดินมาที่ด้านหน้าเรือนหลักเพื่อขึ้นรถม้าที่มีตราประจำตระกูลหยางติดอยู่ด้านหน้า

“พี่หญิงใหญ่มาได้เสียที เรารีบไปกันเถิดเจ้าค่ะ”

เสียงสดใสร่าเริงเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าหยางซูมี่เดินมาถึงแล้ว หากฟังให้ดีคำพูดนี้จะแฝงความนัยต่อว่าหยางซูมี่ว่านางนั้นมาช้า ทำให้ผู้อื่นต้องรอ

ผู้พูดนั้นคือคุณหนูรองแห่งจวนตระกูลหยางที่ถือกำเนิดจากฮูหยินรองหม่าอี่นั่ว นางมีนามว่าหยางเจียลี่โดยหยางเจียลี่นั้นอายุห่างจากหยางซูมี่เพียงหนึ่งปีเท่านั้น

“น้องหญิงรองรีบเกินไปหรือไม่ งานเลี้ยงจัดปลายยามอู่ นี่เพิ่งจะต้นยามเซิ่นเท่านั้นเอง น้องหญิงรองคงจะตื่นเต้นมากเกินไปเป็นแน่อายุ 17 หนาวแล้วแต่พึ่งจะเคยได้ออกงานใหญ่เป็นครั้งแรก”

หยางซูมี่เหยียดยิ้มหวานปานน้ำผึ้ง แต่คำพูดนั้นกลับทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวดใจ ด้วยฐานะของหยางเจียลี่เป็นเพียงแค่บุตรีที่ถือกำเนิดมาจากฮูหยินรอง

การที่หยางเจียลี่จะได้รับเทียบเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงนั้นมีจนนับนิ้วได้ และโดยเฉพาะงานเลี้ยงในพระราชวังนั้น นี่ถือเป็นครั้งแรกที่นางจะได้ร่วมงานเลี้ยง นางจึงอดจะตื่นเต้นตามที่หยางซูมี่เอ่ยมิได้จริงๆ หยางเจียลี่ได้แต่กัดฟันยิ้มหวานเอ่ยตอบไป

“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ น้องตื่นเต้นมากเกินไป ต้องขออภัยพี่หญิงใหญ่ด้วยนะเจ้าคะ”

หยางซูมี่ทำเพียงโบกมือไปมาอย่างไม่ถือสา แล้วก้าวเดินขึ้นไปนั่งบนรถม้าโดยมีซินซินช่วยประคอง

เมื่อรถม้าตระกูลหยางจอดที่ด้านหน้าพระราชวัง ผู้คนโดยรอบต่างเมียงมองกันมาทางนี้ ภายในแคว้นเซี่ยนั้นตระกูลหยางนับเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจอีกสามตระกูลคือ ตระกูลจ้าวของท่านแม่ทัพจ้าวซีซวน ตระกูลหม่าของฮองเฮาหม่าลี่อิง และตระกูลมู่ของไทเฮามู่อิงฮวา ทั้งสี่ตระกูลล้วนคานอำนาจกันมาโดยตลอด

เสนาบดีหยางหมิงก้าวลงมาเป็นคนแรก แม้ว่าจะอยู่ในวัยกลางคนแล้ว แต่ก็มิอาจลดทอนความหล่อเหลา สง่างามของเขาได้เลยกลับกันยิ่งอายุเยอะกลับยิ่งดูภูมิฐานและมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก คุณชายใหญ่หยางเฟยเทียน ก้าวลงมาเป็นคนที่สอง เขามีใบหน้าคมเข้มที่ถอดแบบหยางหมิง มีเพียงนัยน์ตาที่เรียวคมดุจนัยน์ตาเหยี่ยว ผิวของเขาคล้ำเข้มอย่างผู้ที่ฝึกยุทธ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นถึงรองแม่ทัพแห่งทิศประจิม ภายใต้การนำทัพของท่านแม่ทัพจ้าวซีซวนผู้เป็นตา

เมื่อหยางซูมี่ก้าวลงมาจากรถม้าคันที่สอง ทั้งบุรุษและสตรีต่างพากันหยุดหายใจไปหนึ่งจังหวะ โฉมสะคราญที่มีใบหน้ารูปหัวใจ คิ้วโก่งดั่งคันศร สอดรับกับจมูกโด่งรั้นสวย นัยน์ตากลมโตแวววาวดั่งนัยน์ตากวาง ปลายหางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากสีแดงก่ำดั่งผลอิงเถา วันนี้หยางซูมี่สวมใส่อาภรณ์สีขาวปักลายดอกอิงฮวาสีแดง ปักปิ่นหยกสีเขียวมันแพะที่แกะสลักเป็นดอกอิงฮวา ความงามของหยางซูมี่ให้ความรู้สึกงดงามสูงค่าประหนึ่งเซียนสาวลงมาเที่ยวเล่นยังแดนมนุษย์

หยางซูมี่เดินเข้าไปหาหยางเฟยเทียน นางยอบกายคารวะผู้อาวุโสที่เดินเข้ามาทักทายบิดา และพี่ชายใหญ่ด้วยท่วงท่างดงามถูกต้องตามหลักการแบบแผนของสตรีชนชั้นสูง

หยางเจียลี่และหยางเฟยหรง ก้าวลงมาจากรถม้าเป็นคนสุดท้าย สองพี่น้องพากันเดินไปสมทบกับเสนาบดีหยางหมิง แม้ว่าวันนี้หยางเจียลี่จะสวมอาภรณ์สีเหลืองอ่อนปักลายดอกเหลียนฮวา ให้ความรู้สึกน่ารัก สดใสสมวัย แต่เมื่อยืนใกล้กับหยางซูมี่แล้วความงามของนางยังด้อยกว่าถึงสามส่วน

หยางเฟยหรงคือบุตรชายคนเล็กที่ถือกำเนิดจากหม่าอี่นั่ว ปีนี้เขาอายุได้ 10 หนาวแล้วจึงสามารถมาร่วมงานเลี้ยงที่พระราชวังได้ หยางเฟยหรงอายุได้เพียง 10 หนาว แต่ก็ได้ฉายแววความหล่อเหลาออกมาให้เริ่มมองเห็นแล้ว ใบหน้าของเขาถอดแบบเสนาบดีหยางหมิงถึงแปดส่วน คนตระกูลหยางนั้นขึ้นชื่อเรื่องหน้าตาที่งดงามหล่อเหลาทั้งสิ้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
ตระกูลซูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ซูเฉิงอิ้งต้องทนทุกข์จากการถูกน้องสาวทรยศและชายคนรักหลอกใช้จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติก่อนจะถูกประหารอย่างอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่พร้อมความแค้น นางจึงถือดาบกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เริ่มจากการกำจัดน้องสาวชั่วและคนรักหน้าเนื้อใจเสือ พร้อมสยบคำนินทาที่บิดเบือนความจริงทั้งหมด ทว่าในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้ ตงฟางไป๋เยว่กลับก้าวเข้ามาป่วนหัวใจจนนางแทบจะวางดาบไม่ลง
หน้าปกนวนิยาย พิศวาสตำหนักลืมเลือน
8.6
เฟิงหลง อุปราชปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แห่งเป่ยถัง ครองชีวิตอมตะพร้อมญาณหยั่งรู้ในตำหนักลืมเลือนมานานกว่าสามศตวรรษ ด้วยคำสาปร้ายที่ทำให้ผู้เข้าใกล้ต้องสลายเป็นเถ้าถ่าน ทว่าองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยกลับเป็นสตรีเพียงนางเดียวที่สัมผัสกายเขาได้ ก่อเกิดเป็นสายใยรักลึกซึ้งท่ามกลางความลึกลับ แม้ตำหนักจะเลือนหายไปพร้อมพันธสัญญา แต่หัวใจของเขายังคงเฝ้ารอคอยนางหวนคืนมาเพื่อครองรักกันอีกครั้งตามคำสัตย์สาบานที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่พันปีใจของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไป
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ
9.5
เมื่อสาวร่างท้วมผู้เกลียดการกินผักเป็นชีวิตจิตใจกลับต้องเผชิญกับบทลงโทษจากสวรรค์อย่างไม่คาดฝัน เธอถูกส่งย้อนเวลากลับไปยังอดีตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะเกษตรกรที่ต้องคลุกคลีอยู่กับแปลงผักที่เธอเคยเบือนหน้าหนี การเดินทางครั้งนี้คือการดัดนิสัยสุดป่วนที่บีบบังคับให้เธอต้องเรียนรู้วิธีเพาะปลูกและเอาชีวิตรอดในโลกใบใหม่ ท่ามกลางความวุ่นวายและเหตุการณ์สุดแปลกประหลาดที่ทำให้เธอต้องอุทานว่าอิหยังวะออกมาไม่หยุดหย่อนในทุกย่างก้าว
หน้าปกนวนิยาย เสี้ยวอสูร
7.8
เมื่อเหล่าแม่ทัพสวรรค์ต้องโทษถูกเนรเทศสู่โลกมนุษย์ ร่างเทพกลับถูกเพลิงเผาผลาญจนกลายเป็นเทพอสูรกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ที่น่าเกรงขาม ซิ่นเฉิง นักรบหนุ่มผู้รักศักดิ์ศรีโกรธแค้นอย่างมากเมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดถูกบิดาขายให้เป็นภรรยาของเทียนอี้ แม่ทัพอสูรผู้ยิ่งใหญ่เพื่อแลกกับน้ำ เขาจึงบุกไปช่วยเธอถึงจวน แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าศัตรูคือมนุษย์หมาป่า พร้อมข้อเสนอสุดบีบคั้นที่เขาต้องเลือกว่าจะยอมสละน้องสาว หรือจะยอมเป็นฮูหยินของเทพอสูรตนนี้เสียเอง
หน้าปกนวนิยาย Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย
9.5
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในร่างของนาเซีย นางร้ายผู้มีจุดจบอันแสนสลดรออยู่ เธอจึงต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากโชคชะตาเลวร้าย พร้อมกับพยายามค้นหาหนทางกลับสู่โลกเดิมที่จากมา ทว่าแผนการใช้ชีวิตอย่างสงบกลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เมื่อผู้คนรอบข้างต่างพากันเข้ามาพัวพันและสร้างความวุ่นวายในชีวิตเธอไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ปราบพยัคฆ์ แม่ทัพตัวร้าย
7.8
ซุนเหยาผู้เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารจีนชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เธอทุ่มเททำงานหนักจนกระทั่งร่างกายรับไม่ไหวและหมดสติไปอย่างกะทันหัน ทว่าเมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับพบว่าตนเองหลุดมาอยู่ในโลกโบราณ โดยกำลังนั่งอยู่บนเกี้ยวแปดคนหามในชุดมงคลสีแดงสะดุดตา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเธอกำลังถูกส่งตัวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับใครบางคนอย่างไม่คาดฝันในดินแดนที่ไม่รู้จักแห่งนี้