ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีท่านหย่ากับข้าเถอะ

สามีท่านหย่ากับข้าเถอะ

หยางซูมี่ บุตรสาวคนโตของเสนาบดีผู้สูงศักดิ์ จำใจเข้าพิธีวิวาห์กับอ๋องทมิฬตามพระบรมราชโองการที่มิอาจขัดขืนได้ ทว่าชีวิตในวังหลังกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อสามีของนางแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย และไร้ความใยดี มิหนำซ้ำเขายังรับชายารองเข้ามาหยามเกียรติกันถึงเรือน เมื่อความรักไม่มีค่าและความสุขสูญสิ้น นางจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหตุใดต้องทนใช้ชีวิตยึดติดกับบุรุษผู้ไร้หัวใจเช่นนี้ต่อไป ถึงเวลาแล้วที่นางจะทวงคืนอิสระและยุติความสัมพันธ์ที่แสนขื่นขมนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

วาสนาของหยางซูมี่

งานเลี้ยงจะเริ่มเมื่อปลายยามอู่แต่เวลานี้เพิ่งต้นยามเซิ่นเท่านั้น คุณหนูคุณชายที่มาถึงก่อนเวลาจึงได้ใช้ช่วงเวลานั้นเพื่อพูดคุยพบปะกับสหายกันที่อุทยานหลวงที่ถูกจัดไว้ให้ ขุนนางที่สนิทสนมกันต่างก็พากันจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน งานเลี้ยงวันนี้ถือว่าเป็นการผ่อนคลายจากการทำงานอย่างหนักของเหล่าขุนนาง

หยางหมิงได้เดินแยกไปหาสหายที่เป็นขุนนาง หยางเฟยเทียนได้ชวนหยางเฟยหรงไปยังลานยิงธนู หยางซูมี่นั้นจำต้องพาหยางเจียลี่ไปด้วยกัน เดินมาได้สักพักหยางเจียลี่ก็พบกับสหายทั้งคู่จึงได้เดินแยกทางกัน จะมาพบกันอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่งานเลี้ยงเริ่ม

“เหตุใดเจ้าถึงได้พาน้องสาวมาด้วยเล่ามี่เอ๋อร์”

หม่าฮุ่ยหลิงเอ่ยถามสหายสนิทของตน เมื่อหยางซูมี่เข้ามานั่งที่ศาลา

“ท่านพ่ออยากให้นางได้มาเปิดหูเปิดตา ปีนี้นางจะอายุ 17 หนาวแล้ว สมควรมองหาคู่ครองได้แล้ว” หยางซูมี่เอ่ยตอบสหายอย่างไม่ใส่ใจนัก

“แล้วเจ้าเล่ามี่เอ๋อร์ ปีนี้เจ้าก็อายุ 18 หนาวแล้วได้เริ่มมองหาคู่ครองบ้างหรือยังเล่า มีคุณชายตระกูลไหนที่เจ้าหมายตาไว้บ้าง”

“ข้าอยากจะเป็นสาวเทื้อขึ้นคานเสียมากกว่า”

หยางซูมี่เอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก สหายที่นั่งในศาลาต่างพากันหัวเราะ ถ้าโฉมสะคราญดั่งหยางซูมี่ขึ้นคานกลายเป็นสาวเทื้อ สตรีในใต้หล้านี้ก็ไม่มีผู้ใดได้แต่งงานออกเรือนแล้ว

“เจ้าอย่าได้พูดเล่น ข้าได้ข่าวจากข้างในว่าฮ่องเต้จะทรงพระราชทานสมรสให้กับท่านอ๋องเซี่ยเหวินหรง ในแคว้นเรามีเพียงหญิงงามสามคนเท่านั้นที่เหมาะสม”

เถาซูเม่ยเอ่ยด้วยเสียงเบาราวกับกระซิบ

“เม่ยเอ๋อร์เจ้าจะกระซิบไปทำไม ข่าวลือนี้เขารู้กันไปทั่ว แม้แต่ชาวบ้านยังรู้เลย”

หม่าฮุ่ยหลิงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับสหายของตน นี่นางตกข่าวไปหรือไม่

“อันนั้นคือข่าวทั่วไป แต่ข้านั้นรู้แล้วว่าผู้ใดจะได้สมรสพระราชทานกับท่านอ๋องเซี่ยเหวินหรง”

เถาซูเม่ยเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ ใบหน้ากระหยิ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“เจ้ารู้สิ่งใดก็รีบคลายออกมาเลยนะ”

หม่าฮุ่ยหลิงเริ่มตื่นเต้นไปกับข่าวของเถาซูเม่ย

“ไทเฮาทรงประสงค์จะให้คุณหนูมู่เหลียนฮวาแต่งเข้ามาเป็นพระชายา แต่ฮ่องเต้กับฮองเฮาทรงประสงค์ที่จะให้คุณหนู...”

เถาซูเม่ยยังเอ่ยไม่ทันจบ นางกำนัลก็ได้เข้ามาเชิญให้พวกนางกลับเข้าไปที่งานเลี้ยง เพราะอีกไม่นานงานเลี้ยงจะเริ่มขึ้นแล้ว หม่าฮุ่ยหลิงกับหยางซูมี่ได้แต่ทำหน้าเสียดาย แต่จนใจที่ต้องเดินตามนางกำนัลออกไป เถาซูเม่ยส่งสายตาหยอกล้อมาที่สหายของตน พลางหัวเราะออกมาเสียงเบา สร้างความหมั่นไส้ให้กับหยางซูมี่และหม่าฮุ่ยหลิง

เมื่อทุกคนนั่งประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว เสียงประกาศของขันทีดังลั่นเป็นสัญญาณเพื่อบอกให้ทุกคนทราบว่าตอนนี้โอรสสวรรค์ได้ทรงเสด็จเข้ามายังงานเลี้ยงแล้ว

“ฮ่องเต้เสด็จ ฮองเฮาเสด็จ ไทเฮาเสด็จ”

ทุกคนต่างรีบลุกขึ้นยืนแล้วถวายความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน

เมื่อฮ่องเต้ทรงประทับนั่งบนบัลลังก์มังกรสีเหลืองอร่ามเรียบร้อยแล้ว จึงโบกพระหัตถ์เพื่อให้ทุกคนนั่งลงได้ ที่นั่งของแต่ละพระองค์ถูกจัดไว้ตามลำดับขั้นฐานะ ที่นั่งทางด้านขวาพระหัตถ์ของฮ่องเต้ทรงมีฮองเฮาประทับอยู่ ส่วนทางด้านซ้ายของพระหัตถ์นั้นเป็นไทเฮา

เก้าอี้ถัดมานั้นทางด้านซ้ายจะเป็นที่นั่งของบุรุษ โดยคนแรกคือท่านอ๋องเซี่ยเหวินหรง ถัดไปเป็น จวิ้นอ๋องเซี่ยเหวินหลิน เป้ยเล่อเซี่ยป๋อหลิน และถัดไปเป็นครอบครัวของขุนนางที่เป็นบุรุษ

ส่วนทางด้านขวานั้นจะเป็นที่นั่งของบรรดาเหล่าสนมทั้งหลายของฮ่องเต้ และครอบครัวของเหล่าขุนนางที่เป็นสตรีทั้งหมด

ท่านอ๋องเซี่ยเหวินหรงนั้นถือกำเนิดมาจากพระสนมเว่ยกุ้ยเฟยทรงพระนามว่าเว่ยซูฉี ส่วนท่านอ๋องทั้งสองนั้นล้วนถือกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน หลังจากฮ่องเต้พระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ ฮ่องเต้เซี่ยเฟยหลงได้ทรงพระราชทานตำแหน่งอ๋องและตำหนักให้ มีเพียงเซี่ยเหวินหรงที่ไม่ได้ตำแหน่งอ๋องที่ชัดเจน มีเพียงตำแหน่งท่านแม่ทัพแห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬเท่านั้น แต่ทุกคนต่างรู้กันดีว่าอำนาจของท่านอ๋องเซี่ยเหวินหรงเปรียบดั่งตำแหน่งของชินอ๋อง

เซี่ยเฟยหลงเอ่ยเปิดงานเพื่อเริ่มงานเลี้ยงได้ จากนั้นจึงได้มีการแสดงต่างๆ ตรงกลางลานแสดง นางกำนัลต่างยกอาหารและสุรามารับรองแขกทั้งหลาย น้ำชาก็ล้วนเป็นชาชั้นดี หยางซูมี่นั่งชมการแสดงอย่างสุนทรีย์

อาหารล้วนมีหลากหลายให้เลือกชิม ทั้งอาหารคาวและของหวาน ขึ้นชื่อว่านี่คืองานเลี้ยงในพระราชวัง สิ่งใดดีล้วนมีทั้งสิ้น สุราเองก็เป็นสุราที่ทำมาจากผลท้อที่ใช้เวลาหมักถึงห้าปี รสชาติหวานละมุนติดขมที่ปลายลิ้น หยางซูมี่ดื่มหมดไปถึงสามจอก หากเป็นสตรีอื่นคงเกิดอาการมึนเมาบ้างแล้ว แต่มิอาจจะทำอะไรกับหยางซูมี่ได้

เซี่ยเหวินหรงสนใจเพียงแค่จอกสุราในมือ และโฉมงามที่กำลังยกจอกสุราขึ้นดื่มเป็นจอกที่ห้า ประหนึ่งว่าในจอกนั้นเป็นเพียงน้ำชาหาใช่สุราไม่ ความสนใจของเขาที่มีต่อโฉมงามนั้นทำให้เขามิอาจจะละสายตาออกไปได้เลย แม้ว่าเขากำลังสนทนากับน้องชายอย่างเซี่ยเหวินหลิน แต่สายตาคมก็จะวกกลับไปหาที่นางตลอด

ช่วงเวลาสำคัญของงานเลี้ยงได้มาถึงแล้ว เซี่ยเฟยหลงทรงลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยด้วยพระสุรเสียงดังกังวาน

“งานเลี้ยงในวันนี้เจิ้นจัดขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือแคว้นฉิน แต่ถึงแม้เราจะเอาชนะมาได้ แต่เราก็ได้สูญเสียทหารกล้าที่พลีชีพเพื่อแผ่นดินบ้านเกิด เพื่อให้ลูกหลานของแคว้นเซี่ยได้ดำรงชีวิตอยู่ต่อไป จอกนี้เจิ้นขอดื่มเพื่อไว้อาลัยแด่ทหารกล้าที่พลีชีพเพื่อบ้านเมือง”

เซี่ยเฟยหลงยกจอกสุราขึ้นดื่ม ทุกคนต่างก็ทำตามเช่นกัน

“ครอบครัวของทหารกล้าที่พลีชีพจะได้รับเงินชดเชยจากเจิ้น ทหารที่ทำผลงานได้ดีเจิ้นจะตกรางวัลให้อย่างเหมาะสม และเซี่ยเหวินหรงแม่ทัพแห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬผู้นำทัพที่สามารถรบชนะแคว้นฉินได้ เจิ้นมีรางวัลพิเศษให้”

ทุกคนต่างลุ้นระทึกและคาดเดาไปต่างๆ นานา ถึงรางวัลที่ฮ่องเต้จะทรงพระราชทานให้กับท่านอ๋องเซี่ยเหวินหรง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีข่าวลือออกมา ทุกคนต่างพากันคาดเดาว่าสตรีใดที่จะเป็นผู้โชคดีที่ได้แต่งเข้าจวนของท่านอ๋องเซี่ยเหวินหรง

“เซี่ยเหวินหรงพระอนุชาแห่งเราผู้นำทัพแห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬสามารถนำชัยชนะแคว้นฉินได้ เราในฐานะโอรสสวรรค์ผู้ปกครองแคว้นเซี่ย ประสงค์มอบสมรสพระราชทานให้เซี่ยเหวินหรงกับคุณหนูใหญ่ หยางซูมี่ บุตรีของเสนาบดีกรมคลังหยางหมิง นับจากนี้อีกหนึ่งเดือนให้แต่งเข้ามาเป็นพระชายาเอกในชินอ๋องเซี่ยเหวินหรง”

สิ้นเสียงของโอรสสวรรค์ ดั่งมีสายฟ้าฟาดผ่าเปรี้ยงลงมา

นอกจากฮ่องเต้จะทรงพระราชทานสมรสแล้ว ยังทรงประกาศมอบตำแหน่งชินอ๋องให้กับเซี่ยเหวินหรงอีกด้วย แม้ว่าหลายคนพอจะคาดเดาได้ว่าผู้ใดจะได้แต่งเข้าจวนอ๋อง แต่การที่ฮ่องเต้ทรงประกาศว่าหยางซูมี่จะถูกแต่งตั้งเป็นพระชายาเอกชินอ๋องนั้น แสดงให้เห็นว่าพระอนุชาผู้นี้มีน้ำหนักในพระทัยของพระองค์เป็นอย่างมาก ตำแหน่งชินอ๋องนั้นปกติจะเป็นรองเพียงองค์รัชทายาทเท่านั้น แต่ตอนนี้ฮ่องเต้ยังไม่มีพระโอรสหรือพระธิดา ดังนั้นตำแหน่งชินอ๋องจึงเป็นรองเพียงฮ่องเต้เท่านั้น

การที่ฮ่องเต้ทรงเลือกหยางซูมี่ให้เป็นพระชายาเอกของเซี่ยเหวินหรงนั้น มีทั้งผู้ที่ยินดีในวาสนาของหยางซูมี่ และก็มีหลายๆ คนที่ผิดหวังเสียใจ และริษยาที่วาสนานี้ไม่ได้ตกมาถึงตนเอง แต่กลับมีใครบางคนที่กำลังรู้สึกเกรี้ยวกราดจนยากจะสงบใจไว้ได้ แม้ใบหน้าจะยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจกลับร้อนรุ่มไปด้วยเพลิงโทสะ แผนการที่วางไว้ในใจมานานหลายปี กลับพังทลายลง ก้าวช้าเพียงหนึ่งก้าวหมากล้มทั้งกระดาน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HXS” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HXS
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค3
8.2
โชคชะตาพาเธอย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในยุค 90 อันแสนคิดถึง แต่การกลับมาในหนนี้มีเป้าหมายที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เคยเป็นฝ่ายวิ่งตามความรักและคอยตื้อชายในดวงใจจนเหนื่อยล้า ในชีวิตใหม่นี้เธอตัดสินใจที่จะวางตัวให้มีเสน่ห์และน่าค้นหา เพื่อเปลี่ยนกระดานให้เขากลายเป็นฝ่ายที่ต้องมาคอยตามจีบและตื้อเธอแทน เรื่องราวความรักที่ผสมผสานกลิ่นอายย้อนยุคจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับบทพิสูจน์ใจครั้งใหม่ที่เธอเป็นคนคุมเกม
หน้าปกนวนิยาย มนต์ปาริชาต
8.1
มนทิพย์มักตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันถึงชายหญิงคู่หนึ่ง โดยเฉพาะสายตาอันเปี่ยมล้นด้วยรักของ ‘คุณนพ’ ที่ทำให้เธอหวั่นไหวอย่างประหลาด ทุกความรู้สึกและนามเรียกขานว่า ‘ปาริชาต’ กลับสั่นสะเทือนถึงตัวตนข้างในของเธออย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อดอกปาริชาตสีแดงเพลิงจากสรวงสวรรค์คือสัญลักษณ์แห่งการระลึกชาติที่มนุษย์ทั่วไปมิอาจสัมผัสกลิ่นหอมได้ มนตราแห่งดอกไม้ชนิดนี้จะสามารถกลายเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงอดีตชาติที่แสนตราตรึงให้หวนคืนกลับมาสู่หัวใจของเธออีกครั้งได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลารัก องค์รัชทายาท
8.5
เมื่อศัลยแพทย์หนุ่มหลุดย้อนเวลามาอยู่ในร่างพระชายาขององค์รัชทายาท เขาจึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางสมรภูมิชิงอำนาจและการเมืองในวังหลวงที่แสนอันตราย เขาต้องเรียนรู้วิธีการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับพยายามเอาชนะใจองค์รัชทายาทผู้เย็นชาให้จงได้ เส้นทางความรักครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและการต่อสู้ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึงในโลกใบเดิมที่เขาจากมา
หน้าปกนวนิยาย สาวใช้ของนายท่านคือปีศาจสาวตนหนึ่ง
8.6
ปีศาจต้องสูบพลังชีวิตมนุษย์เพื่ออยู่รอด และการเสพพลังหยางจะช่วยเพิ่มฤทธิ์เดช แต่กลับแลกมาด้วยชีวิตของบุรุษผู้นั้น ขณะที่หัวใจจิ้งจอกแดงคือยาทิพย์ที่ใครก็หมายปอง ทำให้หลิวเข่อซิงต้องเป็นทั้งผู้ล่าและผู้ถูกล่า ท่ามกลางความวุ่นวาย หานหรงเหยา กุนซือหนุ่มที่ลี้ภัยมายังชายแดนได้ช่วยชีวิตปีศาจสาวตนนี้ไว้จนเกิดเป็นพันธะผูกพัน เมื่อความลับของนางถูกเปิดเผย ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าจะถูกถลกหนัง ชายหนุ่มกลับเลือกที่จะรับผิดชอบในตัวนางแทน เรื่องราวความรักต่างเผ่าพันธุ์จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรักบรรพกาล : ภาคองค์ชายเก้ากับพระสนมบ้า
8.7
เมื่อศิลาสวรรค์ลิขิตให้เหวินฉางเทียนจวิน มหาเทพผู้ครองสามโลกต้องคู่กับเจียงอิ้งเยว่ มนุษย์สาวผู้ต่ำต้อย ทว่าหยกจันทราและด้ายแดงกลับแตกสลายจนวาสนาขาดสิ้น มหาเทพจึงจุติเป็นองค์ชายจ้าวเฟยหลงเพื่อตามหาสิ่งวิเศษและเผชิญวิบากรักกับนางผู้ถูกสาปให้เป็นแมวสีขาวในยามกลางวัน ความแตกต่างระหว่างเทพและมนุษย์ท่ามกลางคำสาปเผ่ามารจะสั่นสะเทือนสวรรค์และเปลี่ยนโชคชะตาที่เคยพลัดพรากให้สมหวังได้หรือไม่ในตำนานรักสี่พันปีนี้
หน้าปกนวนิยาย ได้กลับมาครานี้...ข้าจะไม่แต่งงาน
8.6
ฉินเซี่ยหรูต้องจบชีวิตลงด้วยความตรอมใจ หลังถูกหวงจิงอวี่ผู้เป็นสามีทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวและรับอนุเข้าจวนมากมายจนนางไร้อำนาจ ทว่านางกลับได้รับโอกาสที่สองให้มาเกิดใหม่ในร่างหลานสาววัยเจ็ดขวบที่เคยขี้โรคจนร่างกายกลับมาแข็งแรงอย่างปาฏิหาริย์ แม้จะตั้งมั่นว่าจะไม่ขอผูกพันกับชายใดอีกเพื่อเลี่ยงโศกนาฏกรรมเดิม แต่เมื่อได้พบกับนักปราชญ์หนุ่มผู้แสนดี หัวใจที่เคยบอบช้ำก็เริ่มเปิดใจเรียนรู้รักแท้ที่นางไม่เคยได้รับเลยในชาติก่อน