ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มิติมหัศจรรย์

มิติมหัศจรรย์

ทิพย์อัปสร นางฟ้าผู้เปี่ยมด้วยสิริโฉมอันงดงาม กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งเมื่อเธอเป็นที่รักของพระเสาร์ เทพผู้ทรงอำนาจและบารมี ทว่าความสงบสุขกลับพังทลายลง เมื่อพระอังคารเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ดุดันและแข็งแกร่ง ก็มีใจรักมั่นในตัวเธอเช่นกัน ความปรารถนาที่สวนทางกันของสองมหาเทพผู้อิ่งใหญ่ได้จุดชนวนให้เกิดมหาศึกสงครามบนสรวงสวรรค์ที่ยากจะหลีกเลี่ยง กลายเป็นเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล
ตอน
แชร์

ตอน 2

...เมื่อถูกน้องหญิงทั้งสองดึงมือให้บินมาด้วยกัน เกศสุดาจึงถามอย่างงุนงงว่า “อ้าว...น้องเกศกัลยา เจ้าไม่ต้องการสร้อยข้อมือเส้นนั้นแล้วหรือ...ก็เห็นเขาผู้นั้นถืออยู่นี่น่า”

“ตายจริง น้องลืมเสียสนิท มัวแต่ตกใจ” เกศกัลยาเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครกัน ทำไม่ถึงมีแววตาน่ากลัวอย่างนั้น...”

“แต่ผู้ที่สง่างามออกอย่างนั้นต้องเป็นเทวดาแน่ๆ พี่ว่าคงไม่ใช่พวกดุร้ายน่ากลัวหรอก”

“อาจจะจริงอย่างที่พี่หญิงว่า” เกศประภากล่าวอย่างออกจะเห็นด้วยความคิดของพี่หญิงใหญ่

“คงเป็นเทพรักษ์ที่สถิตในต้นไทรนั่นท่านคงเก็บสร้อยของน้องเกศกัลยาได้ น่าเสียดายจริง ถ้าพวกเราย้อนกลับไปเอาสร้อยเส้นนั้นก็จะกลับพระตำหนักไม่ทันเวลาเข้าเฝ้าเสด็จแม่ตอนค่ำ เสด็จแม่จะทรงระแคะระคายได้ว่าพวกเรา

หนีออกมาเที่ยวกัน”

“ช่างเถิดเพคะ สร้อยเส้นนั้น พวกเรารีบกลับภัทรานครดีกว่าเพคะพี่หญิง นี่ก็ใกล้มืดเต็มทีแล้ว” เกศกัลยาพูดอย่างหมดความสนใจในสร้อยข้อมือบุษราคัมเส้นนั้นแล้ว

เมฆดำกลุ่มใหญ่เพิ่งเคลื่อนผ่านไป ดวงจันทร์เพ็ญจึงได้สกาวสุกใสขึ้นอีกครั้ง...ทอแสงสว่างนวลตาลงสู่อุทยานหลวงเบื้องล่าง

จันทราเอย...แสงแห่งท่านสามารถขับไล่เงามืดสลัวเมื่อครู่ให้สลายไป ไยไม่ช่วยขจัดความกลัดกลุ้มทรมานให้ออกไปจากจิตใจของข้า...เกศสุดาคร่ำครวญอยู่ในใจ

นางอดนึกถึงเย็นวันนี้ไม่ได้...ขณะที่น้องหญิงทั้งสองดึงมือนางให้บินกลับภัทรานครด้วยกันนั้น...เกศสุดาได้เห็น...รอยยิ้มอันอบอุ่นปรากฏบนดวงหน้างามราวกับบรรจงปั้นของเขาผู้นั้น...ช่างที่เป็นภาพที่ตราตรึงใจไม่รู้เลือน

“พี่หญิงเพคะ” เสียงอ่อนหวานเรียกเบาๆที่เบื้องหลัง

ทำให้เกศสุดาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด...หันหน้ามายังต้นเสียงจึงค่อยเห็นว่าในห้องนั้นนอกจากตัวนางเองแล้วก็มีน้องหญิงอีกสองเท่านั้น...ไม่มีพี่เลี้ยงนางกำนัลอยู่ปฏิบัติงานดังเคย คาดว่าหากไม่ใช่เกศประภาก็ต้องเป็นเกศกัลยาที่สั่งให้พวกนางออกไป

“คืนนี้...พี่หญิง ไฉนจึงดูหมองเศร้านักเพคะ” เกศกัลยาเอ่ยอย่างเป็นห่วงขณะที่นั่งลงบนตั่งลายทองข้างพระแกลตรงหน้าเกศสุดาพลางกุมมือของผู้หญิงผู้เป็นพี่สาวไว้อย่างปลอบโยน

“มีสิ่งใดที่ทำให้พี่หญิงเป็นทุกข์หรือเพคะ” เกศประภาที่ยืนอยู่ใกล้ๆกล่าวเสริม

“ไม่...ไม่มีอะไรหรอก น้องอย่างได้กังวลเลย” เกศสุดาพยายามกลบเกลื่อน

“น้องรู้สึกว่านับแต่พวกเรากลับจากเที่ยวหิมพานต์แล้ว พี่หญิงก็เหมือนมีความทุกข์ใดในใจ” เกศประภายังไม่ละความพยายามที่จะถามเอาความจริง “หรือว่า...เป็นเพราะเทพารักษ์องค์นั้นเพคะ”

คำคาดเดาอย่างเปะปะของผู้เป็นน้องสะกิดถูกบาดแผลในใจของเกศสุดาเข้าพอดี

นางจึงตอบเสียงสะท้านอย่างระงับไม่ได้ว่า “อย่าได้กล่างอีกเลยน้องเกศประภา พี่...พี่ละอายใจเหลือเกิน...ผิดวิสัยหญิงที่เป็นฝ่ายคิดถึง...เขา”

“โธ่! พี่หญิงก็...เรื่องเช่นนี้ เอ่อ...ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ก็ไม่ควรจะถือเป็นความผิดร้ายแรงนี่เพคะ” หากยังคงเป็นไปอย่างถูกทำนองคลองธรรม” เกศประภากล่าวปลอบเสียงอ่อนโยน

“จริงอย่างที่พี่หญิงเกศประภาตรัสนะเพคะ” ผู้เป็นน้องเล็กสนับสนุน “พี่หญิงอย่าได้กันแสงเลย อีกอย่าง “พี่หญิงของน้องก็งามออกปานนี้ บางทีเขาอาจกำลังคิดถึงพี่หญิงอยู่เช่นกันก็เป็นไปได้เพคะ”

“ไม่ต้องปลอบใจพี่หรอก พี่เข้าใจความหวังดีของน้องทั้งสองแล้วพี่ก็รู้ตัวว่าไม่คู่ควรกับเขา เขาเป็นเทวดา ส่วนพี่เป็นเพียง...นางกินนร” น้ำเสียงเศร้าสร้อย แล้วผู้พูดก็ต้องถอนหายใจอย่างอัดอั้น “พี่จึงพยายามจะหักห้ามใจไม่ไปคิดถึงเขาอีก...แต่...ช่างยากเย็นเหลือเกิน”

“พี่หญิงไยคิดเช่นนั้น พวกเราเป็นเทพกินนรนะเพคะ ถือว่าเป็นสายเลือดสูงสุดของมวลวิหค...มีความเป็นเทพอยู่กึ่งหนึ่ง” เกศประภาแย้งเสียงหนักแน่น แล้วเขาผู้นั้นก็เป็นเพียงเทพารักษ์ที่พิทักษ์พฤกษาอยู่ในป่าหิมพานต์เท่านั้น มิได้สถิตบนสรวงสวรรค์หรือมีทิพย์วิมานครอบครอง จึงไม่อาจนับว่าเขามีศักดิ์ศรีสูงส่งสง่ากว่าเทพกินนรอย่างพวกเราได้หรอกเพคะ

“น้องเองก็กำลังคิดอยากได้สร้อยข้อมือบุษราคัมนั้นคืนพอดีเพคะพี่หญิง” เกศกัลยาเอ่ยอย่างหาเหตุผลนำทาง แล้วจัดแจงสรุปท้ายว่า “พรุ่งนี้พวกเราไปที่นั่นกันแต่เช้านะเพคะ น้องจะได้ขอสร้อยคืนจากเขา”

...ไทรใหญ่ยังคงยืนต้นมหึมาแข็งแรง โยกใบเขียวเข้มเป็นมันไปมาในสายลมอ่อน

นางกินรีน้อยทั้งสามจับเจ่าเฝ้ารออยู่ในบริเวณนั้นแต่เช้าจรดเย็นก็ไม่เห็นผู้ที่พวกนางเข้าใจว่าเป็นเทพารักษ์ปรากฏกายอีก

สีหน้าของเกศสุดาจึงสลดลงอย่างผิดหวัง

“อย่างเพิ่งท้อแท้สิเพคะพี่หญิง โอกาสอื่นยังมีอีก...น้องเชื่อแน่ว่าพี่หญิงจะต้องได้พบกับเขาอีก” เกศประภาให้กำลังใจ

แล้วกินรีทั้งสามนางก็พากันบินกลับภัทรานคร พร้อมๆกับความมืดสลัวแห่งราตรีกาลเริ่มโรยตัวปกคลุมไปทั่วป่าอาถรรพณ์อันกว้างไพศาล...

...ท่ามกลางหรีดหริ่งเรไรที่ระงมอยู่รอบๆ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นใกล้กับไทรมหึมาที่ทอดเงามืดครึ้ม...รัศมีเรืองรองจากร่างนั้นทำให้บริเวณใกล้เคียงพลอยเห็นกระจ่างไปด้วย

“ท่านเทพารักษ์ โปรดออกมาพบเราสักครู่เถิด” ผู้มาใหม่เอ่ยเรียบๆ

“เทวะ...มีกิจใดจะใช้จะใช้ข้าพเจ้าหรือ” พร้อมกับเสียงตอบเทพารักษ์ผู้มีเส้นผมขาวโพลน ใส่อาภรณ์สีขาวสะอาด ขลิบแทบเงินแถวขอบคอ แขน และชายของเสื้อคลุมตัวหลวม สวมหมวกทรงแหลมสีเดียวกัน ก็เดินออกมาจากต้นไทร มายืนอย่างนอบน้อมอยู่เบื้อหน้าเจ้าของรัศมีเรืองรอง

“เราคืออมรเทพ เป็นบริวารแห่งองค์พระเสาร์พระผู้เป็นเจ้า เราอยากจะถามท่านถึงเรื่องที่เกี่ยวกับนางกินรีน้อยทั้งสามที่เพิ่งจากไปเมื่อสักครู่ ท่านพอจะรู้หรือไม่” เจ้าของรัศมีเรืองรองถาม

“เท่าที่ข้าพระเจ้ารู้ กินรีทั้งสามคือราชธิดาของท้าวธุมราชจอมกินนรผู้ครองภัทรานครซึ่งตั้งอยู่ที่เชิงเขาวินธัย กับพระมเหสีเกศินี พระธิดาองค์พี่ชื่อเกศสุดา รองลงมาก็คือเกศประภา ส่วนเกศกัลยานั้นเป็นน้องเล็ก”เทพารักษ์ผมขาวเล่า “ท้าวธุมราชก็ทรงเป็นผู้เรืองฤทธาอาคมแกร่งกล้ายิ่ง จนเลื่องลือไปทั่วหิมพานต์ทีเดียว...ดังนั้นจึงไม่มีผู้ฤทธิ์หรือยักษ์มารใดกล้ารังควานต่อเหล่าเทพกินนร...และก็ด้วยเหตุที่ไม่เคยมีเภทภัยให้หวาดหวั่นนี้เอง ธิดาทั้งสามจึงชอบหลบเหล่าพี่เลี้ยงนางกำนัลออกมาเที่ยวเล่นในป่าหิมพานต์กันตามลำพังเช่นนี้เสมอ”

แล้วพวกนางมีคู่หมายหมั้นหรือยัง” อมรเทพถามขึ้นเมื่อเห็นคู่สนทนาเงียบไป

“โปรดอภัยด้วยเถิดเทวะ...ข้อนี้ข้าพระเจ้าไม่ทราบเลย” น้ำเสียงที่ตอบสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยเกรงบารมีของ

อีกฝ่าย

“ไม่เป็นไร...อย่างได้กังวลเลยท่านเทพารักษ์ เรื่องนี้ไว้เราจะไปถามจากพระเสื้อเมืองแห่งภัทรานครเอง...ขอบใจท่านมากที่ให้ความกระจ่างแก่เรา” กล่าวจบคำ อมรเทพกลายร่างเป็นกลุ่มรัศมีพุ่งวาบจากไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)
8.7
สายลม นักศึกษาปีสี่ผู้สู้ชีวิตต้องเผชิญกับความวุ่นวายครั้งใหญ่ เมื่อโชคชะตานำพาให้เธอพบกับ นาวา ชายหนุ่มลุคเถื่อนที่มีรอยสักเต็มตัวและนิสัยดุดัน แม้เธอจะพยายามหลีกหนีผู้ชายอันตรายคนนี้เพียงใด เขากลับยิ่งรุกคืบเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่ลดละ พร้อมประกาศตัวตนที่เอาแต่ใจและเปิดเผยอดีตอย่างตรงไปตรงมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด ท่ามกลางความกดดันจากการทำงานและเรียน สายลมจะจัดการอย่างไรกับผู้อยู่เหนือการควบคุมคนนี้ที่คอยวนเวียนไม่ยอมห่างไปจากชีวิตเธอเสียที
หน้าปกนวนิยาย ใยรักเพลิงเสน่หา
8.6
ราชาวดีพยายามหนีห่างจากชายหนุ่มผู้เย็นชาที่เธอตราหน้าว่าเป็นคนเฮงซวย แต่เขากลับทวงถามความรับผิดชอบอย่างหน้าไม่อายจนเธอต้องรีบปิดปากเขาด้วยความอับอาย ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นกลับพังทลายลงอย่างไม่น่าเชื่อเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาอีกครั้ง จนลืมเลือนตัวตนเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าและคราบเลือดภายใต้รอยยิ้มอันอบอุ่นของพี่ชายที่คอยบงการชีวิตเขาอยู่เสมอ
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
9.0
จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย ข้ามเวลามาสู้ชีวิต
8.2
รลินศัลยแพทย์สาววัย 27 ปีผู้เปี่ยมพรสวรรค์และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในความสามารถด้านการรักษาทั้งแผนปัจจุบันและแผนจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องพิษเป็นพิเศษ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์คุณหมอคนสวยที่ทุกคนชื่นชม เธอซ่อนความลับสุดอันตรายในฐานะนักฆ่าระดับพระกาฬขององค์กรใต้ดิน รลินถูกฝึกฝนให้แทรกซึมและสวมบทบาทในทุกสาขาอาชีพอย่างแนบเนียนเพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ชีวิตสองด้านที่ต่างกันสุดขั้วทำให้เธอต้องเผชิญกับอุปสรรคและการต่อสู้ที่คาดไม่ถึง
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์คุณหนู
9.8
ท่ามกลางบรรยากาศร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยปริศนาและความขัดแย้ง เรื่องราวการล้างแค้นสุดระห่ำได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อความแค้นไม่ใช่จุดจบแต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเกมการเมืองและการต่อสู้ที่ซ่อนเร้น เช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่าสงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร ทุกย่างก้าวคืออันตรายที่ไม่อาจคาดเดาได้ในซีรีส์คุณหนูที่เต็มไปด้วยแอ็กชันสุดเข้มข้นและการสืบสวนที่ซับซ้อนเกินกว่าใครจะจินตนาการถึงบทสรุปสุดท้ายของการชำระแค้นครั้งนี้ได้นี้