ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มิติมหัศจรรย์

มิติมหัศจรรย์

ทิพย์อัปสร นางฟ้าผู้เปี่ยมด้วยสิริโฉมอันงดงาม กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งเมื่อเธอเป็นที่รักของพระเสาร์ เทพผู้ทรงอำนาจและบารมี ทว่าความสงบสุขกลับพังทลายลง เมื่อพระอังคารเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ดุดันและแข็งแกร่ง ก็มีใจรักมั่นในตัวเธอเช่นกัน ความปรารถนาที่สวนทางกันของสองมหาเทพผู้อิ่งใหญ่ได้จุดชนวนให้เกิดมหาศึกสงครามบนสรวงสวรรค์ที่ยากจะหลีกเลี่ยง กลายเป็นเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล
ตอน
แชร์

ตอน 1

สูงขึ้นไป...ในห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล กล่าวกันว่า อีกฟากหนึ่งของทางช้างเผือกที่ดารดาษดวงดาวคือดาวดึงส์...อันเป็นดินแดนสวรรค์ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยความสุขสนุกสนาน ความงดงามวิจิตรตระการตานั้น จะครึกครื้นเป็นพิเศษเมื่อถึงเทศกาลดอกอาสาวดีบาน ที่พันปีจึงบานเพียงครั้งเดียว และมีอยู่ในสวนจิตรลดาวันบนดาวดึงส์เท่านั้น

เนื่องจากยามที่พวงระย้าของดอกอาสาวดีประดับไปทั่ว อาณาบริเวณอุทยานสวรรค์จะแลดูอร่ามราว

พลิ้วม่านทองคำ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลกำจายไปทั่วทุกอณูอากาศ

องค์อมรินทร์จอมเทพแห่งดาวดึงส์จึงทรงเลือกบรรยากาศน่ารื่นรมยิ่งนี้ เป็นโอกาสจัดงานเฉลิมฉลองสวรรค์ขึ้นเป็นประจำในสวนจิตรลดาวันอย่างเอิกเกริก โดยทรงเชิญปวงเทพผู้ใหญ่มาร่วมงานรื่นเริงนี้ด้วย

เหล่าเทพบุตรเทพธิดาทั้งมวลก็พากันเตรียมต้อนรับงานฉลองสวรรค์อย่างคึกคัก มีการคัดเลือกเทพธิดาผู้ที่มีความงดงามที่สุดให้เป็น “นาฏนารี” เพื่อฟ้อนนำในระบำที่จัดถวายแด่ปวงเทพผู้ใหญ่

และในงานเฉลิมฉลองสวรรค์ครั้งนี้ ผู้ที่ได้รับเลือกว่ามีความงามเป็นเลิศคือ เทพธิดาสุลักษณา...ด้วยความงามหยาดเยิ้มและท่วงท่าอันแช่มช้อยของนาง ที่ร่ายรำอยู่ท่ามกลางเหล่านางฟ้าซึ่งกำลังจับระบำ ณ เบื้องหน้าปวงเทพทั้งหลาย ได้สะกดให้ผู้เห็นต่างเพลิดเพลินจนแทบจะไม่อาจละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว

เว้นแต่องค์พระเสาร์ !

ด้วยทรงมีพระอัธยาศัยรักสงบสันโดษ จึงไม่ใส่พระทัยในงานรื่นเริงนัก ระบำยังไม่ทันจบชุดก็ดำริจะเสด็จออกจากงานฉลองไป

“อ้าว! ศนิท่านจะกลับแล้วหรือ”

พระราหูซึ่งประทับอยู่ใกล้ๆตรัสทัก เมื่อเหลือบเห็นร่างสูงสง่าของพระสหายสนิทลุกจากราชอาสน์

“อืม...” พระเสาร์รับคำอย่างคุ้นเคย

“มีกิจสำคัญใดเร่งเร้าท่าน...” สุรเสียงกังวานก้องซักถามต่อคิ้วรูปกนกบนพระพักตร์ดุร้ายอย่างพระยายักษ์ของพระราหูเลิกขึ้นด้วยความสงสัย พลางเหยียดขนดหางออกช้าๆราวเกียจคร้าน

“ไม่มี...เราเพียงแต่เบื่อที่พลุกพล่านเท่านั้น”

“ท่านนี่แปลก! นางฟ้าที่งามเลิศอยู่ตรงหน้ายังบอกว่าเบื่อได้...แล้วก็ไม่เคยเห็นท่านสนใจในสตรีนางใดเลย เฮ้อ...ดูท่าองค์กามเทพคงไม่โปรดท่านละมัง”

พระเสาร์เพียงแต่สรวลเบาๆ ต่อคำสันนิษฐานหยอกเย้าของพระสหายผู้มีรูปกายครึ่งยักษ์ครึ่งนาค แล้วเสด็จ

จากไปอย่างไม่ใส่พระทัยนัก...

ผ่านเทือกทิวเขาสลับซับซ้อนสูงชัดเสียดฟ้า ห้วงน้ำมหึมากว้างใหญ่...สู่ดินแดนหิมพานต์ที่กั้นกลางระหว่างสรวงสวรรค์กับถิ่นที่อยู่ของมนุษย์

หิมพานต์...ป่าอาถรรพณ์ที่อุดมไปด้วยมวลพฤกษา ภูผา สายธาร และเหล่าสัตว์แปลกตาหลากหลาย

แต่ในความงดงามแห่งธรรมชาติก็แฝงไว้ด้วยภยันตรายนานาทั้งจากสัตว์ป่าดุร้ายและยักษ์มารผู้สัญจรผ่าน

ดินแดนที่มนุษย์สามัญไม่สามารถอาศัยอยู่ได้นี้กลับเป็นที่ทรงสำราญแห่งองค์พระเสาร์

ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีม่วงเข้มประดับด้วยรัตนมณีนิลจึงปรากฏเด่นอยู่กลางป่าอาถรรพณ์...ดุจดั่งเคย พระเสาร์ทรงปกปิดรัศมีเจิดจ้าที่แผ่ออกรอบพระวรกายไว้ ด้วยทรงไม่ต้องการจะทำให้เกิดความแตกตื่นตกใจแก่ผู้ที่บังเอิญพานพบพระองค์เข้า

หลังจากได้ชื่นชมดื่มด่ำกับความสุขสงบของป่าเขาและธรรมชาติเป็นที่เพียงพอแล้ว พระองค์ก็ทรงนั่งเล่นอยู่

ใต้ร่มไทรใหญ่ต้นหนึ่ง

ในเวลาเดียวกันนี้ ที่ขอบฟ้าทิศตะวันตกซึ่งดวงอาทิตย์สีส้มสดคล้อยต่ำจวนจรด ปรากฏร่างกินรีสามนางสวมอาภรณ์วาวระยับประดับอัญมณีอย่างธิดากษัตริย์ ต่างมีดอกไม้หลากชนิดอยู่ในอ้อมแขน บินเกาะกลุ่มหยอกล้อกัน

ใกล้เข้ามาทุกขณะ

“กุหลาบสีขาวของพี่หญิงงามมากเพคะ” กินรีน้องน้อยเอ่ยเสียงอ่อนหวาน

“น้องเกศกัลยาชอบหรือจ๊ะ เอ้า! พี่แบ่งให้ เกศสุดาซึ่งเป็นพี่หญิงใหญ่ยิ้ม พลางเลือกกุหลาบดอกโตส่งให้

“ขอบพระทัยเพคะ อุ๊ย!...” เกศกัลยาอุทาน เพราะขณะที่นางยื่นมือรับ ก้านกุหลาบได้เกี่ยวถูกสร้อยข้อมือของนางหลุดร่วงหล่นลงไปเบื้องล่าง

“น้องเกศประภารอก่อนจ๊ะ” เกศสุดาเรียกน้องหญิงคนรองซึ่งบินล้ำหน้าไปเล็กน้อยจึงไม่ได้เห็นเหตุการณ์ที่กิดขึ้น

“มีอะไรหรือเพคะ พี่หญิง” เกศประภาหันมาถาม พลางชะลอร่างไว้กลางเวหา

“สร้อยข้อมือของน้องเกศกัลยาตกลงไปข้างล่าง คงอยู่แถวๆต้นไทรนั่น” เกศสุดาตอบ พร้อมกับชี้ไปที่ต้นไทรซึ่งอยู่ต่ำลงไป

“อย่างนั้น...พวกเรารีบลงไปหากันเถิดเพคะ เดี๋ยวจะมืดเสียก่อน” เกศประภาออกความเห็น

กินรีทั้งสามจึงบินลงสู่พื้นดิน ในบริเวณต้นไทรนั้น...

...พระเสาร์ทรงหยิบสร้อยบุษราคัมเส้นเล็กๆ ซึ่งหล่นลอดใบดกหนาของต้นไทรลงมาบนพระเพลาของพระองค์อย่างบังเอิญขึ้นพิศดูพร้อมกับทรงลุกขึ้นยืน

แล้วครู่ต่อมา พระองค์ก็ได้เห็น...กินรีน้อยผู้งามพิลาสล้ำสามนางร่อนลงมาในบริเวณใกล้ๆ

ภาพที่ปรากฏแก่สายตานี้สะกดให้พระเสาร์ต้องชมดูอย่างตะลึงงัน ด้วยทรงตรึงใจว่านางหนึ่งในจำนวนนั้น งามซึ้งไร้ที่ติ...คิ้วโค้งเรียว นัยน์ตาคมหวาน จมูกน้อยโด่งเป็นสัน และริมฝีปากอิ่มสวย ทุกอย่างช่างรับกันเหมาะเจาะ

บนใบหน้ารูปไข่นวลเนียน ตลอดจนเรือนร่างที่อรชรสมส่วน

ขณะเดียวกัน นางกินรีทั้งสามชะงักยืนนิ่งไปเช่นกัน ที่เพิ่งถึงพื้นดินก็ต่าง เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีผู้อื่นอยู่ในบริเวณนั้นด้วย...แม้เขาจะเป็นชายหนุ่มที่มีรูปลักษณ์งามนัก...ร่างสูงสง่า แข็งแรง ผิวคล้ำเนียน และดวงหน้างามราวกับบรรจงปั้นก็ตาม...

แต่ประกายที่คมกล้าจนดูดุดันของบุรุษแปลกหน้าผู้อยู่ในอาภรณ์สีม่วงและมีนิลเป็นเครื่องประดับกาย ก็ทำให้นางกินรีน้อยเกศประภาและเกศกัลยารู้สึกตระหนกกลัว

“โอ...” เสียงอุทานแผ่วเบาอย่างตกใจ แล้วเกศประภากับเกศกัลยาผู้เป็นน้องทั้งสอง ก็คว้ามือพี่หญิงใหญ่เกศสุดาซึ่งยังยืนนิ่งไว้มั่นคนละข้าง พาทะยานบินขึ้นสู่ท้องฟ้า...เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

พระเสาร์ทอดพระเนตรตามร่างน้อยๆที่กำลังบินลับไปทางทิศตะวันออก พลางดำริว่า..ที่แท้พวกนางเป็นเผ่าพันธุ์เทพกินนร ซึ่งมีถิ่นอาศัยอยู่ในเทือกเขาวินธัย ใจกลางหิมพานต์นี่เอง...พวกวิหคกึ่งเทพ มิน่าล่ะ! นางจึงมีรูปกายงดงามอย่างเทพธิดาทุกประการเว้นแต่ยามบินไปในเวหาเท่านั้นที่ปีกบางเบาใสราวแก้วผลึกจะงอกออกมาจากไหล่ทั้งสองข้าง และทันทีที่เท้าสัมผัสถูกพื้นดิน ปีกทิพย์ของพวกนี้ก็จะหดหายไป ไม่เหลือร่องรอยใดๆให้สังเกตบนผิวเนื้อบริเวณนั้น

“กินรีน้อยที่งามซึ้งนางนั้นคือใคร...นางมีคู่หมายหมั่นหรือยัง” นี่คือคำถามที่พระเสาร์ทรงต้องการจะรู้คำตอบ แต่ยังไม่ทันได้ไต่ถามเนื่องจากว่าพอพระองค์ทรงหายจากอาการตะลึง พวกนางก็พากันบินหนีไปแล้ว

พระเสาร์จึงดำริจะเสด็จกลับวิมานก่อน แล้วใช้อมรเทพผู้เป็นเทพบริวารของพระองค์มาสืบเรื่องราวนี้แทน เพราะหากพระองค์ไปติดตามสืบถามด้วยตัวเอง คงได้สร้างความตื่นตระหนกตกใจแก่ผู้อื่นอีกมากมาย เนื่องจากบารมีแห่งเทพผู้ใหญ่ของพระองค์

และเหตุผลอีกประการหนึ่งคือ พระเสาร์ไม่ต้องการจะใช้อำนาจหยั่งรู้ ด้วยทรงระลึกเสมอว่า ทุกชีวิตย่อมมีบางเรื่องที่อยากเก็บไว้เป็นการส่วนตัว ดังนั้นถ้าไม่มีความจำเป็นอย่างถึงที่สุดแล้ว พระองค์ก็ไม่ปรารถนาจะใช้อำนาจที่เหนือกว่านี้ก้าวก่ายในจิตสำนึกของผู้ใด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)
8.7
สายลม นักศึกษาปีสี่ผู้สู้ชีวิตต้องเผชิญกับความวุ่นวายครั้งใหญ่ เมื่อโชคชะตานำพาให้เธอพบกับ นาวา ชายหนุ่มลุคเถื่อนที่มีรอยสักเต็มตัวและนิสัยดุดัน แม้เธอจะพยายามหลีกหนีผู้ชายอันตรายคนนี้เพียงใด เขากลับยิ่งรุกคืบเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่ลดละ พร้อมประกาศตัวตนที่เอาแต่ใจและเปิดเผยอดีตอย่างตรงไปตรงมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด ท่ามกลางความกดดันจากการทำงานและเรียน สายลมจะจัดการอย่างไรกับผู้อยู่เหนือการควบคุมคนนี้ที่คอยวนเวียนไม่ยอมห่างไปจากชีวิตเธอเสียที
หน้าปกนวนิยาย ใยรักเพลิงเสน่หา
8.6
ราชาวดีพยายามหนีห่างจากชายหนุ่มผู้เย็นชาที่เธอตราหน้าว่าเป็นคนเฮงซวย แต่เขากลับทวงถามความรับผิดชอบอย่างหน้าไม่อายจนเธอต้องรีบปิดปากเขาด้วยความอับอาย ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นกลับพังทลายลงอย่างไม่น่าเชื่อเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาอีกครั้ง จนลืมเลือนตัวตนเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าและคราบเลือดภายใต้รอยยิ้มอันอบอุ่นของพี่ชายที่คอยบงการชีวิตเขาอยู่เสมอ
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
9.0
จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย ข้ามเวลามาสู้ชีวิต
8.2
รลินศัลยแพทย์สาววัย 27 ปีผู้เปี่ยมพรสวรรค์และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในความสามารถด้านการรักษาทั้งแผนปัจจุบันและแผนจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องพิษเป็นพิเศษ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์คุณหมอคนสวยที่ทุกคนชื่นชม เธอซ่อนความลับสุดอันตรายในฐานะนักฆ่าระดับพระกาฬขององค์กรใต้ดิน รลินถูกฝึกฝนให้แทรกซึมและสวมบทบาทในทุกสาขาอาชีพอย่างแนบเนียนเพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ชีวิตสองด้านที่ต่างกันสุดขั้วทำให้เธอต้องเผชิญกับอุปสรรคและการต่อสู้ที่คาดไม่ถึง
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์คุณหนู
9.8
ท่ามกลางบรรยากาศร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยปริศนาและความขัดแย้ง เรื่องราวการล้างแค้นสุดระห่ำได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อความแค้นไม่ใช่จุดจบแต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเกมการเมืองและการต่อสู้ที่ซ่อนเร้น เช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่าสงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร ทุกย่างก้าวคืออันตรายที่ไม่อาจคาดเดาได้ในซีรีส์คุณหนูที่เต็มไปด้วยแอ็กชันสุดเข้มข้นและการสืบสวนที่ซับซ้อนเกินกว่าใครจะจินตนาการถึงบทสรุปสุดท้ายของการชำระแค้นครั้งนี้ได้นี้