ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพียงรัก

เพียงรัก

เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นจากความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายหนึ่งทุ่มเทมอบความรักและความภักดีให้จนหมดหัวใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมามีเพียงความว่างเปล่าไร้ค่า ในขณะที่อีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงแค่ความใคร่และความปรารถนาทางกาย โดยไม่เคยมอบความจริงใจหรือใส่ใจความรู้สึกของคนข้างกายแม้แต่น้อย เมื่อทิศทางของหัวใจสวนทางกันตั้งแต่ก้าวแรก บทสรุปสุดท้ายของความรักที่เต็มไปด้วยรอยร้าวครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร มีเพียงพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ให้คำตอบใน เพียงรัก
ตอน
แชร์

ตอน 2

"ก้องจ๋า แกคิดว่าภูมิมันงอลพวกเราจริง?" เจนทำท่าเอียงคอถามพร้อมทำตาปริบๆ มองก้องเหมือนกับว่าตนไม่ได้พูดหรือทำอะไรผิดเลยนะ

"ไม่จริงอ่ะ ภูมิมันตอแหลเก่งกว่าตุ๊ดอย่างฉันอีก" ว่าจบทั้ง 3 คนก็หัวเราะออกมาพร้อมกันและหันมองไปทางที่เพื่อนของพวกเขาเดินไป คุยกันได้ซักพักก็ถึงเวลาที่ต้องทำงาน พวกเขาก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน และวันนี้เป็นวันธรรมดาลูกค้าจึงไม่ได้เยอะมากแค่ก็มีมาเรื่อยๆ บางคนพาแฟนมากินข้าวแล้วก็กลับ บางคนมานั่งเอาบรรยากาศเฉยๆ ก็มี ร้านเหล้าแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 โซน คือโซนหน้าเวทีสำหรับคนที่อยากแดนซ์ โซนตรงกลางสำหรับคนที่ไม่ชอบเสียงดังมากแต่ก็ยังอยากจะสนุกอยู่ ส่วนโซนสุดท้ายคือโซนหลังสุด จะได้ยินเสียงดนตรีไม่ดังมาก เหมาะกับการนั่งชิลๆ ซึ่งร่างบางก็รับผิดชอบดูแลโซนสุดท้านนี้อยู่

"สวัสดีครับ มากี่ท่านครับ" ร่างบางเดินเข้าไปต้อนรับลูกค้าเมื่อเห็นว่าลูกค้าเดินเข้ามาในโซนที่ตนเองดูแลอยู่ด้วยรอยยิ้ม

"4คนจ๊ะ" หญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มพูดขึ้นพรางมองฟน้าของร่างบางอย่างพินิจพิจารณา และเธอก็สรุปได้ว่าคนตรงหน้านี้สวยมากทีเดียว และเธอก็ชอบคนสวย "เชิญทางนี้ครับ" ร่างบางนำคนทั้ง 4 ที่นั่งที่โต๊ะและรับออเดอร์ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว และแม้ว่าจะมีบางครั้งที่ลูกค้าสาวสวยจะแอบสั่งออเดอร์ผิดบ้าง อยากเปลี่ยนเมนูนี้บ้าง ยกเลิกเมนูนั้นบ้าง แต่ร่างบางก็ยังคงบริการลูกค้าด้วยรอยยิ้ม ไม่ม่ทีท่าว่าจะโกรธหรือไม่พอใจซักนิดเดียว

"แหมๆๆ ญาจ๋าญา แกนี่โชคดีจริงๆ เลย มีลูกค้าหนุ่มสุดหล่อมาเป็นอาหารตาให้ถึงที่เลย ฉันอิจฉาจัง อยากได้แบบนี้บ้าง" เจนเดินมาแซวระหว่างที่ร่างบางกำลังเดินไปส่งออเดอร์

"ตาดีจริงๆ เลยนะ" ร่างบางเอ่ยกับเพื่อนคนสวย ซึ่งมันก็เป็นความจริง เรื่องแสกนผู้ชายหล่อต้องบอกเจน เจนไวเรื่องนี้

"แน่นอนสิ งานดีทั้งโต๊ะเลยอ่ะแก" เจนทำท่าเพ้อฝันก่อนที่ร่างบางจะดับฝันด้วยการไล่เพื่อนกลับไปทำงาน และตนก็ไปดูและลูกค้าของตนต่อ ชัญญาดูแลลูกค้าทุกโต๊ะเป็นอย่างดี บริการด้วนรอยยิ้ม จนลูกค้าหลายคนเอ่ยปากชม และด้วยวันนี้เป็นวันธรรมดาคนจึงไม่เยอะอย่างเมื่อคืน ตนจึงมีลูกค้าที่ต้องดูและเพียงแค่ 2 โต๊ะเท่านั้น แต่พอเวลาเริ่มดึกลูกค้าก็เช็คบิลออกไปหนึ่งโต๊ะ ตอนนี้จึงเหลือเพียงโต๊ะเดียวที่ร่างบางยังต้องดูแลอยู่

"น้องญาทำงานที่นี่นานรึยังจ๊ะ" หญิงสาวที่มีเพียงหนึ่งเดียวเอ่ยถามขึ้น เธอชอบใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนั้นจัง หญิงสาวคิดในใจ มองยังไงก็ไม่เบื่อ "เกือบสองปีแล้วครับ" แม้ว่าลูกค้าสาวคนนี้จะยิงคำถามใส่เป็นปืนกลก็ตามที แต่บนใบหน้าก็ยังคงมีรอยยิ้มหวานๆ ประดับไว้อยู่เสมอ

"เหรอจ๊ะ แล้ว แล้วน่ารักแบบนี้มีแฟนรึยังเอ่ย" ลูกค้าสาวสวยยังคงถามต่อ จนเพื่อนชายที่มาด้วยต้องปราม "แกจะอยากรู้ไปทำไมยายอิง เรื่องส่วนตัวเขาไหม"

"นี่เจตจ๋าเจต ฉันถามน้องญาคนสวยของฉันไม่ได้ถามแก อย่าสาระแนได้ป่ะ" สาวสวยหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนก่อนจะหันมามองร่างบางอย่างต้องการคำตอบ "คนที่สาระแนคือแกมากกว่ายายอิง" ก็ยังเป็นเพื่อนคนเดิมที่เอ่ยปากพูด

"หุบปากไปเลยเจต" สาวสวยที่โดนเพื่อนว่าหยิบน้ำแข็งในแก้วเหล้าของตนยัดปากเพื่อนที่พูดมากทันที "สมน้ำหน้า แกก็รู้ว่าอิงมันเป็นประเภทถ้าได้เสือกต้องเสือกให้สุด" เพื่อนชายอีกคนพูดเหมือนจะเข้าข้างหญิงสาว แต่ปล่าวเลย เขากำลังด่าเพื่อนว่ายุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมากไปทั้งที่ไม่รู้จักหรือสนิทกับเขา ทำให้ได้ค้อนวงใหญ่จากเพื่อนสาว

"นี่คริสแกว่าฉันขี้เสือกเหรอ" หญิงสาวเท้าเอวถามทันทีที่เพื่อนพูดจบ

"เออสิ" จบคำหญิงสาวก็แจกค้อนให้อีกวงเป็นของแถม "เบื่อแกสองคนจัง" หญิงสาวว่าก่อนจะหันไปเรียกร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลกลับมา เพราะร่างบางเดินออกไปตั้งแต่เพื่อนของหญิงสาวที่ชื่อเจตพูดขึ้นแล้ว

"น้องญาของพี่อิงมานี่สิคะ ว่ายังไงเอ่ยน่าตาน่ารักแบบนี้มีแฟนรึยัง" หญิงสาวยังคงถามคำถามที่ตนยังไม่ได้คำตอบเพราะโดนเพื่อนขัดคอ

"ขี้เสือก" เจตและคริสพูดขึ้นพร้อมกัน แต่สาวสวยเพียงหนึ่งเดียวหาแคร์ไม่

"หัดอยู่เงียบๆ เหมือนมิคมันบ้าง" พูดจบก็ทำท่าขัดใจก่อนจะหันมาหาร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดูท่าว่าท่าไม่ได้คำตอบตนก็คงไปไหนไม่ได้แน่ๆ

"เคยมีครับ" แต่คำตอบของร่างบางก็ทำให้อีกคนหัวใจเต้นตูมตามอยู่ไม่น้อย

"ตอบแบบนี้แสดงว่าตอนนี้โสดน่ะสิ ใช่ไหม?" สาวสวยถามด้วยความตื่นเต้น ซึ่งร่างบางก็ยังคงยิ้มและตอบคำถามของสาวสวยขี้สงสัยต่อ

"ครับ ตอนนี้โสด" ร่างบางตอบพร้อมกับมือที่รับแก้วเหล้าของคนที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาตั้งแต่มาถึงมาชงให้ ชงเสร็จก็วางแก้วไว้ตรงหน้าของชายหนุ่มผู้เงียบขรึม "แล้วโสดมานานยังอ่ะ?" สาวสายยังคงยิงคำถามต่อ "3 ปีกว่าแล้วครับ"

"แล้วแบบนี้ไม่เหงาแย่เหรอ?" และดูท่าว่าหญิงสาวจะยังคงมีข้อสงสัยอีกมากทีเดียว

"ก็มีบ้างครับ แต่ว่าอยู่แบบนี้ก็สบายไปอีกแบบ" ร่างบางก็ยังคงตอบคำถามด้วยรอยยิ้มเช่นเคย

"พอได้แล้วอิง ถามมากไปแล้ว" มิคคาเอล ชายหนุ่มที่นั่งเงียบไม่พูดจาตั้งแต่มาถึงเอยปากปรามเพื่อนสาวของตน

"แหะๆ พี่ขอโทษนะจ๊ะน้องญา" หญิงสาวเอ่ยขอโทษร่างบางก่อนจะเปลื่อนเรื่องคุย และนั้นก็ทำให้เธอรู้ว่าร่าวบางเป็นคนที่ค่อนข้างมีอัธยาศัยที่ดีทีเดียว พูดคุยด้วยรอยยิ้มเสมอ และที่สำคัญไม่เคยแสดงท่าทีว่ารำคาญออกมาซักครั้งเดียว จากที่ถูกใจอยู่แล้วก็ยิ่งถูกใจมากขึ้นไปอีก และเวลาก็ล่วงเลยมาจนร้านใกล้ปิดเหล่าบันดาลูกค้าทั้งหลายก็เริ่มทยอยกันเช็คบิลเพื่อจะไปต่อที่อื่นบ้าง หรือกลับบ้านบ้าง

"นี่ก็ดึกแล้ว ฉันว่าเราควรจะกลับได้แล้วนะ" เจตเอ่ยขึ้นซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะพวกเขาก็เริ่มจะสร่างแล้วเพราะไม่ได้ดื่มมากบวกกับช่วงครึ่งหลังแทบจะไม่ได้กินเหล้าเลยด้วยซ้ำ คนหนึ่งชวนพนักงานคุยเพลิน ส่วนคนที่เหลือก็ฟังเพลินจนไม่ได้กินเหล้าเลย "น้องญาจ๋า เช็คบิลด้วยจ้า" น้ำอิงเรียกร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปให้มาเช็คบิลโต๊ะจองเธอ ร่างบางเดินมาพร้อมกับบิลค่าอาหารและเครื่องดื่มในมือ

"นี่ครับ ทั้งหมด 5,375 บาทครับ" ร่างบางว่าพร้อมกับว่าบิลไว้ที่โต๊ะให้ลูกค้าได้เช็คก่อนว่าตัวเองสั่งอะไรมาบ้าง ราคาเท่าไร เพื่อที่ลุกค้าจะได้ไม่มาโวยวายทีหลังได้ และอย่างที่บอกว่าร้านเหล้าแห่งนี้เป็นร้านเล็กๆ ค่าอาหารจึงไม่ได้แพงอย่างที่คิด

"ฉันเลี้ยง" มิคคาเอลพูดพรางหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋า จ่ายไป 7,000 บาท พร้อมกับลุกเดินออกไปทันที แต่ก่อนที่จะเดินออกไปนั้น ร่างสูงได้บอกว่าเงินที่เหลือนี้ให้เป็นทิปที่ตนดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี แต่ให้มาตั้งพันกว่ามันดูจะเยอะไปหน่อยนะ แต่ตนก็ยกมือไหว้ขอบคุณพร้อมส่งยิ้มให้จนคนมองใจกระตุกดลยทีเดียว "เจต ฉันต้องการประวัติของเด็กคนนั้นภายใน 2 วัน" มิคคาเอลบอกเพื่อนก่อนจะเดินไปขึ้นรถและขับออกไปทันที ทิ้งให้เพื่อนอีก 3 คน ยืนงงอยู่ตรงนั้น กว่าจะได้สติกลับมาก็หลายนาทีอยู่

"มันสนใจน้องญาของฉัน" น้ำอิงพูดขึ้นอย่างโมโห กล้าดียังไงจะมาแย่งเด็กน้อยแสนน่ารักของเธอไป

"มันเอาจริง?" คริส

"กูว่ามันเอาจริง" เจต

"แต่ฉันไม่ยอมเด็ดขาด" น้ำอิง "มันแค่ถูกใจ หรือมันจะเปิดใจว่ะ" เจต

"ขอให้เป็นอย่างหลัง" คริส

"ฉันไม่ยอมแน่ๆ" น้ำอิง เด็กน้อยที่น่ารัก น่าถนุถนอมจะตกเป็นของคนโฉดอย่างมิคคาดเอลไม่ได้

"คงได้แต่ภาวนา" คริสพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับที่พัก และถึงแม่พวกเขาจะพูกแบบนั้นออกไปแต่ก็หวังจะให้เพื่อนได้เจอกับรักแท้ไม่ใช่รักหลอกลวงอย่างที่ผ่านมา

~~ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ~~  เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งเซ็นเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตูก่อนจะอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามา

"เข้ามา" ว่าจบก็ก้มหน้าเซ็นเอกสารต่อ

"นี่คือประวัติของคนที่คุณมึงอยากได้ครับ" ร่างสูงใหญ่ของเจตเดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารในมือ เดินตรงไปหยุดและนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับมิคคาเอลพร้อมกับยื่นเอกสารในมือให้ มือที่เซ็นเอกสารอยู่เมื่อครู่วางปากกาทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น

"อืม ขอบใจมาก ไปได้แล้ว" ร่างสูงเอ่ยปากไล่เพื่อนทันทีที่ได้ของที่ต้องการ

"นี่พอกูหมดประโยชน์มึงก็ไล่กูทันทีเลยนะ ไอ้เพื่อนทรพี" เจตพูดพร้อมกับกรอกตาไปมา

"ให้พัก7วัน" ร่างสูงพูดทั้งที่ตายังคงจ้องอยู่ที่เอกสารที่เพื่อนเอามาให้ ส่วนเจตที่ได้ยินแบบนั้นก็ดี๊ด๊าทันที

"งั้นก็ขอให้โชคดี" เจตพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะรีบแจ้นออกจากห้องไป รอพี่เจตก่อนนะจ๊ะสาวๆ พี่เจตกำลังจะไปหาแล้ว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
9.7
ธาราทิพย์ใจสลายเมื่ออดีตคนรักทำเพื่อนสนิทท้องจนต้องแต่งงานกัน เธอเมามายและตื่นขึ้นกลางป่าลึกในฐานะนักโทษของ ศิงขริน ชายแปลกหน้าที่ได้รับภารกิจกักตัวเธอไว้ไม่ให้ไปพังพิธีวิวาห์ ท่ามกลางความพยายามหลบหนีและการเฝ้าตามติดอย่างใกล้ชิด ความใกล้ชิดในกระท่อมหลังน้อยกลับเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความหวั่นไหว จากคนแปลกหน้าที่ต้องชิงไหวชิงพริบ กลับเผลอใจให้กันในค่ำคืนที่แสนหวานจนความสัมพันธ์ครั้งนี้ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย รักบำเรอแค้น
8.9
รชนิชลจำใจเข้าพิธีวิวาห์กับคาร์ลอส มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของธุรกิจน้ำมันยักษ์ใหญ่แทนลูกพี่ลูกน้องที่หนีหายไปในวันแต่งงาน แม้เธอจะเคยแอบรักเขามาก่อน แต่คาร์ลอสในวันนี้กลับเปลี่ยนจากเทพบุตรเป็นซาตานร้ายที่ไร้หัวใจ เขามองว่าเธอเป็นเพียงตัวแทนของผู้หญิงที่เขารักและจองจำเธอไว้ในบ่วงแค้นเพื่อระบายความโกรธแค้นของตนเอง รชนิชลต้องชดใช้หนี้แค้นด้วยร่างกายและหยาดน้ำตา โดยไม่มีวันได้รับความรักหรือความเมตตาตอบแทนจากมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้เลย
หน้าปกนวนิยาย จอมโจรไฟมาร
8.3
ไฟมาร จอมโจรผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและดิบเถื่อน ได้เผชิญหน้ากับกอพเยีย หญิงสาวผู้ตกอยู่ในความหวาดกลัว เขาบีบคั้นให้เธอจำยอมเป็นภรรยาด้วยท่าทีคุกคาม แม้เธอจะพยายามขัดขืนและร้องไห้อ้อนวอนเพียงใด แต่เขากลับไม่แยแสต่อหยดน้ำตา พร้อมใช้กำลังกดขี่เพื่อสยบการต่อต้านของเธอ ความรุนแรงที่ได้รับทำให้กอพเยียเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความแค้น เธอตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วช้าในขณะที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในเงื้อมมือของโจรป่าใจทมิฬผู้นี้
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครั้งก็ยังเป็นภรรยาของท่านประธานเฉิน
9.5
อดีตนักฆ่าฝีมือพระกาฬอย่างจางหลินซินต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถเพราะการหักหลังของครอบครัวตนเอง ทว่าในวาระสุดท้ายเธอกลับมีเฉินจือหานยอมสละชีวิตเพื่อล้างแค้นและจากไปพร้อมกับเธอ เมื่อโอกาสที่สองมาถึงและเธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในฐานะภรรยาของประธานเฉินผู้ทรงอิทธิพล หลินซินจึงตัดสินใจใช้ชีวิตใหม่นี้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม พร้อมกับวางแผนทำลายล้างทุกคนที่เคยทำร้ายเธอให้ย่อยยับอย่างสาสมกับความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับในชาติที่แล้ว
หน้าปกนวนิยาย เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน
8.4
หลังคบกันสิบปี ฉันกลับพบว่าคู่หมั้นอย่างธวัชชัยแอบลึกซึ้งกับนิชานันท์ น้องสาวเพื่อนผู้ล่วงลับที่เขาอ้างว่าคิดแค่พี่น้อง ในยามที่ฉันป่วยหนักเขากลับทิ้งฉันไว้เพื่อไปดูแลเธอที่แค่กลัวเสียงฟ้าร้อง ซ้ำยังเมินเฉยต่ออาการแพ้กุ้งรุนแรงของฉันอย่างเลือดเย็น เมื่อตระหนักว่ารักแท้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ ฉันจึงตัดสินใจหันไปหาเอกภพคู่แข่งเบอร์หนึ่งของเขาเพื่อเสนอดีลหุ้นใหญ่และยกเลิกงานแต่งงานทันที ถึงเวลาที่เขาต้องชดใช้ด้วยการสูญเสียทุกอย่างในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย นางซินยั่วเสน่หา
7.9
ดลรวีคือชายหนุ่มผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตพิรันดาเอาไว้ จนทำให้เธอมอบทั้งกายและใจให้เขาเพียงผู้เดียว พร้อมตั้งมั่นว่าเมื่อเติบโตขึ้นจะต้องเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ ในขณะที่ดลรวีกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดจากการอกหัก เด็กสาวอย่างพิรันดาก็ได้ก้าวเข้ามาปั่นป่วนหัวใจของเขาอีกครั้ง ความสดใสของเธอช่วยเยียวยาบาดแผลและแปรเปลี่ยนเป็นความรักครั้งใหม่ที่แสนหวานและมั่นคงอย่างที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิต