
เพียงรัก
ตอน 3
หลังจากที่เจตออกไปชายหนุ่มที่ยังก้มหน้าอ่านประวัติของหนุ่มน้อยหน้าใสอยู่ก็ต้องตกตลึงกับประวัติที่บอกว่าเจ้าตัวมีลูกแล้วหนึ่งคน แต่ที่หน้าตกใจยิ่งกว่าคือหนุ่มน้อยเป็นคนคลอดเด็กคนนั้นออกมาเอง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเด็กน้อยท้องได้
"หึหึ น่าสนใจไม่น้อย" ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างที่ชอบทำ ก่อนจะก้มลงอ่านประวัติส่วนอื่นๆ ของเด็กน้อยต่อ "ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีความสุขอะไรนักหนาคะคุณเพื่อน" เป็นน้ำอิงที่เดินเข้ามาก่อนจะเห็นเพื่อนตัวเองนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ จึงอดที่จะแซวไม่ได้
"มีความสุขก็ต้องยิ้มสิ จะให้ร้องไห้รึไงล่ะ" ชายหนุ่มตอบกลับไปแบบกวนๆ "แล้วนี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่" เพราะเขาไม่ได้ยินเลยตอนที่น้ำอิงเข้ามา รู้ตัวก็ตอนที่หญิงสาวทักนั่นแหละ
"ฉันเข้ามาตั้งนานแล้วย่ะ มัวแต่ใจลอยคิดถึงใครอยู่ก็ไม่รู้" หญิงสาวบ่นเพื่อนก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวใหญ่มุมห้อง ก่อนจะทำหน้านึกอะไรออกและพูดออกมา "หรือว่าน้องญาของฉัน"
"เขาไปเป็นของแกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ" ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ แต่หน้านี่แสดงออกเต็มที่ว่าไม่พอใจกับคำว่าน้องญาของฉัน
"จิ๊ แค่นี่ทำหวง คอยดูนะฉันจะยุน้องมันให้หนักๆ เลย" หญิงสาวที่หน้าหงิกอยู่แล้วยิ่งหงิกกว่าเดิมเพราะไม่พอใจเพื่อนชายตรงหน้าที่ทำท่าหวงก้างเต็มที่ ทั้งที่ยังไมาได้เขาเลยด้วยซ้ำ
"ให้มันน้อยๆ หน่อยน้ำอิง" ชายหนุ่มปรามเพื่อน แต่มีเหรอคนอย่างน้ำอิงจะสะท้าน ไม่มีทางซะหรอก เธอยังคงลอยหน้าลอยตาไม่รู้สึกรู้สากับคำพูดของเพื่อน "แล้วมานี่มีธุระอะไร" ชายหนุ่มถามเพื่อนที่นั่งกินขนมที่ถือติดมือมาด้วยอย่างสบายอารมณ์ แต่เหมือนคำถามนี้จะไปสะกิดโดนต่อมโมโหของเธอเข้า และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
"ฮึ้ย ก็พ่อฉันน่ะสิจะให้ฉันแต่งกับลูกเพื่อนเขาให้ได้เลย ฉันถึงได้หนีมานี่ไง" ซึ่งเขาก็เห็นใจนะ แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะเขารู้ดีว่าพ่อของน้ำอิงเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะหัวโบราณ ชอบนัดดูตัวให้ลูกสาวบ่อยๆ แรกๆ น้ำอิงก็แค่ไปตามที่พ่อของเธอนัดให้แล้วก็บอกว่าไม่ถูกใจ ไม่ตรงสเป็ก นิสัยต่างกันเกินไป จนนานวันเข้าเหตุผลพวกนี้เริ่มที่จะใช้ไม่ได้ผล พ่อเธอไม่จัดคู่ตัวตัวให้เธอแล้วแต่เป็นการจับให้เธอแต่งงานกับคนที่เลือกให้แทน "แกก็แต่งซะสิ พ่อแกจะได้เลิกบังคับ" เพื่อนสาวมอบค้อนวงใหญ่ให้เป็นรางวัลสำหรับคำแนะนำ
"แต่งกับพ่อแกสิ สาธุฉันขอให้พ่อแกไม่ยอมรับคนที่แกเลือก" เขารู้ว่าเพื่อนหมายถึงใคร แต่เสียใจเขามีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่ง
"หึหึ พ่อฉันจะทำอะไรได้" เธอรู้ว่าแม่ของมิคคาเอลเป็นคนที่เปิดกว้าง ยอมรับเรื่องชายรักชายได้ และก็รู้ด้วยว่าถ้าแม่ของมิคคาเอลพอใจหรือถูกชะตาด้วย พ่อของเขาก็ไม่มีข้อโต้แย้งแน่นอน
"งั้นก็ขอให้แม่แกไม่ยอมรับลูกสะใภ้คนนี้" ใจจริงเธอไม่ได้คิดแบบนั้นเลย แต่ที่เธอพูดแบบนั้นเพราะเธอหมั่นไส้
"เสียใจ เพราะแม่ฉันชอบคนแบบนี้" ชายหนุ่มพูดอย่างมั่นใจ
"ฉันจะคอยดู" หญิงสาวพูดจบก็เอนตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวอย่างเกียจคร้าน ไม่รักษาความเป็นกุลสตรีที่มีติดตัวอยู่น้อยนิดเลย ชายหนุ่มส่ายหน้าให้เพื่อนสาวเบาๆ ก่อนจะก้มหน้ามองรูปถ่ายที่แนบมากับประวัติของชัญญา อีกด้านทางฝั่งของร่างบางที่ยังคงใช้ชีวิตประจำวันตามปกติเรื่อยมาจนวันหนึ่งระหว่างที่ร่างบางกำลังจะออกไปทำงานก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้าน ร่างบางชะงักยืนนิ่งอยู่กับที่ เพราะไม่คิดว่าชีวิตนี้จะต้องเจอกับเขาอีก
"คุณ..." ชัญญายังคงอยู่ในอาการตลึงที่อยู่ๆ ก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอทำให้สมองสั่งการช้าลงไปมาก
"ญา พี่คิดถึงญามากเลยรู้ไหม" ชายหนุ่มตรงหน้าเดินมาจับมือของร่างบางพร้อมกับพูดความในใจที่เก็บไว้นานออกมา
"หึ คิดถึงเหรอ?" ร่างบางเค้นหัวเราะ และสบัดมือออกจากการกอบกุมของอีกคน
"คุณจะมาคิดถึงผมทำไม เอาเวลาไปคิดถึงลูกเมียคุณโน่น" ร่างบางพูดและผลักร่างสูงออกให้พ้นตัว แต่ก็ถูกร่างสูงจับเข้าที่ข้อมือและดึงเข้าหาตัว และด้วยขนาดของร่างกายที่แตกต่างทำให้ร่างบางเซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอีกคนได้อย่างง่ายดาย
"ญา พี่ขอโทษ ญาให้โอกาสพี่อีกครั้งได้ไหม" เมื่อร่างบางได้ฟังก็ยิ่งทำให้อารมณ์ที่พยามเก็บไว้ประทุออกมา สบัดตัวออกจากอ้อมกอดของคนตัวสูงจนหลุดออกมาได้
"ขอโอกาส รู้สึกอายไหมที่พูดแบบนี้ออกมา" ร่างบางถามด้วยความโมโห
"............" เมื่ออีกฝ่ายเงียบร่างบางจึงพูดต่อทันที
"คุณรู้ไหมว่าผมให้โอกาสกับคุณไปกี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่ผมยื่นโอกาสให้คุณ คุณก็โยนโอกาสเหล่านั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดี และวันนี้ผมอยู่ได้โดยไม่ต้องมีคุณแต่คุณกลับมาขอโอกาส เพื่ออะไรไม่ทราบ รู้สึกผิด? หึ น่าสมเพจที่สุด" ชายหนุ่มที่ฟังร่างบางพูดรู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออก เพราะชัญญาที่เขารู้จักเป็นคนน่ารัก อ่อนโอน ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ไม่เคยเถียง โอนอ่อนตามทุกคำพูดของเขา แต่วันนี้ไม่ใช่เขาแทบจะไม่รู้จักคนตรงหน้านี้เลยด้วยซ้ำ
"พี่ขอ....." ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มะพูดจบร่างบางก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
"เลิกพูดคำว่าขอโทษ เพราะผมไม่เคยโกรธคุณ" เมื่อได้ยินแบบนั้นร่างสูงก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ แต่ประโยคต่อมาทำให้เขาหุบยิ้มลงทันที "แต่ผมจำได้เสมอว่าคุณเคยทำอะไรไว้กับผมบ้าง เพราะฉะนั้นเราต่างคนต่างอยู่ คุณก็กลับไปอยู่กับคนของคุณซะ เรื่องของเราไม่มีทางที่จะเป็นเหมือนเดิมแล้ว ขอให้คุณโชคดี ลาก่อน" ร่างบางพูดจบก็เดินกลับเข้าบ้านไป วันนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานแน่ๆ ดังนั้นวันนี้ร่างบางจึงเลือกที่จะลางาน 1 วัน เพื่อปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่
"กูบอกมึงแล้วไง แต่มึงก็ไม่ฟัง" เมื่อเห็นว่าชัญญาเข้าบ้านไปแล้ว ชายหนุ่มอีกคนก็เดินออกมาจากที่ซ่อนทันที เดิมทีคิดว่าชัญญาจะยอมคืนดีกับน้องชายของเขาซะอีก แต่ผลเป็นแบบนี้ก็ไม่ต่างจากที่คาดการณ์ไว้เท่าไหร่ เขารู้ว่าน้องชายของเขาทำเลวระยำอะไรไว้กับร่างบางบ้าง เขาจึงไม่ช่วย ปล่อยให้เรื่องนี้ชัญญาเป็นคนตัดสินใจเองเอง
"ผมไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก ผมรู้ว่าญายังรักผมอยู่" ว่าจบก็เดินไปขึ้นรถทันที คนเป็นพี่ชายได้แต่ถอนหายใจกับความคิดของน้องชายตน ก่อนจะเอ่ยปากพูดเบาๆ กับตัวเอง
"มึงไปเอาความมั่นใจนั้นมาจากไหนกิจ" ร่างบางที่มองดูสองคนที่จากไปจากทางหน้าต่างด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้รักกิจแล้วหรือจะพูดให้ถูกคือไม่เคยรักเลย เขาแค่หลงลมปากของผู้ชายคนนั้นก็เท่านั้นเอง และลูกน้อยที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของพวกเขานั้นชัญญาเลือกที่จะเก็บเด็กไว้ เพราะยังไงเด็กคนนี้ก็คือลูกของตน แม้ว่าพ่อของเขาจะไม่ต้องการก็ตาม แรกเริ่มเดิมทีเมื่อกิจรู้ว่าตนท้องก็บอกให้เอาเด็กออกทันที แต่ว่าเขาทำลายเด็กคนนี้ไม่ได้ ทำไม่ลงจริงๆ และชัญญาก็เลือกที่จะก้าวออกมาจากชีวิตของกิจเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แรกๆ ก็อาจจะยังทำใจยอมรับไม่ได้ แต่วันเวลาก็ช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้น จนตอนนี้ตนสามารถอยู่ได้ไดยที่ไม่มีเขา แต่วันนี้เขากลับอยากจะคืนมา เพื่ออะไร? นี่คือสิ่งที่ร่างบางไม่เข้าใจเลยซักนิด บนรถชายหนุ่มสองคนที่เพิ่งจะขับรถออกมาจากบ้านของชัญญา คนหนึ่งคิดหาวิธีที่จะง้อขอคืนดีกับร่างบาง อีกคนคือคนที่รับรู้ทุกเหตุการณ์แต่ไม่อยากเข้าไปยุ่ง เพราะยังไงก็เป็นเรื่องของคนสองคน แม้ปากจะบอกว่าไม่ช่วยแค่การที่เขาช่วยสืบหาที่อยู่ขิงคนตัวเล็กหลังจากที่หายไปนานหลายปีตนพบก็ถือว่าเป็นการช่วยกรายๆ นั่นแหละ "แล้วจะเอายังไงต่อ" กรพี่ชายของกิจถามขึ้นในขณะที่จับรถพาน้แงชายตัวดีไปส่งบ้าน
"ก็ไม่ยังไง ผมเชื่อว่าญายังรักผมอยู่ แต่พี่พูดแบบนั่นออกมาคงเพราะยังโกรธเรื่องเมื่อตอนนั้นอยู่" กิจพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจว่าอย่างไรชัญญาก็จะต้องให้อภัยตนแน่นอน แต่หารู้ไม่ว่าชัญญาในตอนนี้ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว
"อย่ามั่นใจให้มากนัก เผื่อใจไว้บ้างก็ดี" กรพูดเตื่อนน้องชาย เพราะดูจากสายตาของชัญญาแล้วยากที่กิจจะง้อได้สำเร็จ
คุณอาจจะชอบ





