
จำเลยรักบ่วงดวงใจ
ตอน 3
ลอออรพยักหน้ารัวๆ แค่คิดว่าจะได้ออกไปด้านนอกก็ตื่นเต้นแทบบ้า
“นี่โทรศัพท์เจ้ พอไปถึงก็โทร. หาคุณทิโมธีน่ะ เขารอเอาเอกสารให้”
เจ้ปลาส่งโทรศัพท์ของตนเองให้ พร้อมกับย้ำกับลอออรอีกครั้ง
ลอออรพยักหน้ารับ เธอรีบออกจากห้องพักเพื่อไปรับเอกสารแทนเจ้ปลา มีความตื่นเต้นวิ่งพล่านในเส้นเลือดนี่นับเป็นครั้งแรกที่เธอกำลังเดินท่อมๆ อยู่ในเมืองใหญ่อย่างปารีส ผู้คนหลายสัญชาติเดินสวนกันจนตาลาย ลอออรมองหารถประจำทางเพื่อโดยสารไปที่ซาลู เธอสาวเท้าเดินตรงไปที่จุดจอดรถประจำทาง ใช้เวลารอไม่นานเลยสำหรับรถประจำทางสายที่รอแล่นเข้ามาจอด
เธอเดินตามผู้โดยสารคนอื่นขึ้นไปด้านบน หลังชำระค่าโดยสารลอออรกวาดตามองหาที่นั่ง เธอได้ที่นั่งติดกระจกค่อนไปทางด้านหลัง ผู้โดยสารท่านอื่นนั่งเงียบๆ คงเป็นความเคยชินของพวกเขา แต่ลอออรไม่ เธอตื่นเต้นจนหัวใจแทบระเบิด ทิวทัศน์สองข้างทางทำให้เธอตื่นตาตื่นใจ ลอออรรีบพิมพ์ภาพเหล่านั้นไว้ในความทรงจำ
มันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายหรอกที่เธอจะมาเยือนฝรั่งเศสหรอก ตราบใดที่ความฝันของเธอยังไม่สัมฤทธิผล
สมุดเล่มเล็กที่ลอออรมักจะจดบันทึกความประทับใจของตัวเองลงไป เธอล้วงออกมาสเกตสิ่งที่ผุดขึ้นมาในสมอง เพราะบางทีเธออาจจะใช้สิ่งเหล่านี้สานฝันเพื่อตัวเอง
ประสบการณ์ลอออรยังน้อย เธอยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ แต่ลอออรไม่เคยท้อ คงมีสักวันแหละที่เธอจะเดินไปถึงจุดหมาย
บิลบร์อดบนอาคารหลังใหญ่กำลังฉายภาพของใครบางคน แปร่งๆอรมองตาค้าง ชายผู้นั้นมีเสน่ห์เสียจนเธอเกือบลืมหายใจ เขาไม่ใช่ใครเลย ผู้ชายคนนั้นคือเควิน ดิดิเย่ร์ ขาสวมชุดสีดำเป็นประจำ แต่ไม่เหมือนคนอื่นหรอก ทุกชุดที่เควินใส่ถูกออกแบบตัดเย็บจากดีไซเนอร์มือดีของซาลู หากเควินไม่ใช่CEO เขาเอาดีทางการเดินแบบก็คงทำเงินให้เควินไม่น้อย
แต่เพราะเควินมีสมองมากกว่าความหล่อเหลา เขาเป็นผู้บริหารที่มองการณ์ไกล เควินเดาความชอบของผู้หญิงถูกเสมอ เขารู้ใจพวกเธอ เหมือนกับไปนั่งอยู่กลางใจ
ท่าทางเคร่งขรึมของเขาเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ได้ตลอด แต่การเข้าถึงเขานั้นเป็นการยาก ชายผู้นั้นงานยุ่งแทบไม่มีเวลาส่วนตัว
ซาลูสร้างเมล็ดเงินมหาศาลให้กับเขา แต่เควินก็ยังขยันทำงานทุกวัน เขาทำงานเหมือนกลัวว่าตัวเองจะจากโลกนี้ไปในวันนี้พรุ่งนี้ คนในปารีสรู้ดี แต่ไม่มีใครห้ามเขาได้สักคน เควินกโหมทำงานหนัก แต่เวลาและความเหนื่อยล้ากลับทำร้ายเขาไม่ได้
ผู้ชายอายุสี่สิบบวกคนนี้ ยังคงหล่อเหลาเหมือนเดิม
ลอออรถอนใจดังเฮือก เธอชักสายตากลับมาจากบิลบอร์ด ไม่อย่างนั้นเธออาจจะเลยจุดจอด
เมื่อรถประจำทางจอดสนิท ประตูเปิดให้ผู้โดยสารลงจากรถ ลอออรเดินตามผู้โดยสารคนอื่น เธอมัวแต่มองความอลังการของตึกตรงหน้า จนเกือบสะดุดฟุตบาทล้ม
“อุ้ย!” หญิงสาวเซไปข้างหน้าหลายก้าว กว่าจะตั้งหลักได้
ลอออรกวาดตามองไปรอบๆ โชคดีเธอเป็นเวลาดึกพอสมควร ผู้คนเลยไม่ค่อยพลุกพล่าน ไม่อย่างนั้นเธอคงขายขี้หน้าพวกเขา หากพลาดล้มลงไปบนพื้น
“แหะ” เธอฝืนยิ้มแหยๆ ไปรอบๆ ตัว หลังจากตั้งหลักได้ ลอออรมองหาที่นั่ง ขาเธอสั่นจนฝืนทรงตัวไว้คงไม่ดีเท่าไหร่ ในที่สุดเธอก็เจอที่พักขา ลอออรทิ้งตัวลงนั่งแบบไม่ต้องคิด เธอไม่ได้สวมกระโปรงเลยไม่ต้องระมัดระวังตัวนัก เธอสวมกางเกงตัวโคร่งกับสเวตเตอร์สีเทาที่สวมทับเสื้อยืดสีขาว แถมยังมีผ้าพันคอผืนโตพันอยู่รอคออีกด้วย เธอคงเป็นตัวประหลาดสำหรับคนอื่น เพราะลอออรแอบเห็นมีหลายคนแอบมองเธอด้วยสายตาแปลก
เธอพยายามไม่ใส่ใจสายตาของคนเหล่านั้น
ลอออรล้วงโทรศัพท์ของเจ้ปลาออกมากดโทรออก เธอไม่ได้มาเพื่อเดินเล่น ดังนั้นต้องรีบทำภารกิจให้สำเร็จ เธอจะได้มีเวลาสำรวจความเป็นไปในปารีส เมื่อมันเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับเธอตอนเรียน
หลังได้ยินคำทักทายจากปลายสาย “สวัสดีค่ะ ดิฉันมารับเอกสารแทนเจ้ปลาค่ะ ไม่ทราบว่าจะให้ดิฉันไปรับได้ที่ไหนคะ?”
ทิโมธีเบนโทรศัพท์ออกห่าง ปลายสายเสียงไม่คุ้นหู สำเนียงแปร่งๆ แต่ก็ถือว่าดีพอใช้
คุณอาจจะชอบ





