
รักติดเรท 2
ตอน 2
"เฮ้อ!"
เสียงถอนหายใจแล้วถอนหายใจเล่า ตั้งแต่ต้องตาแต่งงานไปเจ้าหล่อนก็ไม่มีเพื่อนเลย เพราะเกรงใจสามีเพื่อน จะว่าไปเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็แต่งงานกันหมดแล้ว ปีใหม่ปีนี้ทุกคนจึงอยู่ฉลองกับครอบครัว ก็เล่นแต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว แล้วเธอละมีใครบ้าง นอกจากครอบครัว คือชีวิตสาวโสดแบบเธอก็ได้แต่ถอนหายใจวันละหลาย ๆ รอบ
กิ่งมณี สว่างเกิด หรือ กิ่ง วัยย่าง 31 ปี นั่งรับประทานลาบยโสธรเจ้าโปรดเจ้าเก่าเจ้าประจำที่ชอบมากินกับเพื่อน ๆ เมื่อก่อน คนอื่นแต่งงานมีครอบครัวหมดหล่อนก็มักมานั่งกินฉลองคืนข้ามปีกับต้องตา แต่ปีนี้ไม่ได้แล้ว ต้องตามีสามีและลูกแล้ว ฉะนั้นหล่อนจึงมานั่งโซ้ยลาบก้อยคนเดียวที่ร้านบนฟุตปาธขาประจำ
ส่วนพีรดา สามีพาไปเที่ยวต่างประเทศ ประภาก็อยู่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด และอีกคนก็กีรณาต้องดูแลสามีป่วยในคืนข้ามปี ฉะนั้น เคาท์ดาวน์ปีนี้ หล่อนถึงมาคนเดียว เพราะทุกคนต่างก็มีครอบครัวกันหมดแล้ว หล่อนเกรงใจทุกคนจึงเลือกไม่บอกใครแล้วมาเคาท์ดาวน์ร้านลาบยโสธรร้านประจำที่มากับเพื่อน ๆ ทุกปีในคืนข้ามปีแบบนี้
“ไม่เห็นอร่อยเหมือนมีเพื่อนมาด้วยเลย”
หล่อนมองอาหารตรงหน้าแล้วฝืนกลืนลงท้อง จริง ๆ อาหารอร่อย แต่มันหมดรสอร่อยเมื่อต้องนั่งกินคนเดียว เมื่อมองไปโต๊ะรอบ ๆ ต่างก็มากันเป็นคู่ ครอบครัวบ้างแหละ ส่วนพ่อกับแม่หล่อนก็ไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัด หล่อนไม่ถูกกับวัดจึงมานั่งเคาท์ดาวน์ที่ร้านลาบ
“ลุงคะ เก็บตังค์เลยค่ะ”
เมื่อกินคนเดียวไม่อร่อยเหมือนมีเพื่อนทานเลยเรียกเจ้าของร้านมาคิดเงินตัวเอง เมื่อคิดเสร็จและจ่ายเงินเสร็จหล่อนก็ก้มมองนาฬิกาข้อมือ เหลืออีกครึ่งชั่วโมงจะเที่ยงคืน จึงสะพายกระเป๋าแล้วลุกเดินไปยังรถยนต์ของตนที่จอดอยู่ริมฟุตปาธ เพื่อขับกลับบ้าน ไปนอนดูซีรี่ส์เคาท์ดาวน์ที่บ้าน
เวลาไม่นานก็มาถึงบ้าน ด้วยรถไม่ติด ถนนโล่ง ก็ทุกคนกลับต่างจังหวัดกันหมด จึงใช้เวลาขับรถกลับบ้านไม่นาน พอมาถึงบ้านก็แปลกใจเมื่อเห็นรถยนต์คันหรูคุ้นเคยจอดอยู่
เขามาทำไมกัน พ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ แล้วไหนบอกจะกลับสเปน แล้วทำไมถึงมาอยู่บ้านเรา
หล่อนคิดในใจ ก่อนจะดับเครื่องยนต์แล้วก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน
“คุณกิ่งคะ คุณขุนมานั่งรออยู่ในบ้านสักพักแล้วค่ะ” ทันทีก้าวเท้าเข้ามาในบ้านจะเดินขึ้นไปชั้นสองเด็กรับใช้ก็เดินเข้ามาขวางทางพร้อมบอกว่ามีแขกมารอ
“ใครเชิญเขามาจ๊ะน้อย”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณกิ่ง แต่ว่าเขามารอคุณกิ่งสักพักใหญ่ ๆ แล้วค่ะ”
“อือ! เดี๋ยวฉันไปถามเขาเอง พวกเธอไปพักผ่อนหรือไปเคาท์ดาวน์เถอะ ฉันอยู่คนเดียวได้ เดี๋ยวคุยไม่นานเขาคงกลับแหละ”
หล่อนบอกสาวใช้ให้ไปพักหรือไปเที่ยวข้างนอกได้ เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษ ส่วนสาวใช้คนอื่นนั้นลากลับบ้านต่างจังหวัด ป้าแต้วเองก็เช่นกัน จะเหลือก็แต่น้อยไม่กลับบ้านปีนี้ น้อยจะรอกลับต่างจังหวัดหลังปีใหม่เมื่อทุกคนกลับมาทำงานปกติ
“ขอบคุณนะคะคุณกิ่ง”
“นี่เงินจ้ะ ออกไปเที่ยวเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน” หล่อนเปิดกระเป๋าหยิบแบงก์พันสองใบให้สาวใช้ ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางเดินไปยังห้องนั่งเล่น
พอเดินมาในห้องนั่งเล่นก็เห็นแขกประจำของบ้านนั่งหลับอยู่ จึงเดินไปสะกิดไหล่ชายหนุ่มเพื่อปลุกเขา
“คุณขุนพิทักษ์คะ คุณคะ ตื่นค่ะ มันดึกมากแล้ว”
"อื้อ!"
ชายหนุ่มครวญครางด้วยความรำคาญพลางปัดมือเล็กออกจากไหล่ของตน
“ตื่นค่ะ แล้วก็กลับไปได้แล้ว ถ้าง่วงก็กลับบ้านค่ะ” ครั้งนี้หล่อนเสียงดังกว่าเดิมและเปลี่ยนจากสะกิดเป็นบิดเนื้อของชายหนุ่มแทน
"โอ๊ย!"
สะดุ้งตื่นพร้อมเสียงโอดครวญเจ็บ
“บิดพี่ทำไม” เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำตนก็ขมวดคิ้ว
“กลับได้แล้วคุณ ดึกมากแล้ว”
หล่อนไม่อยากพูดกับชายตรงหน้าดีเท่าไรหรอก เมื่อคิดย้อนถึงวันที่เขาขโมยจูบแรกของตนไป ตั้งแต่วันนั้นมาก็สองอาทิตย์กว่าแล้ว เจ้าหล่อนก็เอาแต่หลบหน้า และพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยด้วยตลอด แต่เวลานี้มันจำเป็นเพราะทั้งบ้านมีแค่หล่อนอยู่คนเดียว ส่วนพ่อแม่นั้นคงอิ่มบุญกันแล้วแหละ
“ไปไหนมา” ถามเสียงเย็น พร้อมกับดึงข้อมือเล็กรั้งให้ลงมาหาตน และมันก็ได้ผลเมื่อเจ้าหล่อนเสียหลักล้มลงบนตักหนาของเขา
“ว้าย! คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ” หล่อนดิ้นรนหาอิสระ เมื่อคนไร้มารยาทฉุดรั้งลงมากอด
“อือ! ไปไหนมา ตอบก่อนสิ” ขุนพิทักษ์เอ่ยเสียงทุ้ม เกยคางสากที่เต็มไปด้วยหนวดเคราเขียวครึ้มกับไหล่มนของคนดื้อดึง
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย ชีวิตของฉัน เรื่องของฉัน แล้วก็ปล่อยได้แล้วค่ะ ฉันจะไป...”
“มันเป็นเรื่องของพี่ตั้งแต่เราจูบกันแล้วคนสวย” เขาเอ่ยแทรกประโยคของคนตัวเล็ก พลางสูดลมหายใจแรง ๆ เอากลิ่นกายสาวเข้าปอด
“หอม!"ไม่ปล่อยกับกอดรัดแน่นกว่าเดิม จมูกโด่งได้รูปก็ชุกซนซุกไซ้วอกคอระหงไปมาจนเจ้าหล่อนหลบหลีกเป็นพัลวันเลยก็ว่าได้ จริง ๆ แล้วเขาตั้งใจจะกลับไปฉลองปีใหม่กับพ่อและแม่ที่สเปน แต่ท่านทั้งสองโทร.มาบอกว่ากำลังจะไปย้อนศรความรักที่บาหลี เขาจึงไม่ได้ไป แล้วพอจะไปพักผ่อนกอดสาว ๆ เนื้อนุ่ม ๆ แม่ของกิ่งมณีก็โทร.ให้เขามาอยู่เป็นเพื่อนหล่อนที่บ้าน พอมากลับไม่เจอเขาจึงนั่งรอเจ้าหล่อนจนเผลอหลับอย่างที่กิ่งมณีเห็นนั้นแหละ
“หยุด! อย่าทำแบบนี้กับฉันนะ” หล่อนสั่งเสียงแข็งพลางเบี่ยงหน้าหลบหนีจมูกโด่งไปมา
“อือ! หอมจัง ไปไหนมาทำไมกลับมาป่านนี้” ขุนพิทักษ์ไม่สนใจคำสั่งของหญิงสาว
“อี๋! ปล่อยไง! บอกให้ปล่อยไงเว้ย!" หล่อนตะโกนออกมาเสียงดังพลางดิ้นแรงกว่าเดิม แต่ก็เหมือนดิ้นเสียแรงเปล่า เมื่อเขานั้นรัดหล่อนแน่นยิ่งกว่าเดิม
“พูดไม่เพราะต้องทำยังไงนะ อืม! หอม!" พูดจบก็หอมแก้มนวลแรง ๆ พลางเลื่อนมาขบเม้มติ่งหูสาว
“เจ็บนะเว้ย! แล้วเนี่ยก็หยุดเล่นได้แล้ว ฉันไปทานข้าวมาและเนี่ยก็กลับมาแล้วไง ปล่อยได้แล้วและก็กลับบ้านคุณไปได้แล้วฉันจะพักผ่อน” หล่อนยอมบอกแต่โดยดี แต่บอกไม่หมดว่าตนไปนั่งเหงาที่ร้านลาบยโสธรมา
“วันนี้ตั้งใจมาพักด้วยนะ แม่ของกิ่งบอกพี่มาอยู่กับกิ่ง ถ้าจะพักต้องพักด้วยกัน”
ว้าย!
หล่อนร้องเสียงหลงออกมาอีกครั้งเมื่อคนหน้านิ่งลุกขึ้นยืนพร้อมกับอุ้มหล่อนติดตามไปด้วย ที่สำคัญเขาก้มลงมองหล่อนแล้วยิ้มน่ากลัวก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องนั่งเล่น
“นะ...นายจะพาฉันไปไหนน่ะ” หล่อนถามเสียงสั่น เมื่อเริ่มเห็นความไม่ปลอดภัยของตนลอยคออยู่ปลายจมูก
“พักผ่อน”
ตอบเพียงสั้น ๆ แล้วเดินไปยังบันไดของบ้าน เท้าใหญ่ก้าวทีละก้าวขึ้นบันไดด้วยความมุ่งมั่น ใบหน้าหล่อเรียบขรึมยากจะคาดเดา
“ห้องอยู่ไหน” เมื่อเดินมาถึงชั้นสองเห็นคนตัวเล็กเงียบจึงเอ่ยถามถึงห้องของสาวเจ้า
“บอกให้โง่น่ะสิ”ตอบเสียงแข็ง พลางรัดลำคอหนาแน่นกว่าเดิม เมื่อเขาทำท่าจะโยนหล่อนลงกับพื้น
ฮึฮึ
ขำคนในอ้อมแขนแล้วก้าวเดินยาว ๆ ไปยังห้องที่อยู่มุมสุดทางขวา เพราะมันมีชื่อของเจ้าของห้องแปะติดอยู่หน้าประตู
“ยัยกิ่งยัยบ้าเอ้ย!" กิ่งมณีเห็นประตูห้องของตัวเองก็อดว่าตัวเองไม่ได้ ก็หล่อนเล่นติดป้ายชื่อหน้าห้องนอนตัวเองไว้เลยทำให้ขุนพิทักษ์หาห้องของเธอเจอ
ขุนพิทักษ์อมยิ้มก้มมองคนในอ้อมแขนเล็กน้อยก่อนจะย่อตัวแล้วใช้มือที่กอดรัดร่างเล็กไว้บิดเปิดประตูห้องนอนเข้าไป เมื่อเปิดได้ก็ใช้เท้าใหญ่ถีบเปิดให้กว้างเพื่อที่ตนจะได้แทรกตัวเข้าไปได้ เมื่อเข้ามาในห้องนอนได้ก็ใช้เท้าข้างเดิมถีบปิดประตูและย่อตัวกดล็อกห้องพร้อมเอียงไหล่หนากดเปิดสวิตซ์ไฟข้างประตูห้อง
คุณอาจจะชอบ





