ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิมานสวาท

วิมานสวาท

อลิซพยายามปฏิเสธว่าไม่ได้แอบดูจามาลที่สระว่ายน้ำ ทว่าท่าทีเย็นชาและการถูกมองข้ามทำให้เธอหงุดหงิดใจจนอยากจะเอาชนะ ชายหนุ่มขับไล่เธออย่างไม่ใยดีพร้อมต่อว่าเรื่องที่เธอใช้สายตาลวนลามร่างกายของเขาอย่างหิวกระหาย แม้ปากจะบอกว่าเกลียดเขาและมั่นคงต่อแมทธิวเพียงคนเดียว แต่ความสมบูรณ์แบบของจามาลกลับทำให้หัวใจของอลิซสั่นคลอนจนแทบควบคุมไม่อยู่ เธอต้องต่อสู้กับความปรารถนาด้านมืดที่ขัดแย้งกับความรู้สึกส่วนลึกของตัวเองในบ้านที่ควรจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 2

‘พี่ว่าตัดใจเถอะอลิซ แมทธิวไม่ชอบเด็กผู้หญิง พี่ยังมีเพื่อนหน้าตาดีและนิสัยยอดเยี่ยมอีกตั้งหลายคน ไว้จะติดต่อให้หากอยากมีแฟน’

‘ระวังจะผิดหวังล่ะ เพราะเท่าที่คบกันมาเจ้าแมทธิวควงแต่ผู้หญิงเจนโลกเท่านั้น เธอนะมันแค่เด็กตัวน้อยๆ ในสายตาของมันเท่านั้นเอง’

‘แต่ที่พี่บอกก็เพราะพี่รัก พี่หวังดีนะอลิซ เจ้าแมทธิวมันไม่มองเธอหรอก... ความจริงพี่ไม่อยากใช้คำนี้หรอกนะ แต่มันจะไม่มองเธอจริงๆ’

‘เพราะเค้าเด็กเกินไปใช่ไหม’ จำได้ว่าถามพี่ชายออกไปทั้งน้ำตา

‘นั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญแมทธิวไม่ยุ่งกับผู้หญิงพรหมจารี...’

คำสนทนากับอเล็กซิโอในวันนั้นยังฝังแน่นอยู่ในสมอง ผู้หญิงพรหมจารีไม่ดีตรงไหนกันนะ ทำไมผู้ชายถึงไม่ปรารถนากันนะ หรือว่าหล่อนควรจะกำจัดมันออกไปให้พ้นๆ จากชีวิตดี

อลิซถอนใจด้วยความกลัดกลุ้มก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเยาะหยันของคู่สนทนาตรงหน้าอีกครั้ง

“จะต้องมีคนมองฉัน...”

“ไม่มีทางหรอกแม่หนูน้อย ผู้ชายทุกคนบนโลกนี้โดยเฉพาะเจเจของฉันน่ะไม่สนใจสาวพรหมจารี แม้แต่ชายตาแลเจเจยังไม่ทำเลย รู้ไหมว่าสาวพรหมจารีน่ะน่าเบื่อแค่ไหน ต้องพร่ำสอนกันตั้งแต่พื้นฐาน ไม่เหมือนสาวเก่งๆ แบบฉัน”

ยายนั่นยกมือขึ้นกอดอก แล้วเชิดหน้าทำราวกับว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโลกีย์ยังไงยังงั้น อลิซคิดตามคำพูดของแม่นั่นแล้วก็อดกังวลใจไม่ได้ คำพูดของผู้หญิงคนนี้เชื่อถือได้จริงๆ หรือ สาวน้อยร้องถามตัวเองอยู่ภายในอก แล้วก็พบว่ามันคือเรื่องจริงเพราะคำพูดของอเล็กซิโอเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนก็มีทำนองเดียวกัน

“อย่างเธอเขาเรียกว่าสำส่อนต่างหาก...”

“ไม่ใช่ย่ะ อย่างฉันเขาเรียกว่าลีลาเด็ด ผู้ชายทุกคนได้ลองต้องลุ่มหลง... อย่างเจเจไง”

อลิซเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ อดขุ่นเคืองกับคำพูดภาคภูมิใจของแม่นี่ไม่ได้ หากยายนี่บอกว่าผู้ชายคนอื่นลุ่มหลงแทนที่จะเป็นจามาลหล่อนคงไม่รู้สึกหงุดหงิดแบบนี้หรอก

แล้วทำไมหล่อนจะต้องรู้สึกคล้ายๆ กับหวง... ไม่ หล่อนไม่ได้หวงตาบ้าจามาลหรอก ก็แค่หมั่นไส้ ใช่... หล่อนหมั่นไส้ตานี่ แล้วก็ตั้งมั่นว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตานี่ไม่สมหวังในความรัก ใช่ นี่แหละคือสิ่งที่หล่อนคิด หญิงสาวหาทางออกให้กับตัวเองได้อย่างสวยหรูเลยทีเดียว

“แต่เท่าที่ฉันเห็น... ตานั่นไม่ได้แสดงท่าทางแบบที่เธอบอกเลยนี่น่า... แถมยังทำหน้าตาเบื่อหน่ายเสียอีก เธอคิดเข้าข้างตัวเองไปหรือเปล่า”

อลิซปั้นหน้าหยัน แล้วก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ ยายนั่นกระทืบเท้าเต้นเร่าๆ กับพื้น ก่อนจะแผดเสียงเกรี้ยวกราดออกมา แต่หล่อนไม่กลัว ออกจะขบขันเสียมากกว่า เพราะสิ่งที่หล่อนพูดสุ่มๆ ออกไปนั้นมันคงเป็นเรื่องจริง ไม่อย่างนั้นยายนั่นคงไม่เต้นเป็นไส้เดือนถูกน้ำร้อนลวกแบบนี้หรอก

“นังเด็กบ้า!”

“แหม ฉันพูดถูกใจใช่ไหมล่ะถึงได้หัวเราะแบบนี้” อลิซหัวเราะร่วนซ้ำแล้วซ้ำอีก อารมณ์จากที่ขุ่นเคืองเริ่มดีขึ้นทุกขณะ ยิ่งเห็นคู่ควงของจามาลเกรี้ยวกราดหล่อนก็ยิ่งสะใจ ดี คราวหลังจะได้ไม่ต้องมาอีก อีตานั่นจะได้ไม่ต้องมีใคร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหล่อนถึงได้ถูกอกถูกใจกับความคิดนี้นักหนา

“ดูสิหัวเราะใหญ่เลย”

“ฉันกำลังโกรธย่ะ นังเด็กบ้า... อีบ้า...!”

สาวน้อยหัวเราะสะใจเมื่อในที่สุดคู่สนทนาก็ได้แต่ชี้หน้าคาดโทษหล่อน จากนั้นก็คว้ากระเป๋าสะพายที่ตกอยู่บนศาลาไม้และกระทืบเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

“เชอะ นึกว่าจะแน่แค่ไหน...”

อลิซกำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปภายในบ้าน แต่ก็ต้องชะงักกึกเมื่อเสียงของอเล็กซิโอดังขึ้นด้านหลัง

“พี่อเล็ก...”

“ใช่พี่เอง... ก่อเรื่องอะไรอีกล่ะ”

ท่าทางหรี่ตามองของพี่ชายทำให้อลิซเสียวสันหลังขึ้นมาทันที หญิงสาวปั้นยิ้มเจื่อนๆ กลบเกลื่อนความผิดให้กับพี่ชาย ก่อนจะส่ายหน้าดิก

“ปะ เปล่านี่คะ ไม่มีอะไรเลย”

“แต่พี่เห็นแอรินวิ่งหน้าดำหน้าแดงราวกับโกรธใครไปนี่”

แอรินหรือ? ยายสาวผมสีน้ำตาลไหม้คนนั้นชื่อแอรินหรือ ชื่อเพราะซะด้วย อย่างนี้ใช่ไหมตาบ้าจามาลถึงได้ลากเข้ามาพลอดรักถึงในคฤหาสน์ของหล่อน ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นเคือง แม้จะยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าแค้นเคือง จามาลเรื่องอะไร จะเป็นเรื่องที่เขาพาผู้หญิงเข้ามาในบ้าน หรือว่าเรื่องที่เขาไม่เลือกหล่อนให้เป็นผู้หญิงคนนั้น อลิซเผลอตัวกัดปากจนเจ็บ พอรู้สึกตัวก็รีบผลักไสความคิดน่าละอายนั้นให้ออกไปจากสมองอย่างรวดเร็ว

“ไม่นี่คะ...” หญิงสาวตอบเสียงสูงลิบ ยิ้มละไมเต็มใบหน้า

“เราพูดกันถูกคอจะตายไป...”

อเล็กซิโอหรี่ตามองน้องสาว เขากลับมาทานมื้อกลางวันกับสโรสินีพอดีถึงได้เห็นเหตุการณ์เมื่อกี้นี้เข้า แต่มองยังไงก็รู้ว่าเกิดสงครามขึ้น แม้ว่าแม่น้องสาวตัวแสบจะไม่ยอมรับก็ตาม

“แล้วคุยกันเรื่องอะไรบ้างล่ะ”

สาวน้อยอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะตอบออกมา

“ก็เรื่องของเพื่อนรักพี่อเล็กยังไงล่ะคะ แม่นั่น เอ่อ แอรินบอกว่าตานั่นหล่อ รวย และก็...”

หยุดพูดเพราะรู้สึกกระดากปาก แต่พี่ชายก็คาดคั้นทางสายตาอย่างหนักทำให้หล่อนต้องพูดออกไป

“ก็เซ็กซ์จัดไงคะ แหวะ น่าทุเรศจะตาย เอาคู่ขาเข้ามาพลอดรักกันถึงในบ้าน...”

ท่าทางที่อลิซแสดงออกไปนั้นเต็มไปด้วยความหมั่นไส้ แต่ลึกๆ ลงไปข้างในหล่อนกลับรู้สึกหงุดหงิดมากมายต่างหาก หงุดหงิดที่เห็นจามาลมีผู้หญิงคนอื่น

อเล็กซิโอหัวเราะออกมาคล้ายกับมันคือเรื่องปกติ คงใช่สินะ มันเป็นธรรมชาติของผู้ชายนี่ ธรรมชาติที่แสนเห็นแก่ตัว

“แล้วไง... เธอฟังแล้วรู้สึกยังไงล่ะ”

“เค้า... เค้าจะไปรู้สึกอะไรล่ะ มันไม่ใช่เรื่องของเค้าสักหน่อย”

แก้มนวลแดงระเรื่อ ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยการพูดถึงแมทธิวขึ้นมา

“ถ้าเป็นเรื่องของพี่แมทธิวก็ว่าไปอย่าง...”

อเล็กซิโอหรี่ตามองน้องสาวอยู่นาน ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ

“จริงสินะ เธอรักเจ้าแมทธิวมันนี่ พี่ลืมไปคิดว่าเธอรักจามาล...”

เสมือนถูกลูกธนูไฟพุ่งเข้าใส่กลางหัวใจ อลิซเบิกตากว้างมองพี่ชายอยู่นานหลายสิบวินาที และเมื่อได้สติก็รีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ซึ่งพิรุธเพียบเลยทีเดียว

“ไม่...! ผู้ชายอย่างนั้นน่ะไม่มีวันได้เข้ามาอยู่ในหัวใจของเค้าหรอก พี่อเล็กคอยดูก็แล้วกัน”

ผู้เป็นพี่ชายอมยิ้ม “พี่จะคอยดูก็แล้วกัน... เอาล่ะพี่ไปก่อนนะ ป่านนี้ฟ้าคงรอแย่แล้ว”

อเล็กซิโอกำลังจะก้าวเท้าเดินจากไป แต่ผู้เป็นน้องสาวเรียกเอาไว้ซะก่อน ชายหนุ่มหันกลับมามองด้วยสายตาประหลาดใจ

“มีอะไรอีกล่ะแม่น้องสาวตัวแสบ...”

อลิซสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ราวกับจะเรียกความมั่นใจที่มันกระจัดกระจายไปตั้งแต่สบตากับดวงตาสีฟ้าจัดของจามาลให้กับคืนมาอีกครั้ง ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ผ่านการปรับแต่งมาอย่างดี

“เค้า... เอ่อ เค้าอยากจะรู้ว่า...”

อเล็กซิโอยิ้มบางๆ มองหน้าแดงๆ น้องสาวนิ่ง เมื่อเจ้าหล่อนหยุดพูดซะดื้อๆ

“มีอะไรอยากถาม หรืออยากรู้ก็พูดมาเลยอลิซ พี่สัญญานะว่าหากพี่ตอบได้ พี่ยินดีที่จะตอบเธอ ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะเป็นเรื่องส่วนตัวมากแค่ไหนก็ตาม...”

“คือเค้า... เค้าอยากรู้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ ไม่ชอบผู้หญิงพรหมจารีหรือคะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค
7.8
วรนิษฐ์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาพี่มาร์คเพื่อแจ้งข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ทว่าเขากลับตอบแทนด้วยความเย็นชาและยืนยันว่ารักเพียงแพร แฟนสาวของตนเท่านั้น แม้จะยอมรับลูกแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในตัวเธอ พร้อมทั้งดูแคลนพรหมจรรย์ที่เสียไปว่าไร้ความหมายในยุคสมัยนี้ เมื่อความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมผ่านผู้ใหญ่กลายเป็นเพียงการขู่เข็ญในสายตาเขา ความเจ็บช้ำจึงเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว วรนิษฐ์ตัดสินใจฟ้องหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้รัก แต่สามีใจร้ายกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเล่ห์บำเรอรัก
7.9
แวงซ็อง ออกัสตัส มหาเศรษฐีหนุ่มทรงเสน่ห์ทายาทตระกูลดังผู้ไม่เคยถูกปฏิเสธ กลับต้องเสียหน้าเมื่อ เมวิกา หญิงสาวแสนจนท่าทางเย็นชาทำเหมือนไม่สนใจในตัวเขา แผนการล่อลวงเพื่อเอาชนะใจจึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าหลังค่ำคืนอันเร่าร้อนเขากลับหายตัวไป ทิ้งให้เธอเผชิญความโดดเดี่ยวในฐานะนางซินตกสวรรค์ แต่แล้วข่าวฉาวสั่นสะเทือนปารีสก็บีบให้เขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง บ่วงเล่ห์ที่เขาวางไว้เพื่อหวังเพียงความใคร่ กลับกลายเป็นบ่วงรักที่ผูกมัดหัวใจของทั้งคู่ไว้ด้วยโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
หน้าปกนวนิยาย สัมผัสร้ายนายวิศวะ
7.8
ณดาพยายามต่อต้านการหมั้นหมายกับดีเอ็ม รุ่นน้องวิศวะสุดอันตรายที่เธอตราหน้าว่าเป็นคนมักมากและไม่รู้จักพอ แม้เธอจะประกาศกร้าวว่าไม่มีวันยอมรับผู้ชายคนนี้ แต่ท่าทีดุดันของเขากลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ดีเอ็มไม่สนความเกลียดชังที่เธอมีให้ เมื่อครอบครัวเสนอเธอมาให้มีหรือที่เขาจะปล่อยไปง่ายๆ เขาตัดสินใจใช้กำลังคุกคามเพื่อสั่งสอนคนปากดีให้รู้สำนึก พร้อมเปลี่ยนสถานะจากว่าที่คู่หมั้นให้กลายเป็นเมียด้วยความโมโหที่ถูกสบประมาทอย่างรุนแรง
หน้าปกนวนิยาย การหวนกลับมาของราชัน
9.6
หลินเฟิงถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเขยแต่งเข้าบ้านที่ไร้ค่าและถูกครอบครัวฝั่งภรรยาดูถูกเหยียดหยามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน จนกระทั่งเขาตกเป็นเหยื่อของแผนการร้ายและถูกขับไล่ออกจากตระกูลซูอย่างน่าอับอาย ทว่าท่ามกลางความตกต่ำนั้นไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดราชันผู้ยิ่งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งปฐพี ในฐานะผู้พิชิตเหนือโลกที่ทุกคนต้องหวั่นเกรงต่ออำนาจของเขา
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์เถื่อน เจ้าบ่าวทมิฬ
9.4
การวิวาห์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่บทสรุปแห่งความสุขของชีวิตคู่ ทว่ามันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางอันแสนยาวไกลเท่านั้น เมื่อความพยายามในการทุ่มเทความรักให้กับใครบางคนเพียงฝ่ายเดียวกลับนำมาซึ่งความเจ็บปวดและรอยแผลใจที่ยากจะเยียวยา บางทีการเลือกเดินออกมาเพื่อค้นหาและเปิดใจให้กับคนที่พร้อมจะรักและเห็นคุณค่าในตัวเราอย่างแท้จริง อาจเป็นทางออกที่ดีกว่าการทนจมปลักอยู่กับความชอกช้ำที่ไม่มีวันสิ้นสุดในความสัมพันธ์ที่ไร้ใจ