ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิมานสวาท

วิมานสวาท

อลิซพยายามปฏิเสธว่าไม่ได้แอบดูจามาลที่สระว่ายน้ำ ทว่าท่าทีเย็นชาและการถูกมองข้ามทำให้เธอหงุดหงิดใจจนอยากจะเอาชนะ ชายหนุ่มขับไล่เธออย่างไม่ใยดีพร้อมต่อว่าเรื่องที่เธอใช้สายตาลวนลามร่างกายของเขาอย่างหิวกระหาย แม้ปากจะบอกว่าเกลียดเขาและมั่นคงต่อแมทธิวเพียงคนเดียว แต่ความสมบูรณ์แบบของจามาลกลับทำให้หัวใจของอลิซสั่นคลอนจนแทบควบคุมไม่อยู่ เธอต้องต่อสู้กับความปรารถนาด้านมืดที่ขัดแย้งกับความรู้สึกส่วนลึกของตัวเองในบ้านที่ควรจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 1

อลิซ เบอร์ลัสโคนิ สาวน้อยวัย 18 ปี น้องสาวแท้ๆ ของ อเล็กซิโอ เบอร์ลัสโคนิยืนกัดฟันแน่นเมื่อสายตากลมโตสีดำขลับของตัวเองรับภาพความสมบูรณ์แบบของผู้ชายกระด้างอย่างจามาล เฟอร์ยาบีเข้ามาในสายตา ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ภายในอกอย่างมหาศาลเมื่อข้างกายของจามาลมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ

ทั้งๆ ที่พยายามบอกตัวเองว่าอย่าอารมณ์เสียเพราะผู้ชายไร้หัวใจคนนี้ พยายามบอกตัวเองว่าอย่าได้ใส่ใจเขา แต่... หล่อนก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านแบบนี้ด้วย ทำไมจะต้องรู้สึกอยากจะวิ่งเข้าไปลากแม่สาวสวยที่ยืนกระแซะข้างๆ กายกำยำของจามาลให้ออกห่างแล้วเตะโด่งให้กระเด็นไปสุดขอบโลกแบบนี้ด้วยนะ

หล่อนรักแมทธิวไม่ใช่หรือ?

ใช่... หล่อนรักแมทธิว บราวน์ รักมากเสียด้วยและก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้แมทธิวหันมามอง แต่ไหงหล่อนถึงได้มาหมกมุ่นอยู่กับผู้ชายคนนี้นะ จามาล เฟอร์ยาบี ผู้ชายที่หล่อนแสนจะรังเกียจ ผู้ชายกระด้างเถื่อนถ่อยที่หล่อนไม่กล้าเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย

อลิซเม้มปากแน่น ฝืนตัวเองให้ละสายตาจากภาพตรงหน้า หล่อนหมุนตัวและเดินจากหน้าต่างห้องมาทิ้งตัวแรงๆ ลงบนที่นอนนุ่ม ใบหน้างามหวานหยดย้อยยังคงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แต่กระนั้นมันก็ยังสู้หัวใจไม่ได้ หัวใจที่ตอนนี้ลุกเป็นไฟเสียแล้ว

“ผู้ชายบ้า... ทำไมต้องมาพลอดรักกันให้เราเห็นด้วยนะ”

หญิงสาวบ่นงึมงำไม่พอใจ ทิ้งตัวลงนอนหงายแรงๆ ดวงตาหวานฉ่ำจดจ้องไปยังเพดานห้อง แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาเบาๆ เมื่อภาพบนเพดานห้องยังคงเป็นใบหน้าของจามาลไม่เปลี่ยนแปลง นี่หล่อนจะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่มองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นตาบ้านั่นนะ

สาวน้อยผุดลุกขึ้นนั่ง พยายามคิดหาทางออกให้กับความคิดในสมองของตัวเอง หล่อนจะต้องบ้าตายแน่ๆ กับความคิดที่มีต่อ จามาล ผู้ชายที่หล่อนก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าไปคิดถึงเขาทำไมกัน อลิซถอนใจออกมาซ้ำๆ กันหลายครั้งจากนั้นก็ก้าวลงจากเตียง ก่อนที่เท้าบอบบางจะก้าวออกไปจากห้องนอนอย่างรวดเร็ว

จุดหมายน่ะเหรอ... ก็สถานที่ที่จามาลกับแม่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ยังไงล่ะ

“ฉันมีห้องให้ยืมใช้ต่างโรงแรม สนใจไหม?”

อลิซเปิดฉากโจมตีทันทีเมื่อเดินเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากตรงศาลากลางสวนที่จามาลกับแม่ผู้หญิงน่าหมั่นไส้คนนั้นกำลังคุยกะหนุงกะหนิงกันอยู่ ผู้หญิงคนนั้นหันมามองหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า ในขณะที่พ่อตัวดีไม่ได้ขยับเขยื้อนสายตามามองหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียว

“เด็กที่ไหนกันคะเจเจ... ปากร้ายไม่เบา”

แม่ผู้หญิงตรงหน้าละสายตาจากหล่อนไปฉอเลาะกับจามาลด้วยน้ำเสียงหวานหูจนคนฟังอย่างหล่อนแทบอยากจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ ไม่อยากจะเชื่อว่าจามาลมีรสนิยมเรื่องผู้หญิงแบบนี้

“ฉันไม่ใช่เด็กย่ะ!”

“เหรอ...”

ยายผู้หญิงคนนั้นหันมาจ้องหล่อนอีกครั้ง และตอบเสียงยานครางประมาณว่าสบประมาทอย่างนั้นแหละ

อลิซกัดฟันแน่นเพื่อข่มตัวเองให้เย็นที่สุด

“แต่เท่าที่ดูสัดส่วนของเธอ... อะไรอะไรมันยังไม่โตเต็มตัวเลยนี่ ยัง... เด็กๆ เล็กๆ อยู่เลย”

เจ้าหล่อนพูดจบก็หันไปหัวเราะกับจามาล ดีนะที่ตาบ้านั่นไม่ผสมโรงหัวเราะออกมาด้วยไม่อย่างนั้นหล่อนคงได้กระโจนเข้าไปข่วนหน้าหล่อๆ เย็นชานั้นเสียเดี๋ยวนี้แหละ อลิซเม้มปากก่อนจะปั้นหน้ายียวนออกมา สาวน้อยเดินเข้าไปใกล้คู่สนทนา ก่อนจะใช้สายตาเดียวกันกวาดมองร่างของคู่ควงของจามาล

“ถึงฉันจะไม่ได้ใหญ่โตเท่าเธอ... แต่ฉันก็ของจริง ไม่มีซีลิโคนแปลกปลอม” อลิซหัวเราะร่วน เมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย จากนั้นถึงโจมตีต่อไปอีก

“ซึ่งถ้าฉันมองไม่ผิด... ในตัวของเธอคงไม่มีอะไรเป็นของจริงใช่ไหม ตั้งแต่นมยัน...”

สายตาของอลิซมองต่ำลงไปหยุดที่อวัยวะกลางลำตัวของคู่สนทนา จากนั้นก็เลื่อนขึ้นมามองหน้าอีกครั้ง

“ทั้งตัวนี่เสียไปเท่าไหร่ล่ะ กี่ล้านกัน...”

“นี่ยัยเด็กปากเสีย!”

คู่สนทนาของหล่อนลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง จากนั้นก็กระโจนลงมาเผชิญหน้ากับหล่อนในระยะกระชั้นชิด อลิซปลายตามองไปยังคนตัวโตก็เห็นเขายังคงนั่งนิ่งได้ราวกับว่าตรงนี้ไม่ได้มีสงครามย่อยๆ เกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ

“ฉันพูดความจริงต่างหาก หัดยอมรับความจริงซะบ้างสิคะ”

อลิซหัวเราะร่วนด้วยความสะใจที่เห็นคู่สนทนาเต้นเร่าๆ ด้วยความอับอาย

“นังเด็กบ้า...”

ยายนั่นกราดเกรี้ยวใส่หล่อนอีกครั้ง ก่อนที่แม่คุณจะหันไปขอความช่วยเหลือจากจามาล แต่พ่อคุณช่างมีน้ำใจเสียเหลือเกิน

“เจเจคะ ดูนังเด็กคนนี้สิคะ ปากดีราวกับทำฟาร์มสุนัขเอาไว้ในปากยังงั้นแหละ”

“เชิญตามสบายเถอะ ผมไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับสงครามของผู้หญิง...”

ว่าแล้วพ่อคุณก็ลุกขึ้นยืนและก็เดินตัวปลิวผ่านไปทันที ทั้งหล่อนทั้งแม่คู่ควงอ้าปากค้างเติ่งพอๆ กัน จนแผ่นหลังกว้างลับตาไปแล้วนั่นแหละอลิซถึงได้กลับเข้ามาสู่สงครามน้ำลายต่ออีกครั้ง

“เห็นไหมว่าตานี่เป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องสักนิด... เธอควรจะเลิกสนใจเขาได้แล้วล่ะ ผู้ชายดีๆ ในโลกนี้ยังมีอีกตั้งเยอะ”

อลิซแนะนำ แต่คู่สนทนาเบ้ปากอย่างไม่เห็นด้วย

“เด็กอย่างเธอจะไปรู้อะไร... เจเจน่ะมีดีว่าผู้ชายทุกคนบนโลกนี้เสียอีก เขาทั้งหล่อ ทั้งรวย แล้วก็...”

“แล้วก็อะไรไม่ทราบ...”

อลิซสงสัยและก็อดจะสงบปากสงบคำรอจนคู่สนทนาพูดไม่ได้

แม่คู่สนทนาสาวเชิดหน้าสูง ระบายยิ้มเหยียดหยามออกมาพร้อมๆ กับกวาดตามองร่างกายของหล่อนอย่างละเอียดลอออีกครั้งหนึ่ง

“ก็เซ็กซ์จัดยังไงล่ะ”

อลิซแก้มแดงระเรื่อกับคำพูดของคู่สนทนา

“เจเจเป็นผู้ชายที่ตั้งรับและรุกได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้หญิงคนไหนได้นอนกับเขาน่ะถือว่าเป็นบุญแล้วรู้ไหม ขนาดฉันได้นอนกับเขาแค่คืนเดียว ยังติดใจจนต้องวิ่งโร่มาหาถึงอิตาลีนี่เลย แต่ว่าเด็กอย่างเธอจะไปรู้อะไร... และจากที่ฉันมองเธอ ยังไม่เคยมีเซ็กซ์สักครั้งเลยใช่ไหมล่ะ”

ยายนั่นหัวเราะเยาะหล่อน อลิซเม้มปากแน่น เชิดหน้าสูง

“แล้วไง ฉัน... จะมีเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ฉันไม่มีทางแลตาบ้านี่หรอก”

หล่อนอุตส่าห์พูดอย่างมั่นใจสุดๆ แล้วแต่ยายคู่สนทนากับยังหัวเราะเยาะอยู่อีก

“แน่ใจหรือว่าจะมีผู้ชายคนไหนสนใจผู้หญิงจืดชืดแบบเธอ นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายสมัยนี้นะชอบผู้หญิงเก่งๆ ลีลาเด็ดๆ สาวๆ พรหมจารีน่ะไม่มีใครมองหรอก...”

แล้วแม่คุณก็กรีดเสียงหัวเราะอีกครั้ง มันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของหล่อนอย่างรุนแรงเลยทีเดียว พลันคำพูดของพี่ชายก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียจ้างบำเรอสวาท
9.1
เตยหอม หญิงสาวผู้อับจนหนทางจากภาระหนี้สินและการถูกคนรักทอดทิ้ง จนเกือบจะจบชีวิตตนเองลง แต่เธอกลับได้รับข้อเสนอจากทิวัตถ์ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่ยื่นมือเข้ามาแลกเปลี่ยนหนี้สินทั้งหมดกับตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัวและเมียลับเพื่อปรนเปรอเขา ด้วยความจำยอมเธอจึงเซ็นสัญญาลับโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน จนตกเป็นเหยื่อในเกมสวาทที่เขาวางหมากไว้ทุกฝีเก้า แม้ร่างกายจะเป็นเพียงสิ่งแลกเปลี่ยน แต่หัวใจของเธอกลับเริ่มสั่นคลอนในพันธนาการที่เขาสร้างขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รัก รอยมลทิน
8.6
ริ้วแพรยืนยันว่าสิ่งที่เธอทำลงไปทั้งหมดนั้นเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เพราะเจตนาแอบแฝงอย่างที่เกื้อคุณกำลังเข้าใจผิด ทว่าชายหนุ่มกลับไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างนั้น เขาเลือกที่จะใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้นรสิกา พี่สาวต่างมารดาที่ริ้วแพรไม่กินเส้นด้วย โดยหวังจะแย่งชิงทุกอย่างที่เป็นของรสิกามาให้ริ้วแพรเพื่อรอดูทั้งคู่แตกหักกัน ท่ามกลางความขัดแย้ง เกื้อคุณกลับรุกหนักด้วยการทวงสิทธิ์ในฐานะสามี จนทำให้ริ้วแพรที่ตกอยู่ในสถานะเบี้ยล่างต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อท่าทีที่คุกคามของเขา
หน้าปกนวนิยาย หมูตุ๋นอุ่นรัก
9.3
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นระหว่างจ้าวจันทร์และเพื่อนชายคนสนิทเริ่มชัดเจนกว่าที่เคย เมื่อการหยอกล้อเรื่องจูบนำไปสู่บรรยากาศชวนหวั่นไหว แม้เขาจะเสนอโบนัสเป็นเงินแสนเพื่อตอบแทนที่เธอช่วยดูแลห้องให้ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจฟูที่สุดกลับไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความใส่ใจเล็กๆ อย่างการเตรียมแปรงสีฟันและของใช้ส่วนตัวไว้ให้พร้อมสรรพ การกระทำที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนนี้ทำให้จ้าวจันทร์มั่นใจว่าเขาก็มีใจให้เธอไม่ต่างกันแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย เปลวไฟแห่งรุ่งอรุณใหม่
8.0
ในวาระสุดท้ายของชีวิตที่แสนยาวนาน หญิงสาวคาดหวังคำบอกรักจากสามีผู้ซื่อสัตย์ แต่เขากลับถอนหายใจพลางสารภาพความในใจว่าเขารู้สึกเหนื่อยล้ากับการครองคู่ครั้งนี้ และโหยหาชีวิตเรียบง่ายกับหญิงสาวชาวประมงในอดีต ผู้ที่เคยช่วยชีวิตและหลอกว่าเป็นภรรยาของเขา แม้ในวันที่เขาจำความได้จะเลือกทิ้งผู้หญิงคนนั้นเพื่อกลับมาหาภรรยาตัวจริงและจัดงานแต่งที่ยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะจากไป เขากลับเอ่ยว่าเสียดายช่วงเวลาที่ไม่ได้เป็นเพียงชาวประมงนิรนาม
หน้าปกนวนิยาย บัญชามาร
9.3
เมื่อเจ้าสาวจากไปตลอดกาล อัลแบร์โต้ รอสซี่ มหาเศรษฐีหนุ่มบราซิลจึงเปลี่ยนความแค้นเป็นทัณฑ์สวาทเพื่อพิพากษา เพลงพิณ หญิงสาวที่เขาเชื่อว่าเป็นฆาตกรวางแผนฆ่าเพื่อนรัก แม้เธอจะยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุและถูกใส่ร้ายจากคำพูดของน้องสาว แต่เขากลับมองว่าความตายนั้นปรานีเกินไปสำหรับคนแพศยาเช่นเธอ อัลแบร์โต้จึงขอเป็นผู้ใช้กฎหมายเถื่อนกักขังและทรมานเธอให้ตายทั้งเป็น เพื่อชดใช้ความผิดที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึงในนรกบนดินที่เขาสร้างขึ้นเอง
หน้าปกนวนิยาย เหลี่ยมเสน่หาวิวาห์สวาท
9.0
ร่างสูงเดินเข้าหาอย่างคุกคาม มองหญิงสาวเหมือนเสือร้ายรอตะครุบเหยื่อ ไม่เคยมีผู้หญิงสวยๆ คนไหนหลุดรอดเงื้อมมือของเขาไปได้ และตอนนี้เขาก็จะไม่ปล่อยเธอเด็ดขาด ผู้หญิงที่หยามเขาครั้งแล้วครั้งเล่า “ท่าทางคุณจะพูดไม่รู้เรื่อง ฉันขอตัวก่อน” มุกอันดาก้าวถอยหนี ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะเธอรังเกียจท่าทางหยาบคายของเขาต่างหาก “จะไปไหนเล่า คุณหนูมุกคนสวย” “ว้าย!!!” มุกอันดาร้องอย่างตกใจเมื่อโดนกระชากแขนเอาไว้ ไฟฉายหล่นลงไปกองกับพื้นใต้แคร่ แสงสว่างยังส่องให้มองเห็นทั่วเพิงพัก สายฟ้าที่แลบแปลบปลาบทำให้เธอมองเห็นสายตากระหายของเขาอย่างชัดเจน “ปล่อยนะ ว้าย!!!” เพราะไม่ทันตั้งตัวเธอเลยโดนกระชากอีกรอบเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน แต่เพราะวิชาการป้องกันตัวทำให้เธอยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่หว่างขาเขาจนจุก “โอ๊ย!” ภครัฐร้องเสียงหลง ยอมปล่อยหญิงสาวเพราะความเจ็บจุก “สมน้ำหน้าอยากหื่นดีนัก” เธอว่าใส่หน้า ก่อนจะหันไปหยิบร่มและไฟฉาย แต่ช้ากว่าร่างสูงที่ดีดตัวขึ้นมา กัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้อย่างที่สุด เธอหยามเขากี่รอบแล้วนะ เกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำร้ายเขาขนาดนี้มาก่อน “ว้าย!!!”