
ข้าอยู่เหนือราชาพยัคฆ์
ตอน 2
ต้นร้ายปลายจะดีหรือไม่ ต้องเรียนรู้
………………
เธอเพียงออกทริปท่องเที่ยวตามลำพัง ไม่คิดเลยว่า จะกลับพลัดหลงกับกลุ่มทัวร์ที่เธอซื้อแพ๊คเก็จมาเที่ยวด้วยกัน ซ้ำร้ายระหว่างทางฝนยังตกหนัก ทำให้เท้าของเธอก้าวพลาด ลื่นตกลงไปในท่อระบายน้ำที่มีความลึกเกินกว่าที่จะคาดคะเนได้
“ฉันต้องตายอย่างโดษเดี่ยวที่นี่หรือนี่ ไม่นะ ฉันยังไม่ได้กินของอร่อยเลย!!!”
ในหูได้ยินคล้ายเสียงหยดน้ำกระทบกับบางสิ่ง ความหนาวเหน็บทำให้นางลืมตาด้วยความยากเย็น
เคราะห์ดีที่นางยังพบว่า ตนเองยังคงหายใจอยู่ บางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจจะเห็นใจ จึงปล่อยชีวิตเล็กๆ ของนางให้ได้มีลมหายใจอยู่ในโลกใบนี้ต่อ
ซูฮวาพบว่าตนเองนั้น กำลังตกที่นั่งลำบาก หันซ้ายมองขวา ก็ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะมีเพียงนาง และคนที่ดูเหมือนจะไม่ใช่คน ผู้นี้เท่านั้น
แต่เดี๋ยวก่อน! ดวงตาของนางกลับรู้สึกถึงแรงกดหน่วง เมื่อนางพยายามกระพริบเปลือกตาเพื่อขับไล่ความรู้สึกนั้น ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นว่า ดวงตาของนางมองเห็นในสิ่งที่ เขา ก็ไม่อาจคาดเดาได้
“ไอหยา! นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย!”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น สองมือสวยรีบยกขึ้นมาปิดปากพล่อยของตนด้วยความตื่นตระหนก
"อะไรกันเนี่ย! ที่หน้าผากกว้างของปีศาจตนนั้น มีตัวเลขประหลาดอยู่ด้วย"
"มันหมายความว่ายังงัยกันนะเนี่ย"
ม่านราตรีเคลื่อนคล้อย เบื้องหน้าของนาง มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทราบนท้องนภากว้างเท่านั้น ที่คอยส่องแสงนำทางแหวกผ่านความมืดมิด
ใบหูหนา ได้ยินเสียงอันไพเราะของนางชัดเจนทุกถ้อยคำ ประโยคหนึ่งที่ทำให้เขาต้องสะดุดหยุดทุกการเคลื่อนไหว
อารมณ์พลุ่งพล่านที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ แทบจะถูกความมืดของรัตติกาลในยามค่ำ หลืนกลืนไปเสียแล้วสิ้น
“เมื่อครู่ เจ้ากล่าวว่า เจ้ามองเห็นสิ่งใดกัน?”
“พูดได้ด้วยเหรอเนี่ย? ท่านเป็นคน หรือเป็นตัวอะไรกัน แล้วที่นี่ ที่ไหน?”
ขอบตาบางสวยของนางเห่อร้อน เดิมทีซูฮวาหาใช่คนอ่อนแอ เสียน้ำตาให้กับอะไรง่ายๆ เพียงแต่เวลานี้ ทั่วร่างรู้สึกราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน
เธอพบว่าไม่สามารถขยับตัวได้ ความเจ็บปวดเริ่มแผ่กระจายทีละน้อย ทีละน้อย ก่อนที่จะครอบคลุมไปทั่วทั้งเรือนร่าง
เขา ผู้เห็นทุกอย่าง เดินเข้ามาหยุดกึก อยู่ต่อหน้าของนาง
“อย่าดิ้น หากเจ้ายังอยากที่จะมีลมหายใจอยู่” เสียงของเขาไพเราะรื่นหูนัก
“ช่วย ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ”
“บอกข้า ว่าเจ้าจะมอบสิ่งใดตอบแทน” ปากคลี่ยิ้มเพียงแต่มองไม่ออกว่ากำลังยิ้ม เมื่อกล่าวจบ
“ตอบแทนอย่างนั้นเหรอ... ช่วยคนเป็นสิ่งที่เป็นกุศลที่สุดแล้ว ท่านยังจะต้องการสิ่งใดตอบแทนอีกเล่า?” สีหน้าและแววตาของนางจริงจัง เพียงแต่คนฟังกลับรู้สึกเหมือนกำลังโดนเอาเปรียบ
“เช่นนั้น เห็นทีข้ากับเจ้าคงหมดวาสนาต่อกัน” ร่างสูงใหญ่ ทำท่าจะเคลื่อนย้ายออกห่าง
ซูฮวากัดปากจนเจ็บ ก่อนที่จะร้องเรียกขอความเมตตาด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความอ้อนวอน
“ได้โปรด กลับมาก่อน ท่านอยากได้สิ่งใด ข้ามอบให้ทั้งหมด ขอเพียงช่วยเหลือข้าด้วย”
“อืม... ไม่คิดเลยว่า เจ้าจะใจกล้าถึงเพียงนี้”
ฝ่ามือใหญ่ ปลายนิ้วแหลมคม วาดไปมาคล้ายช้อนจับเอาบางอย่างในอากาศเวิ้งว้าง ให้เข้ามาอยู่ในอุ้งมือ
ลำแสงสีขาวประหลาด วาบผ่าน ซูฮวาจำต้องหลับตาลง เพราะทนความเจิดจ้าของแสงนั้นไม่ได้
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านไปทั่วร่าง นานพอที่จะทำให้นางรู้สึกสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ
“ข้าช่วยเหลือเจ้าได้เพียงชั่วคราว ที่เหลือล้วนเป็นคำรักษาสัญญาของเจ้าเท่านั้น ที่จะสามารถช่วยได้”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับว่าพบเข้ากับอุปสรรคบางอย่าง ที่ไม่สามารถจะอธิบายเป็นคำพูดได้
ความเจ็บปวดของซูฮวา ลดลงจนแทบจะไม่เหลือร่องรอย ร่างกายของนางก็เข้าที่เข้าทาง กลับคืนมาอยู่ในสภาพปกติ
“มหัศจรรย์นัก ท่านเป็นเทพหรือปีศาจกันแน่เนี่ย?”
“ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากให้ข้าเป็นสิ่งใด” ใบหน้าเหย่อหยิ่ง เชิดปลายคาง ปรายหางตาคมมองลงมายังใบหน้าที่ตรึงใจตน
ท่าทางยียวนด้วยมิได้ตั้งใจนั้น ทำให้ซูฮวา รู้สึกหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย เพียงแต่บุรุษแปลกประหลาดผู้นี้ กลับมีบางสิ่งที่สามารถดึงดูดให้นางรู้สึกคุ้นเคยได้
ลางสังหรณ์ บอกให้นางเชื่อฟัง เพราะเวลานี้ คงไม่มีหนทางใด ให้ต้องเสี่ยง มากไปกว่า ยอมเล่นไปตามบทบาทที่เขาวางเอาไว้ให้
.............
คุณอาจจะชอบ





