
ข้าอยู่เหนือราชาพยัคฆ์
ตอน 3
เสียงท้องร้องดังกว่าเสียงจิ้งหรีดเรไร ...จ๊อก จ๊อก
ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอาย ไม่ทันที่จะได้ถามไถ่ เสียงทุ้มไพเราะ ก็ดังขึ้นราวกับกำลังรู้ความต้องการของนาง
“เจ้าคงหิว งั้นก็กินนี่เถอะ”
ตุ๊บ! บางสิ่งกำลังกลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของนาง
“หืม! ลูกพลับ พุทธา หรือว่าแอปเปิ้ลกันละนี่?”
ลูกกลมขนาดเท่าฝ่ามือ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เพียงแต่เมื่อฝังรอยฟันลงไป รสชาติของมันกลับตรงข้ามกันกับหน้าตา
“อร่อยใช่หรือไม่ หากเจ้าชอบ ข้ายังมีอีกมาก” ผายมือใหญ่ออกไปทางด้านหลัง
ภาพที่ปรากฏสู่สายตา คืนต้นไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ บนลำต้นมีผลสีแดงบ้างส้มบ้าง สลับกันไปล้นหลาม ปานว่ากิ่งก้านจะสามารถหักโค่นลงมาได้ทุกเมื่อ
“.....” ซูฮวากัดกลืนผลไม้รสเฝื่อนลงคอด้วยความยากลำบาก
“รสชาติแย่เพียงนี้ มิน่าเล่าถึงยังคงดกดีอยู่เต็มต้น” นางพึมพำไปกินไป ท้องเต็มยังดีกว่าท้องว่างกระมัง
ก่อนที่จะได้ขบกินคำสุดท้าย ร่างของนางก็ลอยละลิ่ว อยู่เหนือพื้นดินเสียแล้ว
“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีนักแล้ว” เขาพูดพลางหอบพานางพุ่งทะยานไปจากที่เดิม
“นี่ท่านจะพาข้าไปที่ไหนกัน?” ซูฮวาตกใจเสียจนใบหน้าถอดสี รีบทิ้งผลไม้ เพื่อใช้มือเกาะเกี่ยวเขาเอาไว้แน่น
“ที่แห่งหนึ่ง” คำตอบสั้นๆ จากปากของบุรุษหน้าตาประหลาด ที่ไม่แม้แต่จะปรายหางตามองมาที่นาง
ล่อลวง
…………………………………..
นางเป็นเพียงดรุณีน้อยที่จับผลัดจับผลูมาอยู่ในที่นี่เท่านั้น แต่กลับต้องมานั่งปวดหัวอยู่ทุกวี่วัน กับเรื่องที่ไม่คาดคิด
นอกจากปีศาจเจ้าเล่ห์นั่น ยังมีชิงเฟิงหัวรั้น ที่ทำตัวไม่ค่อยจะเหมือนอ๋องสูงศักดิ์นักเพราะวันๆนั่นเล่า มัวแต่หาเรื่องที่จะมาแตะอั๋ง เอาข้าไปเป็นสตรีอุ่นเตียงอยู่เช่นนั้น
ซ้ำร้าย เจ้าปีศาจเสือขาวนั่นกลับทำนิ่งดูดาย ปล่อยให้ข้าหาทางเอาตัวรอดเองแบบทุลักทุเลไปเช่นนั้น
ผู้หญิงไร้ญาติขาดมิตร ดิ้นรนจนพาตัวเองเรียนจบสายการทำอาหาร แต่นางกลับชื่นชอบในรสของเหล้าหมักเสียจนกลายเป็นหลงใหล
เหมือนว่าเจ้าปีศาจน่าตายผู้นี้จะล่วงรู้ความใน หลอกล่อนางด้วยการพาเหล้าหมักที่นางโปรดปราน มาปรนเปรอให้นางได้ดื่มกิน ก่อนที่จะพาให้นางลอยแหวกม่านอากาศ มาอยู่ในที่ที่นางเองก็ไม่เคยคาดหมาย
อาจเพราะเห็นว่ารูปโฉมของนางนั้น สามารถสร้างประโยชน์บางอย่างให้กับเขาได้ โดยไม่ถามไถ่ความสมัครใจ เขาก็ได้ก่อปัญหาให้กับนางมากมายนัก
ทำให้ต้องเกิดเรื่องวุ่นวายแทบไม่เว้นแต่ละวัน จนเกือบจะเอาตัวไม่รอด
แม้ว่าลึกๆ นั้นนางเองจะแอบมีความภูมิใจอยู่บ้าง ในความมีเสน่ห์ของตน แต่โดยมากแล้ว นางก็รู้สึกเหนื่อยหน่าย
นางก้มมองสภาพของตนเอง เสื้อผ้าชุดสวยเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยสิ่งที่นางสำรอกออกมาเมื่อเช้าตรู่
และดูเหมือนว่า บุรุษแปลกหน้าผู้นั้นจะกล่าวบางอย่างที่นางฟังไม่เข้าใจ ก่อนที่จะหุนหันเดินออกไปด้านนอก
ภายในห้องสี่เหลี่ยม กว้างขวางโอ่อ่า สตรีในชุดผ้าไหมปักเหลื่อมลายสวย นั่งเท้าคางอยู่ตรงโต๊ะกลางด้วยสีหน้าเบื่อโลก
“ข้าเพียงแค่อยากที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบเท่านี้ ทำไมมันกลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นนักนะ”
“เป็นเรื่องง่าย ที่เจ้าทำให้มันยุ่งยากเองต่างหากเล่า” เสียงเยียบเย็นกล่าวตอบนางออกมาโดยไม่เผยตัวตน
“เป็นข้าหรือท่านกันแน่ คนก็ไม่ใช่ปีศาจก็ไม่เชิง ล้างคำสาปของท่านได้เมื่อไหร่ ข้าจะรีบจากไปอย่างไม่เหลือเยื่อใยเลยคอยดูเถิด”
ใครจะยอมตกเป็นฝ่ายถูกต่อว่าแต่เพียงผู้เดียว ซูฮวายืนส่งเสียงเถียงออกมาจนเห็นเส้นเลือดที่ลำคอขาวงาม
ในขณะที่คนฟัง ทนหลบอยู่ในมุมมืดไม่ไหว ร่างสูงปราดเปรียว ที่เริ่มเปลี่ยนสภาพ ย่างเท้าเข้ามาอยู่ในระยะที่สายตาของนางมองเห็นได้
“ฮึ! เช่นนั้นเห็นทีว่าเจ้าจะต้องรีบหน่อยแล้ว มัวแต่เสียเวลาอยู่กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไม่แน่ว่า คราวหน้าข้าอาจจะช่วยเจ้าเอาไว้ไม่ได้อีก”
ซูฮวาเบ้หน้าจนปากเล็กบิดเบี้ยวผิดรูป ฟังคำพูดที่ออกจากปากคนหน้าหนาเช่นเขาแล้ว นางก็ทำได้แต่เพียงสะบัดหัวไปมาเท่านั้น
ขวดเคลือบสีสวย ถูกนำมาวางเอาไว้เบื้องหน้าของนาง ซูฮวาอดชื่นชมด้วยความประหลาดใจไม่ได้ นางเปิดออกเพื่อสูดดมกลิ่น ก็รู้สึกได้ว่าอาการไร้เรี่ยวแรงที่มีอยู่ก่อนหน้า ลดลงไปได้ในพริบตา
คุณอาจจะชอบ





