ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณนายยอมหย่าแล้ว

คุณนายยอมหย่าแล้ว

ตลอดสามปีในชีวิตสมรส เวินเหลี่ยงไม่เคยได้รับเศษเสี้ยวหัวใจจากฟู่เจิ้งเลยแม้แต่น้อย เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา เขาก็ยื่นใบหย่าให้เธอทันที แม้เธอจะพยายามรั้งเขาไว้ด้วยคำถามเกี่ยวกับลูก แต่คำตอบที่ได้รับมีเพียงความเย็นชาที่ทำลายความหวังสุดท้ายจนหมดสิ้น เธอจึงตัดสินใจเซ็นชื่อยุติความสัมพันธ์บนเตียงคนไข้พร้อมบอกลาว่าทั้งสองไม่มีอะไรติดค้างกันอีก ทว่าในวันที่เธอถอยออกมา ชายหนุ่มผู้แสนเด็ดขาดกลับคุกเข่าอ้อนวอนขอไม่ให้เธอจากไปอย่างน่าเวทนา
ตอน
แชร์

ตอน 1

“คุณเวิน ผลการตรวจพบว่า คุณมีผนังมดลูกบางมาตั้งแต่กำเนิด ทารกในครรภ์จึงไม่แข็งแรงดี คุณควรระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายให้มากขึ้นนะครับ”

แพทย์สั่งยาพร้อมกับให้คำแนะนำ แล้วก็ส่งบัตรใบหนึ่งมาให้ “นี่ครับ เชิญไปเอายาได้ครับ”

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ” เวินเหลี่ยงรับบัตรมา แล้วก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน

ทันใดนั้นหมอก็เตือนขึ้นมาอีกครั้งว่า “ต้องระมัดระวังหน่อยนะครับ อย่าประมาทเด็ดขาด!”

ผนังมดลูกบางทำให้มีแนวโน้มที่จะแท้งบุตรได้ง่าย สตรีมีครรภ์จำนวนมากไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก หลังจากที่เคยแท้งไปแล้ว

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ ฉันจะระวังให้มาก ๆ ค่ะ” เวินเหลี่ยงยิ้ม และพยักหน้า

หลังจากแต่งงานมาได้สามปี ไม่มีใครรอคอยการมาถึงของเด็กคนนี้มากไปกว่าเธออีกแล้ว ดังนั้นเธอจะต้องปกป้องเขาอย่างดีที่สุด

หลังจากไปเอายาเสร็จ เวินเหลี่ยงก็ออกมาจากคลินิกผู้ป่วยนอก และกลับไปที่รถ

คนขับสตาร์ทรถ และมองดูเธอในกระจกมองหลังพลางถามขึ้นว่า “คุณผู้หญิงครับ เที่ยวบินของคุณผู้ชายจะมาถึงเวลาบ่ายสามโมง ตอนนี้ยังมีเวลาอีกยี่สิบนาที คุณอยากจะไปที่สนามบินเลยไหมครับ?”

“ไปเลยก็ได้”

เมื่อคิดว่าอีกยี่สิบนาทีก็จะได้เจอเขาแล้ว ใบหน้าของเวินเหลี่ยงก็เผยรอยยิ้มอันแสนหวานขึ้นมาทันที เธอแทบจะอดใจรอไม่ไหวอยู่แล้ว

ฟู่เจิ้งเดินทางไปทำธุระนอกพื้นที่มาเกือบจะหนึ่งเดือนแล้ว เธอคิดถึงเขามาก

ระหว่างทาง เธออดไม่ได้ที่จะหยิบใบตรวจครรภ์ออกมาจากกระเป๋าขึ้นมาดูอยู่หลายรอบมาก แล้วก็เอามือวางลงบนท้องน้อยเบา ๆ

นี่คือลูกของเธอกับฟู่เจิ้ง อีกแปดเดือน ลูกก็จะคลอดออกมาแล้ว

เธออยากจะบอกข่าวดีเรื่องนี้กับฟู่เจิ้งจนแทบจะทนไม่ไหว

เมื่อไปถึงสนามบิน คนขับก็จอดรถไว้ในที่ที่เห็นได้อย่างชัดเจน แล้วก็พูดว่า “คุณผู้หญิงครับ ทำไมคุณถึงไม่โทรหาคุณผู้ชายล่ะครับ?”

เวินเหลี่ยงเหลือบมองเวลา ตอนนี้ฟู่เจิ้งน่าจะลงจากเครื่องบินมาแล้ว เธอจึงกดโทรออกไป แต่กลับมีเสียงคอลเซ็นเตอร์บอกว่าไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

“เครื่องบินอาจจะดีเลย์ล่ะมั้ง งั้นก็รอสักพักหนึ่งก่อนก็แล้วกัน” เวินเหลี่ยงกล่าว

หลังจากผ่านไปสักพัก ฟู่เจิ้งก็ยังไม่ออกมาสักที

เวินเหลี่ยงจึงโทรไปอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้เช่นเดิม

“รอก่อนแล้วกัน”

หากเที่ยวบินจะดีเลย์ก็เป็นเรื่องปกติ บางครั้งดีเลย์ไปหนึ่งชั่วโมงหรือสองชั่วโมงเลยก็มี

สองชั่วโมงต่อมา

เวินเหลี่ยงกดโทรออกไปหาฟู่เจิ้งอีกครั้ง ในที่สุดก็ไม่มีเสียงแจ้งเตือนที่เย็นชาดังขึ้นมา ไม่นานปลายสายก็มีคนรับ “อาเจิ้ง คุณลงจากเครื่องบินแล้วรึยัง?”

ปลายสายเงียบไป จากนั้นก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นมา “ขอโทษทีนะคะ พอดีอาเจิ้งไปเข้าห้องน้ำ ไว้เดี๋ยวถ้าเขากลับมาแล้วจะบอกให้เขาโทรกลับหาคุณอีกทีนะคะ”

ก่อนที่เวินเหลี่ยงจะทันได้พูดอะไร เสียงสายไม่ว่างก็ดังมาจากในโทรศัพท์เสียแล้ว

เธอมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ แล้วก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

เธอจำได้ว่า ที่ฟู่เจิ้งไปทำงานครั้งนี้ เขาไม่ได้พาเลขาผู้หญิงไปด้วยหนิ

เวินเหลี่ยงจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ปิดอยู่ เธอกำลังรอให้ฟู่เจิ้งโทรกลับมา

ไม่นาน เวลาก็ผ่านไปสิบนาที

แต่ฟู่เจิ้งก็ยังไม่ได้โทรกลับมาแต่อย่างใด

หลังจากเวินเหลี่ยงรออีกห้านาที เธอก็ทนไม่ไหว โทรกลับไปหาฟู่เจิ้งอีกครั้ง

หลังจากโทรออกไป และรออยู่นาน ตอนที่สายกำลังจะตัดโดยอัตโนมัติแล้ว จู่ ๆ ก็มีคนรับสาย แล้วก็มีเสียงผู้ชายที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากในโทรศัพท์ เสียงของเขามีความเคร่งขรึม และทุ้มมาก “ฮัลโหล เวินเหลี่ยงเหรอ?”

“อาเจิ้ง คุณอยู่ไหนคะ? ฉันกับคนขับรถอยู่ที่ลานจอดรถเขตดีของอาคารผู้โดยสารแล้ว คุณมาที่นี่ได้เลย”

เสียงของอีกฝั่งเงียบไปชั่วขณะ แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า “ขอโทษทีนะ พอดีลงจากเครื่องบินมาแล้วผมลืมเปิดเครื่องน่ะ ตอนนี้ผมออกจากสนามบินมาแล้วล่ะ”

รอยยิ้มของเวินเหลี่ยงหายไปในทันที

“งั้น ฉันจะกลับบ้านไปรอคุณนะ?” เวินเหลี่ยงกัดริมฝีปาก “ฉันมีเรื่องจะบอกคุณด้วย”

“โอเค ผมก็มีเรื่องจะบอกคุณเหมือนกัน”

“งั้นอาหารเย็น เดี๋ยวฉันให้อาอี๋เตรียมอาหารที่คุณชอบกินเอาไว้...…”

“คุณกินเลย ผมยังมีธุระอีก คงกลับไปช้าหน่อย”

เวินเหลี่ยงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย “งั้นก็ได้”

ขณะที่เธอกำลังจะวางสาย ทางฝั่งของฟู่เจิ้งก็มีเสียงผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง “อาเจิ้ง ฉันขอโทษ เมื่อกี้นี้เวินเหลี่ยงโทรมาหาคุณน่ะ ฉันลืมบอกไปเลย.....”

หัวใจของเวินเหลี่ยงจมดิ่งลงไปทันที เธอเริ่มขมวดคิ้วขึ้นมาแล้ว ขณะที่เธอกำลังจะถามฟู่เจิ้งว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร สายก็ตัดไปเสียก่อน

เธอมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ แล้วก็เม้มริมฝีปาก จากนั้นก็พูดกับคนขับว่า “กลับบ้านเถอะ”

คนขับเดาอะไรบางอย่างจากคำพูดได้ แล้วเขาก็ขับออกจากสนามบินไป

สำหรับมื้อเย็น เวินเหลี่ยงไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด แต่เป็นเพราะเห็นแก่เด็กที่อยู่ในท้อง เธอจึงต้องกินอะไรบ้าง

ทีวีในห้องนั่งเล่นถูกเปิดเอาไว้

เธอนั่งกอดหมอนอยู่บนโซฟา คอยมองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือครั้งแล้วครั้งเล่า ความจริงเธอไม่ได้มีกระจิตกระใจที่จะดูสิ่งที่กำลังถ่ายทอดอยู่ในทีวีเลยสักนิด

ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว

เวินเหลี่ยงหาว แล้วก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว

ในขณะที่เธอกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นี้ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเบา ๆ ราวกับว่ามีใครอุ้มเธอขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น

เวินเหลี่ยงที่กำลังสะลึมสะลือ รู้สึกเหมือนจะได้กลิ่นที่คุ้นเคยและกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ เธอจึงพึมพำขึ้นมาว่า “อาเจิ้งเหรอ?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้าวรัก
9.7
อธิปกและสิมิลันเคยมีสัญญาใจว่าจะแต่งงานกัน ณ ลอนดอนอาย แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้ทั้งคู่ต้องแยกทางกันหลายปี เมื่ออธิปกกลับมาทวงคำมั่น เขากลับพบว่าหญิงสาวมีพฤกษ์ รุ่นพี่ที่เขาไว้ใจคอยดูแลอยู่ ท่ามกลางความเข้าใจผิดและอุบัติเหตุที่ทำให้อธิปกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา สิมิลันจึงหนีไปลอนดอนพร้อมลูกในท้องโดยที่เขาไม่รู้ สองปีผ่านไปโชคชะตาพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งเพื่อประสานรอยร้าวในอดีตและพิสูจน์ว่าความรักที่เคยฝังใจจะยังคงอยู่ท่ามกลางหยาดฝนและหยดน้ำตาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย MY BROTHER [镜幻情人]
8.7
ขณะที่สุ่ยถิงกำลังวุ่นอยู่กับกองหนังสือ ต้าเซียนก็โผเข้ากอดเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เธอทำตัวไม่ถูกจนถึงขั้นลืมหายใจ ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างมากของพี่ชายผู้เคร่งขรึมหลังจากหายหน้าไปเพียงเจ็ดวันสร้างความสับสนให้เธอไม่น้อย คำหยอกล้อเรื่องการกลั้นหายใจของเขาทำให้สุ่ยถิงได้แต่เก็บความหวั่นไหวไว้ในใจ เพราะตอนนี้หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวจนแทบจะรับมือไม่ไหวกับสัมผัสอันอบอุ่นที่เขาปรนเปรอให้โดยไม่ทันตั้งตัว
หน้าปกนวนิยาย ความรักคือ กรงขังของฉัน ไม่ใช่ ความรอด
9.0
ตลอดห้าปี เกรซเชื่อว่าเธอคือทายาทมหาเศรษฐีผู้โชคดีที่มีครอบครัวและสามีอย่างคเชนทร์เคียงข้าง แต่ความจริงอันโสมมกลับถูกเปิดเผยเมื่อเธอพบว่าน้องสาวที่ควรจะตายไปแล้วยังมีชีวิตอยู่พร้อมลูกลับๆ กับสามีของเธอ โดยมีพ่อแม่บุญธรรมคอยหนุนหลังเพื่อฮุบสมบัติและเตรียมกำจัดเธอด้วยการป้ายสีว่าวิกลจริต เมื่อความรักกลายเป็นกรงขังลวงตา เกรซจึงเลือกเผชิญหน้ากับยาพิษในแก้วไวน์ด้วยรอยยิ้ม เพื่อเริ่มเกมล้างแค้นที่จะเอาคืนทุกคนให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย ปวีร์แสนร้าย
8.0
ปวีร์ผู้จมอยู่กับความเจ็บปวดจากการที่ครอบครัวแตกแยก เริ่มเปลี่ยนความเสียใจเป็นความแค้นเมื่อพ่อแต่งงานใหม่ เขาปักใจเชื่อว่าแม่เลี้ยงคือมือที่สามที่ทำลายบ้านของเขา ความเกลียดชังนี้ลามไปถึงเฌอเอม ลูกสาววัยยี่สิบสองปีของแม่เลี้ยงที่เขาสนิทสนมด้วยมานาน จากความเคารพรักกลายเป็นความสัมพันธ์ลับที่แสนทรมาน เฌอเอมสาวน้อยผู้สดใสต้องยอมสละร่างกายและจิตใจเพื่อรองรับอารมณ์ร้ายของปวีร์ เพียงเพราะแม่ของเธอเลือกที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงของเขา
หน้าปกนวนิยาย ดาวป่วนรัก
8.3
ศตายุและอิงกมลคือคู่ขวัญระดับซูเปอร์สตาร์ที่โด่งดังจากละครแนวตบจูบ โดยเบื้องหน้าสื่อและแฟนคลับต่างเชื่อว่าความรักของทั้งคู่นั้นแสนหวานและสมบูรณ์แบบทั้งในและนอกจอ แต่ความจริงที่ถูกซ่อนไว้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะลึกๆ แล้วทั้งสองเกลียดชังกันเข้าไส้และต้องฝืนทนแสดงละครตบตาคนทั้งโลกด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้จะพยายามหาทางยุติความสัมพันธ์จอมปลอมนี้เพียงใด แต่สถานการณ์กลับซับซ้อนจนยากจะถอนตัวจากบทบาทรักกำมะลอนี้ได้ง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย คุณอาขา (อัญญาณี)
8.9
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ณัฏฐลักษณ์ สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีพยายามเบียดกายเข้าหาโจนาธาน ผู้ปกครองหนุ่มเพื่อขอไออุ่น แม้เธอจะสวมเสื้อโค้ทหนาเตอะแต่ความเย็นก็ยังทำให้ขนลุกชัน การใกล้ชิดอย่างไม่เดียงสาของเด็กในปกครองกลับกลายเป็นการจุดไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง ยิ่งสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นเบียดเสียดแขนกำยำ โจนาธานยิ่งต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบอย่างหนักหน่วง เขาเฝ้าถามตัวเองว่าจะทนต่อความปรารถนาที่มีต่อสาวน้อยผู้นี้ได้นานแค่ไหนก่อนที่ตบะจะแตกซ่าน