
ปรารถนาราคะ
ตอน 3
“เลิกกันได้ครึ่งเดือนแล้วมั้ง”
“ไม่จริง!” เกวลินอุทานอย่างตกใจ ก็คนคู่นี้คบกันมายาวนานมาก ตั้งแต่สมัยเธอกับชมพูนุชทำงานที่เดียวกัน มันก็หลายปีมาแล้ว จนตอนนี้ต่างย้ายไปทำคนละที่
“จริงที่สุดเลยละ มันเต็มทีแล้ว”
“ถ้าเธอไม่พูดฉันไม่รู้เลยนะเนี่ย ไม่เห็นมีช่วงไหนที่ท่าทีเหมือนคนอกหักรักคุดสักนิด”
“คงเพราะเราระหองระแหงกันมานาน ฉันเลยทำใจไว้บ้างแล้วด้วยมั้ง พอเจอเข้าจริงๆ เลย ไม่ได้ฟูมฟาย แต่ตอนอยู่คนเดียวมันก็มีเศร้าบ้างละนะ” ชมพูนุชบอกพลางยิ้มอ่อนๆ
“ไหนๆ พรุ่งนี้ก็วันหยุด คืนนี้เรามาฉลองความเป็นโสดกันดีกว่า” เกวลินบอกอย่างกระตือรือร้น “ก็ดี” ซึ่งชมพูนุชก็ไม่คิดจะปฏิเสธนานๆ จะได้ดื่มและกินด้วยกันเสียที เพราะส่วนใหญ่เกวลินนั้นชอบออกไปสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้นอกบ้านมากกว่า ผิดกับเธอที่ชอบอยู่บ้าน
แม้เมื่อคืนจะดื่มและกินหนักไปหน่อยแต่ในเช้าตรู่ชมพูนุชก็สามารถตื่นมาหุงข้าวทำกับข้าวเพื่อรอใส่บาตรในช่วงหกโมงเช้า หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จก่อนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า สุดท้ายก็ไม่ลืมที่จะไปเคาะห้องปลุกเกวลินที่กำชับเอาหนักหนาตั้งแต่เมื่อคืนว่าห้ามลืมเด็ดขาด
แต่ก็เคาะอยู่นานกว่าคนในห้องจะมาเปิดประตูให้ด้วยท่าทางงัวเงีย “มีอะไรมาเคาะประตูแต่เช้าเชียว” บอกแล้วยกมือป้องปากหาว
“อาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว อีกไม่ถึงชั่วโมงฉันจะลงไปใส่บาตรแล้วนะ”
ได้ยินอย่างนั้นคนที่อ้าปากหาวก็ชะงักแล้วเบิกตากว้าง เหมือนพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ “เอ่อ! จริงด้วย ลืมไปเลยนะเนี่ย ขอบใจนะ ขอไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนเดี๋ยวไม่ทัน” พูดจบก็รีบวิ่งไปกลับเข้าไปในห้องและวิ่งออกไปเข้าห้องน้ำที่มีเพียงห้องเดียวในบ้านอย่างเร่งรีบ
“จริงๆ เลย ตัวเองบอกแท้ๆ แต่ดันลืม” ชมพูนุชส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินไปหยิบโต๊ะพับเพื่อวางของใส่บาตรไปตั้ง
ทั้งสองสาวช่วยกันยกของที่จะใส่บาตรมาวางที่โต๊ะที่ชมพูนุชเตรียมเอาไว้ ก่อนพระท่านจะมาถึง และก็ไม่ต่างกับเพื่อนบ้านหนุ่มคนใหม่
“อ้าว! อรุณสวัสดิ์ค่ะ ใส่บาตรเหมือนกันเหรอคะ” เกวลินที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วแสร้งถามเหมือนแปลกใจ “มาวางที่โต๊ะด้วยกันสิคะ มาค่ะ” ไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธหรือตอบรับ เกวลินรีบเดินเข้าไปช่วยถือกับข้าวที่ชายหนุ่มใส่ถุงเอาไว้และดอกไม้ที่วางอยู่บนปากโถชามข้าวมาวางที่โต๊ะ
“ขอบคุณครับ พวกคุณใส่บาตรทุกเช้าเลยหรือครับ”
ชมพูนุชที่อ้าปากจะปฏิเสธว่าจะใส่เฉพาะเช้าวันหยุดเท่านั้น ต้องรีบหุบปากเมื่อเกวลินจีบปากจีบคอรับและพูดเป็นตุเป็นตะ ทั้งที่อยู่ด้วยกันมานี้คือครั้งแรกที่เกวลินยอมตื่นแต่เช้ามาใส่บาตร
“ค่ะ พอดีไม่ค่อยมีเวลาเข้าวัดทำบุญเท่าไหร่ก็อาศัยช่วงเช้าที่ตื่นแต่เช้าหน่อยมาใส่บาตรเอานะคะ”
“ดีนะครับ ผมนานๆ จะได้ใส่ที นี้ถ้าไม่คิดว่าย้ายบ้านใหม่ผมคงยังนอนไม่ตื่นแน่ๆ” ชายหนุ่มบอกเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมกับลูบท้ายทอยอย่างเขินๆ
“เอาไว้วันไหนคุณอยากใส่บาตรบอกนะคะ ฉันจะได้ทำกับข้าวเผื่อ”
“ขอบคุณครับ พระท่านมาแล้วครับ” ชายหนุ่มรีบบอกเมื่อเห็นพระสามรูปเดินมา
“อุ๊ย!” เกวลินอุทานอย่างตกใจ เมื่อมือเธอไปปัดโดนทัพพีที่จะตักข้าวใส่บาตรของตัวเองตกพื้น “เอาไงล่ะทีนี้ จะกลับไปเอาอันใหม่พระท่านก็มาถึงแล้ว ฉันขอใส่บาตรด้วยคนได้ไหมคะ” ว่าแล้วเธอก็ขยับไปยืนข้างๆ เพื่อนบ้านคนใหม่ เอื้อมมือไปจับทัพพีอันเดียวกันกับชายหนุ่มเพื่อตักข้าวเตรียมใส่บาตร
“คุณตักข้าว ผมเอาดอกไม้และกับข้าวใส่ดีกว่านะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ใส่ด้วยกันนี่แหละ ทำบุญร่วมกันตักบาตรร่วมขันจะได้กลับมาเจอกันทุกชาติไป”
“ยัยลิน! มาใส่กับฉันดีกว่าไหม” ชมพูนุชเอ่ยปากเรียกเมื่อเห็นว่าเพื่อนออกอาการมากเกินไป
“ไม่เป็นไรหรอกครับ”
และเกวลินก็ไม่ไปจริงๆ เธอทำตามความตั้งใจจนกระทั่งใส่บาตรเสร็จ
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จผมจะมาซ่อมรั้วให้นะครับ” แทนไทบอกสองสาว
“ค่ะ” ชมพูนุชรับคำพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินถือโถชามเข้าบ้าน โดยให้เกวลินเป็นคนเก็บโต๊ะตามมาทีหลัง
“มากินด้วยกันไหมคะ” เกวลินเอ่ยปากชวน “เอ่อ...ฉันคิดว่ากินข้าวหลายๆ คนมันสนุกดี และอีกอย่างพวกเราจะได้ทำความรู้จักกันในฐานะเพื่อนบ้านให้มากขึ้นด้วยไงคะ”
“งั้นเอาไว้เป็นมื้อเย็นดีกว่าไหมครับ เราจะได้มีเวลาคุยกันมากขึ้นหน่อย เพราะเช้าผมว่าจะรีบกินรีบมาซ่อมรั้วบ้านให้พวกคุณน่ะครับ”
“ก็ดีค่ะ ตกลงตามนั้นนะคะ” เกวลินส่งยิ้มสดใสให้ก่อนจะยกโต๊ะเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดีกว่าปกติ
“อารมณ์ดีจริงนะ ถ้าใส่บาตรตอนเช้าแล้วทำให้อารมณ์ดีอย่างนี้น่าลุกมาใส่ทุกวันนะฉันว่า” ชมพูนุชที่กำลังล้างโถข้าวเก็บเอ่ยปากล้อ เมื่อเห็นเพื่อนเดินเข้าบ้านมาด้วยอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“ถ้าคุณแทนใส่ทุกวันฉันจะยอมก็ได้”
“ตกลงเธอสนใจคุณแทนใช่ไหม” ชมพูนุชถามออกไปตรงๆ และอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะปิดบังจึงตอบกลับมาตรงๆ ว่า
“ใช่ ผู้ชายหล่อ นิสัยดี น่ารักขนาดนี้ไม่สนใจก็บ้าแล้ว” เกวลินพูดพร้อมกับทำสีหน้าเพ้อฝัน
“แต่ก็ไม่น่าออกอาการขนาดนี้หรือเปล่า”
“ไม่ละ สำหรับฉันถ้าชอบก็เดินหน้าลุยโลด สมัยนี้รอผู้ชายรุกก่อนไม่ทันกินกันพอดี ผู้ชายแท้ยิ่งหายากๆ อยู่ขืนช้าหมาได้คาบไปกิน”
“แล้วแน่ใจได้ไงว่าเขายังไม่มีใคร” คำถามของชมพูนุชทำให้เกวลินต้องหลุดจากความเพ้อฝันไปชั่วครู่ ก่อนหญิงสาวจะยักไหล่ “ภายในวันนี้ฉันรู้แน่นอน”
“อย่าบอกน่ะว่าแกจะเดินไปถามเขาตรงๆ น่ะ อย่าเชียวนะ” ชมพูนุชรีบเอ่ยเตือน
“บ้าสิ ฉันถามได้แนบเนียนกว่านั้นย่ะ มากินข้าวได้แล้ว กินเสร็จฉันจะไปซ่อมรั้ว ไม่ใช่สิไปให้กำลังใจคนซ่อมรั้ว” พูดจบเกวลินก็ปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ เห็นอย่างนั้นแล้วชมพูนุชได้แต่ส่ายศีรษะ ท่าจะเป็นเอามาก
คุณอาจจะชอบ





