ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย

เก็บรักมาเฟีย

"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ตอน
แชร์

ตอน 2

มาถึงบ้านค่ำอย่างที่คิดจริงๆ รถติดในกรุงเทพฯ ทำเอาทั้งคนขับและผู้โดยสารเหนื่อย กันตามองไปยังบ้านหลังใหญ่ที่รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดก็รู้สึกโหวงๆ ในอก แต่ก็ต้องก้าวเท้าลงจากรถเมื่อประตูรถเปิดออกและเจ้าของบ้านเชิญ พอตัวเองลงมาแล้วจะอุ้มลูกสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ก็ต้องหยุดมือเมื่อโดมินิกเอ่ยขึ้น

“ไม่ต้อง ผมอุ้มลูกเอง”

เขาบอกเพียงแค่นั้นแล้วถือวิสาสะอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอกทันที แล้วหนูน้อยกันติชาก็ขยับตัวเล็กน้อยซุกอ้อมกอดของผู้เป็นพ่ออย่างไม่รู้ตัว มุมปากหนาของมาเฟียหนุ่มเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัวเมื่อลูกน้อยขยับตัวซุกอกตนเอง ก่อนจะก้าวเดินยาวๆ เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบของตัวเอง ส่วนกันตาเมื่อเห็นโดมินิกอุ้มลูกสาวตัวเองเข้าไปในบ้านก็รีบก้าวตามเร็วๆ ทันที

พอเดินตามเข้ามาในบ้านน่าจะเป็นห้องนั่งเล่นของบ้าน โดมินิกก็วางลูกสาวลงบนโซฟาอย่างอ่อนโยน แล้วมองมาทางหล่อนที่ยืนมองอยู่ เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“พูดมาสิ แต่สำหรับฉันไม่มีอะไรต้องคุย” หล่อนบอกแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งโซฟาตัวยาวที่ลูกสาวนอนอยู่พร้อมลูบหัวทุยเล็กของหนูน้อยไปมา

“จะคุยตรงนี้” โดมินิกถามสั้นๆ พร้อมมองไปยังหน้าที่หลับสนิทของลูกสาวตัวน้อย

“ใช่ ฉันไม่อยากให้ลูกอยู่คนเดียว กลัวน้องเดียร์ตื่นมาแล้วไม่เจอฉันจะร้องไห้ ยิ่งมานอนอยู่แปลกที่ด้วยแล้ว แกจะกลัวเวลาตื่นนอนใหม่ๆ” เธออธิบายเหตุผลให้ชายหนุ่มฟัง

“แต่ต้องไปคุยที่ห้องทำงาน ไม่กลัวว่าการคุยกันของเราจะทำให้ลูกตื่นเหรอ”

“คุณก็พูดมาสิว่าคุณจะคุยอะไร ลูกไม่ตื่นหรอก ถึงตื่นถ้ามีฉันอยู่ด้วย น้องเดียร์ก็ไม่งอแง”

“ผมต้องการลูก” เมื่อหล่อนอยากให้พูดตรงนี้ โดมินิกเลยไม่อ้อมค้อมความประสงค์ของตัวเอง

เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหน้าเมื่อโดมินิกพูดคำที่หล่อนกลัวออกมา แต่กันตาก็ฝืนความรู้สึกกลัวนั้นไว้แล้วพูดตอบออกมา

“ลูกของฉัน คุณจะพาแกไปไหนไม่ได้ และน้องเดียร์ก็ไม่ใช่ลูกของคุณด้วย อย่ามโน”

หึ!

“ผมไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าน้องเดียร์เป็นลูกใคร หน้าถอดแบบผมมาขนาดนี้ แล้วจะให้ผมมองว่าไม่ใช่ลูกผมได้ยังไง” สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสบาย เหมือนกับว่าการที่จะพรากลูกมาจากกันตานั้นมันเป็นเรื่องง่ายดายเสียจริง แน่ล่ะ เขามีอำนาจ มีเงิน มีทุกอย่างที่หล่อนไม่มี

“ฉันจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้าย น้องเดียร์ไม่ใช่ลูกคุณ แกเป็นลูกฉันกับคนอื่น” เธอบอกเขาเสียงดังฟังชัด

“เฮอะ! เผอิญผมไม่ได้โง่ ถ้ายังดื้อด้านจะไม่ให้ลูกกับผมก็ตรวจดีเอ็นเอกันก็ได้ หรือว่าคุณกลัว”

“ฉันเป็นคนอุ้มท้องเขามาเอง ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกใคร ที่แน่ๆ ไม่ใช่มาเฟียใจโฉดอย่างคุณแน่นอนโดมินิก น้องเดียร์ไม่ใช่ลูกคุณและไม่มีวันใช่แน่นอน” ทำไมหล่อนต้องยอมตรวจดีเอ็นเอด้วยล่ะ ในเมื่อกันติชาเป็นสิทธิ์ของหล่อนเพียงผู้เดียว

“งั้นก็ตรวจดีเอ็นเอสิกันตา ยิ่งคุณพูดแบบนี้ผมยิ่งมั่นใจว่าน้องเดียร์เป็นลูกของผม และผมจะพาลูกกลับเยอรมันด้วยในอาทิตย์หน้า คุณก็รู้ว่าผมทำได้ทุกอย่างกันตา”

“คุณขู่ฉัน”

“ผมไม่ได้ขู่ ผมจะทำอย่างที่พูดจริงๆ ถ้าคุณอยากอยู่กับลูกก็ว่าง่ายๆ อย่าดื้อให้มาก และอย่าคิดพาลูกหนีล่ะ ถ้าผมโกรธขึ้นมา คุณจะไม่ได้เจอหน้าแกอีกตลอดชีวิต”

“คนเลว ฉันอยู่ของฉันกับลูกดีๆ แล้วคุณโผล่มาทำไมตอนนี้ พอโผล่มาก็จะมาพรากแกไปจากฉัน คนสารเลว ไอ้มาเฟียบ้า อึก! ฮือๆ” กันตาปล่อยเสียงโฮออกมาพร้อมกับลุกขึ้นไปหาคนตัวโตแล้วทุบตีอกเขาแรงๆ เมื่อรู้แล้วว่ายังไงเสียตัวเองก็หนีมาเฟียหนุ่มไปไม่ได้ ด้วยรู้จักโดมินิกดี เมื่อแปดปีก่อนเป็นยังไง ตอนนี้เขาก็ยังเป็นแบบนั้น เขาต้องการอะไรแล้วต้องได้

ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!

“พอใจรึยัง ถ้ายังก็ทุบต่อได้ แต่ยังไงผมก็จะพาลูกกลับไปพร้อมผม ลูกต้องไปอยู่กับผม ส่วนคุณจะไปด้วยก็ได้ แต่ไปในฐานะพี่เลี้ยงเท่านั้น ระหว่างเราสองคนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะผมไม่นิยมใช้ของที่เคยใช้แล้ว” พูดจบก็ผลักร่างเล็กถอยห่างแล้วเดินผ่านไปนั่งลงบนโซฟาตัวที่ลูกน้อยกำลังงัวเงียตื่นขึ้นมา ก่อนจะพูดต่ออีก

“บอกลูกด้วยว่าผมเป็นใคร ผมไม่ใช่ลุงของแก แต่ผมเป็นพ่อ เป็นแด๊ดดี้ของน้องเดียร์ คนที่ทำให้เขาเกิดมา หรือว่าจะให้ผมเป็นคนบอกลูกเอง”

เขาถามหล่อนในท้ายประโยค ส่วนคนฟังได้แต่เบ้ปาก เพราะสุดท้ายแล้วหล่อนก็ต้องบอกความจริงและยอมรับว่าเขาคือพ่อของกันติชาอย่างที่เขาพูด แม้จะตรวจดีเอ็นเอหรือไม่ตรวจ โดมินิกก็คือพ่อของลูกสาวเธอ เพราะเขาคือผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่ได้พรหมจรรย์ของหล่อนไป แถมยังฝากสิ่งมีชีวิตที่น่ารักอย่างลูกน้อยไว้ให้อีก ยอมรับว่าตอนแรกที่รู้ว่าท้อง หล่อนเครียดมาก ด้วยสภาพครอบครัวที่ไม่เอื้ออำนวยและหลายๆ อย่าง สังคม สิ่งแวดล้อมของประเทศไทยด้วย ทุกอย่างมันลำบาก ต้องทนขี้ปากชาวบ้าน ทนเสียงนินทา แต่หล่อนก็ผ่านมันมาได้

“มีทางเลือกให้ฉันไหม” หล่อนถามเขาเสียงสั่นเครือ

“แล้วคิดว่ามีรึเปล่าล่ะ คุณมาอยู่กับลูก อย่าคิดหนีล่ะ เพราะคิดจะหนียังไงก็ไม่รอดสายตาผมหรอก คนของผมเฝ้าดูคุณอยู่กันตา” พูดจบก็ลุกขึ้นเมื่อลูบหัวลูกน้อยจนหลับไปอีกครั้ง

“คนเลว...ทำไมคุณต้องมาทำให้ฉันเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยฉันกับลูกไป”

“ยอมรับแล้วเหรอว่าเขาเป็นลูกของผม”

“ฉัน...”

“ไม่ต้องพูดหรอก ผมจะไปอาบน้ำแล้วเราจะไปบ้านของคุณกัน คืนนี้ผมหวังว่าคุณจะบอกลูกเรื่องของผม บอกเขาว่าผมเป็นพ่อของเขา และผมจะนอนค้างที่บ้านของคุณด้วยคืนนี้”

พูดสิ่งที่ตัวเองต้องการจบก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้คนที่สะอื้นไห้ยืนนิ่งอยู่กับความคิดตัวเองนานเท่าไรก็ไม่รู้ จนลูกสาวตัวน้อยที่ตื่นขึ้นมานั้นเดินมากระตุกชายเสื้อของหล่อนเรียกสตินั่นแหละ

“แม่แก้มขา...ที่นี่ที่ไหนคะ” หนูน้อยกระตุกชายเสื้อผู้เป็นแม่พร้อมกับแหงนหน้าขึ้นถามแม่แล้วก็ยกมือทั้งสองข้างมาขยี้ตาของตัวเอง

กันตารีบเช็ดน้ำตาของตัวเองออกแล้วปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ ก่อนจะย่อตัวลงแล้วถามลูกสาวแทนที่จะตอบคำถาม

“น้องเดียร์คะ แม่แก้มถามได้ไหมคะ”

“อือ...ได้สิคะ แม่แก้มขา”

“น้องเดียร์อยากมีแด๊ดดี้ไหมคะ”

“แด๊ดดี้เหมือนเพื่อนที่โรงเรียนเหรอคะ”

“ใช่แล้วค่ะ น้องเดียร์อยากมีไหมคะ”

“น้องเดียร์อยากมีค่ะ แต่อยากมีแม่แก้มมากกว่าค่ะ อีกอย่างแม่แก้มบอกว่าแด๊ดดี้ทำงานอยู่บนฟ้ามาหาน้องเดียร์กับแม่แก้มไม่ได้ น้องเดียร์รู้ค่ะว่าน้องเดียร์ไม่ควรดื้อกับแม่แก้ม น้องเดียร์รักแม่แก้มนะคะ...จุ๊บ!” พูดจบก็ยื่นปากไปจุ๊บปากของคนเป็นแม่ ความฉลาดของกันติชาทำให้คนเป็นแม่อดน้ำตาคลอไม่ได้จนต้องแหงนมองเพดานเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมาให้ลูกน้อยเห็น

“คนเก่งของแม่แก้ม แม่แก้มรักน้องเดียร์นะคะ น้องเดียร์คะ ถ้าแม่แก้มจะบอกว่าตอนนี้แด๊ดดี้ของน้องเดียร์กลับมาแล้วล่ะคะ น้องเดียร์ดีใจไหมคะ” สุดท้ายแล้วเธอก็ทิ้งความเห็นแก่ตัวของตัวเองไว้เพื่อลูกสาว ลูกต้องมีพ่อ ใช่...ควรรู้ว่าโดมินิกคือพ่อผู้ให้กำเนิดเขา

“แม่แก้ม...แม่แก้มพูดจริงเหรอคะ แล้วตอนนี้แด๊ดดี้อยู่ไหนคะ” หนูน้อยฉีกยิ้มกว้างจนตาเล็กหยี ทั้งตื่นเต้นและดีใจ

“ตอนนี้แด๊ดดี้ไปอาบน้ำจ้ะ และตอนนี้เราก็อยู่บ้านของแด๊ดดี้น้องเดียร์ด้วยค่ะ”

“ว้าว! แม่แก้มขา บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ แด๊ดดี้ของน้องเดียร์รวยมากเลยเหรอคะ”

หนูน้อยผละถอยเดินรอบๆ ห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับและชุดโซฟาตัวใหญ่ๆ ราคาแพงๆ หนูน้อยไม่รู้หรอกว่ามันแพงรู้ แต่ว่ามันสวยมาก และห้องนี้ก็ใหญ่มาก ใหญ่กว่าบ้านหลังเล็กที่หนูน้อยกับแม่อาศัยอยู่

กันตามองลูกสาวที่เดินกึ่งวิ่งไปมาทั่วห้องด้วยความตื่นตาตื่นใจกับห้องนี้แล้วก็อดสงสารชีวิตที่ผ่านมาของลูกน้อยไม่ได้ ใช่แล้ว...หล่อนคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจแบบนี้ ตัดสินใจจะบอกลูกว่าเขามีพ่อเหมือนเด็กคนอื่น และพ่อของเขาก็รวยมากด้วย ซึ่งต่างจากแม่แบบหล่อนที่มีเพียงบ้านหลังเล็กจากคุณตาที่เพิ่งเสียไปเมื่อตอนที่หล่อนตั้งท้องอ่อนๆ ของลูกน้อย ตอนนั้นเธอกลัวมาก กลัวว่าท่านจะรับไม่ได้ แต่พ่อของหล่อนก็รับได้และให้กำลังใจ แต่อุบัติเหตุก็มาพรากท่านไปก่อนจะได้เห็นหน้าหลานตัวน้อยในท้อง

“น้องเดียร์ขา...มานั่งก่อนลูก”

“ค่า...ว่าแต่แม่แก้มขา แด๊ดดี้ของน้องเดียร์อยู่ไหนคะ น้องเดียร์อยากเจอตอนนี้ค่ะ” หนูน้อยวิ่งกลับมาหาแม่แล้วพากันไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่

“แด๊ดดี้ของน้องแก้มไปอาบน้ำ แป๊บเดียวเดี๋ยวมาจ้ะ นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เด็กดีต้องไม่ดื้อไม่ชน ไม่หยิบจับของที่ไม่ใช่ของเรานะคะ”

“รับทราบค่ะแม่แก้ม น้องเดียร์เป็นเด็กดี น้องเดียร์ตื่นเต้นที่จะมีแด๊ดดี้เหมือนเพื่อนๆ ที่โรงเรียนแล้ว...เย้!” หนูน้อยลุกกระโดดโลดเต้นเมื่อมีเรื่องจะไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนแล้ว

“เบาๆ ก่อนลูก เด็กดีของแม่”

“ค่า น้องเดียร์ดีใจนี่คะแม่แก้ม” หนูน้อยยอมนั่งนิ่งๆ เหมือนเดิม

“ดีใจแต่พองามนะคะคนดีของแม่แก้ม”

“ค่า แม่แก้มขา น้องเดียร์หิวค่ะ” หนูน้อยลูบท้องตัวเองพร้อมแหงนหน้าอ้อนๆ ส่งไปให้คนเป็นแม่ที่นั่งก้มมองดูตัวเองอยู่

“หิวมากไหมคะ แม่แก้มลืมถุงขนมไว้บนรถ เดี๋ยวแม่แก้มไปเอาให้นะคะ”

“ไปด้วยกันนะคะ”

“จ้ะ ไปด้วยกัน” แล้วสองแม่ลูกก็เดินไปยังนอกบ้านเพื่อไปหารถคันหรูที่นั่งมาก่อนหน้านี้เพื่อจะนำขนมที่ซื้อมาด้วยให้ลูกน้อยกินรองท้องไปก่อน

จอแดนยืนพูดคุยกับบอดี้การ์ดรุ่นน้องที่ตัวเองฝึกมาเองกับมืออยู่หน้าบ้านที่จะเดินไปโรงจอดรถมองมาเห็นสองแม่ลูกเดินมาพอดีจึงสั่งให้ทุกคนไปทำงานตามที่สั่งไว้ ส่วนตัวเองเดินเข้าไปหาหญิงสาวและคุณหนูน้อยของตัวเอง แน่นอนว่าจอแดนรู้สึกว่าในอนาคต ผู้หญิงที่เดินมากับเด็กจะเป็นคนกุมบังเหียนและชีวิตของโดมินิก ผู้เป็นนายของเขาในอนาคตแน่นอน

“มีอะไรรึเปล่าครับคุณกันตา” จอแดนเอ่ยถาม

“น้องเดียร์หิว ฉันจะไปเอาขนมที่ลืมไว้บนรถมาให้ลูกกินรองท้องก่อนน่ะ”

“เดี๋ยวผมไปเอามาให้ครับ คุณหนูหิวเหรอครับ รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปเอามาให้” แล้วจอแดนก็รีบเดินไปยังรถลีมูซีนคันหรูทันทีเพื่อเปิดนำขนมที่ว่ามาให้คุณหนูน้อย เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็เดินกลับมาหาสองแม่ลูกพร้อมส่งยื่นถุงขนมให้กันตา

“ขอบคุณนะคะคุณ...”

“จอแดนครับ คุณกันตา” จอแดนเอ่ยบอกชื่อตัวเองกับหญิงสาว

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ น้องเดียร์ขอบคุณลุงจอแดนรึยังคะ”

“ขอบคุณค่า” หนูน้อยยกมือไหว้ขอบคุณทันทีเมื่อผู้เป็นแม่พูดจบ

“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ถ้าได้ของที่ต้องการแล้วเชิญเข้าไปในบ้านครับ อีกไม่นานเจ้านายคงจะเสร็จธุระส่วนตัวครับ”

“อ้อ...ใช่ น้องเดียร์ลืมไปเลยว่ามากับลุงโดม แล้วลุงโดมล่ะคะ” หนูน้อยแหงนหน้าขึ้นถามผู้เป็นแม่และมองไปยังคุณลุงใจดีอีกคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน

“อาบน้ำจ้ะ เดี๋ยวเราไปรอเขาในบ้านกันนะคะคนดีของแม่”

“อ้อ...ค่ะ คุณลุงเข้าไปด้วยกันไหมคะ”

“ไม่ครับ ผมต้องอยู่ดูแลความเรียบร้อยข้างนอก คุณหนูกับคุณแม่เข้าไปรอในบ้านเลยครับ” จอแดนตอบแล้วก็เดินจากไปทิ้งให้หนูน้อยมึนงงไม่เข้าใจกับคำพูดของคุณลุงที่เพิ่งเดินจากไป

“ไปกันเถอะน้องเดียร์ หิวไม่ใช่เหรอคะ”

“อือ...ค่ะ น้องเดียร์หิว”

“งั้นเข้าไปในบ้านกันนะคะ”

“ค่า” แล้วสองแม่ลูกก็เดินกลับเข้าไปในบ้านเหมือนเดิม ไปนั่งรอเจ้าของบ้านในห้องเดิมพร้อมกับมีขนมให้ลูกน้อยทานรองท้องระหว่างรอไปด้วย เธอเองก็เริ่มหิวหยิบขนมโดนัททานไปสองชิ้น และพอทานแล้วก็เริ่มหิวน้ำ รู้สึกแปลกใจว่าทำไมบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ไม่มีแม่บ้านเลยสักคน พอจะลุกเดินไปหาห้องครัวของบ้านหลังใหญ่ เจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาพอดี

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
8.9
กลิ่นชวาลอบวางแผนมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับวาดิมเพราะต้องการเพียงทายาทเพื่อหนีปัญหาครอบครัว แต่ความจริงกลับพลิกผันเมื่อพบว่าพ่อของลูกคือหัวหน้ามาเฟียค้าอาวุธผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย วาดิมมองว่าเด็กในครรภ์คือจุดอ่อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเขา จึงบีบบังคับให้เธอทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ท่ามกลางการเผชิญหน้าที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน กลิ่นชวาต้องใช้ความกล้าหาญเข้าสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมาเฟียใจเย็นที่ไร้ความเมตตาและพร้อมจะกำจัดทุกอย่างที่ขวางทางเขา
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
หน้าปกนวนิยาย ล่าหัวใจมาเฟีย
9.6
วินซ์ เอเมอร์ตัน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซียจมอยู่กับความแค้นหลังสูญเสียน้องชาย เขาจึงวางแผนทำลายศัตรูจนหมดตัวและบีบให้ ขวัญชีวา ซีร์ยานอฟ ต้องกลายเป็นสิ่งของขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้ วินซ์มองว่าเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่ไร้ค่าและพร้อมจะเขี่ยทิ้งทุกเมื่อ แม้ขวัญชีวาจะเกลียดชังความร้ายกาจของเขา แต่เธอกลับพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์จนยอมมอบกายถวายชีวิต ทว่าความเย็นชาของเขากลับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและพรหมจารีของเธอจนแหลกสลาย ทำให้เธอตระหนักว่าหัวใจของมาเฟียผู้นี้คือสิ่งต้องห้ามที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย Sign on love   เดิมพันรัก มาเฟียร้าย
9.0
มินตรา ดาราสาวพราวเสน่ห์ผู้ถูกตราหน้าว่าหยิ่งยโส ตัดสินใจใช้มารยาหญิงทุกวิถีทางเพื่อล่อลวง กรรฐ์ มาเฟียหนุ่มในคราบคุณหมอผู้เย็นชาให้ติดกับดักหัวใจ ท่ามกลางเกมความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นความในใจไว้ภายใต้ท่าทีเฉยเมย มินตราไม่เคยล่วงรู้เลยว่าชายหนุ่มที่เธอพยายามยั่วยวนนั้นได้ถลำลึกตกหลุมพรางรักของเธอไปนานแล้ว เดิมพันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบว่าใครจะเป็นฝ่ายเผยความลับก่อนกัน ในเมื่อความรักถูกใช้เป็นเครื่องมือพิชิตใจมาเฟียร้าย
หน้าปกนวนิยาย ยอดรักเทพบุตรมาเฟีย
9.7
โชคชะตาความรักของทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งฮ่องกง เมื่อคาสโนว่าตัวร้ายกลับต้องมาสิ้นลายเพราะเสน่ห์ของสาวน้อยไร้เดียงสาอย่างโยธกา เขาจึงตั้งมั่นที่จะครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียวตลอดกาล ท่ามกลางบรรยากาศอันเร่าร้อนในห้องลับ พี่หมิงพยายามปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น แม้เธอจะเอ่ยปากห้ามด้วยเสียงแผ่วเบา แต่สายตาอันหวานเยิ้มและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขากลับยิ่งตอกย้ำว่าเขาไม่มีวันปล่อยดอกไม้งามดอกนี้ให้หลุดมือไปได้เลย