
เก็บรักมาเฟีย
ตอน 2
มาถึงบ้านค่ำอย่างที่คิดจริงๆ รถติดในกรุงเทพฯ ทำเอาทั้งคนขับและผู้โดยสารเหนื่อย กันตามองไปยังบ้านหลังใหญ่ที่รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดก็รู้สึกโหวงๆ ในอก แต่ก็ต้องก้าวเท้าลงจากรถเมื่อประตูรถเปิดออกและเจ้าของบ้านเชิญ พอตัวเองลงมาแล้วจะอุ้มลูกสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ก็ต้องหยุดมือเมื่อโดมินิกเอ่ยขึ้น
“ไม่ต้อง ผมอุ้มลูกเอง”
เขาบอกเพียงแค่นั้นแล้วถือวิสาสะอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอกทันที แล้วหนูน้อยกันติชาก็ขยับตัวเล็กน้อยซุกอ้อมกอดของผู้เป็นพ่ออย่างไม่รู้ตัว มุมปากหนาของมาเฟียหนุ่มเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัวเมื่อลูกน้อยขยับตัวซุกอกตนเอง ก่อนจะก้าวเดินยาวๆ เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบของตัวเอง ส่วนกันตาเมื่อเห็นโดมินิกอุ้มลูกสาวตัวเองเข้าไปในบ้านก็รีบก้าวตามเร็วๆ ทันที
พอเดินตามเข้ามาในบ้านน่าจะเป็นห้องนั่งเล่นของบ้าน โดมินิกก็วางลูกสาวลงบนโซฟาอย่างอ่อนโยน แล้วมองมาทางหล่อนที่ยืนมองอยู่ เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“พูดมาสิ แต่สำหรับฉันไม่มีอะไรต้องคุย” หล่อนบอกแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งโซฟาตัวยาวที่ลูกสาวนอนอยู่พร้อมลูบหัวทุยเล็กของหนูน้อยไปมา
“จะคุยตรงนี้” โดมินิกถามสั้นๆ พร้อมมองไปยังหน้าที่หลับสนิทของลูกสาวตัวน้อย
“ใช่ ฉันไม่อยากให้ลูกอยู่คนเดียว กลัวน้องเดียร์ตื่นมาแล้วไม่เจอฉันจะร้องไห้ ยิ่งมานอนอยู่แปลกที่ด้วยแล้ว แกจะกลัวเวลาตื่นนอนใหม่ๆ” เธออธิบายเหตุผลให้ชายหนุ่มฟัง
“แต่ต้องไปคุยที่ห้องทำงาน ไม่กลัวว่าการคุยกันของเราจะทำให้ลูกตื่นเหรอ”
“คุณก็พูดมาสิว่าคุณจะคุยอะไร ลูกไม่ตื่นหรอก ถึงตื่นถ้ามีฉันอยู่ด้วย น้องเดียร์ก็ไม่งอแง”
“ผมต้องการลูก” เมื่อหล่อนอยากให้พูดตรงนี้ โดมินิกเลยไม่อ้อมค้อมความประสงค์ของตัวเอง
เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหน้าเมื่อโดมินิกพูดคำที่หล่อนกลัวออกมา แต่กันตาก็ฝืนความรู้สึกกลัวนั้นไว้แล้วพูดตอบออกมา
“ลูกของฉัน คุณจะพาแกไปไหนไม่ได้ และน้องเดียร์ก็ไม่ใช่ลูกของคุณด้วย อย่ามโน”
หึ!
“ผมไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าน้องเดียร์เป็นลูกใคร หน้าถอดแบบผมมาขนาดนี้ แล้วจะให้ผมมองว่าไม่ใช่ลูกผมได้ยังไง” สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสบาย เหมือนกับว่าการที่จะพรากลูกมาจากกันตานั้นมันเป็นเรื่องง่ายดายเสียจริง แน่ล่ะ เขามีอำนาจ มีเงิน มีทุกอย่างที่หล่อนไม่มี
“ฉันจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้าย น้องเดียร์ไม่ใช่ลูกคุณ แกเป็นลูกฉันกับคนอื่น” เธอบอกเขาเสียงดังฟังชัด
“เฮอะ! เผอิญผมไม่ได้โง่ ถ้ายังดื้อด้านจะไม่ให้ลูกกับผมก็ตรวจดีเอ็นเอกันก็ได้ หรือว่าคุณกลัว”
“ฉันเป็นคนอุ้มท้องเขามาเอง ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกใคร ที่แน่ๆ ไม่ใช่มาเฟียใจโฉดอย่างคุณแน่นอนโดมินิก น้องเดียร์ไม่ใช่ลูกคุณและไม่มีวันใช่แน่นอน” ทำไมหล่อนต้องยอมตรวจดีเอ็นเอด้วยล่ะ ในเมื่อกันติชาเป็นสิทธิ์ของหล่อนเพียงผู้เดียว
“งั้นก็ตรวจดีเอ็นเอสิกันตา ยิ่งคุณพูดแบบนี้ผมยิ่งมั่นใจว่าน้องเดียร์เป็นลูกของผม และผมจะพาลูกกลับเยอรมันด้วยในอาทิตย์หน้า คุณก็รู้ว่าผมทำได้ทุกอย่างกันตา”
“คุณขู่ฉัน”
“ผมไม่ได้ขู่ ผมจะทำอย่างที่พูดจริงๆ ถ้าคุณอยากอยู่กับลูกก็ว่าง่ายๆ อย่าดื้อให้มาก และอย่าคิดพาลูกหนีล่ะ ถ้าผมโกรธขึ้นมา คุณจะไม่ได้เจอหน้าแกอีกตลอดชีวิต”
“คนเลว ฉันอยู่ของฉันกับลูกดีๆ แล้วคุณโผล่มาทำไมตอนนี้ พอโผล่มาก็จะมาพรากแกไปจากฉัน คนสารเลว ไอ้มาเฟียบ้า อึก! ฮือๆ” กันตาปล่อยเสียงโฮออกมาพร้อมกับลุกขึ้นไปหาคนตัวโตแล้วทุบตีอกเขาแรงๆ เมื่อรู้แล้วว่ายังไงเสียตัวเองก็หนีมาเฟียหนุ่มไปไม่ได้ ด้วยรู้จักโดมินิกดี เมื่อแปดปีก่อนเป็นยังไง ตอนนี้เขาก็ยังเป็นแบบนั้น เขาต้องการอะไรแล้วต้องได้
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
“พอใจรึยัง ถ้ายังก็ทุบต่อได้ แต่ยังไงผมก็จะพาลูกกลับไปพร้อมผม ลูกต้องไปอยู่กับผม ส่วนคุณจะไปด้วยก็ได้ แต่ไปในฐานะพี่เลี้ยงเท่านั้น ระหว่างเราสองคนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะผมไม่นิยมใช้ของที่เคยใช้แล้ว” พูดจบก็ผลักร่างเล็กถอยห่างแล้วเดินผ่านไปนั่งลงบนโซฟาตัวที่ลูกน้อยกำลังงัวเงียตื่นขึ้นมา ก่อนจะพูดต่ออีก
“บอกลูกด้วยว่าผมเป็นใคร ผมไม่ใช่ลุงของแก แต่ผมเป็นพ่อ เป็นแด๊ดดี้ของน้องเดียร์ คนที่ทำให้เขาเกิดมา หรือว่าจะให้ผมเป็นคนบอกลูกเอง”
เขาถามหล่อนในท้ายประโยค ส่วนคนฟังได้แต่เบ้ปาก เพราะสุดท้ายแล้วหล่อนก็ต้องบอกความจริงและยอมรับว่าเขาคือพ่อของกันติชาอย่างที่เขาพูด แม้จะตรวจดีเอ็นเอหรือไม่ตรวจ โดมินิกก็คือพ่อของลูกสาวเธอ เพราะเขาคือผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่ได้พรหมจรรย์ของหล่อนไป แถมยังฝากสิ่งมีชีวิตที่น่ารักอย่างลูกน้อยไว้ให้อีก ยอมรับว่าตอนแรกที่รู้ว่าท้อง หล่อนเครียดมาก ด้วยสภาพครอบครัวที่ไม่เอื้ออำนวยและหลายๆ อย่าง สังคม สิ่งแวดล้อมของประเทศไทยด้วย ทุกอย่างมันลำบาก ต้องทนขี้ปากชาวบ้าน ทนเสียงนินทา แต่หล่อนก็ผ่านมันมาได้
“มีทางเลือกให้ฉันไหม” หล่อนถามเขาเสียงสั่นเครือ
“แล้วคิดว่ามีรึเปล่าล่ะ คุณมาอยู่กับลูก อย่าคิดหนีล่ะ เพราะคิดจะหนียังไงก็ไม่รอดสายตาผมหรอก คนของผมเฝ้าดูคุณอยู่กันตา” พูดจบก็ลุกขึ้นเมื่อลูบหัวลูกน้อยจนหลับไปอีกครั้ง
“คนเลว...ทำไมคุณต้องมาทำให้ฉันเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยฉันกับลูกไป”
“ยอมรับแล้วเหรอว่าเขาเป็นลูกของผม”
“ฉัน...”
“ไม่ต้องพูดหรอก ผมจะไปอาบน้ำแล้วเราจะไปบ้านของคุณกัน คืนนี้ผมหวังว่าคุณจะบอกลูกเรื่องของผม บอกเขาว่าผมเป็นพ่อของเขา และผมจะนอนค้างที่บ้านของคุณด้วยคืนนี้”
พูดสิ่งที่ตัวเองต้องการจบก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้คนที่สะอื้นไห้ยืนนิ่งอยู่กับความคิดตัวเองนานเท่าไรก็ไม่รู้ จนลูกสาวตัวน้อยที่ตื่นขึ้นมานั้นเดินมากระตุกชายเสื้อของหล่อนเรียกสตินั่นแหละ
“แม่แก้มขา...ที่นี่ที่ไหนคะ” หนูน้อยกระตุกชายเสื้อผู้เป็นแม่พร้อมกับแหงนหน้าขึ้นถามแม่แล้วก็ยกมือทั้งสองข้างมาขยี้ตาของตัวเอง
กันตารีบเช็ดน้ำตาของตัวเองออกแล้วปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ ก่อนจะย่อตัวลงแล้วถามลูกสาวแทนที่จะตอบคำถาม
“น้องเดียร์คะ แม่แก้มถามได้ไหมคะ”
“อือ...ได้สิคะ แม่แก้มขา”
“น้องเดียร์อยากมีแด๊ดดี้ไหมคะ”
“แด๊ดดี้เหมือนเพื่อนที่โรงเรียนเหรอคะ”
“ใช่แล้วค่ะ น้องเดียร์อยากมีไหมคะ”
“น้องเดียร์อยากมีค่ะ แต่อยากมีแม่แก้มมากกว่าค่ะ อีกอย่างแม่แก้มบอกว่าแด๊ดดี้ทำงานอยู่บนฟ้ามาหาน้องเดียร์กับแม่แก้มไม่ได้ น้องเดียร์รู้ค่ะว่าน้องเดียร์ไม่ควรดื้อกับแม่แก้ม น้องเดียร์รักแม่แก้มนะคะ...จุ๊บ!” พูดจบก็ยื่นปากไปจุ๊บปากของคนเป็นแม่ ความฉลาดของกันติชาทำให้คนเป็นแม่อดน้ำตาคลอไม่ได้จนต้องแหงนมองเพดานเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมาให้ลูกน้อยเห็น
“คนเก่งของแม่แก้ม แม่แก้มรักน้องเดียร์นะคะ น้องเดียร์คะ ถ้าแม่แก้มจะบอกว่าตอนนี้แด๊ดดี้ของน้องเดียร์กลับมาแล้วล่ะคะ น้องเดียร์ดีใจไหมคะ” สุดท้ายแล้วเธอก็ทิ้งความเห็นแก่ตัวของตัวเองไว้เพื่อลูกสาว ลูกต้องมีพ่อ ใช่...ควรรู้ว่าโดมินิกคือพ่อผู้ให้กำเนิดเขา
“แม่แก้ม...แม่แก้มพูดจริงเหรอคะ แล้วตอนนี้แด๊ดดี้อยู่ไหนคะ” หนูน้อยฉีกยิ้มกว้างจนตาเล็กหยี ทั้งตื่นเต้นและดีใจ
“ตอนนี้แด๊ดดี้ไปอาบน้ำจ้ะ และตอนนี้เราก็อยู่บ้านของแด๊ดดี้น้องเดียร์ด้วยค่ะ”
“ว้าว! แม่แก้มขา บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ แด๊ดดี้ของน้องเดียร์รวยมากเลยเหรอคะ”
หนูน้อยผละถอยเดินรอบๆ ห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับและชุดโซฟาตัวใหญ่ๆ ราคาแพงๆ หนูน้อยไม่รู้หรอกว่ามันแพงรู้ แต่ว่ามันสวยมาก และห้องนี้ก็ใหญ่มาก ใหญ่กว่าบ้านหลังเล็กที่หนูน้อยกับแม่อาศัยอยู่
กันตามองลูกสาวที่เดินกึ่งวิ่งไปมาทั่วห้องด้วยความตื่นตาตื่นใจกับห้องนี้แล้วก็อดสงสารชีวิตที่ผ่านมาของลูกน้อยไม่ได้ ใช่แล้ว...หล่อนคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจแบบนี้ ตัดสินใจจะบอกลูกว่าเขามีพ่อเหมือนเด็กคนอื่น และพ่อของเขาก็รวยมากด้วย ซึ่งต่างจากแม่แบบหล่อนที่มีเพียงบ้านหลังเล็กจากคุณตาที่เพิ่งเสียไปเมื่อตอนที่หล่อนตั้งท้องอ่อนๆ ของลูกน้อย ตอนนั้นเธอกลัวมาก กลัวว่าท่านจะรับไม่ได้ แต่พ่อของหล่อนก็รับได้และให้กำลังใจ แต่อุบัติเหตุก็มาพรากท่านไปก่อนจะได้เห็นหน้าหลานตัวน้อยในท้อง
“น้องเดียร์ขา...มานั่งก่อนลูก”
“ค่า...ว่าแต่แม่แก้มขา แด๊ดดี้ของน้องเดียร์อยู่ไหนคะ น้องเดียร์อยากเจอตอนนี้ค่ะ” หนูน้อยวิ่งกลับมาหาแม่แล้วพากันไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่
“แด๊ดดี้ของน้องแก้มไปอาบน้ำ แป๊บเดียวเดี๋ยวมาจ้ะ นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เด็กดีต้องไม่ดื้อไม่ชน ไม่หยิบจับของที่ไม่ใช่ของเรานะคะ”
“รับทราบค่ะแม่แก้ม น้องเดียร์เป็นเด็กดี น้องเดียร์ตื่นเต้นที่จะมีแด๊ดดี้เหมือนเพื่อนๆ ที่โรงเรียนแล้ว...เย้!” หนูน้อยลุกกระโดดโลดเต้นเมื่อมีเรื่องจะไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนแล้ว
“เบาๆ ก่อนลูก เด็กดีของแม่”
“ค่า น้องเดียร์ดีใจนี่คะแม่แก้ม” หนูน้อยยอมนั่งนิ่งๆ เหมือนเดิม
“ดีใจแต่พองามนะคะคนดีของแม่แก้ม”
“ค่า แม่แก้มขา น้องเดียร์หิวค่ะ” หนูน้อยลูบท้องตัวเองพร้อมแหงนหน้าอ้อนๆ ส่งไปให้คนเป็นแม่ที่นั่งก้มมองดูตัวเองอยู่
“หิวมากไหมคะ แม่แก้มลืมถุงขนมไว้บนรถ เดี๋ยวแม่แก้มไปเอาให้นะคะ”
“ไปด้วยกันนะคะ”
“จ้ะ ไปด้วยกัน” แล้วสองแม่ลูกก็เดินไปยังนอกบ้านเพื่อไปหารถคันหรูที่นั่งมาก่อนหน้านี้เพื่อจะนำขนมที่ซื้อมาด้วยให้ลูกน้อยกินรองท้องไปก่อน
จอแดนยืนพูดคุยกับบอดี้การ์ดรุ่นน้องที่ตัวเองฝึกมาเองกับมืออยู่หน้าบ้านที่จะเดินไปโรงจอดรถมองมาเห็นสองแม่ลูกเดินมาพอดีจึงสั่งให้ทุกคนไปทำงานตามที่สั่งไว้ ส่วนตัวเองเดินเข้าไปหาหญิงสาวและคุณหนูน้อยของตัวเอง แน่นอนว่าจอแดนรู้สึกว่าในอนาคต ผู้หญิงที่เดินมากับเด็กจะเป็นคนกุมบังเหียนและชีวิตของโดมินิก ผู้เป็นนายของเขาในอนาคตแน่นอน
“มีอะไรรึเปล่าครับคุณกันตา” จอแดนเอ่ยถาม
“น้องเดียร์หิว ฉันจะไปเอาขนมที่ลืมไว้บนรถมาให้ลูกกินรองท้องก่อนน่ะ”
“เดี๋ยวผมไปเอามาให้ครับ คุณหนูหิวเหรอครับ รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปเอามาให้” แล้วจอแดนก็รีบเดินไปยังรถลีมูซีนคันหรูทันทีเพื่อเปิดนำขนมที่ว่ามาให้คุณหนูน้อย เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็เดินกลับมาหาสองแม่ลูกพร้อมส่งยื่นถุงขนมให้กันตา
“ขอบคุณนะคะคุณ...”
“จอแดนครับ คุณกันตา” จอแดนเอ่ยบอกชื่อตัวเองกับหญิงสาว
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ น้องเดียร์ขอบคุณลุงจอแดนรึยังคะ”
“ขอบคุณค่า” หนูน้อยยกมือไหว้ขอบคุณทันทีเมื่อผู้เป็นแม่พูดจบ
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ถ้าได้ของที่ต้องการแล้วเชิญเข้าไปในบ้านครับ อีกไม่นานเจ้านายคงจะเสร็จธุระส่วนตัวครับ”
“อ้อ...ใช่ น้องเดียร์ลืมไปเลยว่ามากับลุงโดม แล้วลุงโดมล่ะคะ” หนูน้อยแหงนหน้าขึ้นถามผู้เป็นแม่และมองไปยังคุณลุงใจดีอีกคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน
“อาบน้ำจ้ะ เดี๋ยวเราไปรอเขาในบ้านกันนะคะคนดีของแม่”
“อ้อ...ค่ะ คุณลุงเข้าไปด้วยกันไหมคะ”
“ไม่ครับ ผมต้องอยู่ดูแลความเรียบร้อยข้างนอก คุณหนูกับคุณแม่เข้าไปรอในบ้านเลยครับ” จอแดนตอบแล้วก็เดินจากไปทิ้งให้หนูน้อยมึนงงไม่เข้าใจกับคำพูดของคุณลุงที่เพิ่งเดินจากไป
“ไปกันเถอะน้องเดียร์ หิวไม่ใช่เหรอคะ”
“อือ...ค่ะ น้องเดียร์หิว”
“งั้นเข้าไปในบ้านกันนะคะ”
“ค่า” แล้วสองแม่ลูกก็เดินกลับเข้าไปในบ้านเหมือนเดิม ไปนั่งรอเจ้าของบ้านในห้องเดิมพร้อมกับมีขนมให้ลูกน้อยทานรองท้องระหว่างรอไปด้วย เธอเองก็เริ่มหิวหยิบขนมโดนัททานไปสองชิ้น และพอทานแล้วก็เริ่มหิวน้ำ รู้สึกแปลกใจว่าทำไมบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ไม่มีแม่บ้านเลยสักคน พอจะลุกเดินไปหาห้องครัวของบ้านหลังใหญ่ เจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาพอดี
คุณอาจจะชอบ





