ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย

เก็บรักมาเฟีย

"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ตอน
แชร์

ตอน 3

โดมินิกเดินเข้ามาเห็นว่ากันตาจะเดินออกจากห้องนั่งเล่น เขาจึงถามหล่อน พอรู้ความว่าจะไปไหน เขาจึงบอกทางไปห้องครัวให้หญิงสาว ก่อนจะเดินไปนั่งเล่นกับลูกสาวตัวน้อย ยิ่งได้มองยิ่งได้พูดคุย โดมินิกก็เหมือนกับฝัน เพราะมันเหมือนฝันจริงๆ ที่คนอย่างเขาจะมีลูกสาวโตขนาดนี้แล้ว

“น้องเดียร์อายุเท่าไหร่แล้วครับ” โดมินิกถามลูกสาวตัวเอง

“เจ็ดขวบค่ะ แล้วลุงโดมล่ะคะ อายุกี่ขวบคะ” หนูน้อยถามกลับ

“สามสิบแปดครับ แล้วน้องเดียร์รู้รึยังครับว่าเราเป็นอะไรกัน แม่ของน้องเดียร์บอกรึยังครับ” เขาถามหยั่งเชิงดูก่อน

“อือ...ยังเลยค่ะ แต่น้องเดียร์ดีใจค่ะ แม่แก้มบอกว่าน้องเดียร์มีแด๊ดดี้เหมือนเพื่อนๆ บ้านหลังนี้ก็เป็นของแด๊ดดี้ค่ะ ลุงโดมดีใจกับหนูไหมคะ ที่น้องเดียร์จะมีแด๊ดดี้ แถมรวยด้วยค่ะ บ้านก็หลังใหญ่ด้วยค่า” หนูน้อยถือโอกาสพูดอวดทันที

“น้องเดียร์ดีใจ ลุงโดมก็ดีใจด้วยครับ ว่าแต่ทานขนมอะไรครับน่าทานเชียว” โดมินิกใจพองโตเมื่อรู้ว่าลูกสาวดีใจที่การมีตัวตนของเขามันทำให้หนูน้อยมีความสุข ทำไมนะ ทำไมเวลาช่างกลั่นแกล้งเหลือเกิน ทำไมไม่ทำให้เขารู้และเจอตั้งแต่แรกว่าเขาเป็นพ่อของหนูน้อย มารู้มาเจอก็ตอนที่หนูน้อยอายุเจ็ดขวบแล้ว เขาสูญเสียช่วงเวลาที่สำคัญตอนกันติชาหัดนั่ง หัดเดิน และหัดพูดไป เขารู้สึกอิจฉากันตาเหลือเกินเมื่อนึกถึงตรงนี้

“คุณลุงหน้าเศร้าทำไมคะ” หนูน้อยปล่อยขนมในมือแล้วจับแก้มสากของคนที่นั่งข้างๆ

“ลุงโดมไม่ได้เศร้าครับ ลุงโดมดีใจอยู่ครับ”

“ไม่เศร้านะคะ น้องเดียร์แบ่งโดนัทให้ค่ะ” ว่าแล้วก็หยิบโดนัทที่ตัวเองกัดกินไปแล้วหนึ่งคำส่งยื่นให้ชายหนุ่ม โดมินิกมองขนมในมือหนูน้อยด้วยความตื้นตันใจจนน้ำตานั้นอาบคลอดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลของตัวเอง

“ทำไมคะ หรือลุงโดมกลัวไม่อิ่มคะ งั้นน้องเดียร์เอาชิ้นใหม่ให้นะคะ” หนูน้อยก้มลงหยิบชิ้นใหม่ที่ยังไม่กัดกินส่งยื่นให้คนข้างๆ แล้วก็เห็นอีกฝ่ายน้ำตาไหลอาบสองแก้ม

“คุณลุงร้องไห้เหรอคะ น้องเดียร์เช็ดให้นะคะ ไม่ร้องนะ โอ๋...ไม่ร้องนะคะคนเก่ง” หนูน้อยเช็ดน้ำตาออกจากแก้มสากให้พร้อมกับลูบแก้มของอีกฝ่ายปลอบประโลม

“ขอบคุณนะครับนางฟ้าน้อยของลุงโดม” โดมินิกรวบร่างตุ้ยนุ้ยของเด็กน้อยเข้ามากอดแนบแน่น นี่ถือเป็นกอดแรกที่เขาได้กอดลูกน้อยเลยก็ว่าได้

“ลุงโดมเป็นอะไรไปคะ น้องเดียร์งงค่ะ” ถามทั้งๆ ที่กอดตอบคนตัวโต

“ขอลุงโดมกอดหน่อยนะครับ”

“ได้ค่ะ” หนูน้อยยอมให้กอดโดยไม่ถามอะไรอีก และภาพของสองพ่อลูกที่กำลังกอดกันแน่นตอนนี้ทำให้คนที่เดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือสองแก้วยืนนิ่งมอง แล้วหล่อนก็ต้องเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้าเมื่อน้ำตาเจ้ากรรมจะไหลออกมาอีกแล้ว

“ขอบคุณนะครับที่ให้ลุงโดมกอด” มาเฟียหนุ่มผู้มีจิตใจแข็งกร้าวผละห่างจากหนูน้อยพร้อมกับมองไปยังหน้าทางเข้าห้องนั่งเล่นแล้วยกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาตัวเองออกแล้วเอ่ยขึ้น

“มานานรึยังกันตา”

“เพิ่งมาค่ะ”

“เข้ามาสิ ไปกันเถอะ ฉันพร้อมแล้ว ไปบ้านของเธอและน้องเดียร์กัน” เขาลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงลำลองขาสามส่วนของตัวเองเดินสวนทางหล่อนออกไป ส่วนกันตาได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขา ก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกพร้อมส่งน้ำที่นำมาด้วยให้ลูกดื่ม

“ดื่มน้ำก่อนค่ะน้องเดียร์ เราจะกลับบ้านกันค่ะ”

“แล้วแด๊ดดี้ล่ะคะ”

“เดี๋ยวแม่จะบอกนะคะ ตอนนี้กลับบ้านเราก่อน ไม่ดื้อนะคะน้องเดียร์”

“ค่า น้องเดียร์ไม่ดื้อกับแม่แก้ม แต่เมื่อกี้แม่แก้มคะ ลุงโดมเหมือนร้องไห้ด้วยค่ะ”

“อือ...เหรอคะ ดื่มน้ำแล้วรีบไปกันเถอะ ลุงโดมจะไปกับเราด้วย”

“จริงเหรอคะ”

“จริงค่ะคนเก่ง”

หนูน้อยดื่มน้ำที่แม่นำมาให้แล้วช่วยแม่เก็บขนมลงไปในกล่องให้เรียบร้อย ก่อนจะนำกลับไปเก็บไว้ในถุงเหมือนเดิมแล้วลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัวเพื่อนำแก้วน้ำไปเก็บ ก่อนจะเดินออกไปนอกบ้าน ไปยังรถยนต์คันหรูที่ติดเครื่องยนต์จอดรอท่าอยู่

ก่อนจะกลับถึงบ้าน มาเฟียหนุ่มพาสองแม่ลูกแวะทานข้าวระหว่างทางก่อน พอมาถึงบ้านหลังเล็กที่รถตัวเองมาจอดอยู่หน้าบ้าน เขาไม่อยากเชื่อว่าที่นี้เรียกว่าบ้าน และลูกสาวของเขากับกันตาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เมื่อเดินเข้ามาในบ้านหลังเล็กที่ประตูบ้านนั้นเล็กแคบ ถ้าเขาไม่ก้มลงตอนเดินเข้ามามีหวังหัวได้ชนขอบประตูข้างบนแน่ แต่พอเข้ามาในบ้านก็มองสำรวจรอบๆ บ้านที่จัดสรรตกแต่งลงตัวเหมาะกับสองแม่ลูก แต่ให้ตายเถอะ หลังเล็กเท่ารูหนู อยู่กันไปได้ยังไง แล้วโซฟาตัวเล็กลายดอกไม้นั่นอีก เขานั่งคนเดียวก็เต็มแล้ว

“อย่าบอกนะว่าเธอกับลูกฉันอยู่บ้านเล็กเท่ารูหนูนี้” เขาเดินไปนั่งที่โซฟาโดยที่เจ้าของบ้านยังไม่ทันได้อนุญาตเลยสักคำ

“มันไม่สำคัญหรอกว่าหลังเล็กหลังใหญ่ มันสำคัญที่ใจและความอบอุ่นและช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมากกว่าค่ะ” หล่อนตอบเขาแล้วเดินไปยังห้องครัวขนาดเล็กนำน้ำมาให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างโดมินิก

“บ้านลุงโดมหลังใหญ่เหรอคะ” หนูน้อยกันติชามานั่งข้างๆ ชายหนุ่มที่เหลือที่นั่งแค่นิดเดียวพร้อมถาม

“หลังใหญ่มากเลยครับ น้องเดียร์อยากไปอยู่กับลุงไหมครับ” เขาถาม

“แม่แก้มอยู่ไหน น้องเดียร์อยู่นั่นค่ะ” หนูน้อยตอบอย่างไม่คิดนาน

“น้ำค่ะ” เธอส่งน้ำให้เขาพร้อมเดินไปดึงลากเก้าอี้ตัวเล็กที่โต๊ะทานข้าวขนาดเล็กมานั่ง

“ขอบคุณ เธอจะบอกน้องเดียร์ตอนไหน”

“ฉัน...”

“ฉันไม่อยากรอนาน ฉันอยากให้น้องเดียร์รู้ว่าฉันเป็นใคร” โดมินิกพูดตัดประโยคของกันตาทันที เมื่อเห็นหล่อนอ้ำอึ้ง

“ฉันจะบอกลูกคืนนี้”

“ตอนนี้ เพราะฉันต้องการนอนกับลูก” โดมินิกสั่ง

“อย่าเพิ่งเร่งได้ไหม ฉันต้องการเวลา”

“แต่ฉันรอไม่ได้แล้ว ฉันอยากให้ลูกเรียกฉันแด๊ดดี้”

“ฉัน...”

“ตอนนี้ บอกลูกตอนนี้กันตา” เขาสั่งเสียงเข้ม

“พูดอะไรกันคะ น้องเดียร์ไม่เข้าใจ” หนูน้อยมองผู้ใหญ่ทั้งสองที่กำลังถกเถียงกันไปมาด้วยความมึนงงกับสถานการณ์ตอนนี้

“บอกลูกสิ บอกตอนที่ผมนั่งอยู่ด้วยสิ” โดมินิกเอ่ยกดดันอีกครั้ง

“ได้ ฉันจะบอกลูก” เธอตอบเขาสั้นๆ แล้วมองหน้าลูกสาวสลับกับหน้าของพ่อของลูกไปมา ก่อนจะสูดลมหายใจแรงๆ แล้วพูดออกมา

“น้องเดียร์คะ อยากรู้รึยังคะว่าใครคือแด๊ดดี้ของลูก”

“อยากรู้ค่ะ น้องเดียร์อยากรู้จักแด๊ดดี้ อยากเห็น และอยากถามว่าไปอยู่บนฟ้าสบายไหม” หนูน้อยตอบใสซื่อ และคำใสซื่อของหนูน้อยนั้นทำให้โดมินิกถึงกับกัดกรามแน่น อย่าบอกนะ ที่ผ่านมาหล่อนบอกลูกว่าเขาตายไปแล้ว กันตา...เธอมันเห็นแก่ตัวไม่ต่างจากเขานักหรอก

“น้องเดียร์มองหน้าลุงโดมสิลูก ไม่สิ แด๊ดดี้โดมสิลูก ตอนนี้แด๊ดดี้กลับมาแล้วนะคะ คนที่นั่งข้างๆ หนูคือแด๊ดดี้ที่หนูอยากเจอไงคะ”

สุดท้ายเธอก็บอกสิ่งที่ไม่อยากบอกจนได้ พอได้ยินแบบนั้น เด็กหญิงกันติชาก็แหงนหน้าจ้องมองหน้าหล่อของคนนั่งข้างๆ ทันที แล้วก็ลุกขึ้นยืนบนโซฟาตัวเล็กพร้อมจับไหล่หนารั้งร่างอ้วนตัวเองไว้ไม่ให้ตกไปพร้อมกับเคลื่อนมาจับสองแก้มสากของคนตัวโตที่จ้องมองตัวเองเหมือนกัน

“ดะ...แด๊ดดี้ของน้องเดียร์จริงๆ เหรอคะ”

“ครับ แด๊ดดี้เอง ต่อไปนี้เราจะไม่แยกจากกันอีกแล้ว แด๊ดดี้จะอยู่กับน้องเดียร์ตลอดไปครับ” มือใหญ่หยาบกร้านของมาเฟียหนุ่มยกขึ้นมากุมมือเล็กทั้งสองข้างที่กุมแก้มตัวเองแล้วนำมาจูบแผ่วเบา

“แด๊ดดี้ ลุงโดมเป็นแด๊ดดี้ของน้องเดียร์จริงเหรอคะแม่แก้ม” หนูน้อยหันมาถามคนเป็นแม่อีกครั้ง

“จริงจ้ะ เขาเป็นแด๊ดดี้ที่อยู่บนฟ้าของน้องเดียร์ ต่อไปเรียกแด๊ดดี้นะคะ ไม่เรียกลุงแล้ว”

“น้องเดียร์คิดถึง...คิดถึงแด๊ดดี้มาตลอด น้องเดียร์อิจฉาเพื่อนที่โรงเรียนเวลาที่แด๊ดดี้ของพวกเขามารับกลับบ้าน” หนูน้อยบอกทั้งน้ำตาแล้วก้มหน้าไปซุกกับไหล่กว้างของคนเป็นพ่อและโดมินิกก็กอดรัดร่างอ้วนกลมแน่นเช่นกัน

“แด๊ดดี้ขอโทษนะครับที่ทำให้น้องเดียร์มีปม ต่อไปนี้แด๊ดดี้สัญญาจะอยู่กับน้องเดียร์ จะไม่ปล่อยให้น้องเดียร์อยู่กับแม่สองคนอีกแล้วครับ”

“สัญญานะคะ”

“สัญญาลูกผู้ชายครับ”

เขาผละออกมายกนิ้วก้อยรอให้ลูกน้อยมาเกี่ยวก้อยด้วย และหนูน้อยก็เข้าใจความหมายรีบยื่นนิ้วก้อยสั้นๆ กลมๆ ตัวเองออกมาเกี่ยวก้อยสัญญากับผู้เป็นพ่อทันที ภาพตรงหน้าทำให้กันตาถึงกับร้องไห้ออกมา แต่ก็พยายามกลืนเสียงสะอื้นไว้ไม่ให้ดังออกมาให้ลูกน้อยได้ยิน

“คืนนี้แด๊ดดี้จะอยู่กับน้องเดียร์ใช่ไหมคะ น้องเดียร์อยากนอนกับแด๊ดดี้และแม่แก้ม อยากนอนพร้อมกันสามคนเหมือนในการ์ตูนที่น้องเดียร์เคยดู ได้ไหมคะแด๊ดดี้” หนูน้อยเอ่ยบอกสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากที่สุดในตอนนี้

“ได้สิครับ” เขาตอบตกลงโดยไม่คิดนาน

ส่วนคนเป็นแม่นั้นถึงกับสะอึกกับความคิดที่ฉลาดเกินวัยของลูกสาวจนต้องกลืนเสียงสะอื้นแล้วเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมารอบดวงตาออกแล้วปฏิเสธ

“ไม่ได้นะคะน้องเดียร์ ห้องของเราเล็ก เตียงของเราเล็ก แด๊ดดี้นอนกับเราไม่ได้หรอกค่ะ”

“นอนเบียดๆ กันได้ค่ะแม่แก้ม...นะคะ แม่แก้มให้แด๊ดดี้นอนด้วยนะคะคืนนี้”

“น้องเดียร์ทำไมดื้อจังคะ”

“อย่าดุลูกเลย ผมแค่นอนกับลูก ผมไม่คิดอะไรกับคุณหรอกกันตา ผมไม่ชอบของเก่าๆ”

พูดทั้งๆ ที่ในใจลึกๆ นั้นไม่ได้คิดอย่างที่พูดเลยสักนิด เพราะมองสำรวจแม่ของลูกโดยละเอียดดีแล้ว หล่อนสวยกว่าเมื่อครั้งอดีต แถมยังน่าปรารถนากว่าเดิม สองเต้าที่ดุนดันบดเบียดกันซุกซ่อนในเสื้อยืดก็บอกชัดแล้วว่ามันใหญ่กว่าเมื่อก่อน เอวเล็กคอดก็ยังเล็กน่าจับรั้งโยกเร่าเหมือนเดิม สะโพกที่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วยิ่งน่าปรารถนาน่าขบเม้มเข้าไปใหญ่ โอว์...พระเจ้า เขาคิดกับหล่อนแบบนี้ได้ยังไงกัน

“คนบ้า!” หล่อนพูดเสียงเบา แต่คนที่หูดีกว่าคนทั่วไปกลับได้ยินชัดเจนจนต้องตอบกลับมา

“ผมไม่ได้บ้า ไปจัดห้องซะ ผมจะนอนกับลูกคืนนี้ ถ้าคุณไม่สะดวกนอนในห้องนี้ก็ได้ ผมจะนอนกับน้องเดียร์สองคน”

“น้องเดียร์ติด อะ...เอ่อ...” จะให้บอกยังไงดีว่าลูกสาวนั้นติดสองเต้าของเธอ แม้จะอายุเจ็ดขวบแล้ว แต่เวลานอนจะต้องได้จับหรือเล่นเต้าของหล่อนถึงจะหลับได้

“ติดอะไร อ้ำอึ้งอยู่ได้”

“ฉันไม่สะดวกจะบอก และถ้าคุณจะนอนที่นี่ก็ต้องนอนบนโซฟาตัวเล็กที่คุณนั่ง ถ้าไม่ได้ก็กลับบ้านของคุณไป”

“ผมบอกแล้วว่าจะนอนที่นี่กับลูก ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมต้องการสนิทกับลูกและต้องการให้ลูกรู้จักผมมากกว่านี้”

“คุณเนี่ยนะ ทำไม...ทำไมเอาแต่ใจ ไอ้มาเฟียบ้า”

หึหึ

“น้องเดียร์คะ พาแด๊ดดี้ไปดูรอบบ้านหน่อยได้ไหมคะ” เขาไม่พูดกับเธอ แต่หันมาพูดกับลูกสาวตัวน้อยแทน

“ได้ค่ะแด๊ดดี้” หนูน้อยกระโดดลงจากโซฟาตัวเล็กแล้วจูงมือของผู้เป็นพ่อเดินไปยังชั้นสองของบ้าน ส่วนกันตาได้แต่ส่ายหน้ามองตามและอิจฉาโดมินิกที่ตอนนี้ได้รับความสนใจจากกันติชามากกว่าตัวเอง

“ฉันจะทำยังไงกับคุณดี คุณโดมินิก” หล่อนพึมพำพร้อมลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัวเพื่อนำน้ำในตู้เย็นสองสามขวดออกไปข้างนอกไปให้จอแดนและคนอื่นๆ ที่ติดตามมาด้วย ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในบ้านแล้วขึ้นไปยังชั้นสองห้องนอนส่วนตัวของตัวเองและลูกสาว พอเข้ามาในห้องก็เห็นโดมินิกนอนอยู่บนเตียงโดยมีกันติชานอนหนุนแขนแกร่งเบียดอยู่ข้างๆ

“ลูกง่วงแล้ว คุณพาลูกไปอาบน้ำสิ เตียงก็ไม่ได้เล็กสักหน่อย นอนได้สามคนสบายด้วยซ้ำ” โดมินิกบอกเจ้าของห้องที่ยืนมองตัวเองอยู่ที่หน้าประตู

“แต่ฉันไม่ชินกับการที่มีคนอื่นมานอนร่วมเตียงเดียวกับเราสองคนแม่ลูก”

“คนอื่นเหรอ คุณลืมไปรึเปล่าว่าผมเป็นอะไรกับคุณ และต้องบอกอีกไหมว่าผมทำยังไง คุณถึงมีน้องเดียร์ อย่าเรื่องมากน่า พาลูกไปอาบน้ำแล้วมานอนกัน พรุ่งนี้เรามีเรื่องต้องจัดการเยอะ เรื่องโรงเรียนของลูก เรื่องใบเกิดของลูก ผมต้องการมีชื่อผมในนั้น และผมต้องการเปลี่ยนนามสกุลของลูกมาใช้นามสกุลของผมด้วย”

“จะมากไปแล้วนะคุณโดมินิก”

“ไม่มากไปหรอกกันตา มันคือสิ่งที่คุณต้องยอมรับว่าน้องเดียร์คือลูกของผม”

“คนบ้าอำนาจ”

“น้องเดียร์ไปอาบน้ำกับแม่นะคะ แด๊ดดี้จะนอนรอบนเตียง” มาเฟียหนุ่มไม่ตอบ แต่กลับหันมาพูดกับลูกสาวตัวน้อยแทน

“ได้ค่า แด๊ดดี้ขา น้องเดียร์อาบน้ำไม่นานจะมานอนด้วยนะคะ...จุ๊บ” พูดจบก็ยื่นจมูกน้อยๆ ไปจุ๊บแก้มสากรกเคราของผู้เป็นพ่อ ก่อนจะผละลงจากเตียงเดินไปหาผู้เป็นแม่ที่ยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าทางเข้าห้องนอน

มีอะไรไหมที่หล่อนจะนำมาต่อรองและชนะ แต่คิดแล้วก็ไม่มีสักอย่างจึงยอมพาลูกน้อยไปอาบน้ำแต่โดยดี และตัวเธอเองก็อาบน้ำเช่นกัน แต่ให้ตายสิ ด้วยความโกรธทำให้หล่อนลืมนำผ้าเช็ดตัวและชุดนอนของตัวเองเข้ามาด้วย จะมีก็แต่ของลูกสาวที่เตรียมเข้ามา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
8.9
กลิ่นชวาลอบวางแผนมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับวาดิมเพราะต้องการเพียงทายาทเพื่อหนีปัญหาครอบครัว แต่ความจริงกลับพลิกผันเมื่อพบว่าพ่อของลูกคือหัวหน้ามาเฟียค้าอาวุธผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย วาดิมมองว่าเด็กในครรภ์คือจุดอ่อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเขา จึงบีบบังคับให้เธอทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ท่ามกลางการเผชิญหน้าที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน กลิ่นชวาต้องใช้ความกล้าหาญเข้าสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมาเฟียใจเย็นที่ไร้ความเมตตาและพร้อมจะกำจัดทุกอย่างที่ขวางทางเขา
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
หน้าปกนวนิยาย ล่าหัวใจมาเฟีย
9.6
วินซ์ เอเมอร์ตัน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซียจมอยู่กับความแค้นหลังสูญเสียน้องชาย เขาจึงวางแผนทำลายศัตรูจนหมดตัวและบีบให้ ขวัญชีวา ซีร์ยานอฟ ต้องกลายเป็นสิ่งของขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้ วินซ์มองว่าเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่ไร้ค่าและพร้อมจะเขี่ยทิ้งทุกเมื่อ แม้ขวัญชีวาจะเกลียดชังความร้ายกาจของเขา แต่เธอกลับพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์จนยอมมอบกายถวายชีวิต ทว่าความเย็นชาของเขากลับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและพรหมจารีของเธอจนแหลกสลาย ทำให้เธอตระหนักว่าหัวใจของมาเฟียผู้นี้คือสิ่งต้องห้ามที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย Sign on love   เดิมพันรัก มาเฟียร้าย
9.0
มินตรา ดาราสาวพราวเสน่ห์ผู้ถูกตราหน้าว่าหยิ่งยโส ตัดสินใจใช้มารยาหญิงทุกวิถีทางเพื่อล่อลวง กรรฐ์ มาเฟียหนุ่มในคราบคุณหมอผู้เย็นชาให้ติดกับดักหัวใจ ท่ามกลางเกมความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นความในใจไว้ภายใต้ท่าทีเฉยเมย มินตราไม่เคยล่วงรู้เลยว่าชายหนุ่มที่เธอพยายามยั่วยวนนั้นได้ถลำลึกตกหลุมพรางรักของเธอไปนานแล้ว เดิมพันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบว่าใครจะเป็นฝ่ายเผยความลับก่อนกัน ในเมื่อความรักถูกใช้เป็นเครื่องมือพิชิตใจมาเฟียร้าย
หน้าปกนวนิยาย ยอดรักเทพบุตรมาเฟีย
9.7
โชคชะตาความรักของทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งฮ่องกง เมื่อคาสโนว่าตัวร้ายกลับต้องมาสิ้นลายเพราะเสน่ห์ของสาวน้อยไร้เดียงสาอย่างโยธกา เขาจึงตั้งมั่นที่จะครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียวตลอดกาล ท่ามกลางบรรยากาศอันเร่าร้อนในห้องลับ พี่หมิงพยายามปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น แม้เธอจะเอ่ยปากห้ามด้วยเสียงแผ่วเบา แต่สายตาอันหวานเยิ้มและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขากลับยิ่งตอกย้ำว่าเขาไม่มีวันปล่อยดอกไม้งามดอกนี้ให้หลุดมือไปได้เลย