
เก็บรักมาเฟีย
ตอน 3
โดมินิกเดินเข้ามาเห็นว่ากันตาจะเดินออกจากห้องนั่งเล่น เขาจึงถามหล่อน พอรู้ความว่าจะไปไหน เขาจึงบอกทางไปห้องครัวให้หญิงสาว ก่อนจะเดินไปนั่งเล่นกับลูกสาวตัวน้อย ยิ่งได้มองยิ่งได้พูดคุย โดมินิกก็เหมือนกับฝัน เพราะมันเหมือนฝันจริงๆ ที่คนอย่างเขาจะมีลูกสาวโตขนาดนี้แล้ว
“น้องเดียร์อายุเท่าไหร่แล้วครับ” โดมินิกถามลูกสาวตัวเอง
“เจ็ดขวบค่ะ แล้วลุงโดมล่ะคะ อายุกี่ขวบคะ” หนูน้อยถามกลับ
“สามสิบแปดครับ แล้วน้องเดียร์รู้รึยังครับว่าเราเป็นอะไรกัน แม่ของน้องเดียร์บอกรึยังครับ” เขาถามหยั่งเชิงดูก่อน
“อือ...ยังเลยค่ะ แต่น้องเดียร์ดีใจค่ะ แม่แก้มบอกว่าน้องเดียร์มีแด๊ดดี้เหมือนเพื่อนๆ บ้านหลังนี้ก็เป็นของแด๊ดดี้ค่ะ ลุงโดมดีใจกับหนูไหมคะ ที่น้องเดียร์จะมีแด๊ดดี้ แถมรวยด้วยค่ะ บ้านก็หลังใหญ่ด้วยค่า” หนูน้อยถือโอกาสพูดอวดทันที
“น้องเดียร์ดีใจ ลุงโดมก็ดีใจด้วยครับ ว่าแต่ทานขนมอะไรครับน่าทานเชียว” โดมินิกใจพองโตเมื่อรู้ว่าลูกสาวดีใจที่การมีตัวตนของเขามันทำให้หนูน้อยมีความสุข ทำไมนะ ทำไมเวลาช่างกลั่นแกล้งเหลือเกิน ทำไมไม่ทำให้เขารู้และเจอตั้งแต่แรกว่าเขาเป็นพ่อของหนูน้อย มารู้มาเจอก็ตอนที่หนูน้อยอายุเจ็ดขวบแล้ว เขาสูญเสียช่วงเวลาที่สำคัญตอนกันติชาหัดนั่ง หัดเดิน และหัดพูดไป เขารู้สึกอิจฉากันตาเหลือเกินเมื่อนึกถึงตรงนี้
“คุณลุงหน้าเศร้าทำไมคะ” หนูน้อยปล่อยขนมในมือแล้วจับแก้มสากของคนที่นั่งข้างๆ
“ลุงโดมไม่ได้เศร้าครับ ลุงโดมดีใจอยู่ครับ”
“ไม่เศร้านะคะ น้องเดียร์แบ่งโดนัทให้ค่ะ” ว่าแล้วก็หยิบโดนัทที่ตัวเองกัดกินไปแล้วหนึ่งคำส่งยื่นให้ชายหนุ่ม โดมินิกมองขนมในมือหนูน้อยด้วยความตื้นตันใจจนน้ำตานั้นอาบคลอดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลของตัวเอง
“ทำไมคะ หรือลุงโดมกลัวไม่อิ่มคะ งั้นน้องเดียร์เอาชิ้นใหม่ให้นะคะ” หนูน้อยก้มลงหยิบชิ้นใหม่ที่ยังไม่กัดกินส่งยื่นให้คนข้างๆ แล้วก็เห็นอีกฝ่ายน้ำตาไหลอาบสองแก้ม
“คุณลุงร้องไห้เหรอคะ น้องเดียร์เช็ดให้นะคะ ไม่ร้องนะ โอ๋...ไม่ร้องนะคะคนเก่ง” หนูน้อยเช็ดน้ำตาออกจากแก้มสากให้พร้อมกับลูบแก้มของอีกฝ่ายปลอบประโลม
“ขอบคุณนะครับนางฟ้าน้อยของลุงโดม” โดมินิกรวบร่างตุ้ยนุ้ยของเด็กน้อยเข้ามากอดแนบแน่น นี่ถือเป็นกอดแรกที่เขาได้กอดลูกน้อยเลยก็ว่าได้
“ลุงโดมเป็นอะไรไปคะ น้องเดียร์งงค่ะ” ถามทั้งๆ ที่กอดตอบคนตัวโต
“ขอลุงโดมกอดหน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะ” หนูน้อยยอมให้กอดโดยไม่ถามอะไรอีก และภาพของสองพ่อลูกที่กำลังกอดกันแน่นตอนนี้ทำให้คนที่เดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือสองแก้วยืนนิ่งมอง แล้วหล่อนก็ต้องเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้าเมื่อน้ำตาเจ้ากรรมจะไหลออกมาอีกแล้ว
“ขอบคุณนะครับที่ให้ลุงโดมกอด” มาเฟียหนุ่มผู้มีจิตใจแข็งกร้าวผละห่างจากหนูน้อยพร้อมกับมองไปยังหน้าทางเข้าห้องนั่งเล่นแล้วยกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาตัวเองออกแล้วเอ่ยขึ้น
“มานานรึยังกันตา”
“เพิ่งมาค่ะ”
“เข้ามาสิ ไปกันเถอะ ฉันพร้อมแล้ว ไปบ้านของเธอและน้องเดียร์กัน” เขาลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงลำลองขาสามส่วนของตัวเองเดินสวนทางหล่อนออกไป ส่วนกันตาได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขา ก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกพร้อมส่งน้ำที่นำมาด้วยให้ลูกดื่ม
“ดื่มน้ำก่อนค่ะน้องเดียร์ เราจะกลับบ้านกันค่ะ”
“แล้วแด๊ดดี้ล่ะคะ”
“เดี๋ยวแม่จะบอกนะคะ ตอนนี้กลับบ้านเราก่อน ไม่ดื้อนะคะน้องเดียร์”
“ค่า น้องเดียร์ไม่ดื้อกับแม่แก้ม แต่เมื่อกี้แม่แก้มคะ ลุงโดมเหมือนร้องไห้ด้วยค่ะ”
“อือ...เหรอคะ ดื่มน้ำแล้วรีบไปกันเถอะ ลุงโดมจะไปกับเราด้วย”
“จริงเหรอคะ”
“จริงค่ะคนเก่ง”
หนูน้อยดื่มน้ำที่แม่นำมาให้แล้วช่วยแม่เก็บขนมลงไปในกล่องให้เรียบร้อย ก่อนจะนำกลับไปเก็บไว้ในถุงเหมือนเดิมแล้วลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัวเพื่อนำแก้วน้ำไปเก็บ ก่อนจะเดินออกไปนอกบ้าน ไปยังรถยนต์คันหรูที่ติดเครื่องยนต์จอดรอท่าอยู่
ก่อนจะกลับถึงบ้าน มาเฟียหนุ่มพาสองแม่ลูกแวะทานข้าวระหว่างทางก่อน พอมาถึงบ้านหลังเล็กที่รถตัวเองมาจอดอยู่หน้าบ้าน เขาไม่อยากเชื่อว่าที่นี้เรียกว่าบ้าน และลูกสาวของเขากับกันตาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เมื่อเดินเข้ามาในบ้านหลังเล็กที่ประตูบ้านนั้นเล็กแคบ ถ้าเขาไม่ก้มลงตอนเดินเข้ามามีหวังหัวได้ชนขอบประตูข้างบนแน่ แต่พอเข้ามาในบ้านก็มองสำรวจรอบๆ บ้านที่จัดสรรตกแต่งลงตัวเหมาะกับสองแม่ลูก แต่ให้ตายเถอะ หลังเล็กเท่ารูหนู อยู่กันไปได้ยังไง แล้วโซฟาตัวเล็กลายดอกไม้นั่นอีก เขานั่งคนเดียวก็เต็มแล้ว
“อย่าบอกนะว่าเธอกับลูกฉันอยู่บ้านเล็กเท่ารูหนูนี้” เขาเดินไปนั่งที่โซฟาโดยที่เจ้าของบ้านยังไม่ทันได้อนุญาตเลยสักคำ
“มันไม่สำคัญหรอกว่าหลังเล็กหลังใหญ่ มันสำคัญที่ใจและความอบอุ่นและช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมากกว่าค่ะ” หล่อนตอบเขาแล้วเดินไปยังห้องครัวขนาดเล็กนำน้ำมาให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างโดมินิก
“บ้านลุงโดมหลังใหญ่เหรอคะ” หนูน้อยกันติชามานั่งข้างๆ ชายหนุ่มที่เหลือที่นั่งแค่นิดเดียวพร้อมถาม
“หลังใหญ่มากเลยครับ น้องเดียร์อยากไปอยู่กับลุงไหมครับ” เขาถาม
“แม่แก้มอยู่ไหน น้องเดียร์อยู่นั่นค่ะ” หนูน้อยตอบอย่างไม่คิดนาน
“น้ำค่ะ” เธอส่งน้ำให้เขาพร้อมเดินไปดึงลากเก้าอี้ตัวเล็กที่โต๊ะทานข้าวขนาดเล็กมานั่ง
“ขอบคุณ เธอจะบอกน้องเดียร์ตอนไหน”
“ฉัน...”
“ฉันไม่อยากรอนาน ฉันอยากให้น้องเดียร์รู้ว่าฉันเป็นใคร” โดมินิกพูดตัดประโยคของกันตาทันที เมื่อเห็นหล่อนอ้ำอึ้ง
“ฉันจะบอกลูกคืนนี้”
“ตอนนี้ เพราะฉันต้องการนอนกับลูก” โดมินิกสั่ง
“อย่าเพิ่งเร่งได้ไหม ฉันต้องการเวลา”
“แต่ฉันรอไม่ได้แล้ว ฉันอยากให้ลูกเรียกฉันแด๊ดดี้”
“ฉัน...”
“ตอนนี้ บอกลูกตอนนี้กันตา” เขาสั่งเสียงเข้ม
“พูดอะไรกันคะ น้องเดียร์ไม่เข้าใจ” หนูน้อยมองผู้ใหญ่ทั้งสองที่กำลังถกเถียงกันไปมาด้วยความมึนงงกับสถานการณ์ตอนนี้
“บอกลูกสิ บอกตอนที่ผมนั่งอยู่ด้วยสิ” โดมินิกเอ่ยกดดันอีกครั้ง
“ได้ ฉันจะบอกลูก” เธอตอบเขาสั้นๆ แล้วมองหน้าลูกสาวสลับกับหน้าของพ่อของลูกไปมา ก่อนจะสูดลมหายใจแรงๆ แล้วพูดออกมา
“น้องเดียร์คะ อยากรู้รึยังคะว่าใครคือแด๊ดดี้ของลูก”
“อยากรู้ค่ะ น้องเดียร์อยากรู้จักแด๊ดดี้ อยากเห็น และอยากถามว่าไปอยู่บนฟ้าสบายไหม” หนูน้อยตอบใสซื่อ และคำใสซื่อของหนูน้อยนั้นทำให้โดมินิกถึงกับกัดกรามแน่น อย่าบอกนะ ที่ผ่านมาหล่อนบอกลูกว่าเขาตายไปแล้ว กันตา...เธอมันเห็นแก่ตัวไม่ต่างจากเขานักหรอก
“น้องเดียร์มองหน้าลุงโดมสิลูก ไม่สิ แด๊ดดี้โดมสิลูก ตอนนี้แด๊ดดี้กลับมาแล้วนะคะ คนที่นั่งข้างๆ หนูคือแด๊ดดี้ที่หนูอยากเจอไงคะ”
สุดท้ายเธอก็บอกสิ่งที่ไม่อยากบอกจนได้ พอได้ยินแบบนั้น เด็กหญิงกันติชาก็แหงนหน้าจ้องมองหน้าหล่อของคนนั่งข้างๆ ทันที แล้วก็ลุกขึ้นยืนบนโซฟาตัวเล็กพร้อมจับไหล่หนารั้งร่างอ้วนตัวเองไว้ไม่ให้ตกไปพร้อมกับเคลื่อนมาจับสองแก้มสากของคนตัวโตที่จ้องมองตัวเองเหมือนกัน
“ดะ...แด๊ดดี้ของน้องเดียร์จริงๆ เหรอคะ”
“ครับ แด๊ดดี้เอง ต่อไปนี้เราจะไม่แยกจากกันอีกแล้ว แด๊ดดี้จะอยู่กับน้องเดียร์ตลอดไปครับ” มือใหญ่หยาบกร้านของมาเฟียหนุ่มยกขึ้นมากุมมือเล็กทั้งสองข้างที่กุมแก้มตัวเองแล้วนำมาจูบแผ่วเบา
“แด๊ดดี้ ลุงโดมเป็นแด๊ดดี้ของน้องเดียร์จริงเหรอคะแม่แก้ม” หนูน้อยหันมาถามคนเป็นแม่อีกครั้ง
“จริงจ้ะ เขาเป็นแด๊ดดี้ที่อยู่บนฟ้าของน้องเดียร์ ต่อไปเรียกแด๊ดดี้นะคะ ไม่เรียกลุงแล้ว”
“น้องเดียร์คิดถึง...คิดถึงแด๊ดดี้มาตลอด น้องเดียร์อิจฉาเพื่อนที่โรงเรียนเวลาที่แด๊ดดี้ของพวกเขามารับกลับบ้าน” หนูน้อยบอกทั้งน้ำตาแล้วก้มหน้าไปซุกกับไหล่กว้างของคนเป็นพ่อและโดมินิกก็กอดรัดร่างอ้วนกลมแน่นเช่นกัน
“แด๊ดดี้ขอโทษนะครับที่ทำให้น้องเดียร์มีปม ต่อไปนี้แด๊ดดี้สัญญาจะอยู่กับน้องเดียร์ จะไม่ปล่อยให้น้องเดียร์อยู่กับแม่สองคนอีกแล้วครับ”
“สัญญานะคะ”
“สัญญาลูกผู้ชายครับ”
เขาผละออกมายกนิ้วก้อยรอให้ลูกน้อยมาเกี่ยวก้อยด้วย และหนูน้อยก็เข้าใจความหมายรีบยื่นนิ้วก้อยสั้นๆ กลมๆ ตัวเองออกมาเกี่ยวก้อยสัญญากับผู้เป็นพ่อทันที ภาพตรงหน้าทำให้กันตาถึงกับร้องไห้ออกมา แต่ก็พยายามกลืนเสียงสะอื้นไว้ไม่ให้ดังออกมาให้ลูกน้อยได้ยิน
“คืนนี้แด๊ดดี้จะอยู่กับน้องเดียร์ใช่ไหมคะ น้องเดียร์อยากนอนกับแด๊ดดี้และแม่แก้ม อยากนอนพร้อมกันสามคนเหมือนในการ์ตูนที่น้องเดียร์เคยดู ได้ไหมคะแด๊ดดี้” หนูน้อยเอ่ยบอกสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากที่สุดในตอนนี้
“ได้สิครับ” เขาตอบตกลงโดยไม่คิดนาน
ส่วนคนเป็นแม่นั้นถึงกับสะอึกกับความคิดที่ฉลาดเกินวัยของลูกสาวจนต้องกลืนเสียงสะอื้นแล้วเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมารอบดวงตาออกแล้วปฏิเสธ
“ไม่ได้นะคะน้องเดียร์ ห้องของเราเล็ก เตียงของเราเล็ก แด๊ดดี้นอนกับเราไม่ได้หรอกค่ะ”
“นอนเบียดๆ กันได้ค่ะแม่แก้ม...นะคะ แม่แก้มให้แด๊ดดี้นอนด้วยนะคะคืนนี้”
“น้องเดียร์ทำไมดื้อจังคะ”
“อย่าดุลูกเลย ผมแค่นอนกับลูก ผมไม่คิดอะไรกับคุณหรอกกันตา ผมไม่ชอบของเก่าๆ”
พูดทั้งๆ ที่ในใจลึกๆ นั้นไม่ได้คิดอย่างที่พูดเลยสักนิด เพราะมองสำรวจแม่ของลูกโดยละเอียดดีแล้ว หล่อนสวยกว่าเมื่อครั้งอดีต แถมยังน่าปรารถนากว่าเดิม สองเต้าที่ดุนดันบดเบียดกันซุกซ่อนในเสื้อยืดก็บอกชัดแล้วว่ามันใหญ่กว่าเมื่อก่อน เอวเล็กคอดก็ยังเล็กน่าจับรั้งโยกเร่าเหมือนเดิม สะโพกที่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วยิ่งน่าปรารถนาน่าขบเม้มเข้าไปใหญ่ โอว์...พระเจ้า เขาคิดกับหล่อนแบบนี้ได้ยังไงกัน
“คนบ้า!” หล่อนพูดเสียงเบา แต่คนที่หูดีกว่าคนทั่วไปกลับได้ยินชัดเจนจนต้องตอบกลับมา
“ผมไม่ได้บ้า ไปจัดห้องซะ ผมจะนอนกับลูกคืนนี้ ถ้าคุณไม่สะดวกนอนในห้องนี้ก็ได้ ผมจะนอนกับน้องเดียร์สองคน”
“น้องเดียร์ติด อะ...เอ่อ...” จะให้บอกยังไงดีว่าลูกสาวนั้นติดสองเต้าของเธอ แม้จะอายุเจ็ดขวบแล้ว แต่เวลานอนจะต้องได้จับหรือเล่นเต้าของหล่อนถึงจะหลับได้
“ติดอะไร อ้ำอึ้งอยู่ได้”
“ฉันไม่สะดวกจะบอก และถ้าคุณจะนอนที่นี่ก็ต้องนอนบนโซฟาตัวเล็กที่คุณนั่ง ถ้าไม่ได้ก็กลับบ้านของคุณไป”
“ผมบอกแล้วว่าจะนอนที่นี่กับลูก ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมต้องการสนิทกับลูกและต้องการให้ลูกรู้จักผมมากกว่านี้”
“คุณเนี่ยนะ ทำไม...ทำไมเอาแต่ใจ ไอ้มาเฟียบ้า”
หึหึ
“น้องเดียร์คะ พาแด๊ดดี้ไปดูรอบบ้านหน่อยได้ไหมคะ” เขาไม่พูดกับเธอ แต่หันมาพูดกับลูกสาวตัวน้อยแทน
“ได้ค่ะแด๊ดดี้” หนูน้อยกระโดดลงจากโซฟาตัวเล็กแล้วจูงมือของผู้เป็นพ่อเดินไปยังชั้นสองของบ้าน ส่วนกันตาได้แต่ส่ายหน้ามองตามและอิจฉาโดมินิกที่ตอนนี้ได้รับความสนใจจากกันติชามากกว่าตัวเอง
“ฉันจะทำยังไงกับคุณดี คุณโดมินิก” หล่อนพึมพำพร้อมลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัวเพื่อนำน้ำในตู้เย็นสองสามขวดออกไปข้างนอกไปให้จอแดนและคนอื่นๆ ที่ติดตามมาด้วย ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในบ้านแล้วขึ้นไปยังชั้นสองห้องนอนส่วนตัวของตัวเองและลูกสาว พอเข้ามาในห้องก็เห็นโดมินิกนอนอยู่บนเตียงโดยมีกันติชานอนหนุนแขนแกร่งเบียดอยู่ข้างๆ
“ลูกง่วงแล้ว คุณพาลูกไปอาบน้ำสิ เตียงก็ไม่ได้เล็กสักหน่อย นอนได้สามคนสบายด้วยซ้ำ” โดมินิกบอกเจ้าของห้องที่ยืนมองตัวเองอยู่ที่หน้าประตู
“แต่ฉันไม่ชินกับการที่มีคนอื่นมานอนร่วมเตียงเดียวกับเราสองคนแม่ลูก”
“คนอื่นเหรอ คุณลืมไปรึเปล่าว่าผมเป็นอะไรกับคุณ และต้องบอกอีกไหมว่าผมทำยังไง คุณถึงมีน้องเดียร์ อย่าเรื่องมากน่า พาลูกไปอาบน้ำแล้วมานอนกัน พรุ่งนี้เรามีเรื่องต้องจัดการเยอะ เรื่องโรงเรียนของลูก เรื่องใบเกิดของลูก ผมต้องการมีชื่อผมในนั้น และผมต้องการเปลี่ยนนามสกุลของลูกมาใช้นามสกุลของผมด้วย”
“จะมากไปแล้วนะคุณโดมินิก”
“ไม่มากไปหรอกกันตา มันคือสิ่งที่คุณต้องยอมรับว่าน้องเดียร์คือลูกของผม”
“คนบ้าอำนาจ”
“น้องเดียร์ไปอาบน้ำกับแม่นะคะ แด๊ดดี้จะนอนรอบนเตียง” มาเฟียหนุ่มไม่ตอบ แต่กลับหันมาพูดกับลูกสาวตัวน้อยแทน
“ได้ค่า แด๊ดดี้ขา น้องเดียร์อาบน้ำไม่นานจะมานอนด้วยนะคะ...จุ๊บ” พูดจบก็ยื่นจมูกน้อยๆ ไปจุ๊บแก้มสากรกเคราของผู้เป็นพ่อ ก่อนจะผละลงจากเตียงเดินไปหาผู้เป็นแม่ที่ยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าทางเข้าห้องนอน
มีอะไรไหมที่หล่อนจะนำมาต่อรองและชนะ แต่คิดแล้วก็ไม่มีสักอย่างจึงยอมพาลูกน้อยไปอาบน้ำแต่โดยดี และตัวเธอเองก็อาบน้ำเช่นกัน แต่ให้ตายสิ ด้วยความโกรธทำให้หล่อนลืมนำผ้าเช็ดตัวและชุดนอนของตัวเองเข้ามาด้วย จะมีก็แต่ของลูกสาวที่เตรียมเข้ามา
คุณอาจจะชอบ





