ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้สุดที่ร้าย

แด๊ดดี้สุดที่ร้าย

เมื่อน้องข้าวสาวน้อยวัยสิบแปดปีปฏิเสธที่จะเลิกนั่งตักคุณอาสุดที่รัก แม้เขาจะพยายามปรามว่าโตเกินกว่าจะทำเช่นนี้และเกรงว่าจะดูไม่เหมาะสม แต่เธอก็ยังดื้อรั้นแถมยังพาลใส่ลิลลี่นางแบบสาวคนสนิทของเขาด้วยความหึงหวง เมื่อถูกดุด่าว่านิสัยไม่ดีจนต้องบีบน้ำตา เธอจึงขู่ว่าจะหนีไปนั่งตักชายอื่นแทน ทำเอาคุณอาที่เคยเข้มงวดถึงกับฟิวส์ขาดและเค้นถามด้วยความหวงก้างทันทีว่าผู้ชายคนนั้นคือใครกันแน่ บททดสอบความสัมพันธ์กึ่งหลานกึ่งคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อน
ตอน
แชร์

ตอน 3

ขวัญข้าว....

ฉันมองดูเวลาข้อมือที่ตอนนี้มันเลยเวลาที่แด๊ดดี้ต้องมารับฉันเกือบชั่วโมงแล้วคือมันนานผิดปกติเพราะทุกครั้งที่แด๊ดดี้มารับแด๊ดดี้จะมาก่อนเวลาเสมอหรือว่าเขาลืมว่าวันนี้ต้องมารับฉัน แต่เมื่อเช้าคุณย่าก็โทรไปบอกเขาแล้วนี่นาว่าให้มารับฉันน่ะ ฉันก็เลยตัดสินใจโทรหาโทรอยู่หลายสายแต่แด๊ดดี้ไม่รับโทรศัพท์ฉันคิดในแง่ดีว่าเขาอาจจะกำลังขับรถอยู่ก็เลยไม่อยากรับโทรศัพท์ ฉันก็เลยทำได้แค่นั่งรอต่อไป

"ข้าวทำไมยังนั่งอยู่นี่ที่บ้านยังไม่มารับเหรอ"

"ถ้ามารับแล้วจะเห็นฉันนั่งอยู่ตรงนี้ไหมล่ะ ว่าแต่นายเหอะกลับไปแล้วไม่ใช่เหรอแล้วกลับมาทำไมหรือว่ามารับสาวๆ" ฉันถามพร้อมกับแซวกราฟเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวและคนของฉัน ฉันกับกราฟเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กกราฟน่ะเป็นลูกชายลุงเป้เพื่อนสนิทของพ่อฉันเองค่ะ อยากจะบอกว่ากราฟอ่ะหน้าตามันดีแล้วก็หล่อมากด้วยนะมันหล่อมาตั้งแต่เด็กเลยอ่ะสาวๆนี่กรี๊ดกร๊าดมันหนักมากตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วยิ่งตอนนี้พอเข้ามหาลัยแล้วได้ตำแหน่งเดือนคณะวิศวะสาวๆยิ่งกรี๊ดหนักเข้าไปอีกแต่มันก็ไม่ได้สนใจใครเลยนะต่อให้ผู้หญิงคนนั้นจะสวยจะน่ารักมากแค่ไหนก็ตามมันก็ไม่สนใจ ถ้าฉันไม่รู้จักมันมาตั้งแต่เด็กฉันคงคิดว่ามันไม่ชอบผู้หญิงแต่มันเคยบอกฉันนานแล้วนะว่ามันน่ะแอบชอบผู้หญิงคนนึงอยู่แต่มันไม่กล้าไปสารภาพรักพอฉันถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมันก็ไม่ยอมบอกมันบอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะบอกจนตอนนี้ฉันเลิกถามมันแล้วล่ะเพราะถ้ามไปก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดี

"รับสงรับสาวอะไรไม่มีหรอก พอดีว่าฉันลืมส่งงานอาจารย์แล้ววันนี้วันสุดท้ายด้วยก็เลยวนรถกลับมาส่ง"

"อ่อ" ฉันพยักหน้าเข้าใจก่อนจะมองไปหน้าตึกมองว่าเมื่อไหร่แด๊ดดี้จะมาสักที

"เดี๋ยวฉันนั่งเป็นเพื่อนละกัน"

"นายไม่มีธุระที่ไหนเหรอถึงมีเวลามานั่งเป็นเพื่อน"

"มีแต่ขี้เกียจไป"

"อย่างงี้ก็ได้เหรอมีธุระแต่ขี้เกียจไป"

"อืม ถ้าเธอรู้ว่าธุระของฉันคืออะไรเธอก็จะเข้าใจว่าทำไมฉันถึงขี้เกียจไป"

"นี่อย่าบอกนะว่าลุงเป้บังคับให้นายไปกินข้าวกับน้องเกี้ยมอื๋อีกแล้ว"

"อืมดิ แม่งโคตรเซ็งเลยไม่รู้จะอะไรนักหนารู้ทั้งรู้ว่าฉันกับยัยเด็กนั่นไม่ค่อยลงรอยกันก็ยังมาบังคับให้ไปกินข้าวด้วยกันอีก เห้ออ" ฉันมองหน้ากราฟอย่างเห็นใจ

"ลุงเป้คงอยากจับคู่ให้นายกับน้องเกี้ยมอี๋ได้ลงเอยกันมั้ง"

"นี่มันยุคไหนแล้วจะมาจับค่งจับคู่อะไร คอยดูนะถ้าฉันเรียนจบมะไหร่จะหนีไปเรียนต่อแล้วไม่กลับมาที่นี่อีกเลย"

"ใจเย็นๆดิกราฟ" ทุกคนคงสงสัยว่าน้องเกี้ยมอี๋เป็นใครเธอเป็นลูกสาวสุดรักสุดหวงของลุงต๋องเพื่อนสนิทอีกคนของพ่อกับลุงเป้ค่ะ

"เธอก็พูดได้สิเธอไม่ได้ถูกลุงครามจับคู่ให้นี่"

"ลองมาจับคู่ดูสิฉันจะอาละวาดให้บ้านแตกเลยนายก็รู้ว่าฉันมีคนที่รักอยู่แล้วแล้วก็รักมากด้วย"

"หึไม่บอกก็รู้ แม่คนคนรักเดียวใจเดียว" ฉันถูกกราฟแซวซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก อยากจะบอกว่ามีแค่กราฟคนเดียวที่รู้เรื่องที่ฉันรักแด๊ดดี้เพราะคนอื่นหรือคนในครอบครัวฉันไม่กล้าบอกเพราะฉันคิดว่าทุกคนคงไม่เห็นด้วย

"แน่นอนสิ เอ๊ะ นั่นแด๊ดดี้มาแล้ว กราฟฉันไปก่อนนะไว้เจอกันวันจันทร์นะ บาย" ขณะที่คุยกันรถหรูคันสีดำที่สุดแสนจะคุ้นตาแล่นเข้ามาจอดที่หน้าดึกฉันรีบคว้ากระเป๋าหนังสือแล้ววิ่งด้วยความดีใจ แต่พอฉันจะเปิดประตูรถกระจกก็ถูกเลื่อนลงทำให้เห็นว่าในรถที่ควรมีแค่แด๊ดดี้คนเดียวแต่มันไม่ใช่มันไม่ได้มีแค่แด๊ดดี้แต่มียัยลิลลี่นางแบบอกดินระเบิดที่ดังและมีชื่อเสียงมากที่สุดในขณะนี้นั่งมาด้วยแถมยังนั่งหน้าคู่แด๊ดดี้อีกซึ่งตรงนั้นมันคือที่ประจำของฉันยัยนี่มีสิทธิ์อะไรมานั่ง พอยัยนั่นเลื่อนกระจกลงจนสุดนางก็ส่งรอยยิ้มหวานๆให้ฉันแต่ทำไมฉันจะดูไม่ออกว่ารอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่มันคือรอยยิ้มของคนที่คิดว่าตัวเองชนะ ฉันละสายตาจากยัยซิลีโคนนี่แล้วมองหน้าแด๊ดดี้ที่นั่งทำหน้าไร้อารมณ์ไม่ยอมหันมามองฉันหรืออธิบายอะไรเลยว่ายัยนี่ทำไมถึงมาด้วย ในเมื่อไม่พูดไม่อะไรก็ไม่เป็นไรฉันจะไม่กลับด้วยก็ได้ถ้ามียัยนี่นั่งรถมาด้วยแบบนี้ ฉันหันหลังกลับทันทีแล้วรีบวิ่งไปหากราฟที่โชคดีที่เขายังนั่งอยู่ที่เดิม

"กราฟนายไปส่งฉันที่บ้านทีสิ" ฉันจับแขนกราฟแล้วเขย่าเบาๆ

"อ่าวแล้วเธอไม่กลับกับ..." กราฟถามฉันแต่สายตามองไปทางด้านหลังเขาคงสงสัยว่าทำไมฉันถึงขอกลับกับเขาทั้งที่แด๊ดดี้มารับแล้ว

"อย่าถามเยอะ จะไปส่งไม่ไปส่ง"

"ส่งแต่แน่ใจนะว่าจะกลับกับฉัน"

"แน่ใจดิ ไปเร็ว"

"แต่แด๊ดดี้เธอลงจากรถมาโน่นแล้วนะ" ฉันรีบหันหลังกลับไปมองก็เห็นแด๊ดดี้กำลังเดินตรงมาหาฉันสายตาของแด๊ดดี้ไม่ได้มองหน้าฉันแต่มองที่มือของฉันที่ตอนนี้กำลังยืนจับแขนกราฟอยู่แต่ถามว่าฉันปล่อยแขนกราฟไหมบอกเลยว่าไม่ ฉันทำเป็นไม่สนใจสะบัดหน้ากลับมาก่อนจะลากแขนกราฟไปที่รถของเขาแต่...

"จะไปไหนขวัญข้าว"

"ไปไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาเฟยคะ" ทุกครั้งที่ฉันโกรธหรืองอนฉันจะไม่เรียกเขาว่าแด๊ดดี้ฉันจะเรียกว่าอาเฟยแทนซึ่งเขารู้ว่าถ้าฉันเรียกเขาแบบนี้นั่นก็แปลว่าฉันกำลังโกรธอยู่

"ขวัญข้าว!!!"

"อาอย่ามาทำเสียงแบบนี้ใส่ข้าวนะข้าวไม่ชอบ"

"แล้วที่เราทำนิสัยแบบนี้ล่ะคิดว่าอาชอบหรือไง"

"ทำอะไรคะข้าวยังไม่ได้ทำอะไรเลย"

"อาไม่อยากทะเลาะกับเรานะ กลับบ้านเดี๋ยวอาจะไปส่ง"

"ไม่กลับถ้ามียัยนั่นนั่งรถไปด้วยยังไงข้าวก็ไม่กลับถ้าอาเฟยอยากให้ข้าวกลับด้วยอาเฟยก็ต้องให้แม่นั่นลงไปจากรถไม่อย่างนั้นข้าวก็จะกลับกับกราฟ"

"อย่ามาทำตัวเป็นเด็กๆ ลิลลี่รถเค้าเสียเค้าก็แค่ขอให้อาไปส่งที่คอนโดอาเห็นว่าเป็นทางผ่านพอดีก็เลย.."

"ก็เลยมีน้ำใจไปส่ง งั้นอาเฟยก็ไปส่งยัยนั่นเถอะค่ะ ไปส่งถึงห้องนอนเลยนะคะถึงบนเตียงเลยยิ่งดี"

"ขวัญข้าว!!!"

"ป่ะกราฟไปส่งข้าวที่บ้านหน่อย เอแต่ข้าวว่าข้าวยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้อ่ะ ข้าวขอไปนอนเล่นคอนโดกราฟได้ไหมไปเล่นเกมส์กัน ค่ำๆค่อยกลับแต่ถ้ากลับไม่ไหวก็นอนค้างที่คอนโดกราฟเลยก็แล้วกันพรุ่งนี้ไม่มีเรียนด้วย เดี๋ยวข้าวโทรบอกคุณปู่กับคุณย่าก่อนนะเดี๋ยวท่านจะเป็นห่วง"

แสบจริงๆน้องข้าวลูกอิสงครามเนี้ย เหนื่อยแทนแด๊ดดี้เลย5555

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย ดอกไม้ที่ปลายฝน
8.1
กวินทร์ยึดถือในสายเลือดและไม่เคยคิดล่วงเกินผู้หญิงของญาติผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อเขามั่นใจว่านลินีไม่มีพันธะกับใคร เธอจึงไม่ใช่คนต้องห้ามสำหรับเขาอีกต่อไป ท่ามกลางความขัดแย้งในครอบครัว นลินีพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง แต่กวินทร์กลับประกาศกร้าวต่อหน้าพ่อของเธอว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วที่เขาใหญ่ พร้อมยืนยันด้วยความรักว่าจะขอรับผิดชอบทุกอย่าง แม้หญิงสาวจะพยายามส่งสัญญาณห้ามปรามเพียงใด เขาก็ยังเดินหน้าผูกมัดเธอไว้ด้วยความบ้าบิ่น
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรัก..ประธานขา
8.5
เมื่อนางเอกถูกดูหมิ่นเรื่องรูปลักษณ์จากหญิงสาวที่พึ่งพาเพียงศัลยกรรม เธอจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าความงามที่แท้จริงคืออะไร ทว่าความขัดแย้งในใจกลับทวีคูณเมื่อเธอเข้าใจผิดว่าถูกพระเอกล่วงเกินทางเพศ ความอัปยศและความเสียใจทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติพันธะสัญญาทั้งหมดที่มีต่อเขา เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและการเผชิญหน้าท่ามกลางโลกของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
หน้าปกนวนิยาย รักสุดเฮี้ยบ ผู้จัดการจัดให้!
9.0
ไลเกอร์ อดีตสมาชิกวง Animalz ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจร้อนจนทำให้วงแตก ยังคงเดินหน้าสร้างวีรกรรมฉาวในฐานะศิลปินเดี่ยวชื่อ ลีแทจิน จนไม่มีผู้จัดการคนไหนกล้ารับมือ บริษัทจึงส่ง นัชฌาน ผู้จัดการหนุ่มจอมเฮี้ยบมาดัดนิสัย แม้ภายนอกนัชฌานจะดูเหมือนเด็กมัธยม แต่เขาต้องเผชิญกับปัญหาสารพัดที่ไลเกอร์ก่อขึ้นไม่เว้นวัน งานนี้ผู้จัดการหน้าอ่อนจึงต้องงัดไม้แข็งมาปราบพยศเสือหนุ่มสุดฮอตให้กลายเป็นแมวที่เชื่องที่สุดให้ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิด
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนรักอสูรร้าย (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม3)
8.7
“ฮืออ คุณมันผู้ชายสารเลว หนูเกลียดและขยะแขยงคุณที่สุด!” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อรู้สึกถึงรอยสัมผัสน่าขยะแขยงของเสี่ยไพรัตน์ มือที่จับปลายผ้าห่มก็ถูเช็ดไปตามผิวขาวผ่องจนแดงเถือก ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยทำให้คนที่ยืนเท้าสะเอวเป็นเด็กแรกเกิดอยู่ตรงปลายเตียงนั้นตื่นจากความฝันที่เป็นจริง สิงขรหน้าแดงก่ำโกรธเด็กน้อยที่บังอาจเช็ดรอยสำผัสที่เขาทำไว้บนตัวเธอ ร่างโตจึงรีบก้าวขึ้นเตียงคลานตามไป มือใหญ่คว้าหมับกำกระชับแน่นที่ข้อเท้าน้อย พร้อมออกแรงกระชากดึงให้คนตัวเบาเข้ามาปะทะแผ่นอก “กรี๊ดดด! ไอ้คนชั่ว! คนเลว ! ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ!” ถึงจะเจ็บระบมไปทุกตารางนิ้วบนร่างกาย ดาวเรืองก็ไม่ต้องการให้เขาแตะต้อง แม้จะมีแรงเพียงน้อยนิด แต่ก็ปกป้องตัวเองโดยการใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบตีคนใจโฉดอย่างบ้าคลั่ง “ปากดี ด่าเก่งนักนะ อย่างนี้มันต้องโดนอีกสักสามสี่รอบ หรือว่าจะทั้งคืนเลยดีไหม?” สิงขรอุ้มเด็กน้อยให้เข้ามานั่งอยู่บนตัก ซึ่งทำให้ดวงหน้าของคนทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาสอดเข้าท้ายทอยฉุดเบาๆ ให้ดวงหน้างามแหงนขึ้นเพื่อรองรับคำขู่จากปากหยักที่บดขยี้กลีบปากบวมเจ่อ และเมื่อได้ชิมความหอมหวานในโพรงปากนุ่มพอใจแล้ว เขาก็ตวัดอุ้มร่างน้อยขึ้นพาดบ่า ฝ่ามือใหญ่กางออกแล้วฟาดลงบนสะโพกกลมงอนเสียงดังเผียะๆ พร้อมทั้งก้าวลงเตียงเดินดุ่มๆ พาหญิงสาวเข้าห้องน้ำ “ปล่อยหนูนะ โอ๊ยย! ไอ้ลุงแก่ชอบรังแกเด็ก! ฮืออ” เสียงใสครางปนเสียงสะอื้นเมื่อถูกปล่อยให้เท้าแตะพื้น ขาเรียวสวยสั่นระริกไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองจึงทรุดลงไปนั่งบนพื้นห้องน้ำ “ก็ไอ้ลุงแก่คนนี้ไม่ไช่เหรอที่ทำให้เธอพ้นจากไอ้แก่พุงโย้ตัณหากลับนั้น” สิงขรไม่ชอบใจเป็นอย่างมากที่หญิงสาวมักเรียกเขาว่าลุง ดวงตาสีนิลเริ่มแดงก่ำจ้องมองหญิงสาวที่กำลังคลานหนีไปนั่งขดตัวเป็นกิ้งกืออยู่ข้างชักโครก “คุณก็ไม่ต่างอะไรกับเสี่ยไพรัตน์เลยสักนิดที่ชอบล่อลวงเด็กสาวพาไปทำมิดีมิร้ายเหมือนกัน” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อนึกถึงภาพของไอ้เสี่ยแก่รุ่นตาพุงก็โย้ น่าเกลียดที่สุด ไอ้ตาแก่นั่นกำลังย่ำยีเธอ แต่แปรเปลี่ยนเป็นภาพของสิงขรที่เป็นคนทำร้ายพรากความบริสุทธิ์ไปโดยที่ไม่ได้ยินยอมสักนิด หญิงสาวนั่งกอดเข่าใบหน้าเขลอะน้ำตาก็แนบชิดมือของตัวเองที่วางอยู่บนหัวเข่า เรียวปากบวมเจ่อก็กระซิบเสียงแผ่วเบาหวังให้ได้ยินเพียงคนเดียว “ยัยเด็กบ้าเอ๊ย! เธอกล้าเปรียบฉันเป็นไอ้เฒ่าไพรัตน์หัวงูนั่นได้ไงฮะ? แล้วถ้าฉันไม่รักษาด้วยร่างกายของฉัน ป่านนี้ เธอก็คงจะขาดใจตายไปนานแล้ว และตอนนี้ มันก็อยากจะเข้าไปในตัวเธอเพื่อทดสอบดูว่าหายจากอาการสยิวซ่านหรือยัง” คำพูดดูหมิ่นของเด็กน้อยทำให้สิงขรโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาเอาแต่พูดเรื่องใต้สะดือให้เธอฟัง ‘เฮอะ! ทำเป็นหน้าแดง อายละสิที่เห็นตัวตนของฉัน’ สิงขรคำรามพูดอยู่ในใจ “อ๊ายย! ไอ้คนทุเรศ! อย่าคิดเอาไอ้หนอนเน่าน่าเกลียดนั่นเข้ามาใกล้หนูเด็ดขาด” ดวงตากลมโตคลอน้ำตาเบิกโพลงเมื่อเห็นความใหญ่โตตรงหว่างขาของเขา ซึ่งมันผงกหัวเบ่งกล้ามจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดใส่เธออย่างที่ว่าจริงๆ “หึ! ก็ไอ้หนอนตัวนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้เธอหายจากอาการซ่านสยิว แตะตรงไหน ผิวนี่สั่นระริกไปตามการลูบไล้ของฉันไม่ใช่เหรอ ฮะ” ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อผสมแววตากลมโตสั่นไหวหวาดกลัวนั้นทำให้สิงขรนึกสนุก เขายิ้มแยกเขี้ยวน่ากลัว ชี้มือให้เธอดูความแข็งแกร่งที่มันชูชันตั้งโด่
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์เถื่อน เจ้าบ่าวทมิฬ
9.4
การวิวาห์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่บทสรุปแห่งความสุขของชีวิตคู่ ทว่ามันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางอันแสนยาวไกลเท่านั้น เมื่อความพยายามในการทุ่มเทความรักให้กับใครบางคนเพียงฝ่ายเดียวกลับนำมาซึ่งความเจ็บปวดและรอยแผลใจที่ยากจะเยียวยา บางทีการเลือกเดินออกมาเพื่อค้นหาและเปิดใจให้กับคนที่พร้อมจะรักและเห็นคุณค่าในตัวเราอย่างแท้จริง อาจเป็นทางออกที่ดีกว่าการทนจมปลักอยู่กับความชอกช้ำที่ไม่มีวันสิ้นสุดในความสัมพันธ์ที่ไร้ใจ