
ไฟรักสลับใจ
ตอน 3
นับเป็นวันแรกที่จันทร์เมษาได้อยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียว เพราะมดกับป้าแม่ครัวที่ชื่อเนาออกไปจ่ายตลาดและซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน ส่วนนายสามารถและจิตดาหลานั้นขึ้นรถขับออกไปทำงานที่บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องครัวของครอบครัวโภคสุขสิริ ส่วนอัศวินผู้เป็นลูกชายคนโตนั้นออกจากบ้านไปทำธุระที่ต่างประเทศได้สองวันแล้ว
แม้บริษัทโภคสุขสิริไม่ใหญ่โตนัก และเพิ่งเริ่มต้นก่อตั้งในรุ่นของนายสามารถ แต่จันทร์เมษาก็รู้สึกทึ่งไม่น้อยที่หล่อนได้มาอยู่ในร่างของลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่ง และชีวิตภูมิหลังของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาก็พรั่งพรูออกมาจากปากของป้าชะเอมแบบน้ำไหลไฟดับกับแค่หล่อนเปรยว่าแม่เลี้ยงอายุน้อยดูจะไม่ชอบหน้าหล่อนเท่าไรนักในวันที่ป้าชะเอมมาเยี่ยมหลังออกจากโรงพยาบาล
‘มันคงแค้นที่ออมยื่นคำขาดกับพ่อเรื่องเขียนพินัยกรรมล่วงหน้าว่าจะไม่ยอมยกสมบัติสักชิ้นให้เป็นของมันน่ะสิ เรื่องที่มันถูกจับทำหมันเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้คิดอยากได้สมบัติหรือมรดกของพ่อเราด้วย เชอะ! กะแค่พนักงานต๊อกต๋อยที่เมียเจ้านายตายก็รีบชูคอเผยอหน้าขึ้นมา พ่อเราก็เจ้าชู้ประดูดิน เห็นเงียบๆ มาหลายปีตั้งแต่ยัยช่อป่วย ที่ไหนได้ เมียตายศพยังอุ่นผู้หญิงก็ดาหน้ามาแสดงตัวจะเป็นคุณนายคนใหม่ให้ลึ่ม...หน็อย คิดแล้วก็เจ็บใจ แม่เราน่ะอ่อนแอเกินไป ถูกผัวสวมเขากี่รอบก็ไม่เคยจะจัดการอะไรได้ แต่ก็ดีนะที่ออมไม่ได้เป็นแบบแม่’
จันทร์เมษาพอรู้แล้วว่าอันริมาได้ดีเอ็นเอความดุเดือดเลือดร้อนมาจากใคร ก็จากป้าชะเอมพี่สาวแท้ๆ มารดานี่เอง
‘แล้วพี่ดอน เอ่อ...พี่ดอน’ หญิงสาวอยากรู้เรื่องของผู้ชายชื่อดอนมากขึ้นอีกนิด หลังจากเมื่อวันก่อนหน้าที่หล่อนลงไปเดินเล่นในสวน แล้วไปหยุดอยู่ประตูด้านข้างของบ้านที่เชื่อมกับบ้านอีกหลัง มดก็เข้ามาถามด้วยความอยากรู้ว่าหล่อนมายืนมองบ้านคุณดอนทำไม และยังบอกอีกว่าคุณดอนไปทำงานต่างประเทศ ทำให้หล่อนเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าเจ้าของบ้านที่ชื่อดอนกับเจ้าของข้อความทางไลน์จะใช่คนเดียวกันหรือเปล่า
และถ้าใช่ นั่นก็แสดงว่าเขากับอันริมาปลูกบ้านร่วมรั้วกัน ความสัมพันธ์ก่อนหน้าก็ดูท่าจะแน่นแฟ้นดีไม่น้อย
‘ตาดอนก็ไปทำงานต่างประเทศ เออ...ออมเข้าโรงบาลตั้งนาน ตาดอนไม่โทร.ถามอาการบ้างเหรอ เขาจะรู้เรื่องหรือเปล่า แต่น่าจะรู้นะ เพราะอาร์มก็น่าจะบอก พวกเขาเพื่อนกันนี่เนาะ’
แสดงว่าพี่ดอนที่ว่าคงสนิทกับพี่อาร์มของน้องออมคนสวย ชายหนุ่มทั้งสองคนคงอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน กะคะเนจากรูปภาพที่ปรากฏอยู่พร้อมข้อความในมือถือ...แต่จะว่าไป หล่อนกลับไม่เห็นรูปคู่ของหนุ่มสาวทั้งสองคนในมือถือของอันริมาด้วยซ้ำ
‘บ้านพี่ดอนเงี้ยบเงียบ’
‘หนุ่มโสดอยู่คนเดียวก็แบบนี้ แต่เอ...ป้าถามหน่อยเถอะ ทำไมชอบถามถึงเรื่องเก่าๆ หรือถามเรื่องคนนั้นคนนี้อยู่เรื่อย หรือว่าออมยังจำอะไรไม่ค่อยได้ อย่างนี้ต้องไปหาหมอนะ อย่าปล่อยไว้เกิดเป็นอะไรไป อินังเมียน้อยพ่อเราจะมันจะได้ชุบมือเปิบกันพอดี’
‘ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ จันทร์...เอ้ย ออมสบายดี ก็แค่เบลอๆ นิดหน่อย ออมอยากคุยกับป้าชะเอมมากๆ ก็เลยหาเรื่องคุยน่ะค่ะ’ ก็ไม่รู้ว่าคำตอบนี้จะพอช่วยได้ไหม แต่จันทร์เมษาก็โพล่งออกมาเท่าที่คิดได้
สรุปว่าการเค้นข้อมูลจากป้าชะเอมดูเหมือนจะสร้างข้อกังขาให้ผู้เป็นป้าพุ่งเป้ามาที่อาการทางสมองของหล่อน จันทร์-เมษาจึงคิดจะหาคำตอบของทุกข้อสงสัยด้วยตัวเอง
เพราะป้าเนากับมดยังไม่กลับ เธอจึงเดินไปที่ประตูเชื่อมระหว่างสองบ้าน และเมื่อยื่นมือผลักบานประตู มันก็เปิดออกอย่างช้าๆ นั่นแสดงว่าคนของทั้งสองบ้านคงไปมาหาสู่กันได้ทุกเมื่อ
คนคนนั้นคือตัวหล่อนในอดีตหรือเปล่านะ
จันทร์เมษาหยุดยืนอยู่หน้าตัวบ้านสองชั้นที่อาณาบริเวณกว้างเกือบเท่าบ้านของอันริมา...เจ้าของบ้านคงฐานะร่ำรวยไม่เบา
หญิงสาวมองประตูบ้านที่แง้มอยู่เล็กน้อย...หรือจะมีคนอยู่ข้างใน ผู้ชายคนนั้นกลับมาแล้วหรือ
คงไม่...เพราะถ้ากลับมา เขาก็น่าจะส่งข้อความมานัดแนะอันริมาเพื่อจะคุยเรื่องสำคัญของเขากับหล่อนแล้ว
เจ้าของร่างคนใหม่ค่อยๆ ก้าวไปที่ประตู ก่อนจะแทรกกายผ่านเข้าไป ในห้องโถงกลาง มีโต๊ะกระจกและชุดโซฟารับแขกบุหนังสีน้ำตาลตั้งอยู่ บนโต๊ะมีกองจดหมายและซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่หลายฉบับ หญิงสาวหยิบขึ้นมาสองสามฉบับ แล้วอ่านชื่อผู้รับหน้าซอง
“ศิดิตถ์ จีระพัฒน์ธาดา” ชื่อของนายดอนคนนั้นแน่ๆ อ่านแล้ว จันทร์เมษาก็พยายามจดจำชื่อเขาไว้ในใจ เผื่อจะใช้ค้นหาเรื่องราวของเขาบนโลกอินเตอร์เน็ตได้
ขณะเจ้าของเรือนร่างสมส่วนกำลังหันตัวกลับเพราะเกรงว่าป้าเนากับมดจะกลับมาถึงบ้านแล้วรู้ว่าหล่อนแอบย่องเข้ามาในบ้านที่อยู่ติดกันเพื่อสืบเรื่องบางอย่าง ร่างทั้งร่างก็ถูกวงแขนหนึ่งสวมกอดจากด้านหลัง
จันทร์เมษาแทบจะกรีดร้องในทันที ก่อนฝ่ามือใหญ่จะตะครุบปิดปากหล่อนเสียสนิท หญิงสาวดิ้นรนด้วยแรงทั้งหมดที่มี ตื่นตกใจกับการจู่โจมและแรงของผู้ชาย หล่อนมั่นใจว่าคนที่กอดหล่อนเป็นผู้ชาย
เขาคือใคร...
เจ้าของบ้าน หรือว่าโจร!
“จะดิ้นทำไมล่ะน้องออม คิดถึงพี่มากไม่ใช่เหรอถึงได้แอบย่องเข้ามาเงียบๆ โดยไม่รอพี่นัดก่อน” เสียงทุ้มต่ำดังที่ริมหู ส่งผลให้ขนบนร่างกายหญิงสาวลุกเกรียว
ศิดิตถ์เห็นตั้งแต่หญิงสาวมาหยุดยืนอยู่หน้าบ้าน เขากลับมาถึงประเทศไทยก่อนกำหนดหนึ่งวันโดยไม่ได้บอกใคร เพิ่งเข้าบ้านได้ชั่วโมงกว่าๆ เข้าใจว่าสาวใช้และแม่ครัวของบ้านโภคสุขสิริคงออกไปจับจ่ายของในซูเปอร์มาเก็ต พวกเจ้านายก็คงออกไปทำงาน ไม่ก็ไปมหาวิทยาลัยดังเช่นกิจวัตรปกติที่เคยทำ
“ดอน...พี่ดอน” จันทร์เมษาขานชื่อเขาเบาๆ ในขณะที่ ราแรงดิ้นรนลงบางส่วน
คุณอาจจะชอบ





