ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ร้อนเพลิงสวาท

วิวาห์ร้อนเพลิงสวาท

ภาคินตกหลุมรักราชาวดีมานานหลายปีและเฝ้ารอเวลาที่เหมาะสมเพื่อขอเธอแต่งงาน แม้หญิงสาวจะกังวลเรื่องปัญหาการเงินของครอบครัวรวมถึงความสัมพันธ์ที่รวดเร็วเกินไป แต่ชายหนุ่มกลับยืนยันว่าเขาพร้อมดูแลและศึกษาดูใจกับเธอโดยไม่บีบบังคับ ภาคินใช้ความจริงใจพิสูจน์ให้เห็นว่าฐานะไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเขา ราชาวดีที่เริ่มหวั่นไหวจึงต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเปิดใจให้พี่ชายที่แสนดีคนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและร่วมสร้างอนาคตไปพร้อมกันในเดือนหน้าตามที่เขาปรารถนาหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ดี ถ้าย่ายังเห็นแกไปมาหาสู่กับมันอีก อย่าหาว่าย่าไม่เตือน ย่ารู้ว่าแกไม่ได้คิดกับมันมากเกินกว่าพี่ชายน้องสาว ถ้าไม่รักไม่ชอบก็บอกให้มันตัดใจไปซะ อย่าไปให้ความหวังลมๆ แล้งๆ เพราะความสงสารหรือเกรงใจ”

ราชาวดีถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อลับร่างของผู้เป็นย่า เธอก้มมองโทรศัพท์อ่านข้อความของรัชภาคย์แล้วถอนใจอีกรอบ บางทีเธอก็สับสนในความรู้สึก ไม่แน่ใจว่าคิดยังไงกับรัชภาคย์กันแน่ อาจเพราะตั้งแต่เธอย้ายจากบ้านนอกมาอยู่กับคุณหญิงย่า รัชภาคย์เป็นเพื่อนบ้านคนเดียวที่ดีกับเธอ เขาเหมือนพี่ชาย เหมือนเพื่อน และรับฟังเธอทุกเรื่อง เมื่อเขาขอคบเธอในฐานะคนรัก เธอจึงตกปากรับคำ เธอไม่เคยรู้สึกหึงหวงเขาเมื่อเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นเลย พอคบกันนานเข้าความรู้สึกยิ่งเด่นชัดว่าเรื่องของเธอกับเขามันเป็นไปไม่ได้

หญิงสาวตัดสินใจตอบข้อความรัชภาคย์กลับไปว่าขอเลื่อนนัดเป็นพรุ่งนี้ เพราะวันนี้เธอต้องออกไปทานข้าวกับภาคิน บางทีหากเธอได้พูดคุยกับภาคิน เธออาจจะขอกู้เงินหรือทำอะไรสักอย่าง

ใช่... เธอโง่จนไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีให้บริษัทอยู่รอด และบางทีภาคินอาจจะไม่อยากแต่งงานกับเธอจริงๆ ก็ได้ เมื่อคิดจนปวดหัว เธอจึงสลัดมันออกไป ลองออกไปคุยกับเขาดูก่อน ดูนิสัยใจคอกันเพื่อประเมิน บางทีเธออาจจะขอความอนุเคราะห์อะไรจากเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย

ราชาวดีนั่งกอดอกอย่างหงุดหงิดกับการรอคอย เพราะคนที่นัดเอาไว้ยังไม่มา แถมยังเลยเวลานัดมาพอสมควร ถ้าคิดว่ามาไม่ได้ จะนัดมาทำไม หรือคิดว่าใหญ่โตร่ำรวยมาจากไหน ถึงได้มาสายขนาดนี้

“ขอโทษนะครับ ที่ผมมาช้า”

ราชาวดีเงยหน้าขึ้นเตรียมจะตำหนิ แต่เธอต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนตรงหน้า เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ดวงตาของเขาคมเข้มดูมีเสน่ห์ เธอกวาดมองใบหน้าเรียวคมสัน คิ้วเข้ม จมูกโด่งและริมฝีปากสีแดงสดของเขาแล้วใจสั่น เธอหลุบตาลงรู้สึกถึงใบหน้าที่ร้อนผ่าวและมันคงจะแดงไปถึงใบหู เพราะรู้สึกหูร้อนจนต้องยกมือขึ้นลูบ

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“ผมมีงานด่วนเข้ามา ต้องขอโทษจริงๆ ที่ให้คุณรอ แต่ผมโทรหาคุณแล้ว โทรไม่ติดน่ะครับ”

“คุณมีเบอร์ของฉันด้วยเหรอคะ” ราชาวดียกโทรศัพท์ขึ้นดู ก่อนจะบอกเขาว่าโทรศัพท์แบตหมด นึกตำหนิตัวเองที่ต่อว่าเขาในใจ ที่แท้เขาก็พยายามติดต่อมาบอกเธอแล้ว

“คุณหญิงย่าของคุณให้ไว้น่ะครับ เผื่อติดต่อกัน”

เขาพูดคุยกับเธออย่างเป็นกันเอง ราชาวดีเคยนึกจินตนาการก่อนหน้านี้ว่าเขาคงจะเจ้ายศเจ้าอย่างหรือมองคนเหยียดๆ เหมือนคนรวยทั่วไป คุณหญิงย่าของเธอถึงจะไม่รวยเหมือนก่อน แต่ตอนนี้ก็ยังหยิ่งและไว้ตัวเหมือนเดิม แต่นั่นคงเป็นนิสัยของท่านที่แก้ยังไงก็แก้ไม่หาย

“ค่ะ” เธอชะงักที่จะพูดต่อเมื่อพนักงานมารับออร์เดอร์ เขาสั่งอาหารและหันมาถามเธออย่างใส่ใจ

“วดีกินได้ทุกอย่างค่ะ”

“ชอบอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” เขาเลิกคิ้วเหมือนไม่แน่ใจ อาจจะคิดว่าเธอเกรงใจ ดูเขาคล่องแคล่ว เป็นกันเอง และช่างสังเกต เธอเกร็งในช่วงแรกๆ สุดท้ายก็ผ่อนคลาย เพราะเขาไม่มีท่าทีจับผิด สายตาอ่อนโยนดูอบอุ่นไร้แววหยาบโลนจาบจ้วงเหมือนผู้ชายบางคนที่ชอบมองผู้หญิง

“ก็มีบ้างค่ะ ชอบอาหารทะเลค่ะ”

“เหรอครับ” เขายิ้มให้เธอบางๆ ก่อนจะสั่งอาหารทะเลมาเพิ่ม

“ขอบคุณมากนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณเมื่อเขาพยักหน้าให้พนักงานหลังจากสั่งอาหารเสร็จ

“คุณย่าคงแจ้งให้คุณทราบแล้วเรื่องของเรา” เขาตรงประเด็นไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว

“คะ แค่กๆๆ” เธอสำลักเพราะมัวแต่มองเขาเพลิน พอโดนถามก็สะดุ้งใบหน้าเหลอหลา

“เป็นยังไงบ้างครับ คุณโอเคหรือเปล่า” ภาคินเอ่ยถาม เขาดูห่วงใยเธอจนรู้สึกอุ่นใจ

“ไม่เป็นอะไรมากค่ะ แต่คุณคินพูดตรงจังเลยค่ะ” เธอพูดแล้วรู้สึกแก้มร้อนจนต้องลูบเบาๆ

“ผมไม่ชอบอ้อมค้อมครับ”

“คุณพูดตรงแบบนี้ทุกเรื่องเลยเหรอคะ”

“บางเรื่องอาจจะอ้อมบ้าง เพื่อรักษาน้ำใจ”

เขาตอบ สายตามองเธอนิ่ง ราชาวดีรู้สึกขวยเขิน เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนไหนมาก่อน แม้แต่รัชภาคย์เองยังไม่เคยเขินอายขนาดนี้ เธอกับเขาเหมือนพี่น้องกันมากกว่าคนรัก รัชภาคย์อาจจะรู้ใจเธอทุกอย่าง แต่เขาก็ไม่เคยทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงเท่านี้มาก่อน

“ค่ะ” เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี มือบางเผลอจิกกระโปรงที่สวมอยู่อย่างเผลอไผล

“เรียกพี่คินดีกว่าครับ เรียกคุณดูห่างเหิน”

“ค่ะ”

“ว้า... เอาแต่ค่ะๆๆ ทำเหมือนไม่อยากคุยกัน” เขาล้อเลียนเธอ ยื่นหน้าเข้ามาเล็กน้อย แค่สบตาเธอก็หัวใจเต้นตึกตักแทบจะโลดออกมานอกอก

“วดีไม่รู้จะพูดอะไรดีค่ะ ฟังพี่คินพูดดีกว่า”

“ปกติพี่ก็ไม่ค่อยพูดมากนะ”

“วดีก็เหมือนกันค่ะ”

“วันนี้วดีน่ารักมากนะครับ ใส่ชุดแบบนี้ดูหวานไปหมดทั้งตัว”

“เอ่อ... ค่ะ”

ราชาวดีจิกมือกับกระโปรงมากกว่าเดิม ชุดนี้เธอคิดว่ามันสวยอยู่หรอก แต่มันออกจะโป๊ไปนิดเมื่อเทียบกับชุดที่เธอใส่บ่อยๆ พอเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาก็ยังมองเธอ แต่ไม่ได้มีแววเจ้าชู้เมื่อวิจารณ์ชุดของเธอ

ชายหนุ่มอาจจะเคยชินเมื่อมีผู้หญิงแต่งตัวโป๊กว่านี้มาให้เขามอง ก็เขาออกจะหล่อ สายตาของเขาทำไมมันถึงทำให้เธอหวั่นไหวไปหมด ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ เขาเปิดเผยเมื่อคุยกับคู่สนทนา เวลายิ้มเขาช่างน่ามองจนเธอเผลอมองไม่ละสายตา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว
7.9
หลังเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตที่วาดฝันไว้คือความเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมของผู้หญิงที่ออกเรือนแล้ว ซึ่งไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาตรากตรำทำนาหรือรับผิดชอบงานล้างจานอันเหน็ดเหนื่อย หน้าที่หลักมีเพียงการปรนนิบัติดูแลสามีและเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่กับบ้านอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการเรียนหนังสือให้วุ่นวายใจอีกต่อไป ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีของเธอไม่ได้ปล่อยให้เธอได้นั่งพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ อย่างที่เคยหวังไว้
หน้าปกนวนิยาย โซ่เทวา
8.4
เริ่มต้นความสัมพันธ์บทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอดกาล เมื่อพันธะสัญญาที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งคำประกาศกร้าวที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปสถานะระหว่างเราจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จงจดจำและประทับไว้ในใจให้มั่นว่าหน้าที่สามีของนายคือสิทธิ์ขาดของฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น เรื่องราวความรักในยุคสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและการแสดงความเป็นเจ้าของที่ชัดเจนภายใต้เงื่อนไขที่โชคชะตาขีดเส้นเอาไว้ให้เดิน
หน้าปกนวนิยาย ระบำอสูร
9.6
โชคชะตาขีดเส้นให้เกสรสาวเมืองสุดเปรี้ยวมาพบกับศราหนุ่มมาดเถื่อนจากป่าใหญ่ที่เธอตราหน้าว่าเป็นอสูรร้าย ทว่าเขากลับเข้ามาพัวพันในชีวิตเธอไม่ห่างจนความบังเอิญก้าวไปสู่การแต่งงาน ท่ามกลางบาดแผลในใจและภูมิหลังครอบครัวที่แตกสลายของทั้งคู่ ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจ เมื่อสองหัวใจที่แหว่งวิ่นพร้อมจะก้าวเดินและสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ไปด้วยกัน อสูรที่เคยร้ายจึงกลายเป็นเพียงยอดรักผู้เติมเต็มชีวิตให้เกสรตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ดั่งต้องมนต์มาร
7.9
อาลันโด เวลัสโค มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ตกที่นั่งลำบาก เมื่อความซวยบีบให้เขาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหญิงสาวที่เขาแสนรังเกียจ เพราะมองว่าเธอเป็นเพียงขยะที่ไร้ค่าและสกปรกจากการทำงานในซ่อง แถมยังพิการทางสายตา ทว่าเขากลับไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากต้องทำเพื่อปกป้องมรดกชิ้นสำคัญของมารดา แต่แล้วความเกลียดชังกลับพังทลายลง เมื่อได้สัมผัสความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เขาเคยดูแคลน จนสุดท้ายเขาก็ตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นและยอมเป็นทาสรักของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เสน่หาภรรยาเช่า
8.8
ข้อตกลงหนึ่งเดือนแลกเงินหนึ่งล้านบาทคือจุดเริ่มต้นที่มนต์มีนาได้รับเพื่อจบทุกปัญหา ทว่าเมื่อเวลาสิ้นสุดลงและเธอคิดว่าทุกอย่างจบสิ้น เขากลับปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมข้อเสนอทางการเงินที่สูงขึ้นกว่าเดิมเพื่อดึงเธอกลับไปในวังวนเดิม ทว่าในวันนี้เงินตรากลับไม่มีความหมายสำหรับเธออีกต่อไป เพราะสิ่งที่มนต์มีนาต้องการมีเพียงหัวใจของเขาเท่านั้น เดิมพันครั้งใหม่นี้เขาจะกล้าเอาหัวใจมาแลกกับความรักของเธอหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักCEO
8.2
เมื่อภาพถ่ายใบเดียวทำให้ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตกหลุมรักพยาบาลสาวอย่างหมดหัวใจ เขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองและเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่แสนหวานกับเธอ ทว่าในขณะที่ความรักของทั้งคู่กำลังเบ่งบานอย่างงดงาม แฟนเก่าของเขากลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเด็กหญิงตัวน้อยที่เรียกเขาว่าพ่ออย่างเต็มปาก เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้กลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สั่นคลอนความเชื่อใจและอนาคตที่เขาวาดไว้ร่วมกับเธอในฐานะคนรัก