
จอมใจ จอมมาร
ตอน 2
คาร์โลสนอนนิ่งอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่กลางเพ้นเฮาส์สุดหล่อของตัวเอง หลังจากผ่านกิจกรรมสวาทยาวนานมาเกือบสามชั่วโมงกับแม่ มิเกล ร่างกายของเขาผ่อนคลายและอิ่มแปล้ และก็สุดสิ้นความต้องการลงในทันที
“คาร์โลสคะ...”
มิเกลอ้อนเสียงหวาน ก่อนจะวาดแขนโอบกอดร่างกำยำสมบูรณ์แบบของผู้ชายหล่อติดอันดับโลกอย่างคาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส ใบหน้าสวยคมยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น อัศจรรย์ใจกับลีลารักแสนช่ำชองของผู้ชายที่นอนข้างๆ ยิ่งนัก
“คุณยอดที่สุดเลยค่ะ เยี่ยมมาก...”
คำชมของหญิงสาวไม่ได้ทำให้คาร์โลสรู้สึกรู้สาอะไรเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยังนอนนิ่ง ใบหน้ายังเย็นชาดั่งเดิม จนมิเกลรู้สึกหวาดหวั่นใจว่าเขาจะหมดความสนใจในตัวของหล่อนแล้ว เพราะกิตติศัพท์ความขี้เบื่อของคาร์โลสดังยิ่งกว่าเสียงของระเบิดปรมาณูเสียอีก
“คาร์โลสคะ คุณคงไม่เบื่อ...”
ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงกระด้างแสนห้วนก็เล็ดลอดจากริมฝีปากหยักหนาออกมาทันที และนั่นมันก็ทำให้มิเกลถอนใจออกมาอย่างเสียดาย หล่อนนึกว่าตัวเองจะทำสถิติได้มากว่าคืนเดียว ครั้งเดียว แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ทุกอย่างจบลงแล้ว พร้อมๆ กับความเสียดายที่อัดแน่นอยู่เต็มอก
“ผมอยากอยู่บนเตียง...คนเดียว!”
“ค่ะ...”
มิเกลก้าวลงจากเตียงโดยดุษณี ก้มหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่จนเรียบร้อย จึงหันไปปลายตามองผู้ชายหุ่นทรมานใจสาวที่นอนหลับตาทั้งๆ ที่ยังเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่บนเตียงด้วยความเสียดาย
หล่อนยังอยากให้คาร์โลสทำกับร่างกายของหล่อนอีก ทำให้หล่อนครางด้วยความเสียวซ่านอีกครั้ง แต่ก็รู้ดีว่าคาร์โลสไม่มีวันเปลี่ยนใจ เขาใจแข็ง แถมยังเลือดเย็น ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้นอนกับเขาเป็นครั้งที่สอง ไม่ว่าจะในคืนเดียวกัน หรือหลังจากนั้น ยังไม่มีใครทำได้ และมันก็น่าเสียดายที่หล่อนก็ทำไม่ได้เช่นกัน
“เช็คเงินสดห้าหมื่นยูโรอยู่บนโต๊ะด้านหน้าในห้องรับแขก หยิบไปได้เลย แล้วหากคิดว่ามันไม่พอก็โทรหาผม... ผมจะเพิ่มให้อีก... ไปได้แล้ว”
“ลาก่อนค่ะ คาร์โลส”
หญิงสาวมองตาเชื่อม ทำเสียงระห้อยน่าสงสาร หวังว่าชายหนุ่มจะเห็นใจ แต่เปล่าเลย คาร์โลสไม่ได้มีท่าทางสะทกสะท้าน ใส่ใจกับอากัปกิริยาของหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียว
มิเกลถอนใจออกมาแรงๆ อย่างหมดหวัง ก่อนจะก้มหน้าเดินคอตกออกไป ทิ้งให้ร่างกำยำของคาร์โลสนอนนิ่งอยู่บนเตียงตามลำพัง
เสียงประตูปิดลงแผ่วเบาทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าแม่สาวที่พึ่งจะดีดดิ้นสุดเหวี่ยงกับเขาบนเตียงเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนหน้านี้ไปแล้ว ชายหนุ่มลืมตา ลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง
“ผู้หญิงก็แค่นี้... ไม่เคยปฏิเสธเงิน”
ผู้หญิงก็มีความสำคัญแค่นี้เอง...
แค่ทำให้เขาปลดปล่อยความใคร่ จากนั้นก็ฟาดหัวพวกหล่อนด้วยเงินจำนวนเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดที่บนใบหน้าหล่อคมคาย นัยน์ตาคมกล้าทอแสงความชิงชัง พวกหล่อนก็แค่ขยะ ขยะสวยงามที่เขาจำเป็นต้องมีไว้เพื่อบำบัดความกระหายก็แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ...
บ่ายแก่ๆ ของวันถัดมา คาร์โลสนั่งเซ็นเอกสารสำคัญอยู่ในห้อง
ทำงานของตัวเองในตึกอาวิลล่า เขาจำเป็นต้องรีบเคลียงานให้จบ เพราะพรุ่งนี้เขาจะเดินทางไปเมืองไทย เพื่อไปจัดการกับซันกรุ๊ป อีกหนึ่งบริษัทที่ตกมาอยู่ในกำมือของเขาอย่างง่ายดาย
ชายหนุ่มเห็นทางเจริญก้าวหน้าของมันได้อย่างทะลุปรุโปร่งจากการอ่านรายงานสำคัญของซันกรุ๊ปที่เจ้าหนี้รายใหญ่ยอมยกมันให้กับเขาในราคาสูงกว่าจำนวนหนี้ที่ติดไว้ถึงสิบล้าน รวมเป็นเงินที่เขาจ่ายไปเพื่อให้ได้ครอบครองซันกรุ๊ปถึงห้าสิบล้านบาททีเดียว
แม้มันจะเป็นการลงทุนที่สูง แต่เขามั่นใจว่ามันจะให้ผลคุ้มค่ากับการลงทุนในครั้งนี้อย่างแน่นอน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจผุดขึ้นช้าๆ ริมฝีปากหยักบางคลี่ยิ้มน้อยๆ อย่างพึงพอใจ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกจากห้องทำงานของตัวเองไปทันที
แพทริเซีย อะลอนโซ ลิซเต สาวน้อยวัยยี่สิบปีเศษ หล่อนเป็นลูกสาวอีกคนของ เอ็ดสัน อะลอนโซ โดนาส กับ เรน่า ลิซเต อิเนียสต้า ซึ่งก็มีศักดิ์เป็นน้องสาวต่างมารดาของ คาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส นั่นเอง ถึงแม้ว่ามารดาของหญิงสาวจะเป็นแค่สาวใช้ที่หวังจะจับเอ็ดสันเท่านั้น แต่คาร์โลสก็ยินดีให้ความช่วยเหลือตามเห็นสมควร
หญิงสาวจบมหาวิทยาลัยและเข้าทำงานในบริษัทของพี่ชายตัวเอง ในฐานะพนักงานธุรการธรรมดาคนหนึ่ง แม้คาร์โลสจะเคยเสนอตำแหน่งสูงกว่านี้ให้ แต่แพทริเซียก็ปฎิเสธ เพราะสำนึกในบุญคุณของคาร์โลสมาตลอดเวลา เพราะหากเขาจะฆ่าจะแกงหล่อนกับแม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องลำบากเลย แต่ชายหนุ่มกลับหาที่พักให้ แม้มันจะไม่สะดวกสบายเหมือนในคฤหาสน์อะลอนโซ แต่มันก็ช่วยให้หญิงสาวรู้สึกมีศักดิ์ศรีขึ้นมามากมาย
แพทริเซียนึกย้อนไปถึงวันที่แม่ทะเลาะกับนายหญิงของบ้าน ซึ่งก็คือคุณแม่ของคาร์โลสอย่างรุนแรง เรื่องที่ขอให้หล่อนมีส่วนร่วมในสมบัติครึ่งหนึ่ง แต่มารีอาไม่ตกลง ดังนั้นจึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง และเมื่อคุณพ่อของหล่อนกลับมาถึงก็ไล่หล่อนกับแม่ออกจากบ้าน
หล่อนไม่เคยโกรธพ่อ ไม่เคยโกรธมารีอา ไม่เคยโกรธแม่ แต่หญิงสาวรู้สึกโกรธตัวเองยิ่งนัก เกลียดที่หล่อนเป็นตัวปัญหาของทุกคน ทุกคนต้องมาปวดหัวกับคนไร้ค่าอย่างหล่อนเพียงคนเดียว
มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง ความเจ็บช้ำยังเกาะกินแน่นอก ขณะหันไปมองที่นอนข้างๆ ที่ตอนนี้ไม่ร่องรอยของคนๆ นั้นอีกแล้ว
แม่ตายแล้ว... ตายจากไปเมื่อสองปีก่อน ด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน มีคนขับรถชนท่าน ตอนนั้นหล่อนยังไม่ได้กลับจากที่ทำงาน มารู้อีกทีก็ตอนที่ตำรวจโทรแจ้งว่าให้ไปรับศพของมารดา
หัวใจแทบขาด... เมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของแม่ และความโดดเดี่ยว อ้างว้างกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างไม่ปรานีเมื่อต่อจากวินาทีนี้ไปหล่อนจะไม่มีโอกาสได้เห็นแม่อีกแล้ว
แพทริเซียจำไม่ได้ว่าตัวเองเริ่มต้นอยู่มาได้เพียงลำพังโดยไม่มีมารดาข้างกายได้อย่างไร แต่ที่จำได้ไม่เคยลืมเลยก็คือ คำปลอบโยนและการช่วยเหลือด้วยความเต็มใจของคาร์โลส พี่ชายและญาติสนิทเพียงคนเดียวที่หล่อนเหลืออยู่ในโลกใบนี้
“ร้องไห้อีกแล้วคนสวย... พี่เคยสั่งแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ร้องไห้...” เสียงที่ดังอยู่ตรงหน้าประตูทำให้แพทริเซียตกใจ ต้องรีบหันกลับไปมอง และเมื่อรู้ว่าเป็นใครรอยยิ้มก็เกลื่อนใบหน้า สาวน้อยลุกขึ้นก่อนจะลุกและวิ่งเข้าไปกอดร่างของคาร์โลสแน่น
“แพทคิดถึงพี่คาร์โลสจังค่ะ...”
มือใหญ่ลูบศีรษะทุยของน้องสาวต่างมารดาอย่างรักใคร่ ขณะกวาดมองไปรอบๆ ห้องของแพทริเซียด้วยสายตาสำรวจตรวจตรา
“พี่เปิดประตูเข้ามาแพทยังไม่รู้ตัวเลย... พี่ว่าห้องนี้ไม่เหมาะกับน้องของพี่แล้วล่ะ กลับบ้านของเราเถอะนะ พี่สัญญาว่าจะดูแลแพทต่อจากคุณน้าเอง...”
สาวน้อยดันตัวออกห่าง ขณะเงยหน้าขึ้นใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายในฝันของสตรีทั้งโลกด้วยความขอบคุณ ดวงตากลมโตหวานซึ้งสีน้ำเงินเข้มเต็มไปด้วยความเคารพรัก
“ให้แพทอยู่อย่างนี้เถอะค่ะพี่คาร์โลส แพทไม่อยากให้ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้คุณพ่อเสียชื่อเสียง และแค่นี้แพทก็รู้สึกผิดมากแล้ว กับสิ่งที่แม่ทำลงไป...”
คาร์โลสยิ้มน้อย จ้องน้องสาวแสนสวยของตัวเองนิ่ง แพทริเซียไม่ต่างจากนางฟ้าสักนิด ใบหน้ารูปไข่ผุดผาดด้วยเลือดฝาด ดวงตากลมโตสีน้ำเงินเข้มหวานหยดย้อยไม่ต่างจากน้ำตาลอ้อย ขณะที่จมูกโด่งและริมฝีปากอิ่มสีแดงสดรับกันอย่างเหมาะเจาะ ไหนจะรูปร่างอวบอัดสมบูรณ์ไร้ที่ติอีก แต่น่าเสียดาย... ที่แพทริเซียมันจะซ่อนมันไว้ใต้เสื้อผ้าสีทึมตัวใหญ่
“ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้หรอก... ทุกอย่างยังเป็นความลับ ทุกคนคิดว่าแพทเป็นลูกสาวบุญธรรมของคุณพ่อ...”
แพทริเซียยิ้มขมๆ ก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นพี่ชาย แม้จะรู้มานานแล้วว่าตอนที่หล่อนเกิด ชื่อของบิดาในสูติบัตรเป็นคนใช้ผู้ชายคนหนึ่งที่พ่อแท้ๆ ของตัวเองอุปโลกน์ขึ้นมา ก่อนจะมารับเป็นลูกบุญธรรมเมื่อตอนที่หล่อนอายุได้สิบขวบ แต่ฟังทีไรมันก็น้อยใจได้ทุกที
“ขออิสระให้แพทเถอะนะคะ แพทอยากยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง...”
แม้ภายนอกแพทริเซียจะเหมือนคนอ่อนแอ แต่คาร์โลสรู้ดีว่าน้องสาวคนนี้ใจแข็งยิ่งนัก ลองบอกว่าไม่ ก็คือไม่ ใครก็บังคับไม่ได้
ชายหนุ่มถอนใจออกมา ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “พี่นึกอยู่แล้วเชียวว่าแพทต้องพูดแบบนี้... เอาเถอะ พี่ยอมแพ้แล้ว แต่หากมีอะไรที่พี่พอจะช่วยได้ ให้บอกนะ อย่าให้พี่ต้องรู้เอง เพราะไม่อย่างนั้นพี่จะเกลียดเธอ แพทริเซีย...”
ท้ายประโยคกระด้างน่ากลัว จนหญิงสาวเย็นวาบไปทั่วสันหลัง แข็งขาสั่นเทา ขณะเดินตามร่างสูงใหญ่ของพี่ชายไปนั่งบนโซฟาตัวตรงกันข้าม
“แพทสัญญาว่าจะคิดถึงพี่คาร์โลสเป็นคนแรก...”
ปั้นยิ้มหวานให้พี่ชาย แต่คาร์โลสรู้ดีว่ามันคือการเสแสร้ง แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่มัน และเอ่ยถึงจุดประสงค์ที่เขาเดินทางมาหาแพทริเซียวันนี้
“พี่จะเดินทางไปเมืองไทยในวันพรุ่งนี้ และไม่มีกำหนดกลับ จนกว่าธุระจนเสร็จ...”
แพทริเซียเบิกตาโต ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ไปเมืองไทยหรือคะ น่าเสียดายแพทลาไม่ได้ด้วย... เมืองไทยสวยมาก...แพทเคยเห็นในอินเตอร์เน็ท”
“อยากไปก็ลาสิ พี่ให้ลา ไม่มีใครว่าหรอก”
คาร์โลสพูดเสียงเรียบคล้ายกับมันธรรมดานักกับการให้สิทธิพิเศษกับน้องสาว ทั้งๆ ที่มีแค่ไม่กี่คนในบริษัทเองที่รู้ว่าแพทริเซียคือน้องสาวของตัวเอง
หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเสียดาย “ไม่ได้หรอกค่ะพี่คาร์โลส แพทไม่ได้ลาล่วงหน้า ทำแบบนี้มันน่าเกลียด และอีกอย่างแพทก็ไม่อยากใช้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่นด้วย...”
“งั้นไม่เป็นไร ถ้าแพทว่างเมื่อไหร่บอกพี่ก็แล้วกัน พี่จะพาไป...”
“ขอบคุณมากค่ะ ขอให้พี่คาร์โลสเดินทางปลอดภัยนะคะ และหวังว่าจะเจอเนื้อคู่สักที...”
มุมปากหยักสวยสีสดโค้งขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาเป็นประกายกร้าว “ยังไม่เกิดเลยมั้งเนื้อคู่ของพี่... ไม่เอาแล้ว พี่ไม่ชอบคุยเรื่องนี้ มันไร้สาระ งั้นพี่กลับก่อนแล้วกัน มีปัญหาอะไรก็โทรหาพี่ได้ตลอดเวลา... พี่ไปแล้วแพทริเซีย...”
ร่างสูงเพรียวแสนสง่าลุกขึ้นยืน แพทริเซียลุกขึ้นตาม ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นจุ๊บแก้มพี่ชายเบาๆ คาร์โลสระบายยิ้มน้อยๆ มือใหญ่ยกขึ้นยีผมสีเข้มยาวถึงกลางหลังของน้องสาวอย่างเอ็นดู
“ดูแลตัวเองล่ะ แล้วว่าไปสนใจผู้ชายคนอื่นที่พี่ไม่ได้เลือกให้เด็ดขาด... เข้าใจไหม”
แพทริเซียยิ้มกว้าง “เจ้าค่ะ แพทจะมองแต่ผู้ชายที่พี่คาร์โลสเลือกให้ค่า สัญญา...”
“ดีมากสาวน้อย... งั้นพี่ไปจริงๆ แล้วนะ บาย...”
“บายค่ะ พี่คาร์โลส...”
มือสีขาวยกขึ้นโบกไปมาให้คาร์โลส ขณะจ้องมองร่างใหญ่ของพี่ชายเดินลับลงบันไดไปด้วยความรักใคร่ คาร์โลสดีกับหล่อนเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ
หญิงสาวดึงประตูปิดช้าๆ ก่อนจะหมุนเดินเข้าไปในห้องนอน ภาพโปสเตอร์ของนักฟุตบอลชาวอาร์เจนติน่าขนาดใหญ่เกือบเท่าตัวจริงที่ติดอยู่ที่หัวนอนทำให้แพทริเซียยิ้มน้อยๆ ออกมา
“ฮาเวียร์คะ สักวันฉันจะต้องไปดูคุณแข่งในสนามให้ได้...”
ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ นักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนติน่า สังกัดสโมสรอินเตอร์ มิลาน ผู้ชายคนแรก และเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้หล่อนฝันถึงมาตลอดสามปี ตั้งแต่ที่หล่อนได้เห็นรูปภาพของเขาในร้านขายภาพคนดังที่ Gran Via (แหล่งช้อปปิ้งเลื่องชื่อในกรุงมาดริด) เมื่อสามปีก่อน
แพทริเซียยิ้มน้อยๆ เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโปสเตอร์ของฮาเวียร์ และค่อยๆ บรรจงจุมพิตที่ริมฝีปากสีสดของชายหนุ่มที่มีนัยน์ตาดุดันไม่ต่างจากวัวกระทิงนั้นเบาๆ ราวกับกลัวว่ามันจะช้ำ
“แพทอยากจูบคุณจริงๆ สักครั้ง...”
แก้มสาวแดงก่ำ ขณะรีบหันหลังเดินหนีสายตาคมของฮาเวียร์ที่มองจ้องมาที่หล่อนด้วยความเอียงอาย ร่างอรชรทิ้งตัวลงบนเตียง สมองยังจินตนาการถึงผู้ชายในฝันไม่หยุด กว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบจะเที่ยงคืน
คุณอาจจะชอบ





