ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ

ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ

เมื่อชีวิตเดิมไร้ความหมาย เก้าเทียนรุ่ยจึงตัดสินใจเดิมพันกับโชคชะตาเพื่อตามหารักแท้จนได้พบกับเสวียนลิ่วหลาง แม่ทัพผู้แข็งแกร่งแต่กลับอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นจากความไม่แน่ใจ แต่ความผูกพันที่ผ่านพ้นอุปสรรคมาด้วยกันก็ค่อยๆ ถักทอเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ท่ามกลางความเขินอายและการเรียนรู้นิสัยใจคอ เสวียนลิ่วหลางตัดสินใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างหนักแน่น เพราะเมื่อพบคนที่ใช่ดั่งตะเกียบที่ต้องอยู่คู่กัน เขาก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษารักนี้ไว้ตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ก่อนคุณจะตัดสินใจ ผมอยากจะบอกอย่างหนึ่ง ถ้าคุณตัดสินใจมากับผมแล้ว คุณจะหันหลังกลับไม่ได้”

ผมกลอกตาไปมา ทำไมต้องหันหลังกลับ ผมไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้วนี่...

“ถ้าไม่คิดจะพูดอะไรก็ปล่อยผม!”

“ฮึ! อย่างนี้สิน่าสนใจ”

ผู้ชายที่ผมเพ่งมองแล้วแต่เห็นหน้าไม่ชัดพูดอย่างถูกใจ

“ตามมาสิ”

ในแววตาคู่นั้นที่ผมมองสบด้วย บ่งบอกว่าที่ซึ่งคนผู้นี้จะพาไป...มันจะเป็นอะไรที่ผมไม่เคยพบเจอแน่นอน แต่...มันก็คงจะไม่แย่ไปกว่าที่นี่ซึ่งผมก็แทบจะไร้ความหมายอยู่แล้ว คนที่รักเพียงแค่หยิบมือ ที่หากผมหายไป คนพวกนั้นก็คงเสียใจไม่นาน หากคนที่เกลียดมากมายนัก ไม่ว่าทำอะไรก็ไม่ค่อยดีเลย เรียกได้ว่าถ้าทำดีก็เสมอตัว แต่ทำแย่เมื่อไหร่...โดนทับถมจนเละ ที่หากผมหายไปจริง ๆ พวกเขาคงจะต้องดีใจมากแน่นอน

มีคนให้โอกาสแล้ว ทำไมเขาถึงจะไม่คว้ามันไว้ล่ะ เผื่อที่แห่งนั้นมันดีกว่าที่นี่ ลองดูมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่น่า…!

“เอ้อร์เอ๋อร์”

“ขอรับท่านแม่” ผู้ที่ถูกเรียกขานรับเสียงหวานใส พลางหันไปส่งยิ้มให้กับมารดา

“วันนี้เจ้าไปตลาดหรือไม่”

“ไปขอรับ ท่านแม่จะให้ลูกซื้อสิ่งใดหรือขอรับ”

“ข้าวสารกับหมูนะ...แม่จะนำมาทำหมูตากแห้ง”

น้ำเสียงของคนที่กล่าวเต็มไปด้วยความเกรงอกเกรงใจจนเขาอ่อนใจ ทั้งที่คุยกันแล้ว หากมารดาก็ยังคงเกรงใจอยู่นั่นแหละ

“ท่านแม่ขอรับ” เขารีบล้างมือที่มีคราบดินเกาะอยู่แล้วลุกขึ้นเดินมาหามารดา จับมือเล็กและนุ่มพลางบีบเบา ๆ

“ข้าบอกแล้วใช่ไหมขอรับ เราอยู่ด้วยกัน มิควรเกรงใจกันเช่นนี้ หรือท่านมิเห็นว่าข้าเป็นบุตรชายของท่านใช่หรือไม่” เขามิอยากจะเน้นย้ำเช่นนี้ ด้วยรู้ดีว่ามันคือการตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับ...เก้าเหลียนชิงฮูหยินที่ได้สูญเสียบุตรชายอย่างเก้าเทียนรุ่ยไปอย่างมิมีวันได้กลับคืนมา

“แต่...”

“นี่ก็ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว ท่านแม่ไปตลาดกับข้าดีกว่า” เขารีบเอ่ยตัดบท “ไปหาซื้อผ้าเนื้อดีที่ทั้งสวย นุ่มและหนามาตัดชุดสำหรับตนเองและให้ข้าใส่ด้วย”

“เอ้อร์เอ๋อร์ว่าดี แม่ก็ว่าดี”

เขาผู้ที่มาอาศัยอยู่ในร่างเก้าเทียนรุ่ยได้แต่ส่ายศีรษะอย่างอ่อนอกอ่อนใจยิ่งนัก

“ดีมาก ๆ เลยขอรับ ข้าอยากให้ท่านแม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์สวย ๆ ดี ๆ ทั้งหนาและนุ่มใส่หน้าหนาวนี้ ได้ข่าวว่าบ้านท่านลุงกับท่านป้าถังผินมีงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง ยังจะเอ่ยปากชักชวนท่านแม่ให้ไปร่วมงานด้วยมิใช่หรือขอรับ ท่านจะได้มีอาภรณ์สวยใส่ไปร่วมงาน แต่...งานกำลังจะมีในอีกมิกี่วันนี่น่า ถ้าเช่นนั้นข้าคิดว่าท่านแม่ควรจะสั่งตัดเลยดีกว่า เงินเราก็มีพอ ท่านแม่จะได้ไม่เหนื่อยที่ต้องมานั่งตัดนั่งเย็บด้วยตนเอง แต่ถ้าไม่อยากอยู่ว่าง ๆ เราก็ค่อยมาคิดกันว่าจะทำอะไรดี”

“แม่ตัดเย็บเองดีกว่า”

“ท่านแม่ห้ามขัดข้านะขอรับ ให้ข้าได้ตอบแทนท่านแม่ที่ยินยอมให้ข้าได้อยู่ด้วย...ได้อยู่ในร่างนี้ ได้เป็นบุตรของท่านนะขอรับ”

เขามิอยากจะเอ่ยเช่นนี้เลย รู้ว่ามันเป็นการตอกย้ำถึงความเจ็บปวดที่ท่านแม่ได้รับจากการสูญเสียบุตรชายอย่างเก้าเทียนรุ่ยไปอย่างมิมีวันกลับ แต่หากมิกล่าวออกไปบ้าง ท่านแม่ก็จะเกรงอกเกรงใจจนมิกล้าทำสิ่งใดเลย

ความจริงแล้วครอบครัวของท่านแม่กับท่านพ่อเป็นสหายกัน ผู้ใหญ่กล่าวตกลงจะให้สองหนุ่มสาวได้แต่งงานกัน ซึ่งท่านพ่อก็ยินยอมแต่...ท่านพ่อขอแต่งแม่นางซิ่นซิงเยียนมาเป็นภรรยารองด้วย แม้จะอึดอัดใจและมิชอบใจเพียงใด หากท่านปู่และท่านตาก็จำต้องยอมรับ

สองเมียมิได้ปรองดองกันสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าซิ่นซิงเยียน...ซิงเยียนฮูหยินพยายามหาเรื่องหาราวมารดาอยู่เสมอ ทั้งที่ความจริงแล้วนางเป็นที่รักของบิดามากกว่าท่านแม่

เมื่อนางมีครรภ์ นางมั่นใจว่าจะได้บุตรชายที่จะเป็นบุตรชายคนโตมาสืบตระกูล หากผลที่เกิดขึ้นคือนางได้บุตรี ที่ในขณะที่ท่านแม่ก็มีครรภ์และมีเก้าเทียนรุ่ย...นั่นยิ่งเป็นการสร้างความโกรธแค้นให้กับซิงเยียนฮูหยินเป็นอย่างมาก นางคอยหาเรื่องท่านแม่และเก้าเทียนรุ่ยอยู่เสมอ หากทั้งสองคนก็มิเคยปริปากบอกให้ท่านพ่อและคนในเรือนรู้

สามีปีผ่านไปความต้องการของซิงเยียนฮูหยินก็ประสบผลสำเร็จ นางตั้งครรภ์และคราวนี้ก็ได้บุตรชายสมใจ และนั่นก็ยิ่งทำให้นางเกิดความคิดที่ว่า...ต้องรีบกำจัดเก้าเทียนรุ่ยและท่านแม่ให้พ้นทาง เพื่อที่บุตรชายของนางจะได้เป็นผู้นำตระกูลเก้า แต่เหมือนกับว่าเก้าเทียนรุ่ยจะเป็นคนที่มีเทพคอยปกปักคุ้มครอง ทำให้คลาดแคล้วจากเรื่องร้ายได้เสมอ

แต่จะเป็นไปได้หรือที่คนเราจะแคล้วคลาดจากเรื่องร้ายได้ตลอดไป สุดท้ายแล้วก็มิรู้ว่าซิงเยียนฮูหยินใช้วิธีการใด ท่านย่าจึงบอกกล่าวให้ท่านแม่พาเก้าเทียนรุ่ยไปขอพรให้กับท่านพ่อ นั่นทำให้เก้าเทียนรุ่ยกับท่านแม่ต้องประสบกับเรื่องร้ายแรง!

พวกเราเจอกับโจรร้ายที่ดูเหมือนจะมิอยากได้ข้าวของ หากอยากได้ชีวิตของเก้าเทียนรุ่ยกับท่านแม่เสียมากกว่า เก้าเทียนรุ่ยปกป้องท่านแม่จนตัวตาย ขณะที่ท่านแม่กำลังจะถูกทำร้ายก็กลายเป็นเขาที่ฟื้นขึ้นมาอย่างงุนงงและสับสน ในตอนนั้นเขามิรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง รู้เพียงแค่ว่าตนเองสามารถขอความช่วยเหลือจากเหล่าต้นไม้ใบหญ้าให้ช่วยกันปกป้องและยังจะช่วยพาเราสองคนหนีจนปลอดภัยด้วย

เราสองแม่ลูกหลบซ่อนกายอยู่ในป่าอยู่หลายวัน จนแน่ใจว่ารอดพ้นจากน้ำมือโจรร้ายพวกนั้นแล้วจริง ๆ ท่านแม่จึงพาเขากลับไปที่เรือน หากสิ่งที่รับรู้คือ...คนในเรือนรับรู้ว่าเก้าเทียนรุ่ยกับท่านแม่ถูกโจรดักปล้นและถูกฆ่าตายเสียแล้ว อีกทั้งท่านแม่ก็รู้ดีว่าตอนนี้ผู้ที่อยู่อาศัยในร่างของเก้าเทียนรุ่ยนั้นมิใช่บุตรชายของตระกูลเกาอีกแล้ว ท่านแม่จึงเลือกที่จะพาเขาหลบออกมาโดยมิให้ผู้ใดสังเกตเห็น

เขาคิดว่าลึก ๆ แล้วท่านแม่คงรู้ว่าโจรพวกนั้นไม่ใช่โจรป่าทั่วไปที่แย่งชิงข้าวของ แต่เป็นนักฆ่าที่ถูกสั่งให้มากำจัดบุตรชายที่จะเป็นผู้นำของตระกูลเกาคนต่อไป นางอยากจะปกป้องร่างของเก้าเทียนรุ่ยและเขามิให้ถูกทำร้ายอีก

เขาเล่าให้ท่านแม่ฟังว่าเป็นใคร มาจากที่ใด แต่มิรู้ว่ามาด้วยเหตุผลอะไร ท่านแม่จึงเลือกที่จะเรียกเขาว่าเอ้อร์เอ๋อร์ที่หมายความว่าบุตรชายคนที่สองแทนนามเดิมของเก้าเทียนรุ่ยที่นางมักจะเรียกว่า...รุ่ยเอ๋อร์ มิใช่เพียงแค่ปกปิดนามหากแต่เป็นการปกปิดตัวตนมิให้คนที่คิดไม่ดีรู้ว่าเก้าเทียนรุ่ยยังคงมีชีวิตอยู่

เมื่อเราต้องอยู่ที่อื่นที่มิใช่เรือนตระกูลเก้า เราก็ต้องมีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านรวมถึงซื้อข้าวของต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ นั่นก็ทำให้เขาล่วงรู้ถึงความสามารถพิเศษที่คนผู้นั้นให้ติดกายมา มันคือการปลูกพืชผักที่ทั้งโตเร็วและยังจะใหญ่กว่าของผู้อื่น อีกทั้งยังใช้รักษาอาการป่วยไข้ได้ด้วย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไนล์  รักนี้ชั่วนิรันดร์
9.7
กาลเวลาที่ผันผ่านไม่อาจสั่นคลอนความภักดีในหัวใจของชายผู้หนึ่งที่มีต่อสตรีอันเป็นที่รักได้เลย แม้โชคชะตาจะทำให้ความสัมพันธ์นี้ต้องหลบซ่อนจากสายตาผู้คน แต่ดวงวิญญาณของเขายังคงร่ำร้องและเฝ้าติดตามนางไปในทุกภพทุกชาติอย่างมั่นคง สำหรับเขาแล้วนางคือรักแรก รักเดียว และเป็นความหมายทั้งหมดของชีวิตที่เขาจะขอเฝ้ารอคอยเคียงคู่ตลอดกาลโดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลง หัวใจดวงนี้มอบให้นวลนางเพียงผู้เดียวตั้งแต่อดีตจนถึงนิรันดร์
หน้าปกนวนิยาย ชะตาร้ายชะตารัก
8.9
ท่ามกลางความโหยหาที่ไร้จุดหมาย นางได้แต่เฝ้ารอคอยความรักจากเขาด้วยความหวังอันริบหรี่ ในขณะที่หัวใจของเขากลับมีไว้เพื่อสตรีอื่นเพียงผู้เดียว คำกล่าวที่ว่าความรักทำให้คนโง่งมดูจะกลายเป็นความจริงที่ตอกย้ำโชคชะตาของนาง หรือชีวิตนี้ทำได้เพียงเป็นธาตุอากาศที่วนเวียนอยู่ใกล้กายแต่ไร้ตัวตนในสายตาเขา นางจึงได้แต่ตัดพ้อต่อโชคชะตาว่า เมื่อไหร่เขาจะหันมาเหลียวแลนางผู้มีหัวใจรักมั่นคงไม่ต่างจากใครอื่นเสียที ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย 师父,别打扰我。
9.0
เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของอาจารย์ผู้เป็นที่รัก ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์แสนสาหัสจากสำนักเซียวเหยาจนสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว เมื่อได้รับโอกาสให้กลับชาติมาเกิดใหม่ นางจึงปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนและตัดขาดจากความสัมพันธ์ในอดีตให้สิ้นซาก ทว่าโชคชะตากลับไม่เป็นใจ เมื่ออดีตอาจารย์ที่นางเคยภักดีกลับก้าวเข้ามาพัวพันในชีวิตของนางอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางจะจัดการกับวาสนาที่ไม่อยากจำนี้อย่างไรในภพชาตินี้
หน้าปกนวนิยาย สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เนี่ยหลิงสิ้นใจลงอย่างปริศนาและตื่นขึ้นมาอีกครั้งในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางโลกแห่งพลังลมปราณพร้อมกับพรลึกลับสองประการที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว นอกเหนือจากความสามารถใหม่ เขายังมีธนูคู่ใจพร้อมลูกศรครบชุดและแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของติดตัวไปด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็จำใจต้องก้าวต่อไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความหวังว่าโชคชะตาครั้งใหม่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน
8.7
ลู่เมิ่งหลิงไม่เคยคาดคิดว่าการเฝ้ามองดวงดาวจะนำพาสิ่งมหัศจรรย์มาสู่ชีวิต จนกระทั่งโชคชะตาชักนำให้เธอได้พบกับเขาผู้อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่ การพบกันครั้งนี้เต็มไปด้วยปริศนาว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงความบังเอิญหรือเป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์ขีดเส้นไว้ ท่ามกลางห้วงมิติที่แตกต่าง ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับคำถามที่ว่า พลังแห่งดวงดาวหรือโชคชะตากันแน่ที่เป็นผู้ลิขิตการพบเจอที่แสนพิเศษครั้งนี้ให้เกิดขึ้นกับเธอ
หน้าปกนวนิยาย จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ
9.7
หลินเจียอี หญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ที่เสียชีวิตด้วยโรคระบาด ได้ตื่นขึ้นในร่างของเด็กสาววัย 14 ปีที่มีชื่อเดียวกันในยุคโบราณ เธอพบว่าเจ้าของร่างเดิมถูกทุบตีจนสิ้นใจขณะเดินทางกลับบ้านเกิดของมารดา ท่ามกลางความยากจนข้นแค้นและโชคชะตาที่แสนรันทด หลังจากบิดาเสียชีวิต มารดาของเธอถูกโกงสมบัติและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไม่เป็นธรรม หลินเจียอีในร่างใหม่จึงต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมายในโลกที่ไม่คุ้นเคย พร้อมกับพยายามเอาชีวิตรอดจากความลำบากในฐานะบุตรสาวของครอบครัวที่ถูกทอดทิ้ง