ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร้อยหัวใจอุ่นไอรัก

ร้อยหัวใจอุ่นไอรัก

ปิ่นปักพยายามรักษาระยะห่างจากเมฆาด้วยความเจียมตัวในฐานะที่ต้อยต่ำ แม้จะรู้สึกน้อยใจจนอยากเดินหนีไปจากชีวิตเขา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เมฆาใช้กำลังบังคับดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่นในอ้อมอกเพื่อรั้งไม่ให้เธอจากไป ท่ามกลางความสับสนในใจของปิ่นปักที่มองว่าตนเองเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่ไม่มีใครต้องการ เมฆากลับแสดงท่าทีคุกคามและหวงแหนอย่างชัดเจนจนเธอไม่สามารถดิ้นรนหลุดพ้นจากพันธนาการที่แสนอบอุ่นแต่บีบคั้นนี้ได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2

ฟันขาวขบกัดบนกลีบปากและรีบหลบฉากถอยไปยืนให้ไกล...ไกลจากผู้ชายร่างยักษ์ที่ทำให้ตัวเองอับอายระคนโกรธเคืองที่ไม่รู้ว่าความรู้สึกใดมากกว่ากัน

“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ เป็นความผิดของฉันเอง” ปิ่นปักเอ่ยออกไปทั้งที่ยังข้องใจ เป็นความผิดของตัวเองแน่หรือ

“คือฉัน...ฉันไม่ทันมองว่ามีคนเปิดประตูออกมานะคะ” ชายตรงหน้ารูปร่างก็ไม่ได้เล็ก แต่ทำไมเธอถึงได้มองไม่เห็นก็ไม่รู้ เลยทำให้เจอกับประสบการณ์แย่ๆ ยังโชคดีว่าไม่ล้มก้นจ้ำเบ้าให้อับอายขายขี้หน้าซ้ำไปอีก

“ไม่เป็นไร ความผิดของฉันเหมือนกัน ที่เปิดประตูมาโดยไม่มองว่ามีคนยืนอยู่”

ชายหนุ่มตอบกลับ พลางกวาดสายตามองไปทั่วร่างโปรงอีกครั้งอย่างเสียดาย สาวน้อยตรงหน้าก็มีรูปร่างดีอยู่หรอก แต่เลือกใช้เสื้อผ้าไม่ค่อยจะสวยเท่าไหร่ ดูเหมือนสาวเฉิ่มเชย ยังจะเอาแว่นมาสวมปกปิดดวงตาคู่งามอีก บั่นทอนความงามที่มี ทำให้เธอดูไม่น่าสนใจ แต่ไม่เป็นไรเรื่องแบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพียงแค่มีคนให้คำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมเท่านั้น

“มาทำอะไรที่นี่” ชายหนุ่มถามอย่างอารมณ์ดี ทั้งที่เมื่อครู่เขาเพิ่งจะอารมณ์เสียจากผู้ใหญ่บางคนที่ทำตัวเป็นพวกสมองนิ่ม บอกว่าไม่ ยังจะยึดเอาความคิดของตัวเอง พยายามพูดถึงความต้องการของตัวเองอยู่นั่นแหละ

“มาขอฝึกงานที่นี่หรือไง สงสัยว่าเธอคงจะมาเก้อแล้วล่ะ ที่นี่ไม่รับนักศึกษามาฝึกงาน”

หญิงสาวยกมือขึ้นจับแว่นสวมให้เข้าที่เข้าทาง ดวงตากลมใสเปล่งประกายไม่พอใจขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่พอสบกับสายตาแปลกๆ มีพลังอำนาจทำให้พูดไม่ค่อยออก ได้แต่ตอบเขาไปอย่างกับถูกบังคับก็ไม่ปาน

“เปล่าค่ะ ฉันมาสมัครงาน”

“หือ...” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างสงสัย สาวน้อยตรงหน้านี่อายุเท่าไหร่กัน จะถึงยี่สิบปีหรือเปล่า หน้าตาถึงได้ใสอ่อนเยาว์อย่างกับเด็ก แก้มใสจนเห็นเส้นเลือดฝาดอย่างนี้

“มาสมัครงาน ตำแหน่งอะไร ถึงได้แต่งตัวเฉิ่มและเชยราวกับเพิ่งจะหลุดออกมาจากโรงเรียนแม่ชีอย่างนี้ละ” ดวงตาคมดุกวาดมองไปทั่วร่างโปร่งอย่างขบขัน

“แต่งอย่างนี้ใครเขาอยากจะได้มาร่วมงานกันเล่า”

ปิ่นปักก้มมองการแต่งกายของตัวเองด้วยความสงสัยระคนไม่พอใจ

แต่งตัวไม่ดีตรงไหน? เสื้อผ้าที่ใส่ดูเรียบร้อยจะตาย เสื้อเชิ้ตสีขาว กระโปรงทรงเอสั้นสีน้ำตาลยาวแค่เข่า ดีที่สุดเท่าที่หาได้ในตู้ผ้า รองเท้าคัชชูสีดำที่ถึงจะเก่าแต่สภาพยังใช้การได้ดี แต่งตัวดูดีและเรียบร้อยที่สุดแล้วนะ

“คนที่มาสมัครงานต้องดูดีตั้งแต่แรกเห็นก็จริง แต่เธอนี่บอกตรงๆ เลย ไม่ได้เรื่อง แต่งตัวยังกับเด็กเพิ่งจะจบการศึกษายังงั้นแหละ” ชายหนุ่มย้ำไปอีกครั้ง พลางมองจุดสีแดงๆ ที่แต่งแต้มไปบนใบหน้านวลอย่างชอบใจ จะว่าไปสาวน้อยตรงหน้าสะดุดตาเขาอย่างแปลก ๆ ความน่ารักของเธอชวนให้สนใจ ยิ่งเมื่อคิดอะไรก็แสดงออกทางใบหน้าและดวงตาจนหมดก็ทำให้อยากคุยด้วยไปนาน ๆ

ปิ่นปักเม้มปากจนแบนราบ มองหน้าคนพูด นัยน์ตาเปล่งประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง ด้วยโกรธเกรี้ยวกับคำพูดของชายหนุ่มที่เพิ่งได้เจอ

มาสมัครงานก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยมันก็ถูกแล้วนี่ จะให้แต่งตัวเหมือนเขา ใส่สูทผูกไทนะหรือ ช่างไม่มองอากาศบ้านเมืองตอนนี้เสียเลย ร้อนจนตับไตแทบจะสุกอยู่แล้ว ยังแต่งตัวราวกับนายแบบ เธอขอยอมแพ้ละกัน ขอแต่งแบบที่ชอบแบบนี้แหละดีแล้ว ทั้งเรียบร้อย ดูดี ไม่โป้โชว์เนื้อหนังมังสา เหมือนกับสาววัยรุ่นที่ชอบโชว์โน่นโชว์นี่

ชายหนุ่มยิ้มนิดๆ ให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู แก้มใสแดงจนเหมือนกับผลเชอร์รี่สุกที่เขาชอบกิน

ดวงตาคมดุจ้องริมฝีปากหนาอวบอิ่มจนอยากจะคว้ามาลิ้มลองชิมดู แต่ก็ไม่อยากจะทำให้เธอตื่นตระหนกตกใจไปเสียก่อน เพราะถ้ามาสมัครงานจริงๆ อีกไม่นานก็ต้องได้เจอกันแน่นอน

ปิ่นปักเม้มปากอย่างไม่ชอบใจ ดวงตาแวววาวของอีตายักษ์ตรงหน้าแปลกๆ มองเธอราวกับกำลังจะกลืนกินอย่างไรอย่างนั้น

“เอ่อ...ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ปิ่นปักรีบบอกเสียงเบา และท่าทางลุกลี้ลุกลนด้วยกลัวสายตาคมปราบที่มองไล่ขึ้นไล่ลงตั้งไปทั่วทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก

“เชิญ แล้วค่อยเจอกันใหม่นะ...น้องเอ๋อ”

แม้จะเดินผ่านเข้าไปในห้องโถงใหญ่แล้ว แต่แว่วเสียงที่ได้ยินทำเอาปิ่นหักเริ่มกลัวชายหนุ่มร่างสูงใหญ่จนก้าวขาแทบไม่ออก ลางสังหรณ์บอกกับเธอว่า ผู้ชายคนนั้นพูดจริง แต่เธอไม่รู้ว่าจะเจอกับเขาในรูปแบบไหนฐานะใดเท่านั้นเอง

ปิ่นปักสะบัดศีรษะไล่ความคิดแปลก ๆ ออกไปแล้วรีบก้าวเดินเข้าไปในบริษัทเมฆินทร์การยาง ถึงจะไปไกลแล้วแต่ก็ยังรู้สึกเหมือนว่ามีสายตาคมมองตามไล่หลังมา มือหนายังแนบแผ่นหลัง อ้อมแขนแข็งแกร่งยังคงรัดกายตลอดเวลา ทำให้อยากหันหลังกลับมากกว่าจะยื่นใบสมัครอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่...ถ้าทำอย่างนั้น ธวัชชัยก็จะต้องผิดหวัง และเธอก็ไม่อยากให้เพื่อนแสนดีที่นำเอาข่าวดีๆ มาบอกเสียน้ำใจ เลยจำใจปล่อยเลยตามเลย

เมื่อเดินมาหยุดอยู่ในห้องโถงใหญ่ของบริษัทเมฆินทร์การยาง ปิ่นปักก็หยุดรออยู่ชั่วครู่ เพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดเรียกความมั่นใจอันน้อยนิดที่มีเพิ่มพลังให้ตัวเอง ก่อนจะมุ่งเดินไปทำตามที่ตั้งใจมา

หลังจากปล่อยให้สาวน้อยเฉิ่มเชยหายไปจากสายตา ชายหนุ่มก็รีบยกโทรศัพท์หาบางคน ให้จัดการทำตามความต้องการที่เกิดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วนในทันที

ใจจริงเขาอยากเดินกลับไปจัดการด้วยตนเอง แต่งานด่วนก็ต้องเร่งรีบ เมื่อผลผลิตทางการเกษตรประสบปัญหาตกต่ำอย่างรุนแรง ยังจะมีค่าขนส่งที่ขึ้นไปตามราคาน้ำมันที่ถีบตัวขึ้นสูง จนเกษตรกรรายย่อยหลายรายเริ่มรับไม่ไหว ท้อถอยไปหลายรายแล้ว ที่เขาไม่อาจปล่อยให้คนจนๆ ต้องรับภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

ชายหนุ่มเหลียวมองไปยังสาวน้อยร่างโปร่งที่เขาคิดว่าเธอน่าจะมาสมัครงานในตำแหน่งพนักงานบัญชี ที่ความจริงเป็นหน้าที่ของสมุห์บัญชีจะต้องสัมภาษณ์และตัดสินใจ แต่สำหรับสาวคนนี้ เขาอยากเป็นคนทำอย่างนั้น

มันเป็นอะไรที่แปลก...ทั้งที่เพิ่งจะได้เห็นหน้า ได้คุยด้วยนิดหน่อยเท่านั้น แต่เขากลับรู้สึกว่าเหมือนกับเคยเห็นเธอมาก่อน มันคุ้นตาคุ้นใจอย่างประหลาด ทั้งความจำเขาดีอยู่ แต่ก็คิดไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน จะเป็นเพราะเสน่ห์ที่ชวนค้นหา ทำให้ปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิด ที่แม้กระทั่งเมียเก่าหรือหญิงสาวอย่างจอมขวัญ...หญิงจอมยุ่งวุ่นวายที่เขาไม่อยากเจอหน้า แต่พ่ออยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ ก็ไม่ได้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเช่นนี้เลย

ชายหนุ่มสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋า ขณะก้าวเดินไปยังรถช้าๆ รอยยิ้มแต้มบนใบหน้าคมเข้ม หากเขาอยากจะทำอย่างใจต้องการ อย่างหนึ่งที่ควรทำในตอนนี้ก็คือ...กำจัดผู้หญิงจอมยุ่งวุ่นวายให้ไปไกลๆ ก่อนซินะ แต่...

คิ้วหนาเป็นปื้นขมวดมุ่นเข้าหากัน การจะทำอะไรรุนแรงไปก็ดูจะไม่เป็นการดีสักเท่าไหร่ ยังไงก็คนรู้จักมักจี่กัน ไหนจะเสี่ยธนาผู้เป็นบิดา และพี่ชายจอมหาเรื่องอย่างธนะวัฒน์ ที่หวง ห่วง ตามคอยเฝ้าไม่ยอมห่างอีกล่ะ มีหวังเขาจะต้องรับศึกสองด้าน ที่เมื่อตามแก้ก็จะไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว

อย่างหนึ่งที่ทำให้จอมขวัญแวะเวียนมาหาเขาบ่อยๆ คือเธอจะเป็นอิสระจากผู้คุมที่ตามติดจนแทบจะไม่ให้ห่างสายตาเลยก็ว่าได้ แม้ตอนไปเรียนกรุงเทพฯ ก็ยังจะมีคนคอยขึ้นไปคอยดูแล พอจบยังไม่ทันจะได้คิดทำอะไร พี่ชายก็ไปพาตัวกลับมาอยู่บ้าน ยังดีหน่อยที่ไม่ถึงกับห้ามทำงาน

รอยยิ้มแต้มที่มุมปากหนา เมื่อนึกขึ้นได้ว่าจะหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีที่ (ไม่) รัก
9.4
เมื่อคู่แค้นที่ชิงชังกันสุดขีดต้องเข้าพิธีวิวาห์อย่างไร้ความเต็มใจ บ้านที่เคยเป็นที่พักพิงจึงกลายเป็นสมรภูมิเดือด ทว่าจุดเปลี่ยนกลับเกิดขึ้นในสถานที่อโคจร เมื่ออุบัติเหตุทำให้น่านได้เห็นจิดาภาในสภาพไร้อาภรณ์ปกปิด จากที่เคยพ่นคำดูถูกเขากลับเงียบงันและส่งเสียงครางประหลาดด้วยสายตาหิวกระหาย แทนที่จะรังเกียจเหมือนเก่า เขากลับจู่โจมเข้าหาอย่างคุกคามจนเธอตั้งตัวไม่ติด สัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นทำให้สามีจอมร้ายกาจเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในค่ำคืนที่ความลับใต้ร่มผ้าถูกเปิดเผย
หน้าปกนวนิยาย ตราบฟ้าไร้ดาว [ดราม่าหนัก พระเอกจำนางเอกไม่ได้ เลยร้ายใส่]
9.6
วรินรำไพเฝ้ารอคอย 'พี่หิน' ชายผู้เป็นรักเดียวที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความสุขในชีวิตของเธอ ทว่าเมื่อเขากลับมาในฐานะ 'ชลธิป' ผู้บริหารหนุ่มผู้เย็นชา เขากลับจำอดีตไม่ได้และมองว่าเธอคือศัตรูที่ต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวด ชลธิปจึงกลายเป็นยมบาลที่คอยทำร้ายหัวใจดวงเดิมอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางความสับสนและพันธะกับดลยา หญิงสาวแสนดีที่ครอบครองหัวใจเขาในปัจจุบัน เอ๋ยต้องทนทุกข์ทั้งเป็นในกองเพลิงแห่งความแค้นที่เขามอบให้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่ากำลังทำลายผู้หญิงที่เขารักที่สุด
หน้าปกนวนิยาย งี่เง่าเอาแต่รัก
8.9
งี่เง่าเอาแต่รัก (ภาคต่อ อวบอยู่ไหนจ๊ะ) เป็นเรื่องของเดอะแก๊งสี่หนุ่มเพื่อนพี่คิงและอวบค่ะ #คนงี่เง่าก็มีหัวใจ #คนเอาแต่ใจก็รักจริง “ลุงเย็กๆ ๆ” อุ้ยอ้ายหรือเด็กหญิงขนิษฐายังคงเรียกวรฤทธิ์แบบนั้นไม่หยุด “บอกให้เรียกอาๆ ๆ ๆ” “ฮี่ๆ” หมูน้อยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มแฉ่ง “เดี๋ยวตีเลย” วรฤทธิ์ขู่เด็กพร้อมกับทำตาโตดุๆ แล้ววางเจ้าตัวกลมให้ยืนบนพื้น ขณะที่เขาก็หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้รับแขกในสวนข้างๆ ขุนพล “ลุงเล็กอย่าตี อย่าตีน้อง” คราวนี้ยัยตัวกลมเรียกชื่อเขาชัดแจ๋วเสียงอ้อนน่าสงสารเชียว ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งจิบกาแฟและมองมาพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขา...” ฝากพี่เล็กกับผองเพื่อนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ
หน้าปกนวนิยาย นายตัวร้ายกับหนุ่มดอกไม้
8.8
ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนระหว่างนายตัวร้ายและหนุ่มดอกไม้ท่ามกลางบรรยากาศเมืองใหญ่ที่แสนวุ่นวาย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันขมขื่นที่ว่า การเลือกเดินจากกันไปอาจเป็นหนทางที่สร้างรอยแผลและความทุกข์ระทมน้อยกว่าการพยายามฝืนประคับประคองความรักที่ผุพังให้คงอยู่ต่อไป เรื่องราวความรักร่วมสมัยที่สะท้อนให้เห็นว่าในบางกรณี การยุติความสัมพันธ์คือการปลดปล่อยความเจ็บปวดที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่ายที่เคยผูกพันกัน
หน้าปกนวนิยาย Hot Love ของรักท่านประธาน
9.1
เมื่อคุณแม่รับเด็กสาวท่าทางซูบผอมเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน ท่านประธานหนุ่มกลับรู้สึกไม่สบอารมณ์กับท่าทีประหม่าและคอยเอาแต่ก้มหน้าหลบตาของเธอ ทว่าวันเวลาผ่านไป เด็กสาวที่เขาเคยนึกรำคาญกลับเริ่มเผยความงดงามจนเขาไม่อาจละสายตา ความหงุดหงิดถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ จนเขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากเขาจะแอบกินเด็กในปกครองของคุณแม่คนนี้ มันจะกลายเป็นความผิดที่ร้ายแรงเกินอภัยหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ซาตานจอมบงการรัก
9.7
เบลคตั้งแง่รังเกียจอาลียา หญิงสาวผู้อยู่ใต้การดูแลของปู่มาโดยตลอด แต่เมื่อเขาทราบว่าปู่มีแผนจะจับคู่เธอกับเอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นน้องชาย ความหึงหวงที่ซ่อนไว้ก็ปะทุขึ้นจนเขาไม่อาจยอมรับได้ เบลคจึงใช้ความลับเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งมาข่มขู่เพื่อบีบบังคับให้อาลียาออกห่างจากน้องชายของตน เขาพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น และแสดงให้เธอรู้ว่าเขาคือเจ้าของตัวจริงที่เธอไม่มีวันหนีพ้น แม้ต้องใช้วิธีการบงการที่ร้ายกาจเพียงใดก็ตาม