
สามีนอกทะเบียน (Series The Husband (สามี))
ตอน 3
หากใครเลยจะรู้ว่าเจ้าสาวที่คนในงานกำลังตามหากลับมายืนอยู่ในสวน เธออยู่ตรงนี้มานานพอสมควรแล้ว ความเหม่อลอยครุ่นคิดทำให้เธอลืมเวลาที่ขยับล่วงเลยไปทุกขณะ
ตะวันวาดยืนเหม่อมองฝ่าความมืดในสวนของโรงแรมซึ่งเป็นมุมมืดไม่มีใครสังเกตเห็นอย่างหนักใจ ลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกจากปากอิ่มรอบแล้วรอบเล่า แม้จะพยายามทำใจยอมรับ แต่พอเอาเข้าจริงมันก็ยากเหลือเกินที่จะต้องทนอยู่กับคนที่เธอไม่ได้รัก ทว่าเธอก็คงไม่อาจหลีกหนีความจริงพ้น
คิดถึงตรงนี้เจ้าสาวก็สูดลมหายใจเข้าปอด เธอต้องหันกลับมาเผชิญกับความจริง...สิบปีที่เธอเฝ้ารอเขาที่เงียบหายไปดั่งสายลม คงหมดหวังที่เธอจะรอ บางทีเขาอาจจะลืมเธอไปแล้วก็เป็นได้ ถ้าหากครั้งนี้เธอไม่เสียสละครอบครัวของเธอจะเป็นอย่างไร ในเมื่อพวกเขาเสียสละเพื่อเธอมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณเสียที
‘แม้ร่างกายฉันจะเป็นของคนอื่น แต่หัวใจของฉันยังเฝ้ารอคุณเสมอ นะคะ...พชร’ หญิงสาวรำพึงกับตัวเอง พ่นลมออกจากจมูกก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปใหม่ จากนั้นจึงหันหลังกลับเข้าไปในงาน
แต่ทว่า...มันคือความรู้สึกสุดท้ายที่เธอได้รับรู้...ก่อนที่เปลือกตาจะปิดสนิทลง
ห้องแกรนด์บอลรูมคลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อมากมาย ทั้งที่งานแต่งครั้งนี้ถูกจัดขึ้นแบบกะทันหัน แต่เพราะเจ้าสาวเป็นถึงอดีตนางแบบดังที่ผันตัวออกจากวงการเนื่องจากเบื่อข่าวฉาวที่ถูกสารพัดสื่อปั้นแต่งเพื่อหวังจะขายข่าว ส่วนเจ้าบ่าวก็เป็นเซเลบที่รู้จักในวงสังคม จึงไม่แปลกที่จะมีผู้คนมาร่วมเป็นสักขีพยานมากมายขนาดนี้
คุณรำภากับคุณพิมพาและคุณอาทิตย์ บิดามารดาคู่บ่าวสาวยืนรอตะวันวาดอยู่ข้างเวทีอย่างกระวนกระวายใจ ไม่มีใครรู้ว่าเค้าลางแห่งความอับอายกำลังจะเกิดขึ้น
“ยิหวา ตกลงยาหยีไปไหนลูก ตามหาเจอหรือเปล่า ทำไมไม่มาด้วยกัน นี่ก็ใกล้จะได้ฤกษ์แล้วนะ เจ้าบ่าวก็อีกคน เหลวไหลกันทั้งคู่เลย” คุณพิมพาถามลูกสาวคนโตอย่างร้อนรน เชิงตำหนิคู่บ่าวสาวอยู่ในที
“คือ...ที่ห้องไม่เจอค่ะคุณแม่ รอคุณพัทธ์ไปดูกล้อง อีกเดี๋ยวก็คงมาแจ้งค่ะคุณแม่”
แม้จะพูดเช่นนั้นหากถึงเวลาเริ่มงานก็ยังไร้วี่แววของคู่บ่าวสาว ในขณะที่รวินซึ่งรับหน้าที่เป็นพิธีกรก็ทำหน้าที่บนเวทีตามปกติ จนมุกใกล้จะหมดเต็มที จึงเริ่มชำเลืองมองหาคู่บ่าวสาวเป็นระยะ
เจ้าบ่าวเดินหน้าเครียดเข้ามาที่ข้างเวที ก่อนจะกระซิบบอกผู้สูงวัยทั้งสามโดยที่ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนเวทีทันที รวินที่ยืนมองอยู่ก่อนยื่นไมโครโฟนให้เจ้าบ่าวอย่างงงๆ
“สวัสดีครับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม จิรพัทธ์ จิรวัฒนะกุล ผมขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่เสียสละเวลามาร่วมงานในค่ำคืนนี้ ทุกท่านอาจจะสงสัยว่าเจ้าสาวหายไปไหน เป็นอีกเรื่องนอกจากคำขอบคุณที่ผมต้องกราบขอโทษแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่เจ้าสาวของผมไม่ได้อยู่ตรงนี้ ตอนนี้เธอไม่สบายถึงขั้นแอดมิทที่โรงพยาบาล เนื่องจากเธอจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง คุณตะวันวาดต้องการความเรียบร้อยและให้งานแต่งออกมาดีที่สุด ร่างกายที่ขาดการพักผ่อนทำให้เธออ่อนเพลียและเป็นลมล้มพับไป ต้องพาตัวเธอไปตรวจเช็กอาการที่โรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นวันนี้ผมขอน้อมรับด้วยความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ผมต้องกราบขออภัยอีกครั้ง”
“ฉันจะเป็นลม!”
คุณหญิงรำภายกมือทาบอกเหมือนลมที่อยู่ในช่องท้องขาดเป็นห้วง และอากาศเหลือน้อยลงไปทุกที แต่นางก็ต้องฝืนทรงตัวให้ยืนอยู่ต่อ
จบประโยคของเจ้าบ่าว เขาก็ยื่นไมโครโฟนคืนให้รวินก่อนที่จะก้าวลงจากเวที ทั้งที่ด้านล่างเวทีก็อลหม่านไม่แพ้กัน เกิดเสียงซุบซิบนินทาหนาหูขึ้นจนเริ่มอื้ออึง จากนั้นไม่นานแสงไฟจากกล้องของนักข่าวหลายสำนักก็เกิดขึ้นพร้อมกับการกรูกันเข้ามาของเหยี่ยวข่าว แล้วก็ถามคำถามอย่างที่ตัวเองต้องการอยากรู้เพื่อไปเสนอข่าวให้เร็วที่สุดและเป็นหนึ่งเดียว
รวินรีบวิ่งตามลงมาพร้อมกับเอียงหน้ากระซิบถามคุณหญิงรำภาที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“มันเกิดอะไรขึ้นครับ ยาหยีไปไหน”
“แม่ก็รอถามรายละเอียดกับพัทธ์เหมือนกัน แต่คงต้องรอจบงานก่อน ตอนนี้แม่ขอไปกราบขอโทษท่านรัฐมนตรีก่อนนะ ไม่รู้จะบากหน้าเข้าไปยังไงดี”
คุณหญิงรำภาส่ายหน้าหนักใจแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น ปล่อยให้คนถามยืนงงมองตามสลับกับมองเจ้าบ่าวที่โดนสื่อรุมสัมภาษณ์อยู่ข้างๆ
คุณอาจจะชอบ





