
แม่ทูนหัวโคตรเลิศ
ตอน 3
ฮั่วเฉินขี้เกียจจะสนใจพวกเขา แล้วหันหลังไปมองเฉียววาน สีหน้าที่เยือกเย็นอ่อนโยนลงอย่างที่หาได้ยาก
“ไปกันเถอะ แม่ของลูกกำลังรอลูกอยู่ที่บ้าน”
เฉียววานได้ยินคำพูดของฮั่วเฉิน ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยก็ผุดขึ้นมาภายในใจ
เธอไม่รู้ว่าควรจะอธิบายความรู้สึกแบบนี้ยังไงดี มันราวกับว่าปลายนิ้วที่เย็นยะเยือกสัมผัสไปโดนแสงแดดที่แสนอบอุ่นอย่างกะทันหัน มันไม่คุ้นชิน แต่ไม่สามารถหลบหลี่ยงได้
ผู้อำนวยการเหวินจับมือของเธอเบา ๆ พูดถามขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน “วานวาน คุณฮั่วมารับเธอกลับบ้าน เธอเต็มใจจะไปด้วยกันกับเขาไหม?”
เฉียววานเฉียววานเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นจ้องมองฮั่วเฉินตลอดเวลา น้ำเสียงเบามาก แต่กลับจริงจังอย่างที่ไม่อาจเมินเฉยได้ “ในอนาคตคุณ...... จะไล่หนูไปกะทันหันไหมคะ?”
หัวใจของฮั่วเฉินบีบแน่นขึ้นมาทันที
เดิมทีเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับการรับเลี้ยงลูกสาวบุญธรรมอยู่แล้ว เพียงแค่ตอบสนองความปรารถนาของภรรยาเท่านั้น ตระกูลฮั่วร่ำรวยระดับที่เทียบเคียงกับประเทศชาติ การรับเลี้ยงเด็กสักคน มันก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ต้องจ่ายค่าครองชีพเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น
แต่เวลานี้ พอมองไปยังดวงตากลมโตของเด็กผู้หญิงคนนี้ที่เหมือนกับภรรยาคู่นั้น ความตื่นตระหนกและดื้อดึงที่แอบซ่อนอยู่ในนั้น จู่ ๆ มันก็ทำให้เขารู้สึก...
เด็กผู้หญิงคนนี้ เขายอมรับเธอแล้ว
เขาโน้มตัวลงไปเล็กน้อย สายตาทั้งหนักแน่นทั้งอ่อนโยน “ไม่มีทาง นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลูกก็คือลูกของตระกูลฮั่ว และจะเป็นแบบนั้นตลอดไป”
ในที่สุดผู้อำนวยการเหวินก็ถอนหายใจออกมา
เธอรู้ว่าฮั่วเฉินเป็นคนรักษาสัญญา
เฉียววานพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังรถหรูอันเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูงคันนั้นท่ามกลางสายตาตกใจของตระกูลเฉียว
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่ใช่เด็กกำพร้าที่ใครหน้าไหนก็กลั่นแกล้งรังแกได้อีกต่อไป
แต่เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลฮั่ว!
สีหน้าของคนตระกูลเฉียวที่อยู่ข้างหลังซับซ้อนอยู่ไม่น้อย
แต่ว่าในที่สุดก็สามารถกำจัดคนที่ขัดหูขัดตาไปได้สักที!
นี่มันถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก!
อีกอย่าง ตระกูลร่ำรวยลึกลับซับซ้อนมาก คนนิสัยแบบเฉียววาน ไม่ช้าก็เร็วยังไงก็ต้องถูกส่งตัวกลับไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่วันยังค่ำ ไม่ต่างอะไรจากครอบครัวที่รับเลี้ยงเธอก่อนหน้านี้
...
รถหรูขับแล่นไปยังเขตตัวเมืองอย่างราบรื่น
เฉียววานนั่งอย่างเงียบสงบ มีกระเป๋าเป้วางบนหน้าตักหนึ่งใบ ข้างในมีเพียงแค่เสื้อผ้าสองสามตัว โน้ตบุ๊คขนาดเล็กหนึ่งเครื่อง แล้วก็โทรศัพท์ที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์อีกหนึ่งเครื่องเท่านั้น
“ครืด ๆ .....”
จู่ ๆ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา
เฉียววานสไลด์หน้าจอ ข้อความที่ต้องกรอกรหัสปรากฏขึ้นมา
“ได้ยินมาว่าผู้อำนวยการเปลี่ยนบ้านใหม่ให้กับคุณแล้วเหรอ”
อีกฝ่ายหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง
ปลายนิ้วของเฉียววานแตะไปเบา ๆ ก่อนจะตอบกลับไปอย่างสั้นกระชับ “อืม”
อีกฝ่ายดูเหมือนจะชินกับความเงียบขรึมของเธอแล้ว ไม่นานก็ส่งข้อความตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“แต่ภูมิหลังของตระกูลฮั่วซับซ้อน เป็นครอบครัวที่ไม่ได้อยู่ในแผนการของพวกเรา จะวางแผนเตรียมการใหม่ไหม?”
เฉียววานมองต่ำลง ไม่ได้ตอบกลับไป
ผ่านไปสักพัก อีกฝ่ายก็ยอมประนีประนอมอย่างไม่มีทางเลือก
“ก็ได้ ฉันเข้าใจแล้ว ถ้าไม่สามารถปรับตัวได้ก็ติดต่อมาได้ตลอดเวลา ต้องการให้ฉันช่วยเหลืออะไรไหม?”
“อืม ไปสูบทรัพยากรพวกนั้นของตระกูลเฉียวมาให้หมด ในเมื่อพวกเขาต่างก็คิดว่าตัวเองสุดยอดมาก ก็ไม่จำเป็นต้องช่วยอีกแล้ว”
ตอนที่เฉียววานเข้าไปในตระกูลเฉียวในตอนแรก เธอใช้ทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ในการช่วยเหลือตระกูลเฉียว จนปัจจุบันนี้ตระกูลเฉียวเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา
ในขณะเดียวกัน โทรศัพท์ของฮั่วเฉินก็ดังขึ้นมา
ปลายสาย น้ำเสียงที่อ่อนโยนของหลู่ว่านชิงไม่อาจปิดซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้ “ทีรัก รับลูกสาวมาแล้วยังคะ เธอชอบกินอะไร? ฉันจะให้พ่อครัวไปเตรียมเอาไว้ให้!”
ฮั่วเฉินมองเด็กผู้หญิงที่เงียบสงบผ่านกระจกส่องหลัง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“อืม รับมาแล้ว”
“ลูกสาวของพวกเรา... พิเศษมาก”
รถขับแล่นบนถนน ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงกว่าจะมาถึง
ตระกูลฮั่ว
ตั้งอยู่ในทำเลทองใจกลางเมืองจิง ย่านที่อยู่อาศัยระดับสูงแห่งนี้เรียกว่า ‘วิมานเมฆ’ เป็นแหล่งร่วมตัวกันของเหล่าบรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่แท้จริง
สิ่งที่น่าตกใจคือ ในอาณาเขตที่มูลค่ามหาศาลนี้ คฤหาสน์ตระกูลฮั่วรักษาพื้นที่สีเขียวเอาไว้ได้ถึง80% ไม่เพียงแต่จะมีทะเลสาบเทียมที่เป็นประกายระยิบระยับแล้ว ยังใช้เงินกว่าหลายร้อยล้านในการสร้างศาลาและระเบียงริมน้ำเหมือนกับเมืองหางโจวอีกด้วย
ในตอนแรกเฉียวยวนหมินไม่รู้จักเจียมตัวเอง คิดวาดฝันจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ของที่นี่ แต่เขาไม่มีปัญญาได้สัมผัสแม้กระทั่งธรณีประตูเลยด้วยซ้ำ
รถหรูขับเข้ามาในคฤหาสน์อย่างช้า ๆ เฉียววานมองสำรวจวิลล่าที่ราวกับพระราชวังแห่งนี้ผ่านทางกระจกหน้าต่าง
ฮั่วเฉินช่วยประเปิดประตูให้กับเธอด้วยตัวเอง ก่อนจะเดินนำเธอผ่านสวนดอกไม้สไตล์ซูโจวที่ได้รับการดูแลตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
ภายในห้องรับแขก เหล่าบรรดาคนของตระกูลฮั่วรอมานานมากแล้ว
บนที่นั่งหลักที่ล้อมรอบไปด้วยผู้คน มีหญิงชราที่ดูน่าเกรงขามนั่งอยู่หนึ่งคน
เธอรวบผมเป็นมวยอย่างประณีต ต่างหูหยกเปล่งประกายแสงสว่างที่แสนอบอุ่น เธอคนนี้ก็คือเซิ่นหลาน คุณนายผู้เฒ่าฮั่วนั่นเอง
คนที่นั่งอยู่ทางซ้ายคือครอบครัวหลักของฮั่วจิง ฮั่วหลานผู้เป็นคุณหนูสามแต่งงานกับตระกูลเย่ ปัจจบันนี้อาศัยอยู่ที่ต่างประเทศทั้งครอบครัว ข้างกายของหญิงชรายังมีเด็กผู้หญิงที่สวมชุดเดรสสีขาวยืนอยู่อีกหนึ่งคน เธอก็คือเซิ่นม่านม่านที่ครอบครัวของหญิงชราอุปถัมภ์เลี้ยงดูอยู่ในตระกูลฮั่ว
“แม่ นี่คือลูกสาวของผม วานวานครับ” ฮั่วเฉินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่ได้ยินบ่อย ๆ
ภายในห้องนั้นเงียบสงัด
ฝีเท้าของเฉียววานหยุดชะงักเล็กน้อย กวาดสายตามองทุกคนอย่างสงบนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งวี่แววของความอึดอัด
วันนี้เธอใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เรียบง่าย ยิ่งขับให้ผิวดูขาวเนียนนุ่มมากขึ้น มันดูสะดุดตาเป็นพิเศษเมื่ออยู่ภายในห้องที่เต็มไปด้วยอัญมณี
ทุกคนอึ้งตะลึงไปทันที รับเลี้ยงมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ใช่หรือไง ทำไมออร่าตามตัวถึงดูเหมือนลูกคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์กันนะ
หลู่ว่านชิงที่อยู่ด้านข้างใส่ชุดกี่เพ้าสไตล์การปักแบบซูโจวสีขาวนวล ได้พุ่งกระโจนเข้าไปอย่างอดใจรอไม่ไหวแล้ว เธอรีบดึงเฉียววานเข้ามาในอ้อมกอดด้วยอารมณ์ตื่นตัว น้ำเสียงสะอึกสะอื้น “วานวาน ลูกสาวสุดที่รักของแม่ ตอนแรกแม่คิดว่าพวกเราจะไม่มีวาสนาได้เป็นแม่ลูกกันแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะเข้าข้างพวกเรา หลังจากนี้ไปพวกเราก็จะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว ”
หลู่ว่านชิงไม่ได้พูดออกไป อันที่จริงเธออธิษฐานภาวนาทุกวัน คาดหวังว่าเฉียววานจะกลายเป็นเด็กกำพร้าอีกครั้ง ให้ตัวเองได้รับมาเลี้ยงดู
เฉียววานสามารถรู้สึกได้ถึงหน้าอกที่หายใจรุนแรงของผู้หญิงคนนี้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้จันทน์ตามตัวผสมกับกลิ่นน้ำหอมของดอกไอริสลอยตลบอบอวลบริเวณปลายจมูก เป็นกลิ่นอบอุ่นที่ไม่เคยได้กลิ่นจากที่ไหนมาก่อน
คุณอาจจะชอบ





