
ลวงรัก
ตอน 2
คฤหาสน์ดาริน
“หายไปทั้งคืนแบบนี้ อีกไม่นานเดี๋ยวก็ได้ท้องไม่มีพ่อ”
ดารินหยุดฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวต่างแม่ดังขึ้นจากทางด้านหลังในขณะที่เดินเข้ามาในบ้าน
“แล้วแกมายุ่งอะไรด้วย อย่าสาระแน!”
“ที่นินพูดก็แค่หวังดี ไม่อยากเห็นพี่ถูกพ่อทุบตีเหมือนวัวเหมือนควาย”
ดารินแสยะยิ้มมองคนตรงหน้า พลางวาดสายตาสำรวจน้องสาว เพราะตั้งแต่เล็กจนโตเธอรู้ดีว่าลินินไม่ได้หวังดีกับเธอเลยสักนิด
“เหมือนวัวเหมือนควายก็ยังดีกว่าเหมือนหมาลอบกัดอย่างแก อีลูกเมียน้อย!”
“…..” ลินินกำมือแน่นอย่างทำอะไรไม่ได้ ทุกครั้งที่ลงมือทำร้ายกัน ดารินมักจะเป็นฝ่ายอยู่เหนือและชนะเธอทุกครั้งไป
“ชู่วววว แกอย่าทำมาเป็นแอ๊บแบ๊วใสซื่อบริสุทธิ์ไปหน่อยเลย ทีแท้ก็ผ่านผู้ชายมานับสิบนับร้อย อีเด็กนรกใจแตก” นิ้วเรียวของหญิงสาวเลื่อนไปปัดป่ายเส้นผมออกจากใบหน้าของผู้เป็นน้องสาว ก่อนจะยิ้มให้อย่างเย้ยหยัน
“มันจะมากไปแล้วนะพี่ดาริน!”
“แกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่ เพราะฉันไม่เคยนับแกเป็นน้อง!”
“…..”
“คุณหนูคะ คุณท่านเรียกพบค่ะ”
คนทั้งสองต่างผละออกจากกันเมื่อได้ยินเสียงเรียกของแม่บ้าน
“พ่ออยู่ไหน?” ดารินถามกลับ
“อยู่ห้องทำงานค่ะ”
“…..”
แกร้ก~ บานประตูห้องทำงานถูกเปิดออก ก่อนจะเห็นว่าผู้เป็นพ่อนั่งรออยู่แล้ว โดยมีคุณนายยุพิน เมียใหม่ของพ่อก็นั่งอยู่ด้วย
“พ่อเรียกหนูมามีอะไร?”
“แกหายหัวไปไหนมาทั้งคืน?” สินธพเอ่ยถามลูกสาว ก่อนจะได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ลอยคละคลุ้งออกมาจากทางลมหายใจของดาริน
“มีหมาตัวไหนไปฟ้องอีกล่ะ?” ไม่ถามเปล่าแต่เธอยังปรายตาหันไปมองคุณนายยุพินที่นั่งอยู่ข้างๆ พ่อ
“พูดจาให้มันดีๆ หน่อย หัดรู้จักเคารพผู้ใหญ่ซะบ้าง” สินธพหันไปตวาดลูกสาวอย่างคาดโทษ
“…..”
“ว่าไง แกหายหัวไปไหนมา?”
“ไปกินเหล้ามา”
“ทำตัวเสเพล ดูสภาพแกสิ มันใช้ได้ที่ไหน ใครจะอยากได้เป็นเมีย”
“แล้วใครบอกว่าหนูอยากมีผัว พวกผู้ชายมันก็เฮงซวยด้วยกันทั้งนั้น!” ดารินกระแทกเสียงกลับคืน
“อย่ามาทำสันดานก้าวร้าวกับฉัน นังลูกนอกคอก!”
“ใครจะเป็นควายอยู่แต่ในคอกเหมือนเมียน้อยพ่อกับยัยลินินกันล่ะ”
“ยัยดาริน!”
เพียะ! ใบหน้าสะสวยหันไปตามแรงตบของผู้เป็นพ่ออย่างแรง เธอได้แต่ยืนกำมือแน่น ก่อนจะยกมือเช็ดเลือดออกจากมุมปากอย่างใจเย็น
“มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหม จะได้ไปนอนต่อ”
“เดี๋ยวก่อน!”
“แล้วเรื่องเหมันต์ไปถึงไหนแล้ว”
“…..” ร่างบางเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไง พ่อพยายามให้เธอลงเอยกับเหมันต์เพราะจะได้มีประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัว แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อเหมันต์ไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด
“ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง!?”
“หนูโทรหาเขาแล้ว แต่เหมันต์ไม่ยอมรับสาย”
“ก็ดูสารรูปแกสิ ทำตัวมั่วผู้ชายไม่เลือกหน้าแบบนี้ ใครจะเอา!” สินธพใช้นิ้วผลักไปที่ศีรษะของลูกสาวอย่างแรงจนหงายเงิบ แน่นอนว่าการกระทำรุนแรงแบบนี้ เธอรู้สึกชินเสียแล้ว
“…..”
“ฉันขอสั่งแกเลยนะ จะทำยังไงก็ได้ ให้ไอ้เหมันต์มันยอมตกลงกับแกให้เร็วที่สุด ไม่งั้นฉันจะเฉดหัวแกไปออกไปนอนเหมือนหมาข้างถนน!”
“…..”
“จำใส่สมองของแกไว้ ว่าฉันมีบุญคุณกับแกขนาดไหน ถ้าไม่มีฉันสักคน แกจะมีทุกอย่างเหมือนวันนี้เหรอ”
“…..” ดารินได้แต่เก็บความอัดอั้นเอาไว้ในใจ ถ้าที่ดินตรงนี้ไม่ใช่ของแม่ เธอคงจะออกไปจากบ้านหลังนี้นานแล้ว แต่ด้วยที่มันคือทรัพย์สมบัติเพียงอย่างเดียวที่มี เธอเลยต้องอยู่เพื่อรักษามันไว้ ถ้าไม่เช่นนั้น พ่อของเธออาจจะยกให้เมียใหม่หรือไม่ก็ลูกสาวคนโปรด
“ไสหัวออกไปได้แล้ว เห็นหน้าแกแล้วหมดอารมณ์จะทำงานต่อ”
“…..” ร่างบางหมุนตัวรีบเดินออกจากห้องมา โดยไม่สนใจลินินที่ยืนแอบฟังอยู่หน้าประตู
“ฮึกก ฮือออ” ดารินร้องไห้สะอื้นอยู่บนเตียงนอนใหญ่ภายในห้อง เธอได้แต่นอนมองรูปถ่ายของแม่ด้วยความโดดเดี่ยว
“อย่าร้องไห้เลยนะคะคุณหนู ลุกมากินข้าวก่อนนะคะ” ป้าจันทร์หญิงวัยชราเดินเข้ามาหาดารินด้วยความสงสาร เพราะดารินคือคนที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่แบ เบาะเลยรักมา เหมือนลูกสาวแท้ๆ คนนึงก็ว่าได้
“หนูไม่หิวค่ะนม”
“นมอุตส่าห์ทำมาให้ กินสักหน่อยเถอะค่ะ จะได้มีแรง”
“…..” คนตัวเล็กค่อยๆ หยัดตัวลุกขึ้นนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงแล้วทานอาหารที่นมจันทร์เอามาให้
“เลิกร้องไห้นะคะคนดี เดี๋ยวตาบวมแล้วไม่สวยนะ”
“ในบ้านหลังนี้คงมีแต่นมจันทร์ที่รักดาจริงๆ”
“คุณท่านก็รักนะคะ แต่…”
“อย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ ดาไม่อยากฟัง”
“ค่ะคุณหนู ไม่พูดก็ไม่พูดค่ะ”
ตอนเย็น…
“พี่ดาริน” ลินินเดินมาขวางทางพี่สาวที่แต่งตัวสวยเตรียมจะออกไปเที่ยวข้างนอก
“…..” ดารินถอดแว่นสีชากรอบหนาราคาแพงออก ก่อนจะจ้องหน้าน้องสาวกลับคืน
“จะออกไปไหนเหรอคะ อยู่ฉลองด้วยกันก่อนสิ”
“????”
“ฉลองที่รินได้เกียรตินิยมอันดับ1ไงคะ” ลินินยิ้มกว้างให้คนตรงหน้าอย่างใจดี แต่ดารินกลับมองว่าเธอแสแสร้งและตั้งใจจะยั่วโมโหเธอ
“หัดดูน้องแกเป็นตัวอย่างซะบ้างนะเรียนหมอแถมยังได้เกียรตินิยมอีก น่าภาคภูมิใจเสียจริง” สินธพพูดแทรกขึ้น พร้อมส่งยิ้มหวานให้ลูกสาวคนโปรด ทำเอาดารินถึงกลับเบะปากด้วยความหมั่นไส้
“…..”
“อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะคะ วันนี้มีแต่อาหารอร่อยๆ เพียบเลย”
“ขอบใจมากนะที่ชวน แต่ฉันไม่ชอบกินปลาแรดและแกงกะหรี่ มันเหม็นคาวน่ะ” หญิงสาวกระแทกเสียงตอบกลับ แล้วเดินเลี่ยงออกมา แต่กลับถูกลินินคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน
“ว่านินเป็นกระหรี่ แต่ไม่ดูแม่ตัวเองเลยนะคะ” ลินินกระซิบกระซาบข้างใบหู ดารินหันขวับไปจ้องหน้าหลังจากที่ได้ยินประโยคนั้น
“ถ้าแม่พี่ไม่ท้อง พ่อก็คงไม่ลดตัวมาแต่งงานด้วยหรอก อย่าลืมสิคะว่าแม่นินมาก่อน พี่ลองเก็บไปคิดดีๆ นะคะ ว่าใครกันแน่ที่เป็นลูกเมียน้อย”
“…..” หญิงสาวเม้มปากแน่น เพราะรู้ตัวดีว่าเป็นได้แค่ลูกสาวที่พ่อไม่รัก
“ความจริงพี่น่าจะตายตามแม่พี่ไป เหมือนที่พ่อพูดเลยนะ ไม่น่าอยู่เป็นส่วนเกินในบ้านหลังนี้”
“อีลินิน!”
เพียะ! เพียะ! ดารินเหวี่ยงกระเป๋าแบรนด์เนมตบเข้าที่หน้าของน้องสาวอย่างแรงจนลินินล้มลงไปนอนกองที่พื้นด้วยความเดือดดาล เธอจึงกระโดดขึ้นคร่อมน้องสาวเอาไว้ ก่อนจะฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าของผู้เป็นน้องไม่ยั้ง
“ว้ายย กรี๊ดดด” ลินินร้องกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนจะทำท่าทางสงสารเพื่อเรียกร้องความสนใจจากทุกคน
“ปล่อยน้องนะดาริน อย่าทำน้อง!” สินธพรีบวิ่งมาห้าม พลางฉุดกระชากดารินออกมา แต่ไม่สำเร็จ ดารินไม่ยอมปล่อยมือจากน้องสาว
“ปล่อยนะพ่อ หนูจะตบสั่งสอนมัน อีเด็กเวร อีนรก ฉันเกลียดแก!”
“พ่อบอกให้ปล่อย!”
“ไม่ปล่อย อีนี่มันด่าแม่ดา ดาไม่ยอมนะพ่อ!”
เพียะ! เพียะ! ดารินถึงกลับหยุดนิ่งเมื่อถูกผู้เป็นพ่อตบหน้าอย่างแรง
“แกมันก็เลวเหมือนแม่แกนั่นแหละ ไสหัวออกไป!”
“พะ…พ่อ”
“อย่ามาทำสันดานต่ำช้าในบ้านของฉัน นี่มันน้องแกนะ”
“พ่อก็เข้าข้างแต่มัน เคยเห็นหนูเป็นลูกบ้างไหม?” หยดน้ำตาสีใสไหลลงมาอย่างอดกลั้นไม่ได้ เธอพยายามที่จะเข้มแข็ง แต่สุดท้ายก็ร้องออกมาอยู่ดี
“ตั้งแต่แม่ตายไป พ่อก็หลงแต่พวกมัน แล้วหนูล่ะ หนูไม่ใช่ลูกพ่อหรือไง!”
“…..”
“ไม่ว่าจะทำอะไรก็ผิดไปหมด ทำไมพ่อไม่รักไม่สนใจหนูบ้าง ทำไมถึงรักแต่ยัยนี่ ดาเกลียดพวกมัน ได้ยินไหมว่าเกลียด!” ดารินตะเบ็งเสียงจนสุดแรง มันคือความเจ็บปวดทางใจที่ได้รับมาตลอดในระยะเวลาหลายปี
“พอเถอะนะคะคุณหนู เชื่อนมนะคะ” นมจันทร์รีบวิ่งมาห้ามทั้งน้ำตา เพราะกลัวว่าสินธพจะทำร้ายคุณหนูของเธอไปมากกว่านี้
“…..”
“จะไปหาคุณน้ำผึ้งไม่ใช่เหรอคะ รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณน้ำผึ้งจะรอนาน”
หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตา ก่อนจะวิ่งออกจากบ้านมาโดยไม่หันหลังกลับไปมองอีกเลย
“จะไปไหนดาริน ดาริน! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”
คุณอาจจะชอบ





