ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)

กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)

รุจาภาจำต้องก้าวเข้าสู่กรงวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังกับ พยัคฆ์ พิตตินันท์ ชายหนุ่มผู้มองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงสำส่อนไร้ค่า เพื่อปกป้องคนรักเธอจึงยอมตกเป็นทาสรองรับอารมณ์ของพยัคฆ์ร้ายที่จ้องจะปราบพยศเธอด้วยความแค้น แม้รุจาภาจะปากร้ายและดื้อรั้นเพียงใด พยัคฆ์ก็พร้อมจะสั่งสอนยัยเด็กแสบคนนี้ให้สำนึกในฐานะทาสแห่งไร่กันตา การปะทะกันระหว่างเสือร้ายกับหญิงสาวผู้ไม่ยอมคนจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางไฟสวาทที่แผดเผาทุกสิ่ง
ตอน
แชร์

ตอน 2

เสียงกระพรวนที่ดังขึ้นที่หน้าประตูร้านกาแฟที่จัดร้านได้อย่างมีสไตล์ของตัวเองดังขึ้น ทำให้คนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์สำหรับรับออร์เดอร์และทำหน้าที่เป็นแคชเชียร์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็เห็นว่าคนที่เพิ่งเดินพ้นประตูร้านที่เป็นกระจกสำหรับผลักเข้าออกนั้น ไม่ใช่ลูกค้าอย่างที่คิด แต่กลับเป็นเพื่อนรักที่มีสีหน้าอมทุกข์เป็นที่สุดต่างหาก

“ทำไมหน้าบูดอย่างกับตูดลิงมาเชียววันนี้?” คนที่เห็นใบหน้าเป็นทุกข์ของเพื่อนร้องถาม ด้วยคำพูดที่ประดิษฐ์ประดอยขึ้นให้กวนอวัยวะเบื้องล่างเสียเหลือเกิน ก็แหม...คนอย่างเธอพูดดีๆ กับเขาเป็นเสียที่ไหน แต่ละคำถ้าไม่ออกมาแล้วกวนอารมณ์น่ะ คงไม่ใช่คำพูดของรุจาภา วรลักษณ์หรอกน่า ถึงแม้ว่าปากจะเสียแค่ไหน แต่เธอก็เป็นห่วงเพื่อนด้วยความจริงใจเสมอนะ

“จ้า...ฉันมีเรื่องอยากปรึกษาแกหน่อยน่ะ” แพรพิลาศ อุทธนันท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ไม่ได้ค้อนกลับอย่างที่เคยทำยามที่โดนเพื่อนรักกวนบาทา และนั่นทำให้รุจาภาต้องขมวดคิ้วอย่างกังวลมากขึ้น ลงว่าแพรพิลาศผู้ร่าเริงเป็นนิจได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้แล้ว เรื่องที่เธอกำลังเครียดอยู่คงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

“เอ่อ...ถ้างั้นแกรอฉันแป๊บนึงนะ ขอเก็บร้านก่อน” รุจาภาบอกด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะกังวลมากขึ้น เมื่อหน้าตาสะสวยเจริญตาของแพรพิลาศบัดนี้เต็มไปด้วยความหม่นหมองจากเรื่องทุกข์ที่สุมอยู่ในใจ แพรพิลาศพยักหน้ารับ ก่อนเดินเลี่ยงออกไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในสุดของร้านกาแฟแห่งนี้

รุจาภาช่วยลูกจ้างอีกสองคนเก็บร้านเมื่อเวลาเย็นย่ำมากแล้ว และเป็นเวลาปกติที่ร้านจะปิดทำการ เธอและแพรพิลาศต่างก็เป็นเจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้ด้วยกัน ทั้งสองร่วมหุ้นกันเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่ทั้งสองเรียนอยู่ ถ้านับตามอายุร้านตอนนี้...ร้านนี้ก็อายุเกือบๆ จะสามปีแล้วล่ะ เพราะรุจาภาและแพรพิลาศเปิดร้านนี้ตั้งแต่ทั้งสองคนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2

“เอาล่ะ...แกมีเรื่องทุกข์ใจอะไร ไหนลองเล่ามาให้ฉันฟังซิ” รุจาภาถามหลังจากเก็บร้านและลูกจ้างอีกสองคนกลับบ้านไปแล้ว ร่างบางทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเพื่อนรัก

“เฮ้อ...” แพรพิลาศถอนหายใจอย่างคนคิดไม่ตก ก่อนเปิดปากเล่าเรื่องทุกอย่างที่เก็บเงียบไว้มาเกือบปีแล้ว “แกก็รู้ใช่ไหมว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ฉันก็ต้องแต่งงานกับพี่ชายของแก”

“อืม แล้วไง?” รุจาภาถามต่อ ทว่าความคิดหนึ่งวิ่งเข้ามาในสมอง ก็ทำให้เธอต้องจ้องหน้าเพื่อนรักเขม็ง “หรือว่าแกไม่อยากแต่งงานกับพี่ชายฉันแล้ว?”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” แพรพิลาศปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “ก็เพราะฉันรักพี่จอม และฉันก็มั่นใจว่าอยากแต่งงานกับเขามากนี่แหละ ฉันเลยต้องมานั่งเครียดอยู่อย่างนี้?”

“อ้าว? ทำไมต้องเครียดล่ะ?” รุจาภาชักจะงงกับเพื่อนรักเข้าไปทุกที “ในเมื่อพี่ชายฉันก็รักและก็รอคอยที่จะแต่งงานกับเธอมาตลอดเก้าปี”

“คือ...ถ้าฉันเล่าอะไรให้แกฟัง แกสัญญากับฉันก่อนได้ไหมว่าจะไม่โกรธ?” แพรพิลาศถามด้วยน้ำเสียงกริ่งเกรง ว่ารุจาภาจะโกรธเธอจนไม่ยอมมองหน้า หากว่าเธอเล่าเรื่องบางอย่างให้เพื่อนรักฟัง

“ลองเล่ามาก่อนแล้วกัน”

“ไม่! แกสัญญาก่อนสิ” แพรพิลาศไม่ยอมเสียเหลี่ยมเพื่อนรักง่ายๆ หรอก รู้ดีว่าที่รุจาภาตอบอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้คำตอบมามัดตัวตัวเองทีหลัง

“เออๆ!” รุจาภาตอบรับอย่างเสียไม่ได้ แม้จะไม่อยากจะสัญญาอะไรกับใครหน้าไหนก็ตาม แต่ก็อยากรู้เรื่องที่ทำให้เพื่อนรักทุกข์ใจมากกว่า “เล่ามาได้ยัง?”

“คือ...แกก็คงรู้มาตลอดใช่ไหมว่าฉันกับพี่ชายแกคบกันมาเกือบเก้าปีแล้ว?” คำถามของแพรพิลาศทำให้รุจาภาส่งสายตาประหนึ่งว่า จะมัวถามวกไปวนมาให้มันยืดเยื้อทำไม รีบๆ เข้าเรื่องเลยจะไม่ได้ดีกว่าหรือ? “และฉันก็รู้ตัวมาโดยตลอดว่าฉันต้องแต่งงานกับพี่จอมอย่างแน่นอน ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความจริงฉันรู้อนาคตของตัวเองมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว เพราะพ่อแม่ของฉันและแกเกริ่นๆ เรื่องนี้กับฉันและพี่จอมมานาน...”

“แล้ว?” รุจาภายังไม่คิดว่ามันมีเรื่องอะไรที่น่าทุกข์ใจตรงไหน ในเมื่อแพรพิลาศก็รู้ตัวมาก่อนตั้งสี่ปีแล้วว่าต้องแต่งงานกับรณกร พี่ชายที่แสนดีหาใครเปรียบไม่ได้ของเธอ

“ก็...คนเรานะ พอคบกันไปนานๆ ความรักแบบลุ่มหลงมันก็จืดจางไป เหลือไว้เพียงความผูกพันที่เป็นความรักขั้นที่ลึกซึ้งกว่านั้น” แพรพิลาศพยายามจะอธิบายในสิ่งที่เธอรู้สึกให้เพื่อนรักฟัง มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งนักกับเรื่องของหัวใจ และมันเข้าใจยาก...หากว่าไม่ลองมาประสบด้วยตัวเอง ก็คงจะไม่มีใครเข้าใจได้ แต่ว่าตอนนี้...เธอหวังเพียงว่ารุจาภาจะยอมเข้าใจในความรู้สึกของเธอ แม้เพียงสักนิดก็ยังดี “แล้วฉัน...ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าฉันยังอยากจะแต่งงานกับพี่จอมอยู่อีกหรือเปล่า? ยังอยากจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตร่วมกับพี่จอมอยู่อีกไหม? ฉันอยากรู้ว่าพี่จอมจะเป็นคนที่ใช่สำหรับฉันเหมือนที่คบกันตอนแรกๆ หรือเปล่า? ฉันก็เลย...ลองคุยกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามา...จีบ...ฉัน”

“นี่แก...แกนอกใจพี่ชายฉันอย่างนั้นเหรอ!!?” รุจาภาโมโหแทบบ้าเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักนอกใจพี่ชายที่แสนดีของเธอ เธอไม่แปลกใจหรอกที่แพรพิลาศจะมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาขายขนมจีบ ก็แหม...แพรพิลาศออกจะสวยระดับดาวมหาวิทยาลัยขนาดนี้ พี่ชายของเธอไม่รู้ทำบุญด้วยอะไรถึงได้แพรพิลาศเป็นแฟน แต่ที่ไม่คาดคิดเลยก็คือเพื่อนของเธอจะนอกใจรณกร ทั้งๆ ที่พี่ชายของเธอนั้นออกจะเป็นพี่ชายที่แสนดีเพียบพร้อมอย่างที่หาในตัวผู้ชายคนอื่นได้ยากนัก ทั้งเป็นสุภาพบุรุษ เข้าใจผู้หญิง อดทนทุกอย่างเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว และที่สำคัญ...พี่ชายของเธอรักแพรพิลาศมากอย่างที่ไม่มีทางที่จะชายตาแลผู้หญิงคนไหนแน่ๆ ในชีวิตนี้ แต่เพื่อนของเธอทำอย่างนี้กับรณกรเนี่ยนะ!?

“ไหนแกบอกว่าจะไม่โกรธฉันไง?” แพรพิลาศรีบทวงสัญญา เมื่อเห็นรุจาภากำลังจะออกโรงเต้นงิ้วเข้าไปทุกที ใบหน้าสวยถมึงทึงด้วยความโมโหแทนพี่ชาย

“แกนอกใจพี่ชายฉันนะ! จะไม่ให้ฉันโกรธได้ไง?” รุจาภาตะคอกถามเพื่อนรักอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ ใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์ของแพรพิลาศซีดลงและเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่ร่อมรออยู่แล้ว

“ฉันรู้...” แพรพิลาศเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกผิด เธอกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ก่อนรีบอธิบายต่อ ลำพังแค่เธอรู้สึกผิดเองก็แย่พออยู่แล้ว นี่เพื่อนรักยังทำท่าจะโกรธเธอจนถึงขั้นเลิกคบอีกต่างหาก “แต่ว่า...ตอนนี้ฉันก็รู้ตัวแล้วว่าฉันยังรักพี่จอมอยู่ ยังอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อีกตลอดชีวิตกับพี่จอม ยังอยากจะแก่ไปพร้อมๆ กับพี่จอม พี่จอมคือผู้ชายที่ใช่และดีที่สุดสำหรับฉัน แกรู้ไหมว่าที่ผ่านมาตลอดหนึ่งปีที่ฉันลองคุยกับผู้ชายคนอื่น ลองเฟลิร์ตกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามาน่ะ ไม่เคยมีคนไหนที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาดีไปกว่าพี่จอมเลยสักนิด พี่จอมคือคนที่ดีพร้อมที่สุดในสายตาของฉัน ฉันมักจะเอาเขาเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับพี่จอมเสมอ แล้วก็พบกับข้อเสียของพวกเขามากมายจนต้องเลิกคบไป ในเวลานานสุดก็สามอาทิตย์”

“นี่...นี่แก...นอกใจพี่ชายฉันมาตั้งปีเชียวเหรอ?” รุจาภายังคงถามด้วยสีหน้าขึงขัง แหม...พี่ชายเธอโดนเพื่อนรักของเธอหักหลังนะ! ไม่โมโหแทนก็บ้าแล้ว! แต่อย่างไรก็เถอะ...แพรพิลาศเป็นเพื่อนเธอที่คบกันมานาน นานกว่าที่แพรพิลาศจะคบกับพี่ชายเธอด้วยซ้ำ แล้วเมื่อเพื่อนทำผิดและก็ได้รู้สึกผิดแล้ว เธอจะไม่ให้อภัยเลยมันก็ดูจะใจจืดใจดำไปหน่อยกระมัง คนเรามันย่อมผิดพลาดกันได้ไม่ใช่หรือ? แล้วเมื่อพลาดทุกคนก็ย่อมหวังที่จะได้มีโอกาสแก้ตัวนี่นา อย่างไรเสียตอนนี้แพรพิลาศก็รู้แล้ว ว่ารักรณกรมากที่สุด เธอก็ควรจะเลิกโกรธและให้โอกาสเพื่อนรักอีกสักครั้งไม่ใช่หรือ? “ช่างเถอะๆ ยังไงแกก็รู้ตัวแล้วว่าทำผิด แล้วก็รู้แล้วว่าแกรักพี่ชายฉันที่สุด ฉันจะไม่โกรธแกก็ได้”

“ขอบใจนะจ้า แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย” คราวนี้แพรพิลาศเริ่มจะยิ้มออกบ้างแล้ว เมื่อเพื่อนรักไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอย่างที่กังวลเอาไว้ แต่เมื่อนึกถึงปัญหาใหญ่อีกปัญหาที่เป็นผลพวงมาจากการไม่แน่ใจของเธอเอง แพรพิลาศก็ต้องมีสีหน้าเครียดขึ้นมาอีกครั้ง “แต่ปัญหามันไม่จบที่เท่านั้นน่ะสิ”

“อ้าว...ทำไมล่ะ?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่
9.6
นิยายรักแนวอีโรติกที่พาไปพบกับเรื่องราวต้องห้ามของแม่เลี้ยงสาวพราวเสน่ห์ ผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความปรารถนาอันรุ่มร้อนภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอไม่ได้เพียงแค่ลุ่มหลงในความสัมพันธ์ลับกับลูกเลี้ยงชายทั้งสามคนของตนเองเท่านั้น แต่เธอยังแอบสร้างพันธนาการสวาทกับชายชู้อีกมากหน้าหลายตาอยู่นอกบ้านด้วยเช่นกัน เส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยกามารมณ์และความลุ่มหลงครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไร เมื่อความลับสุดอื้อฉาวถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย รักนี้ลิขิตเองเหมือนฝัน NC20+++
9.2
เมื่อความทรงจำในอดีตกลายเป็นหนามยอกอกที่คอยทิ่มแทงใจ ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศความรักที่ร้อนแรงและลึกซึ้งในแบบผู้ใหญ่ เขากลับยื่นคำขาดอย่างเด็ดขาดว่าห้ามเอ่ยถึงบุคคลที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตให้เขาได้ยินอีกเป็นอันขาด เรื่องราวความรักที่ควรจะหวานชื่นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการตั้งเงื่อนไข เพื่อรักษาหัวใจและความมั่นคงในความสัมพันธ์ครั้งนี้ให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่มีเงาของใครคนเดิม
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์วิวาห์ร้อนเสน่หา
9.1
มธุรดาถูกบีบให้เข้าพิธีวิวาห์กับราช ชายหนุ่มผู้เย็นชาจากแผนร้ายของคนรอบข้างที่ทำให้เขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ แม้ความเข้าใจผิดจะกัดกินใจมานานถึงเจ็ดปี แต่เธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่สั่นคลอนหัวใจเขาได้ตั้งแต่แรกพบ เมื่อโชคชะตานำพาเธอกลับมาอีกครั้งในวันที่เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้อง พันธะรักที่ไม่ได้ตั้งใจจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ไม่อาจแยกจาก และเขาจะไม่มีวันยอมให้หัวใจดวงนี้เป็นของใครอื่นอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย ฤาจะไร้ใจ
9.0
การหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกันอีกครั้งอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหัวใจที่บอบช้ำ เพราะการเผชิญหน้ามีแต่จะสร้างความทรงจำใหม่ๆ ที่ตอกย้ำความรู้สึกเดิมให้ยิ่งฝังลึก ในความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้วนั้น ดูเหมือนว่าคนที่ยังคงติดอยู่ในวังวนของอดีตและไม่สามารถลบเลือนภาพความทรงจำเก่าๆ ออกไปได้ จะต้องเป็นฝ่ายที่แบกรับความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เพียงลำพังเสมอ การเลือกที่จะหันหลังให้กันจึงเป็นวิธีเดียวที่ช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลในใจต้องเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย หัวใจนายซาดิสม์
8.1
ความเจ็บปวดที่ซ้ำเติมครั้งแล้วครั้งเล่าจากการกระทำของคนรัก กลายเป็นบาดแผลลึกที่ยากจะเยียวยา แม้ที่ผ่านมาเธอจะยอมให้อภัยและมอบโอกาสให้เขาเสมอด้วยความรักที่มีให้ แต่ในครั้งนี้ทุกอย่างกลับมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเขาได้สร้างรอยร้าวที่รุนแรงเกินกว่าหัวใจจะรับไหวอีกต่อไป ความอดทนของเธอสิ้นสุดลงพร้อมกับความบอบช้ำที่หนักหน่วงเกินกว่าจะเดินกลับไปหาเขาได้อีก ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงนี้กำลังมาถึงบทสรุปที่เธอต้องเลือกทางเดินใหม่ให้ตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ