ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)

กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)

รุจาภาจำต้องก้าวเข้าสู่กรงวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังกับ พยัคฆ์ พิตตินันท์ ชายหนุ่มผู้มองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงสำส่อนไร้ค่า เพื่อปกป้องคนรักเธอจึงยอมตกเป็นทาสรองรับอารมณ์ของพยัคฆ์ร้ายที่จ้องจะปราบพยศเธอด้วยความแค้น แม้รุจาภาจะปากร้ายและดื้อรั้นเพียงใด พยัคฆ์ก็พร้อมจะสั่งสอนยัยเด็กแสบคนนี้ให้สำนึกในฐานะทาสแห่งไร่กันตา การปะทะกันระหว่างเสือร้ายกับหญิงสาวผู้ไม่ยอมคนจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางไฟสวาทที่แผดเผาทุกสิ่ง
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ก็...ล่าสุดนี้ ฉันคบกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ เขาชื่อพยัคฆ์ เป็นเจ้าของไร่ที่เพชรบูรณ์ แล้วก็เป็นเจ้าของบริษัทรับออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์” แพรพิลาศเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เธอกับผู้ชายที่ชื่อว่าพยัคฆ์เจอกันให้เพื่อนรักฟัง “ฉันพบเขาเมื่อตอนที่ไปช่วยงานอาจารย์ในงานสัมมนางานหนึ่ง แล้วเราก็เริ่มคุยกัน...เริ่มทำความรู้จักกัน จนตอนนี้ก็หกเดือนแล้วที่ฉันลองคุยกับเขา”

“ว่าไงนะ!!!” คราวนี้ความโมโหของรุจาภาเหมือนจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินว่าเพื่อนแอบคบกับผู้ชายอื่นมาหกเดือนแล้ว ในขณะที่ยังคบกับพี่ชายของเธออยู่ “ไหนแกบอกว่าไม่มีใครเกินสามอาทิตย์ไง!!?”

“ก็...คนนี้มันต่างจากคนอื่นน่ะ” แพรพิลาศพูดเสียงอ่อยอย่างหวาดเสียวว่ารุจาภาจะกระโดดขึ้นมาขย้ำคอเธอในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง “คือ...คุณเสือเขาเป็นคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่ มีอำนาจ แล้วก็...มีเสน่ห์ในตัวอย่างที่เขาเรียกกันว่าแรงดึงดูดทางเพศน่ะ แค่มองตาเขาฉันก็แทบจะละลายแล้วล่ะ...” รุจาภาตาเขียวปัดกับคำบรรยายสรรพคุณของคนที่ชื่อพยัคฆ์ จนแพรพิลาศต้องร้องห้ามไว้เสียก่อนที่รุจาภาจะแปลงร่างเป็นนางยักษ์ “เดี๋ยวๆ! นั่นแค่เริ่มต้น แกฟังให้จบก่อนสิ”

“ว่ามา”

“คือ...ฉันยอมรับนะ ว่าตอนแรกฉันหลงเขามากๆ จนคิดว่าฉันชอบเขา เขาดูเป็นคนคุยเก่ง มีเสน่ห์กับผู้หญิง แล้วก็บางครั้งก็เอาใจผู้หญิงเก่ง โรแมนติกด้วย ซึ่งต่างจากพี่จอม ช่วงนี้ฉันกับพี่จอมเหินห่างกัน จนถึงขั้นเย็นชา พี่จอมไม่เคยทำอะไรหวานๆ ให้กับฉัน แต่คุณเสือเขาทำ ฉันก็เลยหลวมตัวคิดว่าคบไว้คงไม่เสียหายหรอกมั้ง แต่ว่านะ...ฉันกลายเป็นพวกที่ไม่กล้ามีปากเสียง ไม่กล้าปฏิเสธความต้องการของเขา เพราะนอกจากเสน่ห์ในตัวของเขาแล้ว เขายังดูมีอำนาจ...อย่างที่ฉันไม่กล้าที่จะขัดในสิ่งที่เขาต้องการเลยสักครั้ง ฉันเริ่มรู้สึกว่าเขาชักจะอันตรายกับหัวใจของฉันเข้าไปทุกทีแล้ว และฉันเองก็ไม่พร้อมจะเสียผู้ชายที่แสนดีอย่างพี่จอมไปแน่ๆ”

“นี่แกคิดจะจับปลาสองมือเหรอ?” รุจาภาถามไปตามที่คิด และหากเพื่อนรักตอบมาว่าใช่ เธอก็คงรับไม่ได้เหมือนกันกับคำตอบนั้น

“เปล่า...” โชคดีที่แพรพิลาศไม่คิดจะทำอย่างที่รุจาภากล่าวหา “ฉันให้เวลาตัวเองในการทบทวนหัวใจดู แล้วฉันก็รู้ว่าฉันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่จอม เวลาฉันอยู่กับพี่จอม...ฉันสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ จะดื้อจะอ้อนยังไงก็ได้ แต่พออยู่กับคุณเสือ ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้ ฉันต้องคอยระวังตัว ต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่เพื่อให้เขาพอใจ ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ ต้องกินในสิ่งที่ไม่อยากกิน ฉันอึดอัดและไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่ฉันก็ถอนใจจากเขาไม่ได้ ฉันเลยตัดสินใจว่าฉันจะเลิกติดต่อกับเขา ก่อนที่เขาจะมามีอิทธิพลต่อฉันมากไปกว่านี้ และมันอาจจะทำให้ฉันเสียพี่จอม...ผู้ชายที่แสนดีที่สุดในชีวิตของฉันไป ฉันคิดจะให้ความเงียบค่อยๆ ห่างจากคุณเสือทีละนิดๆ จนต้องเลิกกันเหมือนอย่างที่เคยใช้กับคนอื่นๆ แต่มันก็ไม่ได้ผล”

“ทำไมล่ะ? นายเสืออะไรนั่นหลงรักเธอขนาดนั้นเชียวเหรอ?” ไม่ได้อยากจะดูถูกเพื่อนนะ แต่ว่าสงสัยจริงๆ ว่านายพยัคฆ์ที่เพื่อนพูดถึงหลงใหลได้ปลื้มอะไรเพื่อนรักของเธอนักหนา ก็พอรู้อยู่หรอกว่าแพรพิลาศเป็นคนสวยและมีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ว่าผู้หญิงเขาหนีหน้าถึงขนาดนี้แล้วก็น่าจะรู้ตัวได้แล้วนะ

“ไม่รู้สิ แต่เขาคอยตามฉันตลอดเลย วันนี้ก็เหมือนกัน...ฉันเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวกับเขา” แพรพิลาศเล่าด้วยน้ำเสียงเป็นเดือดเป็นร้อน

“ไหนแกว่าแกจะเลิกกับเขาไง? แล้วทำไมต้องไปเที่ยวกับนายเสืออะไรนั่นด้วย?” รุจาภาถามด้วยความไม่สบอารมณ์

“ก็...ฉันกลัวเขานี่นา” แพรพิลาศตอบเสียงเบา “แกไม่เคยรู้จักเขาแกไม่รู้หรอกว่าเขาน่ะน่ากลัวขนาดไหน ตอนดีน่ะ...ก็ดีใจหาย แต่มีครั้งหนึ่งฉันเคยเห็นเขาโกรธเรื่องงาน อาละวาดใส่โทรศัพท์จนฉันอดกลัวไม่ได้ ฉันกลัวว่าหากฉันไม่ไปกับเขา กลัวว่าหากเขารู้ว่าฉันมีแฟนอยู่แล้ว เขาจะโกรธแล้วทำร้ายคนรอบข้างฉัน อย่างพี่จอม...หรือแก ฉันกลัว...กลัวใจเขาจนไม่กล้าตีตัวออกห่างเขา” หญิงสาวเล่าเรื่องที่สุมเป็นไฟให้ทุกข์ในใจให้รุจาภาฟัง ก่อนคว้ามือเพื่อนมาบีบไว้แน่น ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความกังวลอย่างยิ่งยวด “จ้า...แกต้องช่วยฉันนะ! ฉันอยากเลิกกับเขา แต่ก็กลัวว่าหากเขาโกรธขึ้นมา เขาอาจจะไปอาละวาดเอากับพี่จอม แล้วพี่จอมจะรู้เรื่องที่ฉันนอกใจ ฉันไม่อยากเสียพี่จอมไป ฉันรักพี่จอมจริงๆ นะจ้า แกช่วยฉันหน่อยนะเพื่อน”

“เฮ้อ...แต่แกก็ไม่น่าทำตั้งแต่แรกนี่นา” รุจาภาอดบ่นเพื่อนไม่ได้ แม้ว่าในใจน่ะจะตกลงช่วยเพื่อนรักไปตั้งแต่เห็นเพื่อนหน้าเครียดแล้วก็ตาม

“ฉันรู้...ฉันผิดไปแล้ว และฉันแก้ไขมันด้วยตัวเองเพียงลำพังไม่ได้ ช่วยฉันทีนะ...อย่าให้พี่จอมรู้เรื่องนี้ ช่วยกันคุณเสือออกไปที แล้วฉันสัญญาว่านอกจากนี้ไปฉันจะไม่ทำอะไรอย่างนี้อีก นะจ้า...นะ...”

รุจาภามองใบหน้าที่นองน้ำตาของเพื่อนรัก เรื่องนี้คงทำให้แพรพิลาศทุกข์ใจมาก...อาจจะมากที่สุดในชีวิตเลยก็ได้มั้ง

รุจาภาและแพรพิลาศเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ตอนนั้นคุณสุชาติและพรเพ็ญ พ่อและแม่ของแพรพิลาศได้พาลูกสาวย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังติดกันกับบ้านของรุจาภา เป็นหมู่บ้านจัดสรรสำหรับคนที่มีฐานะระดับกลางแห่งหนึ่งในจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ทั้งคู่สนิทสนมรักใคร่กันมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น กระทั่งทั้งคู่ขึ้นมัธยมปลาย แพรพิลาศก็คบกับรณกร...พี่ชายของรุจาภา ซึ่งขณะนั้นรณกรเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดนั้น

ทั้งรณกรและแพรพิลาศคบกันมาภายใต้สายตาของผู้ใหญ่มาโดยตลอด รณกรเป็นคนที่ขยันขันแข็งในการทำงาน เขาให้เหตุผลว่าทำทุกอย่างเพื่อสร้างฐานะให้พร้อมที่จะขอแพรพิลาศแต่งงาน เพื่อที่จะไม่ทำให้เธอและลูกๆ ที่จะเกิดมาในอนาคตต้องลำบาก นั่นยิ่งทำให้สุชาติและพรเพ็ญนิยมชมชอบในตัวของแฟนหนุ่มของลูกสาวมากขึ้น ขณะที่ระวีและกาญจนา พ่อและแม่ของรณกรกับรุจาภาเอง ก็ชอบว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้เหลือเกิน เพราะนอกจากจะสวยแล้วยังมีความสามารถอีกต่างหาก นั่นทำให้ทางผู้ใหญ่วางแผนการแต่งงานขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า แผนการแต่งงานนี้ทั้งรณกรและแพรพิลาศต่างก็รับรู้มาตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อนแล้ว คือ...แพรพิลาศและรณกรจะแต่งงานกันทันทีที่ฝ่ายหญิงเรียนจบปริญญาตรี

“เอาเป็นว่า...ฉันจะลองคุยกับเขาดูให้แล้วกัน” รุจาภาตัดสินใจขึ้นในที่สุด ที่เธอทำ...ไม่ใช่เพื่อแพรพิลาศเพียงคนเดียว แต่เธอทำเพื่อปกป้องพี่ชายสุดที่รักของเธอด้วย เธอรู้ดีว่าพี่ชายของเธอรักแพรพิลาศมากแค่ไหน ที่ทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่อแพรพิลาศนั่นแหละ และในเมื่อแพรพิลาศรู้แล้วว่าตนทำผิด และพร้อมจะแก้ไขข้อผิดพลาด เธอในฐานะเพื่อนก็ควรจะหยิบยื่นความช่วยเหลือไม่ใช่หรือ? หากเธอไม่ช่วยแพรพิลาศ แล้วนายพยัคฆ์อะไรนั่นเกิดไปตามรังควานพี่ชายของเธออย่างที่แพรพิลาศกังวลจริงๆ คนที่จะเสียใจที่สุดก็คือพี่ชายของเธอเองนั่นแหละ...ที่รู้ว่าครั้งหนึ่ง ถูกคนที่ตัวเองรักมากนอกใจ “แกนัดนายเสืออะไรนั่นมาที่ร้านอาทิตย์หน้านะ แล้วก็ไปชวนพี่ฉันไปพักร้อนที่ต่างจังหวัดสักพัก ป้องกันไว้ก่อนน่ะ”

“ขอบใจแกมากเลยนะจ้า ขอบใจจริงๆ” แพรพิลาศส่งความซาบซึ้งผ่านดวงตามาให้เพื่อนรัก

“เออๆ ไม่ต้องมาทำซึ้งมากนักหรอกน่ะ” รุจาภาบอกเสียงแข็งเพื่อแก้เขิน ที่อยู่ๆ เพื่อนก็มาทำซาบซึ้งบุญคุณเธอเสียจนเธอทำอะไรไม่ถูกแล้วเนี่ย “แต่แกสัญญากับฉันได้ไหม ว่าแกจะไม่ทำอย่างนี้อีก...จะไม่นอกใจพี่จอมอีก?”

“ได้ๆ ฉันสัญญา ฉันจะไม่มีวันนอกใจพี่จอมอีก” แพรพิลาศบอกด้วยรอยยิ้มเปรมปรี ก่อนเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าสวย “ฉันรู้แล้วว่าฉันรักพี่จอมที่สุด และฉันจะรักษาความรักของฉันให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่
9.6
นิยายรักแนวอีโรติกที่พาไปพบกับเรื่องราวต้องห้ามของแม่เลี้ยงสาวพราวเสน่ห์ ผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความปรารถนาอันรุ่มร้อนภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอไม่ได้เพียงแค่ลุ่มหลงในความสัมพันธ์ลับกับลูกเลี้ยงชายทั้งสามคนของตนเองเท่านั้น แต่เธอยังแอบสร้างพันธนาการสวาทกับชายชู้อีกมากหน้าหลายตาอยู่นอกบ้านด้วยเช่นกัน เส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยกามารมณ์และความลุ่มหลงครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไร เมื่อความลับสุดอื้อฉาวถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย รักนี้ลิขิตเองเหมือนฝัน NC20+++
9.2
เมื่อความทรงจำในอดีตกลายเป็นหนามยอกอกที่คอยทิ่มแทงใจ ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศความรักที่ร้อนแรงและลึกซึ้งในแบบผู้ใหญ่ เขากลับยื่นคำขาดอย่างเด็ดขาดว่าห้ามเอ่ยถึงบุคคลที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตให้เขาได้ยินอีกเป็นอันขาด เรื่องราวความรักที่ควรจะหวานชื่นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการตั้งเงื่อนไข เพื่อรักษาหัวใจและความมั่นคงในความสัมพันธ์ครั้งนี้ให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่มีเงาของใครคนเดิม
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์วิวาห์ร้อนเสน่หา
9.1
มธุรดาถูกบีบให้เข้าพิธีวิวาห์กับราช ชายหนุ่มผู้เย็นชาจากแผนร้ายของคนรอบข้างที่ทำให้เขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ แม้ความเข้าใจผิดจะกัดกินใจมานานถึงเจ็ดปี แต่เธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่สั่นคลอนหัวใจเขาได้ตั้งแต่แรกพบ เมื่อโชคชะตานำพาเธอกลับมาอีกครั้งในวันที่เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้อง พันธะรักที่ไม่ได้ตั้งใจจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ไม่อาจแยกจาก และเขาจะไม่มีวันยอมให้หัวใจดวงนี้เป็นของใครอื่นอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย ฤาจะไร้ใจ
9.0
การหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกันอีกครั้งอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหัวใจที่บอบช้ำ เพราะการเผชิญหน้ามีแต่จะสร้างความทรงจำใหม่ๆ ที่ตอกย้ำความรู้สึกเดิมให้ยิ่งฝังลึก ในความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้วนั้น ดูเหมือนว่าคนที่ยังคงติดอยู่ในวังวนของอดีตและไม่สามารถลบเลือนภาพความทรงจำเก่าๆ ออกไปได้ จะต้องเป็นฝ่ายที่แบกรับความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เพียงลำพังเสมอ การเลือกที่จะหันหลังให้กันจึงเป็นวิธีเดียวที่ช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลในใจต้องเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย หัวใจนายซาดิสม์
8.1
ความเจ็บปวดที่ซ้ำเติมครั้งแล้วครั้งเล่าจากการกระทำของคนรัก กลายเป็นบาดแผลลึกที่ยากจะเยียวยา แม้ที่ผ่านมาเธอจะยอมให้อภัยและมอบโอกาสให้เขาเสมอด้วยความรักที่มีให้ แต่ในครั้งนี้ทุกอย่างกลับมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเขาได้สร้างรอยร้าวที่รุนแรงเกินกว่าหัวใจจะรับไหวอีกต่อไป ความอดทนของเธอสิ้นสุดลงพร้อมกับความบอบช้ำที่หนักหน่วงเกินกว่าจะเดินกลับไปหาเขาได้อีก ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงนี้กำลังมาถึงบทสรุปที่เธอต้องเลือกทางเดินใหม่ให้ตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ