ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)

กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)

รุจาภาจำต้องก้าวเข้าสู่กรงวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังกับ พยัคฆ์ พิตตินันท์ ชายหนุ่มผู้มองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงสำส่อนไร้ค่า เพื่อปกป้องคนรักเธอจึงยอมตกเป็นทาสรองรับอารมณ์ของพยัคฆ์ร้ายที่จ้องจะปราบพยศเธอด้วยความแค้น แม้รุจาภาจะปากร้ายและดื้อรั้นเพียงใด พยัคฆ์ก็พร้อมจะสั่งสอนยัยเด็กแสบคนนี้ให้สำนึกในฐานะทาสแห่งไร่กันตา การปะทะกันระหว่างเสือร้ายกับหญิงสาวผู้ไม่ยอมคนจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางไฟสวาทที่แผดเผาทุกสิ่ง
ตอน
แชร์

ตอน 1

ท่ามกลางแสงแดดอันแรงร้อนในจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ทำให้ใครหลายคนต้องหนีความร้อนด้านนอกมาพึ่งความเย็นภายในห้างดังแห่งหนึ่งแทน ไม่เว้นแม้แต่สองหนุ่มสาวรูปร่างหน้าตาดีที่กำลังก้าวเดินเคียงข้างกัน หากทว่าใบหน้าของทั้งคู่กลับไม่รื่นเริงแช่มชื่นดังที่ควรจะเป็นเลยสักนิด ฝ่ายชายนั้นใบหน้าเรียบนิ่งเย็นชาจนดูน่ากลัว ขณะที่ฝ่ายหญิงกำลังพยายามสุดฤทธิ์ที่จะปั้นหน้าให้รื่นเริงที่สุด ทั้งที่ภายในกำลังอัดแน่นด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงและกระวนกระวายจนแทบจะอยากหนีไปจากตรงนั้น แต่ก็กลัวเกินกว่าจะหนีไปอย่างที่คิดได้

“อยากกินอะไร?” คำถามเรียบๆ นั้นทำให้ร่างเล็กที่จมอยู่กับภวังค์ของตัวเองสะดุ้งเฮือก ก่อนจะพยายามเก็บกดความกลัวไว้ลึกสุดใจ

“แพรอยากกินไอศกรีมค่ะ” หญิงสาวฝืนปั้นหน้าสดใสให้เป็นปกติเหมือนทุกครั้งที่ทำ ยามที่อยู่กับเขา

“นี่ก็เที่ยงแล้ว ผมว่าเราทานอาหารหลักกันก่อนแล้วกันนะ พอกินเสร็จแล้วผมจะพาไปกินไอศกรีม” น้ำเสียงเรียบๆ แย้งกลับมา

“ค่ะ” หญิงสาวตอบได้เพียงเท่านั้น เพราะถึงแม้เขาจะไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงบังคับ แต่ความมีอำนาจที่แฝงมากับคำพูดทุกประโยคของเขา ก็ไม่เคยทำให้เธอปฏิเสธความต้องการเขาได้เลยสักครั้ง

“ถ้างั้น...กินอาหารญี่ปุ่นแล้วกัน” ชายหนุ่มยังคงพูดด้วยท่าทางเรียบเรื่อย กระนั้นท่าทีของผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจก็ทำให้เธอไม่กล้าขัดแย้งอีกเช่นเคย

“ก็ได้ค่ะ”

“งั้นก็ไปกัน...” ชายหนุ่มร่างสูงกำยำเดินนำหญิงสาวหน้าตาสะสวยเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังภายในห้างแห่งนั้น เขาเดินนำเธอไปยังมุมในสุดของร้าน เพราะค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากกว่า เขาไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวายนัก ก่อนที่ทั้งคู่จะสั่งอาหารที่อยากทานกับพนักงาน

เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ทั้งคู่ก็ทานอาหารตรงหน้าด้วยความเงียบจนน่าอึดอัด ฝ่ายหญิงนั้นไม่รู้ว่าจะชวนเขาคุยอะไรดี ทั้งๆ ที่ครั้งก่อนหน้าที่เจอกัน เธอจะเป็นคนชวนเขาคุยจ้อ ส่วนเขาก็รอให้เธอเป็นคนเปิดปากพูดก่อน แต่เมื่อได้แต่ความเงียบกลับมา ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะรอให้เธอเริ่มประเด็นอีกต่อไป

“ทำไมช่วงนี้เงียบไปล่ะ?” คำถามของเขาเล่นเอาหญิงสาวชะงักมือที่กำลังใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก “ไม่ค่อยจะรับโทรศัพท์ผมเลย ไลน์หาก็ไม่ตอบ”

“เอ่อ...คือ...แพร...” หญิงสาวจนด้วยคำตอบ ไม่รู้ว่าควรจะแก้ตัวอย่างไรดีกับการหายหน้าหายตาไป ไม่ยอมรับการติดต่อจากเขาไม่ว่าทางใดก็ตาม ทั้งๆ ที่เคยติดต่อกันแทบจะทุกวัน “แพร...กำลังยุ่งๆ เรื่องที่จะเรียนต่อน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าควรเรียนปริญญาโทต่อหรือเปล่า แล้วถ้าจะเรียนควรเรียนที่ไหนดี แพรเลยไม่ได้ติดต่อใครเลยช่วงนี้”

“งั้นหรือ?” ชายหนุ่มรำพันเหมือนจะรับรู้กับสิ่งที่เธอบอก แต่แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อเลยสักนิด ก็ท่าทีเธอมันดูลุกลี้ลุกลนอย่างไรชอบกล แล้วคนอย่างเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่โกหกได้เนียนเสียด้วยสิ

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำแต่หลบสายตาจับผิดนั้นวูบ ก่อนจะรีบชวนเขาเปลี่ยนเรื่อง ไม่อย่างนั้นเธอได้ถูกต้อนให้จนมุมแน่ๆ เขาเป็นผู้ชายที่ฉลาดเหลือร้าย และคงไม่ปล่อยให้คนที่โกหกเขาลอยนวลไปได้โดยไม่ทำอะไรแน่ๆ “เอ่อ...แพรว่าเราทานอาหารกันก่อนดีกว่านะคะ แพรอยากไปทานไอศกรีมเร็วๆ”

ชายหนุ่มไม่ว่าอะไรออกมา แม้จะจับพิรุธผู้หญิงตรงหน้าได้มากเพียงใดก็ตาม เขาอยากให้เธอสารภาพความผิดด้วยตัวเธอเองก่อนที่เขาจะต้องลงทุนสืบหาความจริงด้วยตัวของเขาเอง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่
9.6
นิยายรักแนวอีโรติกที่พาไปพบกับเรื่องราวต้องห้ามของแม่เลี้ยงสาวพราวเสน่ห์ ผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความปรารถนาอันรุ่มร้อนภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอไม่ได้เพียงแค่ลุ่มหลงในความสัมพันธ์ลับกับลูกเลี้ยงชายทั้งสามคนของตนเองเท่านั้น แต่เธอยังแอบสร้างพันธนาการสวาทกับชายชู้อีกมากหน้าหลายตาอยู่นอกบ้านด้วยเช่นกัน เส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยกามารมณ์และความลุ่มหลงครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไร เมื่อความลับสุดอื้อฉาวถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย รักนี้ลิขิตเองเหมือนฝัน NC20+++
9.2
เมื่อความทรงจำในอดีตกลายเป็นหนามยอกอกที่คอยทิ่มแทงใจ ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศความรักที่ร้อนแรงและลึกซึ้งในแบบผู้ใหญ่ เขากลับยื่นคำขาดอย่างเด็ดขาดว่าห้ามเอ่ยถึงบุคคลที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตให้เขาได้ยินอีกเป็นอันขาด เรื่องราวความรักที่ควรจะหวานชื่นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการตั้งเงื่อนไข เพื่อรักษาหัวใจและความมั่นคงในความสัมพันธ์ครั้งนี้ให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่มีเงาของใครคนเดิม
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์วิวาห์ร้อนเสน่หา
9.1
มธุรดาถูกบีบให้เข้าพิธีวิวาห์กับราช ชายหนุ่มผู้เย็นชาจากแผนร้ายของคนรอบข้างที่ทำให้เขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ แม้ความเข้าใจผิดจะกัดกินใจมานานถึงเจ็ดปี แต่เธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่สั่นคลอนหัวใจเขาได้ตั้งแต่แรกพบ เมื่อโชคชะตานำพาเธอกลับมาอีกครั้งในวันที่เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้อง พันธะรักที่ไม่ได้ตั้งใจจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ไม่อาจแยกจาก และเขาจะไม่มีวันยอมให้หัวใจดวงนี้เป็นของใครอื่นอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย ฤาจะไร้ใจ
9.0
การหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกันอีกครั้งอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหัวใจที่บอบช้ำ เพราะการเผชิญหน้ามีแต่จะสร้างความทรงจำใหม่ๆ ที่ตอกย้ำความรู้สึกเดิมให้ยิ่งฝังลึก ในความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้วนั้น ดูเหมือนว่าคนที่ยังคงติดอยู่ในวังวนของอดีตและไม่สามารถลบเลือนภาพความทรงจำเก่าๆ ออกไปได้ จะต้องเป็นฝ่ายที่แบกรับความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เพียงลำพังเสมอ การเลือกที่จะหันหลังให้กันจึงเป็นวิธีเดียวที่ช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลในใจต้องเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย หัวใจนายซาดิสม์
8.1
ความเจ็บปวดที่ซ้ำเติมครั้งแล้วครั้งเล่าจากการกระทำของคนรัก กลายเป็นบาดแผลลึกที่ยากจะเยียวยา แม้ที่ผ่านมาเธอจะยอมให้อภัยและมอบโอกาสให้เขาเสมอด้วยความรักที่มีให้ แต่ในครั้งนี้ทุกอย่างกลับมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเขาได้สร้างรอยร้าวที่รุนแรงเกินกว่าหัวใจจะรับไหวอีกต่อไป ความอดทนของเธอสิ้นสุดลงพร้อมกับความบอบช้ำที่หนักหน่วงเกินกว่าจะเดินกลับไปหาเขาได้อีก ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงนี้กำลังมาถึงบทสรุปที่เธอต้องเลือกทางเดินใหม่ให้ตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ