ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ไฟแค้นเผาผลาญใจรัก

ไฟแค้นเผาผลาญใจรัก

ในฐานะผู้ช่วยของธีรภัทร ทายาทมหาเศรษฐีผู้เย็นชา ฉันหลงเชื่อว่าความสัมพันธ์ลับที่เขาเรียกฉันว่าคุณหนูคือรักแท้ แต่ความจริงกลับโหดร้ายเมื่อเขาเลือกปกป้องดวงทิพย์จนทำให้ฉันสูญเสียลูกและถูกครอบครัวตัดหางปล่อยวัด เมื่อรู้ตัวว่าเป็นเพียงหมากทางธุรกิจและตัวแทนของคนตายที่ถูกเขาอัดคลิปแบล็กเมล์ ความรักจึงกลายเป็นเพลิงแค้น ฉันตัดสินใจเผาเพนต์เฮาส์ทิ้งพร้อมโอนเงินคืนเขาทุกบาท ก่อนจะบินหนีไปจากขุมนรกนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง
ตอน
แชร์

ตอน 1

ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวของธีรภัทร ทายาทหนุ่มผู้เยือกเย็น แต่เมื่ออยู่กันตามลำพัง เขาจะเรียกฉันว่า "คุณหนูของผม" ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ฉันสั่นสะท้าน ฉันยอมจมดิ่งในความสัมพันธ์ลับๆ นี้อย่างโง่งม เพราะคิดว่ามันคือความรัก

จนกระทั่งวันเกิดของฉัน เขาทิ้งให้ฉันรอเก้อทั้งคืน เพื่อไปอยู่กับดวงทิพย์ น้องสาวบุญธรรมผู้บอบบางของเขา

หัวใจของฉันแตกสลาย เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นและเครื่องมือทางธุรกิจของเขาและพ่อของฉันเอง

ฉันถูกตัดขาดจากครอบครัว ถูกอายัดบัตรเครดิตจนสิ้นเนื้อประดาตัว และที่เลวร้ายที่สุดคือฉันต้องเสียลูกในท้องไป เพราะเขาเลือกที่จะปกป้องดวงทิพย์แทนที่จะเป็นฉัน

ดวงทิพย์ยังเยาะเย้ยฉันว่า ที่จริงแล้วฉันเป็นแค่ตัวแทนของน้องสาวอีกคนที่ตายไป และธีรภัทรก็แอบถ่ายคลิปวิดีโอของเราไว้เพื่อแบล็กเมล์ฉัน

ความรักและความไว้ใจที่ฉันมีให้พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี

ในคืนนั้น ฉันจึงตัดสินใจเผาเพนต์เฮาส์ที่เคยเป็นรังรักของเราให้วอดวาย โอนเงินทุกบาททุกสตางค์คืนให้เขา แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวแรกเพื่อหนีไปจากนรกขุมนี้ให้ไกลที่สุด

บทที่ 1

ธีรดา กุลวงศ์ POV:

ฉันรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเรามันซับซ้อน

ต่อหน้าคนอื่น ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวที่ไร้เดียงสาของ ธีรภัทร จงรักษ์ ทายาทหนุ่มผู้เยือกเย็นแห่งอาณาจักรเจริญรักษ์ แต่เมื่อประตูห้องปิดลง เขาจะเรียกฉันว่า "คุณหนูของผม" ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทุกอณูของฉันสั่นสะท้าน และครอบครองฉันอย่างเร่าร้อน

คืนแล้วคืนเล่า ฉันจมดิ่งในความรักที่เขาหยิบยื่นให้ ไม่เคยสงสัยเลยว่าเบื้องหลังสายตาเย็นชาคู่นั้นจะซ่อนแผนการและผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้อย่างลึกซึ้ง

"ธีรดา..." เสียงของธีรภัทรยังคงก้องอยู่ในหูของฉัน เสียงกระซิบยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ตอนนั้นฉันคิดว่ามันคือความรัก

แต่ในความเป็นจริง มันคือหนี้ชีวิตที่เขาต้องชดใช้ให้กับ ดวงทิพย์ จงรักษ์ น้องสาวบุญธรรมผู้บอบบางของเขา

ฉันไม่เคยรู้เลยว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงฉากละครที่เขากำกับขึ้นมา เพื่อควบคุมฉัน เพื่อตระกูลของฉัน และเพื่อแก้แค้นใครบางคน

"พรุ่งนี้เตรียมตัวให้พร้อม" เสียงของธีรภัทรในตอนเช้าแตกต่างจากยามค่ำคืนลิบลับ "จะมีประชุมสำคัญกับผู้บริหารระดับสูงหลายฝ่าย เธอต้องอยู่ข้างฉันตลอดเวลา"

ฉันพยักหน้า พยายามซ่อนร่องรอยความอ่อนเพลียจากการถูกเขาครอบครองเมื่อคืน

"คุณภัทรครับ มีข้อความเข้าครับ" โชเฟอร์ยื่นโทรศัพท์ให้เขา ธีรภัทรเหลือบมอง หน้าจอที่สว่างขึ้นเผยให้เห็นชื่อ "ดวงทิพย์" พร้อมข้อความสั้นๆ "มารับหน่อยค่ะ คิดถึง"

รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนมุมปากของเขา ก่อนที่เขาจะรีบเก็บโทรศัพท์ลง และหันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม

"ธีรดา เอกสารที่ฉันให้เตรียมไว้เมื่อวานเรียบร้อยดีนะ"

ฉันมองใบหน้าของเขาที่กลับมาเย็นชาอีกครั้ง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วร่าง

ทั้งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนมาด้วยกัน แต่เขากลับไม่มีร่องรอยของความผูกพันใดๆ เหลืออยู่เลย

หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว

ฉันยังจำค่ำคืนนั้นได้ดี ค่ำคืนที่ฉันพยายามจะเข้าใกล้ธีรภัทรเป็นครั้งแรก

ในงานฉลองครบรอบบริษัทของพ่อ ณรงค์ กุลวงศ์ ฉันในวัย 18 ปี พยายามรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาธีรภัทร ทายาทหนุ่มที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ

เขาดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คน ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว

"คุณภัทรคะ" ฉันเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

เขาหันมามองฉันอย่างไม่แยแส "มีอะไร"

"เอ่อ...คุณภัทรจำฉันได้ไหมคะ ฉันธีรดา ลูกสาวเจ้าสัวณรงค์ค่ะ"

เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย "จำได้" น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนฉันรู้สึกเจ็บปวด

ฉันพยายามยิ้ม "คืนนี้คุณภัทรดู...โดดเด่นมากเลยนะคะ"

เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่จิบไวน์ในมืออย่างสงบ

ความเงียบที่อึดอัดทำให้ฉันแทบจะวิ่งหนีไปให้พ้นจากตรงนั้น

แต่แล้ว อยู่ๆ เขาก็หันมามองฉันตรงๆ "เธออยากให้ฉันพูดอะไร"

คำถามนั้นทำให้ฉันอึ้งไปชั่วขณะ

"ฉันไม่ชอบคนอ้อมค้อม ถ้ามีอะไรก็พูดมาตรงๆ"

หัวใจของฉันเต้นรัว ฉันไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี

สุดท้าย ฉันก็เลือกที่จะหันหลังให้กับเขา และเดินจากมาด้วยความผิดหวัง

ฉันกลับมาที่โต๊ะของพ่อณรงค์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

"เป็นอะไรไปธีรดา ทำไมหน้าตาไม่ดีเลย" พ่อถามขึ้น

ฉันได้แต่ส่ายหน้า "ไม่มีอะไรค่ะพ่อ"

ฉันมองกลับไปยังจุดที่ธีรภัทรยืนอยู่ เขาไม่ได้มองมาที่ฉันเลยแม้แต่น้อย

คืนนั้นฉันนอนไม่หลับ ภาพใบหน้าเย็นชาของเขายังคงติดตา

ฉันรู้ดีว่าธีรภัทรไม่ใช่ผู้ชายที่จะอ่อนโยนกับใครได้ง่ายๆ แต่ฉันก็ยังหวังว่าสักวันเขาจะเห็นฉันในสายตาของเขาบ้าง

เวลาผ่านไป ฉันพยายามอยู่ใกล้เขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว

ฉันเรียนรู้ที่จะสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของเขา ทุกสีหน้าและแววตา

ฉันเริ่มรู้ว่าเขาชอบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ชอบทำงานในความเงียบ และไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเรื่องส่วนตัว

จนกระทั่งคืนหนึ่ง หลังจากงานเลี้ยงธุรกิจที่กินเวลานานจนดึกดื่น

ฉันเผลอหลับไปในรถของเขา

เมื่อตื่นขึ้นมา ฉันก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของธีรภัทร

แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง ฉันมองเห็นธีรภัทรกำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่าง

"คุณภัทรคะ..." ฉันเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

เขาหันมามองฉัน ดวงตาของเขาดูมืดมิดกว่าปกติ

"เธอตื่นแล้วเหรอ"

ฉันพยักหน้าอย่างงงๆ "ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ"

"เธอเมาจนหลับไปในรถ ฉันเลยพามาพักที่นี่"

หัวใจของฉันเต้นรัว ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

"ฉัน...ฉันไม่เป็นไรแล้วค่ะ ขอกลับบ้านนะคะ"

เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เดินเข้ามาหาฉันช้าๆ

ฉันรู้สึกได้ถึงอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

"คุณภัทรคะ..."

เขาเอื้อมมือมาจับใบหน้าของฉัน นิ้วโป้งของเขาลูบไล้ริมฝีปากของฉันเบาๆ

"เธอกลัวฉันเหรอ"

ฉันส่ายหน้าช้าๆ "เปล่าค่ะ"

"ดี" เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบฉัน

จูบของเขาร้อนแรงและเร่าร้อน จนฉันแทบจะยืนไม่ไหว

ฉันไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันตอบรับจูบของเขาไปในคืนนั้น

ฉันหลงใหลในสัมผัสของเขา หลงใหลในความปรารถนาที่เขามีให้ฉัน

คืนนั้นเราเป็นของกันและกัน

และนับตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ลับๆ ของเราก็เริ่มต้นขึ้น

เราใช้เวลาค่ำคืนด้วยกันอย่างเร่าร้อน แต่ในตอนเช้า เขาก็จะกลับไปเป็นธีรภัทรคนเดิม ผู้บริหารหนุ่มผู้เยือกเย็นและสุขุม

ฉันรักเขาอย่างหมดใจ ไม่ว่าเขาจะแสดงออกว่ารักฉันหรือไม่ก็ตาม

ฉันเคยคิดว่าความรักของฉันจะเปลี่ยนเขาได้

แต่ฉันคิดผิดมาตลอด

จนกระทั่งวันเกิดของฉัน

ฉันเตรียมจัดงานเล็กๆ ที่คอนโดของฉัน หวังว่าเขาจะมา

ฉันรอเขา รอแล้วรอเล่า

แต่เขาก็ไม่มา

ฉันพยายามโทรหาเขา แต่เขาก็ไม่รับสาย

จนกระทั่งเพื่อนของฉันส่งรูปมาให้ดู

เป็นรูปของธีรภัทรกำลังยืนอยู่ข้างดวงทิพย์ ในงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัท

พวกเขายิ้มให้กัน ดวงทิพย์จับแขนของธีรภัทรอย่างสนิทสนม

หัวใจของฉันแตกสลายในวินาทีนั้น

ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเลย

ฉันเป็นแค่ของเล่นยามค่ำคืน เป็นแค่ผู้ช่วยส่วนตัวที่เขาใช้ประโยชน์

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า

ฉันทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องที่เต็มไปด้วยของตกแต่งวันเกิด

ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง จนฉันแทบจะหายใจไม่ออก

ฉันรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ถูกหลอกใช้ และถูกทอดทิ้ง

ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

ฉันเดินเข้าไปในห้องนอน หยิบรูปถ่ายของเราสองคนขึ้นมามอง

ภาพที่เรากอดกันอย่างมีความสุข ภาพที่เราจูบกันอย่างดูดดื่ม

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพลวงตาใช่ไหม

ฉันกำรูปถ่ายในมือแน่น จนมันยับยู่ยี่

น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่

ฉันร้องไห้จนตัวโยน ร้องไห้ราวกับจะขาดใจ

ทำไมเขาถึงทำกับฉันแบบนี้

ทำไมเขาถึงหลอกลวงฉัน

ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน

ฉันไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน

ฉันเกลียดเขา เกลียดความหลอกลวงของเขา

ฉันเกลียดตัวเองที่โง่เง่า รักเขาอย่างหมดใจ

ฉันนอนร้องไห้อยู่บนเตียงนานแค่ไหนไม่รู้

จนกระทั่งฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทนอยู่ในสภาพนี้ได้อีกต่อไป

ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังกระจกเงา

มองตัวเองในกระจกเงา ใบหน้าที่บวมเป่ง ดวงตาแดงก่ำ

ฉันไม่เหลืออะไรเลย

ไม่มีเขา ไม่มีความรัก และไม่มีศักดิ์ศรี

แต่ฉันยังมีชีวิต

ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำลายฉันได้อีกต่อไป

ฉันจะเปลี่ยนตัวเอง

ฉันจะแข็งแกร่งขึ้น

ฉันจะทำให้เขาเสียใจที่ทิ้งฉันไป

ฉันเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อผ้าที่แพงที่สุดออกมาใส่

ฉันหยิบกุญแจรถ และเดินออกจากคอนโด

ฉันขับรถไปยังบ้านตระกูลกุลวงศ์ บ้านที่ฉันเคยคิดว่าเป็นบ้านของฉัน

เมื่อไปถึง ฉันพบว่าแม่เลี้ยง พรไพลิน และลูกติด รุ่งรัตน์ กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองอะไรบางอย่างอยู่

พวกเขามองมาที่ฉันด้วยสายตาแปลกใจ

"อ้าว ธีรดา ทำไมมาสภาพนี้ล่ะ" พรไพลินถามขึ้นอย่างเยาะเย้ย

ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เดินตรงไปยังพ่อณรงค์ที่กำลังยืนคุยกับแขกอยู่

"พ่อคะ หนูมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

พ่อณรงค์มองมาที่ฉันอย่างงงๆ "มีอะไร"

"หนูจะขอแยกตัวออกจากตระกูลกุลวงศ์ค่ะ"

คำพูดของฉันทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ

พ่อณรงค์มองมาที่ฉันด้วยความตกใจ "ธีรดา นี่เธอพูดอะไรออกมา"

"หนูพูดจริงค่ะ หนูไม่ขอรับอะไรจากตระกูลนี้อีกต่อไปแล้ว"

พรไพลินหัวเราะเบาๆ "ฮ่าๆๆๆ ดูสิคะคุณณรงค์ ลูกสาวคุณคงเสียสติไปแล้ว"

ฉันหันไปมองพรไพลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

"ฉันยังไม่เสียสติหรอกค่ะ แต่ฉันเพิ่งจะตาสว่างต่างหาก"

พ่อณรงค์เดินเข้ามาหาฉัน "ธีรดา เธอจะทำแบบนี้กับพ่อไม่ได้นะ"

"ทำไมจะทำไม่ได้คะ พ่อเองก็ไม่ได้รักหนูจริงจังอยู่แล้วนี่คะ พ่อแค่เห็นหนูเป็นเครื่องมือทางธุรกิจเท่านั้น"

คำพูดของฉันทำให้พ่อณรงค์หน้าซีด

"ธีรดา!"

"พอเถอะค่ะพ่อ หนูเหนื่อยแล้ว หนูไม่อยากอยู่ในตระกูลที่เต็มไปด้วยความหลอกลวงแบบนี้อีกต่อไปแล้ว"

ฉันหันหลังให้พ่อณรงค์ และเดินตรงไปยังประตูทางออก

"ธีรดา! เธอจะไปไหน!" พ่อณรงค์ตะโกนไล่หลังฉันมา

"หนูจะไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักหนู จะไปในที่ที่หนูสามารถเป็นตัวของตัวเองได้"

ฉันเดินออกจากบ้านมาด้วยความรู้สึกสะใจเล็กน้อย

แต่ในใจลึกๆ แล้ว ฉันก็รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน

ฉันกำลังทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยมี เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ฉันก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน

ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันได้อีกต่อไปแล้ว

ฉันจะอยู่ด้วยตัวเอง และฉันจะแข็งแกร่งขึ้น

ฉันจะทำให้ทุกคนเสียใจที่เคยดูถูกฉัน

ฉันเดินไปที่รถของฉัน และขับออกไปจากบ้านตระกูลกุลวงศ์อย่างรวดเร็ว

ทิ้งไว้เบื้องหลังคือความวุ่นวายและเสียงตะโกนของพ่อณรงค์

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะไปที่ไหน แต่ฉันรู้ว่าฉันจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว

ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่ไม่มีธีรภัทร ชีวิตที่ไม่มีตระกูลกุลวงศ์

ฉันจะใช้ชีวิตของฉันเอง

และฉันจะมีความสุขให้ได้

ฉันขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย

จนกระทั่งฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที

ฉันจอดรถข้างทาง และเดินลงไปยืนอยู่ริมหน้าผา

มองดูท้องทะเลสีครามที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

ลมทะเลพัดแรงจนผมของฉันปลิวไสว

ฉันหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบๆ

"ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคุณ ธีรภัทร" ฉันกระซิบกับตัวเองเบาๆ "และฉันจะทำให้คุณเสียใจที่ทำกับฉันแบบนี้"

ฉันตัดสินใจแล้ว

ฉันจะสู้เพื่อตัวเอง

ฉันจะไม่ยอมแพ้อีกต่อไป

ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของฉันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

ฉันจะทำให้ทุกคนเห็นว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำได้ง่ายๆ

และฉันจะทำให้ธีรภัทรเสียใจไปตลอดชีวิตที่ทิ้งฉันไป

ฉันจะกลับมา และฉันจะแข็งแกร่งกว่าเดิม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้านายวายร้ายสุดที่รัก (เจ้านายขามา xxx กันชุดที่ 1)
8.0
เมื่อกี้มีใครได้จูบคุณหรือเปล่าคะ” ดวงตาคู่หวานจ้องมองอย่างจับผิด ไม่มี” เดร็ครีบตอบ แต่เมื่อเห็นความหวงในแววตานั้นเขารู้สึกถูกใจ ถ้าเป็นคนอื่นอาจผลักลงจากเตียงไปแล้ว แต่เป็นคามิล่าที่แสดงความหวงแหน และเขาก็ชอบมัน “อืม แต่ชักแน่ใจแล้ว บางทีอาจจะมี…” พูดยังไม่ทันจบคามิล่าก็ก้มลงประกบริมฝีปาก เธอจูบไม่เป็นแต่พยายามขบริมฝีปากหนา แล้วแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเขา เดร็คจูบตอบทันทีความเงอะงะไม่เป็นภาษา กระตุ้นอารมณ์ร้อนภายในร่างกาย จูบของคามิล่าเต็มไปด้วยความหวงแหน แสดงความเป็นเจ้าของผ่านจูบดูดดื่ม“มาลองคิดดูดีๆ ไม่น่ามี” เดร็คถอนริมฝีปากออกแล้วกดจูบที่ข้างแก้มสวย เธอน่ารักน่าเอ็นดู มีเสน่ห์แบบที่ไม่ต้องทำอะไร เขาก็หลงหัวปักหัวปำไปหมดแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ช่วยเลิกงี่เง่าสักที
8.8
เฉียวหนานซีตั้งครรภ์หลังแต่งงานมาสี่ปี ทว่าความหวังพังทลายเมื่อพบว่าฟู่จิงหวย สามีของเธอแอบซุกซ่อนหญิงอื่นพร้อมลูกไว้ เมื่อเขาประกาศรับแฟนเก่าที่กำลังท้องเข้าบ้าน เธอจึงตื่นจากความรักที่ไร้ค่าและตัดสินใจหย่าขาดโดยระบุว่าเขาบกพร่องหน้าที่สามี เฉียวหนานซีเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์ในฐานะเจ้าของแกลเลอรีชื่อดัง แต่เมื่อเธอเริ่มมีเสน่ห์ดึงดูดใจชายอื่น อดีตสามีที่เคยละเลยกลับตามหึงหวงและอ้างสิทธิ์ในตัวเธอ ทว่าเธอกลับตอกกลับเขาอย่างเย็นชาว่าตนเองโสดและห้ามมายุ่งเกี่ยวอีก
หน้าปกนวนิยาย ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
9.7
ตลอดสามปีที่หลูเฉียนหนิงอยู่เคียงข้างโจวเป่ยจิ้ง เขาคิดเพียงว่าเธอคือผู้ช่วยที่ยอมแลกตัวเพื่อเงินรักษาแม่ จนกระทั่งความอดทนสิ้นสุดลงเมื่อเธอขอหย่าและตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วที่มีคนอื่นในใจ ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาลึกลับที่จดทะเบียนกันเมื่อหกปีก่อน จากท่านประธานผู้เย่อหยิ่งจึงต้องกลายเป็นคนคลั่งรักที่ยอมทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อตามง้อเมีย แม้ใครจะดูถูกว่าเธอต่ำต้อย แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นประธานหลูผู้มั่งคั่งที่ทำเอาเขาถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย แรงแค้นจิตรกร : รักที่ได้รับการไถ่ถอน
8.2
อลินต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในงานแต่งงานครั้งที่สาม เมื่อเดมอนคู่หมั้นของเธอเลือกปกป้องไอรินและทำร้ายเธออย่างทารุณท่ามกลางสายฝน หลังจากถูกทำลายทั้งร่างกายและอาชีพจิตรกรจนดับวูบ อลินที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดในป่าลึกตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อรักษาครอบครัวและธุรกิจเอาไว้ เธอติดต่อบุคคลลึกลับในต่างแดนเพื่อทำข้อตกลงแต่งงานแลกกับการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย พร้อมเตรียมตัวหนีไปจากขุมนรกนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และรับการไถ่ถอนจากความแค้นที่ฝังลึก
หน้าปกนวนิยาย หนูน้อยพามาพบคู่แท้
8.1
เฉียวอีต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการหย่าร้างหลังแต่งงานมาสี่ปีเนื่องจากเธอไม่สามารถมีบุตรได้ เธอจึงตัดสินใจย้ายไปพักใจที่เมืองเล็กๆ จนได้พบกับทารกชายที่ถูกทอดทิ้งและรับเขามาเลี้ยงดูด้วยความรัก สี่ปีผ่านไป กู้เช่อ มหาเศรษฐีหนุ่มปรากฏตัวขึ้นพร้อมข้อเสนอเงินสิบล้านเพื่อขอรับลูกชายคืน แต่เฉียวอียืนกรานที่จะไม่ยอมแยกจากเด็กคนนี้ เมื่อเห็นความผูกพันที่ตัดไม่ขาด กู้เช่อจึงตัดสินใจยื่นข้อเสนอสุดท้ายที่คาดไม่ถึงด้วยการพาตัวทั้งแม่และลูกกลับไปอยู่กับเขาพร้อมกัน
หน้าปกนวนิยาย อดีตรัก สามีเก่า
9.4
ตลอดสามปีที่แต่งงาน เจียงซุ่ยทุ่มเทดูแลยู่จินเฉินในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ แต่ความดีของเธอกลับไม่เคยชนะใจเขาได้ เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงดูถูกจากสังคมไฮโซที่มองว่าเธอสิ้นหวัง เจียงซุ่ยกลับประกาศว่าเธอจะกลับไปรับมรดกพันล้านที่บ้าน ซึ่งไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งเธอปรากฏตัวในฐานะเศรษฐินีที่รวยที่สุดในโลก เมื่อได้พบกันอีกครั้ง ยู่จินเฉินที่เห็นอดีตภรรยาถูกห้อมล้อมด้วยหนุ่มหล่อจึงเริ่มหึงหวงและพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวโดยยอมสละทุกอย่างเพื่อเธอ