ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ไฟแค้นเผาผลาญใจรัก

ไฟแค้นเผาผลาญใจรัก

ในฐานะผู้ช่วยของธีรภัทร ทายาทมหาเศรษฐีผู้เย็นชา ฉันหลงเชื่อว่าความสัมพันธ์ลับที่เขาเรียกฉันว่าคุณหนูคือรักแท้ แต่ความจริงกลับโหดร้ายเมื่อเขาเลือกปกป้องดวงทิพย์จนทำให้ฉันสูญเสียลูกและถูกครอบครัวตัดหางปล่อยวัด เมื่อรู้ตัวว่าเป็นเพียงหมากทางธุรกิจและตัวแทนของคนตายที่ถูกเขาอัดคลิปแบล็กเมล์ ความรักจึงกลายเป็นเพลิงแค้น ฉันตัดสินใจเผาเพนต์เฮาส์ทิ้งพร้อมโอนเงินคืนเขาทุกบาท ก่อนจะบินหนีไปจากขุมนรกนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง
ตอน
แชร์

ตอน 2

ธีรดา กุลวงศ์ POV:

หลังจากประกาศตัดขาดจากตระกูลกุลวงศ์อย่างเด็ดขาด ฉันก็รู้สึกเหมือนพละกำลังทั้งหมดเหือดหายไปจากร่างกาย

ฉันขับรถอย่างไร้จุดหมายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ ท้ายที่สุดฉันก็จอดรถหน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่เคยมาพักกับธีรภัทร

ฉันก้าวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียว หัวใจของฉันหนักอึ้ง แต่แววตาฉันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ฉันเช็คอินเข้าห้องสวีทที่แพงที่สุดของโรงแรม พร้อมกับรูดบัตรเครดิตที่เหลืออยู่ทั้งหมด

ภายในห้องสวีทที่เคยเต็มไปด้วยความสุขในอดีต ตอนนี้กลับว่างเปล่าและเย็นยะเยือก

ฉันทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังสีขาว พยายามระงับความรู้สึกเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา

ฉันสั่งอาหารแพงๆ เครื่องดื่มราคาแพง และเสื้อผ้าแบรนด์เนมมากมายเข้ามาในห้อง

ฉันซื้อทุกอย่างที่ฉันอยากได้ ซื้อทุกอย่างเพื่อเติมเต็มความว่างเปล่าในใจ

แต่ไม่ว่าฉันจะซื้ออะไรมากแค่ไหน ความรู้สึกเจ็บปวดก็ยังคงเกาะกุมอยู่ในใจ

โทรศัพท์มือถือของฉันสั่นขึ้น พ่อณรงค์โทรเข้ามา

ฉันรับสายด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ "มีอะไรคะพ่อ"

"ธีรดา นี่เธอทำอะไรลงไป! เธอเอาเงินไปผลาญแบบนี้ได้ยังไง!" เสียงของพ่อณรงค์ตะคอกใส่ฉันอย่างโกรธจัด

ฉันหัวเราะเยาะ "ทำไมจะทำไม่ได้คะ เงินพวกนั้นมันก็เป็นของฉันเหมือนกันนี่คะ"

"แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่ส่วนหนึ่งของตระกูลกุลวงศ์แล้วนะ! เธอไม่มีสิทธิ์ใช้เงินของตระกูล!"

"แล้วไงคะ เงินที่พ่อให้มา หนูจะใช้ยังไงก็เรื่องของหนู"

"ธีรดา! ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้ ฉันจะจัดการเธอแน่!"

"พ่อจะทำอะไรคะ" ฉันถามกลับอย่างไม่เกรงกลัว "พ่อจะถอดถอนหนูออกจากกองมรดกเหรอคะ ทำไปเลยค่ะ หนูไม่สนอยู่แล้ว"

"เธอมันลูกอกตัญญู!"

ฉันหัวเราะเยาะอีกครั้ง "แล้วพ่อเคยเป็นพ่อที่ดีกับหนูบ้างไหมคะ พ่อเคยห่วงหนูบ้างไหมคะ นอกจากผลประโยชน์ทางธุรกิจ"

พ่อณรงค์เงียบไป

"หนูไม่ขออะไรจากพ่ออีกแล้วค่ะ พ่ออยากทำอะไรก็ทำไปเลย"

ฉันกดวางสายอย่างไม่ลังเล

ฉันรู้ว่าฉันทำถูกแล้วที่ตัดสินใจแบบนี้

ฉันเหนื่อยกับการต้องเป็นหุ่นเชิดของพ่อ เหนื่อยกับการต้องทนอยู่ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความหลอกลวง

ฉันเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปยังเมืองเบื้องล่าง

แสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ดูเหมือนจะเย้ยหยันความโดดเดี่ยวของฉัน

ฉันรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังยืนอยู่กลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่เพียงลำพัง

น้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความรู้สึกโล่งใจ

ฉันเป็นอิสระแล้ว

ฉันเป็นอิสระจากทุกสิ่งทุกอย่าง

ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่เป็นของฉันเอง

ฉันหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆ

ฉันจะต้องเข้มแข็ง

ฉันจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นกว่าที่เคย

ฉันทานอาหารเช้า สั่งของเข้ามาเพิ่ม และวางแผนที่จะไปช้อปปิ้ง

แต่เมื่อฉันกำลังจะรูดบัตรเครดิตเพื่อจ่ายค่าอาหาร พนักงานก็แจ้งว่าบัตรของฉันถูกระงับ

"เกิดอะไรขึ้นคะ" ฉันถามด้วยความสงสัย

"คุณผู้หญิงคะ บัตรเครดิตของคุณถูกระงับค่ะ" พนักงานตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ

ฉันรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางกบาล

ฉันรู้ทันทีว่าพ่อณรงค์ต้องเป็นคนทำ

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะจ่ายด้วยบัตรอื่น" ฉันพยายามรักษาท่าที

แต่บัตรเครดิตทุกใบของฉันถูกระงับทั้งหมด

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตีแสกหน้า

พ่อณรงค์ทำแบบนี้กับฉันได้อย่างไร

ฉันรู้สึกโกรธและเสียใจจนตัวสั่น

"คุณผู้หญิงคะ ไม่ทราบว่าจะจ่ายด้วยวิธีอื่นไหมคะ" พนักงานถามขึ้นอย่างสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความกดดัน

ฉันส่ายหน้าช้าๆ "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะจัดการเอง"

ฉันเดินออกจากร้านอาหารด้วยความรู้สึกอับอาย

ฉันไม่มีเงินเหลือแล้ว

ฉันเป็นคนไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน และไม่มีใคร

ฉันเดินไปที่ฟร้อนท์ของโรงแรม พนักงานก็แจ้งว่าฉันไม่สามารถพักต่อได้แล้ว

"คุณผู้หญิงคะ เนื่องจากบัตรเครดิตของคุณถูกระงับ คุณจึงไม่สามารถพักต่อได้ค่ะ"

ฉันรู้สึกเหมือนถูกเตะออกจากโรงแรม

ฉันมองไปรอบๆ ตัวเอง สภาพของฉันตอนนี้ดูไม่ได้เลย

เสื้อผ้าที่ดูหรูหราตอนนี้กลับดูเหมือนเครื่องแต่งกายยามค่ำคืน

ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะบ้า

ฉันเดินออกจากโรงแรมมาด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง

ฉันไม่รู้จะไปที่ไหนดี

ฉันไม่มีบ้าน ไม่มีเงิน และไม่มีใครให้พึ่งพิง

ฉันเดินไปเรื่อยๆ ตามถนนอย่างไม่มีจุดหมาย

ผู้คนรอบข้างมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและดูถูก

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งอยู่กลางเมืองใหญ่เพียงลำพัง

ฉันเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที

ฉันล้มตัวลงนั่งบนม้านั่งสาธารณะ มองดูผู้คนเดินผ่านไปมา

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า

ความรู้สึกเจ็บปวดและความผิดหวังเข้าครอบงำฉันอีกครั้ง

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไร

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย

ทันใดนั้น ฉันก็รู้สึกถึงเงาของใครบางคนมาบังแสงอาทิตย์

ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นธีรภัทร

เขายืนอยู่ตรงหน้าฉัน มองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านความรู้สึก

"ทำไมเธอถึงมาอยู่ในสภาพนี้" เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ก้มหน้าลง

"ฉันถามว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ในสภาพนี้" เขาถามซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำตาไหลอาบแก้ม

"คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอกค่ะ"

เขาหัวเราะเยาะ "หึ! เธอนี่มันดื้อด้านจริงๆ"

ฉันมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

"คุณจะมาดูถูกฉันทำไมคะ คุณอยากจะเยาะเย้ยฉันใช่ไหมคะ"

"ฉันไม่ได้มาเยาะเย้ยเธอ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "ฉันมาเพื่อดูว่าเธอจะดิ้นรนไปได้แค่ไหน"

คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก

"คุณไม่จำเป็นต้องมาดูถูกฉันหรอกค่ะ ฉันรู้ดีว่าฉันไม่มีค่าอะไรสำหรับคุณ"

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า "ลุกขึ้น! ฉันจะพาเธอกลับไปที่คอนโด"

"ฉันไม่กลับ!" ฉันตอบกลับอย่างรวดเร็ว

"เธอจะไปไหน! ไม่มีที่ไปแล้วไม่ใช่เหรอ"

คำพูดของเขาแทงใจดำฉันอย่างจัง

ฉันเงียบไป

"ลุกขึ้นซะ ก่อนที่ฉันจะลากเธอไป"

ฉันมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ

แต่ฉันก็รู้ดีว่าฉันไม่มีทางเลือก

ฉันลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก็เดินนำหน้าฉันไปที่รถของเขา

ฉันเดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินตามปีศาจร้าย

ฉันไม่รู้ว่าเขาจะพาฉันไปที่ไหน และฉันก็ไม่รู้ว่าอนาคตของฉันจะเป็นอย่างไร

แต่ฉันก็รู้ดีว่าฉันไม่สามารถหนีจากเขาได้อีกต่อไปแล้ว

ฉันจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง และฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้น

ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้านายวายร้ายสุดที่รัก (เจ้านายขามา xxx กันชุดที่ 1)
8.0
เมื่อกี้มีใครได้จูบคุณหรือเปล่าคะ” ดวงตาคู่หวานจ้องมองอย่างจับผิด ไม่มี” เดร็ครีบตอบ แต่เมื่อเห็นความหวงในแววตานั้นเขารู้สึกถูกใจ ถ้าเป็นคนอื่นอาจผลักลงจากเตียงไปแล้ว แต่เป็นคามิล่าที่แสดงความหวงแหน และเขาก็ชอบมัน “อืม แต่ชักแน่ใจแล้ว บางทีอาจจะมี…” พูดยังไม่ทันจบคามิล่าก็ก้มลงประกบริมฝีปาก เธอจูบไม่เป็นแต่พยายามขบริมฝีปากหนา แล้วแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเขา เดร็คจูบตอบทันทีความเงอะงะไม่เป็นภาษา กระตุ้นอารมณ์ร้อนภายในร่างกาย จูบของคามิล่าเต็มไปด้วยความหวงแหน แสดงความเป็นเจ้าของผ่านจูบดูดดื่ม“มาลองคิดดูดีๆ ไม่น่ามี” เดร็คถอนริมฝีปากออกแล้วกดจูบที่ข้างแก้มสวย เธอน่ารักน่าเอ็นดู มีเสน่ห์แบบที่ไม่ต้องทำอะไร เขาก็หลงหัวปักหัวปำไปหมดแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ช่วยเลิกงี่เง่าสักที
8.8
เฉียวหนานซีตั้งครรภ์หลังแต่งงานมาสี่ปี ทว่าความหวังพังทลายเมื่อพบว่าฟู่จิงหวย สามีของเธอแอบซุกซ่อนหญิงอื่นพร้อมลูกไว้ เมื่อเขาประกาศรับแฟนเก่าที่กำลังท้องเข้าบ้าน เธอจึงตื่นจากความรักที่ไร้ค่าและตัดสินใจหย่าขาดโดยระบุว่าเขาบกพร่องหน้าที่สามี เฉียวหนานซีเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์ในฐานะเจ้าของแกลเลอรีชื่อดัง แต่เมื่อเธอเริ่มมีเสน่ห์ดึงดูดใจชายอื่น อดีตสามีที่เคยละเลยกลับตามหึงหวงและอ้างสิทธิ์ในตัวเธอ ทว่าเธอกลับตอกกลับเขาอย่างเย็นชาว่าตนเองโสดและห้ามมายุ่งเกี่ยวอีก
หน้าปกนวนิยาย ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
9.7
ตลอดสามปีที่หลูเฉียนหนิงอยู่เคียงข้างโจวเป่ยจิ้ง เขาคิดเพียงว่าเธอคือผู้ช่วยที่ยอมแลกตัวเพื่อเงินรักษาแม่ จนกระทั่งความอดทนสิ้นสุดลงเมื่อเธอขอหย่าและตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วที่มีคนอื่นในใจ ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาลึกลับที่จดทะเบียนกันเมื่อหกปีก่อน จากท่านประธานผู้เย่อหยิ่งจึงต้องกลายเป็นคนคลั่งรักที่ยอมทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อตามง้อเมีย แม้ใครจะดูถูกว่าเธอต่ำต้อย แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นประธานหลูผู้มั่งคั่งที่ทำเอาเขาถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย แรงแค้นจิตรกร : รักที่ได้รับการไถ่ถอน
8.2
อลินต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในงานแต่งงานครั้งที่สาม เมื่อเดมอนคู่หมั้นของเธอเลือกปกป้องไอรินและทำร้ายเธออย่างทารุณท่ามกลางสายฝน หลังจากถูกทำลายทั้งร่างกายและอาชีพจิตรกรจนดับวูบ อลินที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดในป่าลึกตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อรักษาครอบครัวและธุรกิจเอาไว้ เธอติดต่อบุคคลลึกลับในต่างแดนเพื่อทำข้อตกลงแต่งงานแลกกับการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย พร้อมเตรียมตัวหนีไปจากขุมนรกนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และรับการไถ่ถอนจากความแค้นที่ฝังลึก
หน้าปกนวนิยาย หนูน้อยพามาพบคู่แท้
8.1
เฉียวอีต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการหย่าร้างหลังแต่งงานมาสี่ปีเนื่องจากเธอไม่สามารถมีบุตรได้ เธอจึงตัดสินใจย้ายไปพักใจที่เมืองเล็กๆ จนได้พบกับทารกชายที่ถูกทอดทิ้งและรับเขามาเลี้ยงดูด้วยความรัก สี่ปีผ่านไป กู้เช่อ มหาเศรษฐีหนุ่มปรากฏตัวขึ้นพร้อมข้อเสนอเงินสิบล้านเพื่อขอรับลูกชายคืน แต่เฉียวอียืนกรานที่จะไม่ยอมแยกจากเด็กคนนี้ เมื่อเห็นความผูกพันที่ตัดไม่ขาด กู้เช่อจึงตัดสินใจยื่นข้อเสนอสุดท้ายที่คาดไม่ถึงด้วยการพาตัวทั้งแม่และลูกกลับไปอยู่กับเขาพร้อมกัน
หน้าปกนวนิยาย อดีตรัก สามีเก่า
9.4
ตลอดสามปีที่แต่งงาน เจียงซุ่ยทุ่มเทดูแลยู่จินเฉินในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ แต่ความดีของเธอกลับไม่เคยชนะใจเขาได้ เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงดูถูกจากสังคมไฮโซที่มองว่าเธอสิ้นหวัง เจียงซุ่ยกลับประกาศว่าเธอจะกลับไปรับมรดกพันล้านที่บ้าน ซึ่งไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งเธอปรากฏตัวในฐานะเศรษฐินีที่รวยที่สุดในโลก เมื่อได้พบกันอีกครั้ง ยู่จินเฉินที่เห็นอดีตภรรยาถูกห้อมล้อมด้วยหนุ่มหล่อจึงเริ่มหึงหวงและพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวโดยยอมสละทุกอย่างเพื่อเธอ