
คุณนายเป็นใบ้
ตอน 2
เสียงหวานแววนุ่มนวลดังลอยมา
เป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอ เจียงม่อโหรว
อุ้มเด็กอายุครบร้อยวันไว้ในอ้อมแขน ยิ้มให้กับเธออย่างเป็นกันเอง
“รีบมาอุ้มหลานรับโชคเร็วเข้า เธอกับจินเฉินแต่งงานกันมาห้าปีแล้ว ไม่มีวี่แววจะตั้งท้องเลย ต้องรีบแล้วนะ”
ทุกคนต่างหันมองมาด้วยสายเฉียบคม
เล่อซานรู้สึกประหม่าจนเหงื่อไหลออกเต็มฝ่ามือ
เจียงม่อโหรวพูดต่อ “อันที่จริงเธอพิการ ก็ไม่มีใครรังเกียจ แต่ในฐานะที่เป็นภรรยา จะอ่อนโยนอย่างเดียวไม่ได้ อย่างน้อย ๆ การมีทายาทสืบเชื้อสายทำไม่ได้ได้ยังไงกัน?”
ถูกจ้องมองจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เล่อซานยื่นมือออกไปอุ้มเด็ก
แต่กลับถูกสองมือคู่หนึ่งมาขวางเอาไว้ ติงพิงแม่สามีแย่งเด็กกลับไป
“เด็กแข็งแรงอยู่ดี ๆ อย่าให้เธออุ้มเป็นอันขาด ถ้าเกิดได้รับความโชคร้ายจากเธอแล้วป่วยขึ้นมาล่ะก็แย่แน่ ๆ”
เล่อซานราวกับถูกทิ่มแทงหัวใจ
เธอทำได้แค่ยกมือขึ้นมาแสดงท่าทาง:ฉันไม่ได้มีลูกไม่ได้ ฉันแค่...
คนที่มุงดูมองไม่เข้าใจ ติงพิงขัดจังหวะไปตรง ๆ
“ต่อให้มีได้ ก็ไม่จำเป็นต้องให้เธอคลอดให้ ถ้าเด็กติดโรคของเธอขึ้นมา แบบนั้นซวยตายเลย”
ผู้คนรีบพูดเสริมขึ้นมาทันที “ใช่ ๆ เรื่องลูก ต้องระมัดระวังให้มาก ๆ!”
เล่อซานรู้สึกเย็นเฉียบสุดขั้วหัวใจ เธอคลอดลูกไม่ได้ แต่ให้ผู้หญิงคนนั้นมาคลอดให้แทนได้ใช่ไหม?
เธอเองก็ไม่ใช่ว่าจะมีลูกไม่ได้เหมือนกับที่พี่สะใภ้บอกสักหน่อย
ในตอนแรกเธอตั้งท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ
แม่สามีกลับสั่งให้เธอไปเอาเด็กออก บอกไม่แน่ว่าลูกของเธออาจจะเป็นใบ้ตามพันธุกรรมของเธอก็ได้
แถมยังบอกอีกว่าซูจินเฉินจะต้องไม่ชอบเด็กคนนี้อย่างแน่นอน
เธอไม่สามารถอธิบายได้ว่าตัวเองเป็นใบ้เพราะว่าป่วย ไม่ใช่เป็นเพราะพันธุกรรม
จึงจำใจต้องทำแท้งลูกเพียงคนเดียวของพวกเขาทั้งน้ำตา
คิดไม่ถึงว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้ว มีดเล่มนี้จะยังคงปักอยู่ที่ตัวของเธอ
“แม่ หนูเข้าใจสิ่งที่แม่พูด แต่หนูดันคลอดลูกสาวออกมาเท่านั้น แถมยังตกเลือดหลังคลอดอีก ต่อไปเกรงว่าจะมีลูกอีกไม่ได้หนิคะ”
เธอพูดขึ้นมาเสียงอ่อน “ถ้าซานซานมีลูกไม่ได้อีก ตระกูลของพวกเราก็จะสิ้นตระกูลไปไม่ใช่หรือไงคะ?”
หันสายตามองไปหาซูจินเฉินอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “จินเฉิน นายคิดว่ายังไง?”
สายตานับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองซูจินเฉิน มีคนมากมายต่างมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ใครจะไปรู้ว่าซูจินเฉินเองก็ไม่ชอบภรรยาที่ถูกจัดแจงให้แต่งงานกับเขาคนนี้เหมือนกัน
ถ้าเขาสามารถทิ้งเล่อซานไปซะตรงนี้ จะต้องเป็นข่าวใหญ่แน่ ๆ
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วทั้งใบหน้าของเขา น้ำเสียงเยาะเย้ย
“พี่พูดมากไปมั้ย?”
จู่ ๆ สีหน้าของเจียงม่อโหรวก็เปลี่ยนไปทันที ตอนนี้เธอตระหนักได้ว่าล้อเล่นจนเลยเถิดไป
ไปทำให้คนที่ไม่ควรจะไปก้าวก่ายต้องขุ่นเคืองใจเข้าแล้ว
ติงพิงจึงออกหน้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์ทันที “พี่สะใภ้ก็แค่เป็นห่วงเรื่องของพวกลูก ถึงได้พลั้งปากพูดออกไป ลูกไปพูดกับพี่สะใภ้แบบนี้ได้ยังไง?”
เจียงม่อโหรวมองต่ำลง น้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ “หมิงจางเขาออกไปทำงานต่างถิ่นไม่สามารถกลับบ้านได้ หลังจากที่คลอดลูกออกมา ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ภายในบ้านฉันก็เป็นคนมาจัดการดูแลเองทั้งหมด”
“ในฐานะที่ฉันเป็นพี่สะใภ้คนโตก็เลยแสดงความเป็นห่วงออกมานิดหน่อย แต่คิดไม่ถึงว่าจะไปทำให้พวกนายไม่พอใจเข้า ฉันขอโทษ”
ซูจินเฉินไม่หลงกลเธอเลยสักนิด น้ำเสียงยังคงเย็นชาเหมือนเดิม “ในเมื่อรู้สึกว่าลำบาก ถ้าอย่างนั้นต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่งจุ้นจ้านเรื่องในครอบครัวอีก”
เขายกมือส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยวางของขวัญที่นำมาด้วยลง “แล้วก็ไม่ต้องมาพูดเรื่องส่วนตัวของพวกเราให้มันมากเกินไปด้วย”
พูดจบ เขาก็จูงเล่อซานออกจากสถานที่จัดเลี้ยงไปท่ามกลางสายตาต่าง ๆ ที่ไม่อยากจะเชื่อของบรรดาแขกเหรื่อ
อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่เล่อซานที่ขึ้นนั่งบนรถแล้วยังไม่อาจดึงสติกลับมาได้เลย
คิดไม่ถึงว่าซูจินเฉินจะปกป้องตัวเอง
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงหงุดหงิดอย่างสังเกตเห็นได้ยาก “ไม่ต้องไปใส่ใจกับคำพูดของพวกเขาหรอก”
เล่อซานส่ายหน้าบ่งบอกว่าตัวเองไม่ใส่ใจเลยสักนิด
แต่ความหงุดหงิดในแววตาของซูจินเฉินกลับเพิ่มมากขึ้น “เพราะงั้นตลอดห้าปีที่ผ่านมา คุณไม่เคยคิดพิจารณาเรื่องลูกมาก่อนเลยเหรอ?”
เธอว่านอนสอนง่าย ซูจินเฉินไม่เคยสงสัยในความรู้สึกของเธอมาก่อน
แต่ตอนนี้แม้แต่เธอเองก็ยังไม่สนใจเรื่องลูก ซูจินเฉินเริ่มสงสัยแล้วว่าความจริงใจของเธอมันจริงหรือปลอมกันแน่
นับตั้งแต่ที่แต่งงานกัน เล่อซานก็อยากจะมีลูกเป็นของพวกเขาเองมาโดยตลอด
แต่เธอรู้ดีว่าตราบใดที่มีแม่สามีอยู่ เด็กคนนั้นไม่มีทางได้คลอดออกมาแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เธอเองก็ไม่รู้ว่าซูจินเฉินกำลังหยั่งเชิงว่าเธอละโมบโลภมากคิดที่จะตั้งท้องลูกของเขาหรือไม่
หลังจากที่ลังเลอยู่สักพัก เธอก็ทำภาษามือ:ช่างมันเถอะ แม่สามีพูดมีเหตุมีผล ลูกที่ฉันคลอดออกมา อาจจะไม่แข็งแรงก็ได้
ซูจินเฉินชำเลืองตามองเธอ “ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าคุณไม่อยากตั้งท้อง”
“แต่ถ้าผมจำไม่ผิดล่ะก็ เมื่อคืนพวกเราไม่ได้ป้องกันอะไรทั้งนั้น คุณเองก็ยังไม่ได้กินยาด้วยเหมือนกัน”
คุณอาจจะชอบ





