
คุณนายเป็นใบ้
ตอน 3
เล่อซานสื่อสารภาษามือ:เมื่อคืนเป็นระยะปลอดภัย
ความเยือกเย็นจาง ๆ แวบผ่านเข้ามาในตาของซูจินเฉิน “คุณรู้ดีอยู่แก่ใจก็ดีแล้ว”
เล่อซานมองออกว่าเขาไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าจะมีลูกหรือไม่
ก่อนจะหันหน้ามองออกไปข้างนอกหน้าต่างตามลำพัง มองตึกรามบ้านช่องที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อย
“อยากจะไปช้อปปิ้งไหม? หรือว่าอยากจะทำสวย ผมจะให้คนไปเป็นเพื่อนคุณ” เสียงของซูจินเฉินดังขึ้นมาข้างหลังของเธอ
เล่อซานส่ายหน้า ทำสัญญาณมือ:ไม่ต้อง ฉันจะไปทำงานแล้ว
เขาพูดสั่งกำชับออกมา “ก็ไม่ใช่งานสำคัญอะไร คุณไม่จำเป็นต้องทำให้ตนเองต้องเหนื่อยนัก อยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ ทำหน้าที่คุณนายซูให้ดี ๆ ก็พอ”
ถ้าตัดเรื่องที่ว่าเขาไม่ได้รักตัวเองออกไป ซูจินเฉินก็เป็นสามีที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่งเลย
นอกจากอาหารเช้าที่จำเป็นแล้ว เขาก็ไม่ให้เธอไปเป็นกังวลเรื่องอะไรอีก แถมให้เงินจำนวนมากกับเธอทุกเดือน
ถึงขนาดที่ให้บัตรเครดิตเสริมกับเธอ ให้เธอรูดได้ตามสบายใจอีกด้วย
แต่สิ่งที่เล่อซานต้องการไม่ใช่ของพวกนี้ เธอแค่ต้องการความรักเท่านั้น
ตอนที่เธอเพิ่งถูกพาตัวกลับไปในปีนั้น ซูจินเฉินอายุสิบเจ็ดปี
เขารับปากเธอว่าจะดีกับเธอ และจะรักเธอตลอดไป
ซูจินเฉินทำได้แค่ประโยคแรกเท่านั้น แต่ประโยคหลังเขาผิดสัญญาไปตั้งนานแล้ว
ตอนที่เล่อซานกำลังจมดิ่งอยู่กับความคิดนั้น รถก็จอดลงเรียบร้อยแล้ว มีคนมาเคาะกระจกหน้าต่างรถ
หลังจากที่ลดหน้าต่างรถลง ใบหน้าที่ซีดเซียวอ่อนแอ ตาบวมแดงราวกับวอลนัต ก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้า
ท่าทางน่าสงสาร ชวนให้รู้สึกเห็นใจ
ซึ่งก็คือคนรักของซูจินเฉิน เมิ่งเหยียนอันนั่นเอง
เธอไม่พูดอะไร น้ำตาไหลอาบเต็มหน้า
เกาะอยู่ตรงหน้าต่างรถด้วยท่าทางน่าสงสาร ออดอ้อนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฉันรออยู่ตั้งนาน ทำไมถึงไม่เห็นข้อความของคุณเลยสักข้อความ ไปหาคุณที่บ้าน พวกเขาก็บอกว่าคุณมางานฉลองอายุครบร้อยวันลูกเฮีย
ฉันตาหาคุณมาอย่างยากลำบากตลอดทาง ในที่สุดก็ได้เจอหน้าคุณสักที”
“คุณโกรธฉันจริง ๆ ใช่ไหม ไม่อยากฟังฉันบ่น ถึงได้มาหาความเงียบสงบอยู่กับเธอที่นี่ใช่ไหม?”
เล่อซานฟังออกถึงความถากถางในคำพูดของเธอ
น่าขำสิ้นดี จะด่าว่าตัวเองเป็นใบ้ทั้งที ก็ยังจะอ้อมค้อมขนาดนี้
เมื่อเห็นว่าเธอน้อยใจจริง ๆ ความเรียบเฉยบนใบหน้าของซูจินเฉินก็เริ่มละลายลง “สำนักผิดแล้วเหรอ?”
เมิ่งเหยียนอันเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อน “คุณอยากจะให้ฉันสำนึกผิดก็ต้องให้ฉันพูดต่อหน้าของคุณสิถึงจะถูก ตอนนี้ฉันยืนอยู่นอกรถ หนาวจะตายอยู่แล้ว ฉันจะขอโทษคุณดี ๆ ได้ยังไง?”
ขณะที่พูด สายตาของเธอก็จ้องมองไปยังตำแหน่งที่เล่อซานนั่งอยู่
ผ่านไปสักพัก ซูจินเฉินถึงได้พูดขึ้นมา “ถึงที่ทำงานแล้ว ไม่ลงไปก่อนเหรอ?”
อันที่จริงยังต้องไปอีกหน่อย
แม้ว่าจะอยู่ใกล้มาก แต่เมื่อก่อนเขาก็จะไปจอดตรงประตูทางเข้าเสมอ
เล่อซานราวกับเป็นหุ่นเชิดที่ไม่อาจขัดขืนได้ เธอพยักหน้า ก่อนจะลงไปจากรถด้วยจิตใจที่เหม่อลอย
หลังจากที่เมิ่งเหยียนอันมาแล้วก็ไม่ได้รีบร้อนนั่งลง เธอหยิบกระดาษฆ่าเชื้อออกมาจากในกระเป๋าอย่างไม่แยแสสนใจ ก่อนจะเช็ดบนที่นั่งอย่างตั้งใจ
ราวกับว่าที่ที่เล่อซานนั่งมาแล้วมันจะติดเชื้อไวรัสอย่างไรอย่างนั้น
ซูจินเฉินขมวดคิ้ว “คุณทำอะไรอีก?”
เธอทำปากมุ่ย ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยความน้อยอกน้อยใจ “คุณจะดุฉันทำไม คุณลืมไปแล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นคนรักความสะอาด?”
“ยิ่งไปกว่านั้นคุณก็บอกเองว่าเวลาที่คุณขับรถ ที่นั่งข้างคนขับเป็นของฉันแค่คนเดียวเท่านั้น ตอนที่คนอื่นขับรถที่นั่งเบาะหลังก็นั่งได้แค่พวกเราสองคนเท่านั้น”
“ตอนนี้ฉันก็แค่ไม่ชินกับที่นั่งที่มีคนอื่นมานั่ง ก็เลยอยากจะเช็ดให้สะอาดเท่านั้น คุณก็ยังจะมาดุฉันอีก!”
เธอแสร้งทำเป็นน้อยอกน้อยใจ แต่หางตาของเธอกลับเหลือบมองไปหาเล่อซาน แววตาเห็นได้ชัดว่ากำลังกระแนะกระแหนโดยไม่ต้องพูดออกมา
เล่อซานไม่ได้คิดที่จะทะเลาะกับเธอ มองดูเธอเช็ดที่นั่งอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะขึ้นไปบนรถ คนทั้งคนเอนพิงบนตัวของซูจินเฉิน
จากนั้นก็หันหลังไปทำงานอย่างเงียบ ๆ
ซูจินเฉินมองร่างที่โดดเดี่ยวของเธอจากไกล ๆ เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจขึ้นมา
หลังจากที่ผลักเมิ่งเหยียนอันออกไป เขายังไม่ทันได้พูดอะไร เมิ่งเหยียนอันก็เข้ามาพันเกี่ยวราวกับงู กอดเขาเอาไว้ด้วยท่าทางน้อยอกน่อยใจ
“อย่าผลักฉันเลยนะ แล้วก็อย่าเมินเฉยใส่ฉันเลยนะ ต่อไปฉันจะเชื่อฟังคุณ จะไม่บีบบังคับให้คุณหย่าอีกแล้ว ให้อภัยฉันได้ไหม ฉันรู้สึกผิดแล้วจริง ๆ!”
สายตาของเธอมองขึ้นไปหาเขาจากข้างล่าง ดูน่าสงสารอย่างถึงที่สุด
ซูจินเฉินบีบหลังคอของเธอเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“ห้ามมีครั้งหน้าอีก ตราบใดที่คุณทำตัวดี ๆ นอกจากตำแหน่งคุณนายซูแล้ว ไม่ว่าอะไรผมก็ให้คุณได้”
คุณอาจจะชอบ





