ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วานรักวันชัง

วานรักวันชัง

หญิงสาวผู้มอบหัวใจและมวลความรู้สึกให้ชายคนหนึ่งด้วยความซื่อสัตย์และถ่อมตัวเสมอมา ทว่าฝ่ายชายกลับมองความรักนั้นเป็นเพียงเครื่องมือในการแก้แค้น เขาจงใจวางแผนล่อลวงให้เธอตกหลุมรักเพื่อหวังทำลายชีวิตเธอให้พังทลายลง ท้ายที่สุดความภักดีที่เธอมีให้กลับถูกตอบแทนด้วยการดูถูกเหยียดหยามอย่างเลือดเย็น เมื่อเขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายอย่างไร้ความปรานี โดยไม่เหลือเยื่อใยหรือความสงสารให้แก่กันแม้แต่นิดเดียว
ตอน
แชร์

ตอน 2

ยิ่งสายคนยิ่งคลาคล่ำหนาตาขื้นเรื่อยๆ ราวกับว่าที่แห่งนี้เป็นแหล่งแจกของฟรี ซึ่งใครต่อใครต่างมุ่งหน้ามาก็ไม่ปาน แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด ตรงกันข้ามใครต่อใครล้วนอยากหลีกลี้หนีให้ไกลจากสถานที่นี้ ทว่าความจำเป็นของร่างกายซึ่งถูกสร้างด้วยเลือดเนื้อยามต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย ทำให้ต้องมาหาคนที่จะช่วยเยียวยาได้ นั่นก็คือหมอและพยาบาลนั่นเอง

นานหลายชั่วโมงแล้วที่อินถวากับมารดาต้องมานั่งรอคิวเจาะเลือดและผลเลือด ตาคู่สวยปนโศกเหลือบมองไปทางคนเป็นแม่อย่างสงสาร ทว่าเธอกลับไม่สามารถแสดงความอ่อนแอใดๆ ออกมาให้แม่เห็นได้ ทำได้แค่เพียงยิ้มและเอื้อมมือไปจับมือแม่เพื่อให้กำลังใจ พร้อมกับบอกแม่ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างแม่เสมอ

“นางอินทิรา ชัยชนา”

การรอคอยสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าหน้าที่ห้องแล็บเรียกชื่อมารดา อินถวารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้สีฟ้าแล้วก้าวตรงไปยังเคาน์เตอร์หน้าห้องแล็บ แล้วรับแผ่นกระดาษสีขาวนั้นมาจากเจ้าหน้าที่ เธอหลุบตาลงมองผลเลือดของแม่อย่างลุ้นระทึก หวังว่าผลเลือดจะผ่านทุกตัวเพื่อที่แม่จะสามารถรับคีโมเข็มต่อไปได้ ทว่าหัวใจดวงน้อยก็ต้องวูบโหวงเมื่อตัวเลขในกระดาษไม่ได้ออกมาอย่างที่คาดหวัง

มันยากเสมอสำหรับการรักษาโรคร้ายนี้ เมื่อผลเลือดออกมาเป็นแบบนี้ก็ต้องสู่ขบวนการให้เลือด ซึ่งนั่นหมายความว่าคีโมเข็มนี้ต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อยสองอาทิตย์ แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด เธอพร้อมจะสู้ไปกับแม่ พร้อมจะเหนื่อยไปกับแม่ในเส้นทางนี้จนกว่าแม่จะหายดี

อินถวายังคงถือกระดาษแผ่นนั้นไว้ในมือ กำลังจะเดินกลับไปหาแม่เพื่อพาแม่ไปพบหมอเพื่อให้หมอออกคำสั่งในการรักษาขั้นต่อไป แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องกลางเก่ากลางใหม่ดังขึ้นเสียก่อน

“ว่าไงคิม...” เสียงหวานเอ่ยถามกลับไปเรียบๆ หลังจากกดรับสายของคิมหันต์ที่มักจะโทร.มาไถ่ถามเสมอยามที่รู้ว่าเธอพาแม่มารักษาที่โรงพยาบาล

“เป็นไงบ้าง”

“ผลเลือดแม่เพิ่งออก ความเข้มข้นเลือดไม่ผ่าน ต้องให้เลือดก่อนน่ะคิม” เธอตอบกลับนักศึกษาแพทย์ไปโดยคุยในภาษาวิชาการเล็กน้อย ซึ่งคิมหันต์ก็ไม่แปลกใจเลยที่อินถวาอ่านผลเลือดออกและรู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไปทั้งที่หมอยังไม่ได้แจ้ง ซ้ำอินถวาก็ไม่ได้เรียนหมอ แต่เธอมีไอคิวสูง สามารถสอบวิชาวิทยาศาสตร์ได้คะแนนเต็มทุกวิชา และเป็นนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์เพียงคนเดียวในรุ่น ที่สามารถทำคะแนนได้ในระดับท็อปเทียบเท่ากับนักศึกษาแพทย์ ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาต้องมาทำความรู้จักกับเด็กเก่งอย่างเธอ

“ให้ไปหามั้ย...” เสียงทุ้มหล่อสมตัวถามกลับมาอย่างเอื้ออาทรและอบอุ่น เพื่อให้อินถวารู้ว่ายังมีใครอีกคนที่คอยห่วงใยและพร้อมจะเป็นกำลังใจให้เสมอ ซึ่งเป็นแบบนั้นตลอดมาตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักกันจนกระทั่งวันนี้ก็เกือบๆ สี่ปีแล้ว และอินถวาซึ้งใจดี

“อย่าเลยใกล้สอบแล้วไม่ใช่เหรอ ไหนจะต้องขึ้นวอร์ดอีก เราไหวไม่ต้องห่วง”

“งั้นมีอะไรโทรมานะ สแตนด์บายรอยี่สิบสี่ชั่วโมง”

“ขอบคุณนะ”

“สู้ๆ คนเก่งของคิม ฝากให้กำลังใจแม่ด้วย”

“อื้อ เดี๋ยวบอกแม่ให้”

อินถวาวางสายแล้วเดินเอาผลเลือดไปส่งให้พยาบาลที่นั่งอยู่หน้าห้องตรวจ ก่อนจะกลับไปหาแม่ พอเห็นแววตาที่แม่มองมาก็ได้แต่ยิ้มให้ เพื่อบอกแม่ว่าเราต้องเหนื่อยกันอีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็จะไม่ยอมให้แม่ท้อเด็ดขาด

“เป็นยังไงบ้างพุด”

“ค่าเลือดของแม่ไม่ผ่านน่ะจ้ะ คงต้องได้ให้เลือดเพิ่ม รอหมอสั่งก่อนนะจ๊ะเดี๋ยวพุดพาแม่ไป”

“พุดเหนื่อยมั้ยต้องมาเสียเวลากับแม่แทนที่วันนี้จะได้ไปเรียน” แววตาคนเป็นแม่ทอดมองลูกอย่างสงสารและซาบซึ้งใจ หากว่าในชีวิตที่ผ่านมาของตนจะพบแต่ความโชคร้าย แต่ความโชคดีและของขวัญที่ล้ำค่ามากที่สุดในชีวิตก็คือการมีลูกที่แสนน่ารักอย่างอินถวา

“ไม่เอาสิจ๊ะแม่ อะไรที่เกี่ยวกับแม่พุดไม่เคยเหนื่อยเลยแม้แต่นิด ส่วนเรื่องเรียนไม่ต้องห่วงนะ พุดอยู่ปีสี่แล้วไม่ค่อยมีเรียนหรอกจ้ะ ที่หนักหน่อยก็โพรเจกต์ซึ่งพุดไหวอยู่แล้ว พุดยอมได้ทุกอย่างขอแค่ให้แม่หายก็พอ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูกหนี้ตีตรา
8.6
บุญคุณที่ต้องทดแทนอาจไร้ความหมายเมื่อหัวใจของคมน์ไม่เคยได้รับความรักตอบกลับมา แม้ต้นหลิวจะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาตลอดชีวิต แต่ท่าทีอันห่างเหินและดวงตาที่พร้อมจะตัดพ้อเสมอทำให้เขาต้องแบกรับความอึดอัดเอาไว้จนถึงที่สุด ในวันที่ความอดทนสิ้นสุดลง คมน์จึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับความจริงที่แสนเจ็บปวดเพื่อยุติพันธะสัญญาที่ไร้หัวใจนี้ลงเสียที เขาเลือกที่จะเอ่ยปากขอหย่าขาดและคืนอิสระให้แก่เธอ แม้ว่านั่นหมายถึงการต้องสูญเสียคนที่เขารักที่สุดไปตลอดกาลก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเงาพยาบาท
8.6
ชีวิตของคณานางค์พังทลายลงทันทีเมื่อ มิเกล บาร์น ก้าวเข้ามา พ่อของเธอตัดสินใจจบชีวิตตนเองทิ้งให้บุตรสาวเผชิญกับหนี้สินมหาศาลและความสิ้นเนื้อประดาตัว แม้เขาจะแสดงตัวเป็นผู้ช่วยชีวิตในยามยาก แต่เธอกลับไม่เชื่อใจและพยายามสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ยิ่งพยายามเกลียดเขามกเท่าไร หัวใจเจ้ากรรมกลับเริ่มหวั่นไหวให้กับเจ้าหนี้จอมเจ้าเล่ห์คนนี้ที่จ้องจะครอบครองทั้งชีวิตของเธออย่างสมบูรณ์แบบในฐานะเจ้าของหัวใจคนใหม่
หน้าปกนวนิยาย พันธกานต์เลขาเฉิ่ม
8.8
อนลต้องเผชิญกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเลขาสาวสุดเชยของพี่ชายบุกมาหาเขาในสภาพเมามายพร้อมคำชักชวนอันเร่าร้อน แม้จะมีการขัดขืนในตอนแรก แต่ไฟปรารถนาก็แปรเปลี่ยนเป็นบทเพลงรักที่ดุเดือดจนยากจะถอนตัว ทว่าเมื่อรุ่งสางมาถึง เธอกลับเลือกที่จะหนีหน้าและขอให้เขาลืมค่ำคืนอันแสนหวานนั้นไปเสีย แต่สำหรับอนลแล้ว การจะปล่อยให้สาวแว่นที่ซ่อนความร้อนแรงไว้ใต้รูปลักษณ์โบราณหลุดมือไปง่ายๆ นั้นไม่มีทางเป็นไปได้ เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อพันธนาการเธอไว้เคียงกาย
หน้าปกนวนิยาย โหยตัณหา
9.3
เมื่อคุณไคแกล้งทำเคร่งขรึมเพื่อซ่อนความเอ็นดูที่มีต่อครีม ภรรยาสาวที่กำลังเขินอายจนต้องซุกอกเขาด้วยความประหม่า แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาปล่อยตัวเพราะกังวลว่าอาการป่วยของเขาจะทรุดลงหากต้องอุ้มของหนัก แต่เขากลับยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ยอมวางเธอลงเด็ดขาด โดยอ้างเหตุผลว่าตั้งแต่แต่งงานกันมา ทั้งคู่ยังไม่เคยใช้ชีวิตฉันสามีภรรยาอย่างจริงจังเลยสักครั้ง ความน่ารักไร้เดียงสาของเธอในอ้อมกอดนี้ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหมั่นเขี้ยวและอยากใกล้ชิดเธอให้มากกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย Kissing U : จูบปรารถนา
8.1
เมื่อสาวอกหัก ยอมมาเป็นเพียงแค่มดแดงแฝงพวงมะม่วง ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ชายที่รัก จนกว่าเขาจะแต่งงาน แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการเปิดประตูพรหมลิขิตเข้าอย่างจัง ตึกๆ ตักๆ ตึกๆๆ ตักๆๆ จังหวะการเต้นของหัวใจนาราชานั้นถี่กระชั้นขึ้นจนเธอเหมือนจะเป็นลม ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมองธามด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้มองแต่เพราะตอนนี้อยู่ใกล้กันมากเกินไป ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของธามได้ “โอ๊ย! ใจจ๋า อย่าเต้นดังไป เดี๋ยวเขาได้ยินหมด” นาราชาที่ยังคงหลับตาเอ่ยบอกหัวใจที่ตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพลยามออกรบ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่นักและพอรับรู้ว่าปลายนิ้วของธามกำลังขยับ นาราชาก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป “เอ่อ…ขะ…คุณธามคะ มันจำเป็นต้องจับตรงนั้นด้วยหรือคะ” “ตรงนั้นรู้เหรอว่าคือตรงไหน” “ก็ตรงที่คุณธามหยุดปลายนิ้วไว้น่ะค่ะ” เพราะยังคงหลับตา จึงไม่รู้ว่าตอนนี้มือธามอยู่ที่ไหน นั่นทำให้ธามอยากแกล้งคนรู้ดี “หึหึ…ถ้าไม่จับ แล้วฉันจะรู้ขนาดไหม” “หุ่นที่ปั้นนี่มันต้องรู้ขนาดของคนที่มาเป็นแบบ แบบเป๊ะๆ เลยเหรอคะ” “ใช่…ฉันชอบความเป๊ะ….” -------------------------------------------------------------------------------- “เสื้อเชิ้ตก็หอม เสื้อยืดก็หอม กางเกงยีนส์ก็ยังหอม โอ๊ย! เสื้อผ้าผู้ชายอะไรใส่แล้วยังหอมเหมือนยังไม่ได้ใส่ นี่ก็หอม เอ๊ย!” นี่ก็หอมที่ว่าคือบ็อกเซอร์สีขาวที่ตอนนี้อยู่ในมือเธอ แล้วเมื่อครู่เธอก็เอาเจ้านี่ขึ้นมาหอม มาดมไปตั้งหลายครั้ง หึหึ นาราชาเพ่งมองเจ้าบ็อกเซอร์สีขาวในมือ จินตนาการบางสิ่งบางอย่างก็โลดแล่นอยู่ในสมองอย่างไม่อาจห้ามได้ นั่นพลอยทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวๆ กับความคิดเชิงสิบแปดบวกของตัวเองในขณะนี้ “ยัยจิ้งบ้า คิดอะไรของหล่อน หล่อนเป็นผู้หญิงยิงเรือนะยะ” นาราชายิ้มเขิน แต่อยู่ๆ เสียงออดหน้าบ้านที่ดังขึ้นก็ทำให้คนที่กำลังเพ้อฝันถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบออกไปดูทันที แต่พอเห็นว่าในมือกำลังถืออะไรติดมาด้วย ก็รีบเหน็บไว้กับขอบกางเกงพร้อมกับดึงเสื้อยืดตัวยาวที่สวมอยู่ลงมาปิด
หน้าปกนวนิยาย ข้าวโพดในไร่ชา (Mpreg)
8.5
เมื่อข้าวโพดผู้ช่วยหนุ่มวัย 22 ปี ดันมาสบประมาทพ่อเลี้ยงกิตติภูมิเจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ว่ามีดีแค่มาดเข้มแต่แท้จริงเป็นคนหื่นกาม ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนระหว่างเสือร้ายวัย 29 กับเด็กปากกล้าจึงเริ่มต้นขึ้น ภายใต้บรรยากาศไร่ชาแสนสวย ข้าวโพดต้องใช้ทั้งเสน่ห์และลีลาเพื่อมัดใจคนแก่จอมดุให้หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น ขณะที่พ่อเลี้ยงบลูเองก็พร้อมจะสั่งสอนให้รู้ซึ้งว่าการลองดีกับเขานั้นต้องเจอของดีอุดปากจนพูดไม่ออก งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไปในเกมรักที่ต้องเช็คร่างกายให้พร้อมเสมอ