ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วานรักวันชัง

วานรักวันชัง

หญิงสาวผู้มอบหัวใจและมวลความรู้สึกให้ชายคนหนึ่งด้วยความซื่อสัตย์และถ่อมตัวเสมอมา ทว่าฝ่ายชายกลับมองความรักนั้นเป็นเพียงเครื่องมือในการแก้แค้น เขาจงใจวางแผนล่อลวงให้เธอตกหลุมรักเพื่อหวังทำลายชีวิตเธอให้พังทลายลง ท้ายที่สุดความภักดีที่เธอมีให้กลับถูกตอบแทนด้วยการดูถูกเหยียดหยามอย่างเลือดเย็น เมื่อเขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายอย่างไร้ความปรานี โดยไม่เหลือเยื่อใยหรือความสงสารให้แก่กันแม้แต่นิดเดียว
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ขอบใจนะลูก” อินทิราน้ำตาคลอกับความกตัญญูของลูก หัวอกแม่ย่อมอยากหายเพื่อจะได้อยู่กับลูกไปนานๆ แต่นางก็เผื่อใจไว้แล้วจึงได้แต่อธิษฐานว่าขอให้ความกตัญญูของลูกนำพาลูกไปเจอแต่สิ่งดีๆ หลังจากตนไม่อยู่กับลูกแล้ว

“ไม่ต้องขอบใจนะแม่ ทุกเรื่องที่พุดทำให้แม่มันคือความสุขของพุด พุดรักแม่นะจ๊ะ”

มือเรียวบางที่กร้านเล็กน้อยเพราะทำงานช่วยแม่มาตลอดเอื้อมไปจับมือที่กำลังสั่นเทา นั่นทำให้คนเป็นแม่ต้องรวบร่างลูกมากอดไว้อย่างรักใคร่สุดหัวใจ

เวลาของการรอคอยเนิ่นนานและเชื่องช้าเสมอ กว่าที่หมอจะเรียกเข้าไปพบรอบสองก็เป็นเวลาเกือบเที่ยง การเข้ามาพบหมอรอบนี้กินเวลาสั้นๆ ไม่ถึงห้านาทีดีด้วยซ้ำ ช่างต่างกับเวลาที่รออย่างลิบลับ ซึ่งหมอก็มีคำสั่งตามที่อินถวาคาดไว้ คือแม่ต้องได้นอนให้เลือด

บุรุษพยาบาลให้แม่นั่งรถเข็นแล้วพาขึ้นตึกอายุรกรรม โดยมีอินถวาคอยอยู่เคียงข้างแม่ตลอดทาง เธอกล่าวขอบคุณบุรุษพยาบาลหลังจากรถเข็นมาถึงหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลชั้นบนแล้ว

บนตึกอายุรกรรมหญิง ผู้คนแน่นขนัดคลาคล่ำไปด้วยผู้ป่วยและญาติจนแทบจะไม่มีที่เดิน พยาบาลเวรเดินมาซักประวัติอีกรอบหลังจากได้รับเอกสารส่งตัวผู้ป่วยจากชั้นล่าง จากนั้นแม่ก็ถูกพาไปนอนบนเตียงซึ่งเป็นเตียงเสริมนอกห้องรวมขณะรอพยาบาลไปเบิกเลือดมาให้ซึ่งใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมง

ถุงเลือดถูกห้อยบนเสาน้ำเกลือ ก่อนที่เข็มจะถูกแทงเข้าที่แขนของแม่ จากนั้นของเหลวสีแดงเข้มก็ค่อยๆ หยดลงจากถุงพลาสติกเข้าสู่ร่างกายของแม่ทีละนิดๆ อินถวาดึงเก้าอี้พลาสติกสีขาวมาวางข้างเตียงแม่แล้วนั่งเฝ้า โดยไม่ลืมสังเกตแผ่นป้ายกระดาษที่ติดอยู่กับเสาน้ำเกลือซึ่งบ่งบอกอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในขณะให้เลือด พลางนึกขอบคุณใครก็ตามที่เป็นเจ้าของเลือดเหล่านี้ ขอบคุณที่พวกเขาช่วยต่อชีวิตให้แม่ของเธอ และหากมีโอกาสเธอก็จะเป็นผู้ให้เช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้นบ้างเหมือนกัน

“นานมั้ยคะพี่พยาบาลกว่าที่แม่จะให้เลือดเสร็จ” เสียงหวานเอ่ยถามพยาบาลที่เป็นคนเข้าเลือดให้กับแม่ของเธอ

“คนไข้ต้องได้รับเลือดสองถุง ถุงหนึ่งก็ราวๆ สามถึงสี่ชั่วโมง” พยาบาลตอบสั้นๆ แล้วก็ผละไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ซึ่งอินถวาคิดต่อเอาเองว่าแม่คงต้องได้นอนโรงพยาบาลเพื่อให้เลือดเกือบครึ่งค่อนคืน

“แม่หิวมั้ยจ๊ะ” อินถวาถามแม่หลังจากพยาบาลเดินไปได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว

“ไม่...”

“พุดว่าแม่ดื่มนมข้าวโพดหน่อยนะจ๊ะ จะได้มีอะไรรองท้อง”

อินถวาหยิบนมกล่องออกมาจากกระเป๋าเป้ เป็นนมข้าวโพดที่เธอเตรียมมาจากบ้าน หลอดสีขาวถูกแกะและดันลงในกล่องผ่านรูที่ซีลด้วยฟอยล์สีเงิน ก่อนจะค่อยๆ ประคองให้แม่นั่งแล้วส่งนมกล่องนั้นให้แม่ดื่ม

“ดูแลแต่แม่ พุดเองก็ไปหาอะไรกินได้แล้วนะ ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เดี๋ยวพุดดื่มนมรองท้องจ้ะแม่ พุดเตรียมมาสองสามกล่อง แม่นอนต่อเถอะนะถ้าง่วงก็หลับเลย พุดไม่ไปไหนหรอก จะอยู่กับแม่ไปอย่างนี้จนกว่าแม่จะให้เลือดเสร็จ”

น้ำตาของคนเป็นแม่เกือบจะเอ่อคลออีกรอบ แต่พอได้เห็นรอยยิ้มที่มากล้นด้วยกำลังใจของลูก อินทิราจึงค่อยๆ นอนลงโดยมีลูกสาวคนเดียวคอยประคับประคองเช่นเดิม

เลือดหยดแล้วหยดเล่าซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปลายเข็มอย่างเชื่องช้า เช่นเดียวกับเข็มนาฬิกาที่เดินหน้าอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แล้ว ทว่าร่างบางของหญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดก็ยังไม่ลุกไปไหน

“พุดไปหาอะไรกินได้แล้วลูก” เสียงของคนเป็นแม่ดังขึ้นในช่วงเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ เพราะอยากให้ลูกได้ลงไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

“แม่เป็นไงบ้างจ๊ะ มีอาการแปลกๆ บ้างมั้ย”

“แม่ปกติดีลูก รู้สึกสดชื่นขึ้นเสียอีก พุดไปหาอะไรกินเถอะนะ ถ้าไม่หิวก็ไปเดินเล่น”

“แม่โอเคแน่นะ” ตาคู่สวยปนเศร้าทอดมองใบหน้าของแม่ที่เปลี่ยนไปมากตั้งแต่แม่ป่วยด้วยโรคร้าย ผลจากการรับคีโมทำให้สีหน้าที่เคยมีสีสันเปลี่ยนเป็นเหลืองซีด

“จ้ะ” แม่พยักหน้าพร้อมกับยิ้มบางๆ เพื่อให้ลูกสาวคลายใจ ตอนนั้นเองที่อินถวายอมลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงแม่เป็นครั้งแรก แล้วเดินลงไปชั้นล่างเพื่อเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น ก่อนจะก้าวตรงไปยังทางเดินที่เป็นทางไปยังด้านหน้าของโรงพยาบาล ข้ามไปยังอีกฟากของถนน เข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อนมและน้ำดื่มเตรียมไว้ให้แม่ในตอนกลับบ้านพรุ่งนี้

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูกหนี้ตีตรา
8.6
บุญคุณที่ต้องทดแทนอาจไร้ความหมายเมื่อหัวใจของคมน์ไม่เคยได้รับความรักตอบกลับมา แม้ต้นหลิวจะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาตลอดชีวิต แต่ท่าทีอันห่างเหินและดวงตาที่พร้อมจะตัดพ้อเสมอทำให้เขาต้องแบกรับความอึดอัดเอาไว้จนถึงที่สุด ในวันที่ความอดทนสิ้นสุดลง คมน์จึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับความจริงที่แสนเจ็บปวดเพื่อยุติพันธะสัญญาที่ไร้หัวใจนี้ลงเสียที เขาเลือกที่จะเอ่ยปากขอหย่าขาดและคืนอิสระให้แก่เธอ แม้ว่านั่นหมายถึงการต้องสูญเสียคนที่เขารักที่สุดไปตลอดกาลก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเงาพยาบาท
8.6
ชีวิตของคณานางค์พังทลายลงทันทีเมื่อ มิเกล บาร์น ก้าวเข้ามา พ่อของเธอตัดสินใจจบชีวิตตนเองทิ้งให้บุตรสาวเผชิญกับหนี้สินมหาศาลและความสิ้นเนื้อประดาตัว แม้เขาจะแสดงตัวเป็นผู้ช่วยชีวิตในยามยาก แต่เธอกลับไม่เชื่อใจและพยายามสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ยิ่งพยายามเกลียดเขามกเท่าไร หัวใจเจ้ากรรมกลับเริ่มหวั่นไหวให้กับเจ้าหนี้จอมเจ้าเล่ห์คนนี้ที่จ้องจะครอบครองทั้งชีวิตของเธออย่างสมบูรณ์แบบในฐานะเจ้าของหัวใจคนใหม่
หน้าปกนวนิยาย พันธกานต์เลขาเฉิ่ม
8.8
อนลต้องเผชิญกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเลขาสาวสุดเชยของพี่ชายบุกมาหาเขาในสภาพเมามายพร้อมคำชักชวนอันเร่าร้อน แม้จะมีการขัดขืนในตอนแรก แต่ไฟปรารถนาก็แปรเปลี่ยนเป็นบทเพลงรักที่ดุเดือดจนยากจะถอนตัว ทว่าเมื่อรุ่งสางมาถึง เธอกลับเลือกที่จะหนีหน้าและขอให้เขาลืมค่ำคืนอันแสนหวานนั้นไปเสีย แต่สำหรับอนลแล้ว การจะปล่อยให้สาวแว่นที่ซ่อนความร้อนแรงไว้ใต้รูปลักษณ์โบราณหลุดมือไปง่ายๆ นั้นไม่มีทางเป็นไปได้ เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อพันธนาการเธอไว้เคียงกาย
หน้าปกนวนิยาย โหยตัณหา
9.3
เมื่อคุณไคแกล้งทำเคร่งขรึมเพื่อซ่อนความเอ็นดูที่มีต่อครีม ภรรยาสาวที่กำลังเขินอายจนต้องซุกอกเขาด้วยความประหม่า แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาปล่อยตัวเพราะกังวลว่าอาการป่วยของเขาจะทรุดลงหากต้องอุ้มของหนัก แต่เขากลับยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ยอมวางเธอลงเด็ดขาด โดยอ้างเหตุผลว่าตั้งแต่แต่งงานกันมา ทั้งคู่ยังไม่เคยใช้ชีวิตฉันสามีภรรยาอย่างจริงจังเลยสักครั้ง ความน่ารักไร้เดียงสาของเธอในอ้อมกอดนี้ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหมั่นเขี้ยวและอยากใกล้ชิดเธอให้มากกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย Kissing U : จูบปรารถนา
8.1
เมื่อสาวอกหัก ยอมมาเป็นเพียงแค่มดแดงแฝงพวงมะม่วง ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ชายที่รัก จนกว่าเขาจะแต่งงาน แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการเปิดประตูพรหมลิขิตเข้าอย่างจัง ตึกๆ ตักๆ ตึกๆๆ ตักๆๆ จังหวะการเต้นของหัวใจนาราชานั้นถี่กระชั้นขึ้นจนเธอเหมือนจะเป็นลม ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมองธามด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้มองแต่เพราะตอนนี้อยู่ใกล้กันมากเกินไป ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของธามได้ “โอ๊ย! ใจจ๋า อย่าเต้นดังไป เดี๋ยวเขาได้ยินหมด” นาราชาที่ยังคงหลับตาเอ่ยบอกหัวใจที่ตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพลยามออกรบ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่นักและพอรับรู้ว่าปลายนิ้วของธามกำลังขยับ นาราชาก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป “เอ่อ…ขะ…คุณธามคะ มันจำเป็นต้องจับตรงนั้นด้วยหรือคะ” “ตรงนั้นรู้เหรอว่าคือตรงไหน” “ก็ตรงที่คุณธามหยุดปลายนิ้วไว้น่ะค่ะ” เพราะยังคงหลับตา จึงไม่รู้ว่าตอนนี้มือธามอยู่ที่ไหน นั่นทำให้ธามอยากแกล้งคนรู้ดี “หึหึ…ถ้าไม่จับ แล้วฉันจะรู้ขนาดไหม” “หุ่นที่ปั้นนี่มันต้องรู้ขนาดของคนที่มาเป็นแบบ แบบเป๊ะๆ เลยเหรอคะ” “ใช่…ฉันชอบความเป๊ะ….” -------------------------------------------------------------------------------- “เสื้อเชิ้ตก็หอม เสื้อยืดก็หอม กางเกงยีนส์ก็ยังหอม โอ๊ย! เสื้อผ้าผู้ชายอะไรใส่แล้วยังหอมเหมือนยังไม่ได้ใส่ นี่ก็หอม เอ๊ย!” นี่ก็หอมที่ว่าคือบ็อกเซอร์สีขาวที่ตอนนี้อยู่ในมือเธอ แล้วเมื่อครู่เธอก็เอาเจ้านี่ขึ้นมาหอม มาดมไปตั้งหลายครั้ง หึหึ นาราชาเพ่งมองเจ้าบ็อกเซอร์สีขาวในมือ จินตนาการบางสิ่งบางอย่างก็โลดแล่นอยู่ในสมองอย่างไม่อาจห้ามได้ นั่นพลอยทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวๆ กับความคิดเชิงสิบแปดบวกของตัวเองในขณะนี้ “ยัยจิ้งบ้า คิดอะไรของหล่อน หล่อนเป็นผู้หญิงยิงเรือนะยะ” นาราชายิ้มเขิน แต่อยู่ๆ เสียงออดหน้าบ้านที่ดังขึ้นก็ทำให้คนที่กำลังเพ้อฝันถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบออกไปดูทันที แต่พอเห็นว่าในมือกำลังถืออะไรติดมาด้วย ก็รีบเหน็บไว้กับขอบกางเกงพร้อมกับดึงเสื้อยืดตัวยาวที่สวมอยู่ลงมาปิด
หน้าปกนวนิยาย ข้าวโพดในไร่ชา (Mpreg)
8.5
เมื่อข้าวโพดผู้ช่วยหนุ่มวัย 22 ปี ดันมาสบประมาทพ่อเลี้ยงกิตติภูมิเจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ว่ามีดีแค่มาดเข้มแต่แท้จริงเป็นคนหื่นกาม ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนระหว่างเสือร้ายวัย 29 กับเด็กปากกล้าจึงเริ่มต้นขึ้น ภายใต้บรรยากาศไร่ชาแสนสวย ข้าวโพดต้องใช้ทั้งเสน่ห์และลีลาเพื่อมัดใจคนแก่จอมดุให้หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น ขณะที่พ่อเลี้ยงบลูเองก็พร้อมจะสั่งสอนให้รู้ซึ้งว่าการลองดีกับเขานั้นต้องเจอของดีอุดปากจนพูดไม่ออก งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไปในเกมรักที่ต้องเช็คร่างกายให้พร้อมเสมอ