![หน้าปกนวนิยาย MY BROTHER [镜幻情人]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/8d77e3ff5001834806825088080/bIAXa1agNqIA.webp!15491.webp)
MY BROTHER [镜幻情人]
ตอน 2
พ่อมีแต่ฉัน และ ฉันมีแต่พ่อ แล้วต้าเทียนเซียนกับแม่เขามาได้อย่างไรเหรอ ฉันเองก็ยังงงๆ เหมือนกัน แค่วันหนึ่งพ่อเข้ามาถามว่า ถ้าพ่อมีใครสักสองคนมาเป็นสมาชิกในครอบครัวฉันจะว่าอะไรมั้ย? ตอนนั้นฉันอายุสิบหกเท่านั้น แต่เมื่อเห็นดวงตาและใบหน้าที่มีความสุขของพ่อในตอนนั้น
“บ้านเราคงครึกครื้นมากขึ้นเลยนะคะ...หนูแทบจะรอไม่ไหวเลยค่ะ...” คำตอบแบบนั้น ทำให้พ่อมีความสุขมากขึ้น นั่นแหละที่ฉันต้องการ เพราะฉันเชื่อใจพ่อ พ่อซึ่งท่านต้องเลือกคนดีเหมือนแม่ของฉัน ฉันไม่รู้จักแม่ เพราะท่านจากไปเร็วเหลือเกิน แต่จากที่พ่อไม่มีใครมาตลอดสิบหกปี นั้นคงเพราะแม่ฉันเป็นหญิงสาวที่วิเศษมากๆไงล่ะ
“สุ่ยถิง ต้องเตือนอีกกี่ครั้ง ว่าเวลานี้คือเวลากิน” นาเดียร์ก้มหน้าก้มตากินต่อทันที พี่ชาย พี่ชายเป็นหนึ่งในสมาชิกใหม่ที่ฉันบอกพ่อไปว่าบ้านเราคงครึกครื้นมากขึ้น...แล้วนะต้าเซียนนอกจากจะเป็นคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เรียกชื่อจีนของฉัน เขาก็พูดจีนกับฉันตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน แต่ที่แปลกกับคำพูดของเขามาก ตอนที่เจอกันครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน
“…เธอเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกัน ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้ง” คำทักทายตอบกลับของเขา หลังจากที่เธอมีมารยาทในฐานะเจ้าบ้าน เมื่อพ่อพาต้าเซียนและแม่เขามาบ้านครั้งแรก ประโยคแรกที่เขาทักทายเธอเป็นภาษาจีนกลาง แน่นอนว่าเธอพูดภาษาจีนกลางได้ ก็พ่อเป็นคนเซี่ยงไฮ้ พ่อไม่มีทางปล่อยให้ฉันไม่รู้ภาษาจีนไปได้แน่ๆ ว่าแล้วเรื่องนี้เธอก็อยากจะถามต้าเซียนหลายครั้งแล้วเหมือนกัน
“ต้าเซียน”
“หืม?”
“พี่จำตอนที่พี่มาบ้านฉันครั้งแรกเมื่อสองปีก่อนได้มั้ย?”
“ให้จำอะไร” ตาเซียนวางตะเกียบ และย้ายสายตามามองฉัน
“ก็ตอนนั้นที่พี่บอกว่า ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้ง พี่หมายความว่าอย่างไร เจอกันอีกครั้ง ฉันสงสัยมาตั้งนานแล้ว”
“ก็นานอยู่ สองปีแล้ว” นาเดียร์มองบน เฮ้ยยย! นี่แหละพี่ชายเธอ ธรรมดาน้อยเสียที่ไหน
“เราสองคนเคยเจอกันมาก่อนเหรอคะ?”
“แล้วเธอคิดว่าไง?”
“แล้วทำไมพี่ถึงกลายมาเป็นฝ่ายตั้งคำถาม ฉันละ?”
“มันก็เป็นสิทธิที่ฉันจะต้องประเมินความเป็นไปได้ของคำถามก่อนที่ฉันจะให้คำตอบ...”
“ประเมินความเป็นไปได้ของคำถาม...เฮ้ยยยย! ทำไมนะ ฉันก็รู้จักพี่มาเกือบสองปีแล้ว ฉันถึงไม่ชินหรือตั้งรับความเป็นเทพของพี่ไม่ได้สักที” ต้าเซียนยิ้มออกมา และคีบเนื้อปลาให้กับนาเดียร์
“วันนี้ไปไหนมา” คำถามที่มาแบบไม่คาดคิด ทำเอานาเดียร์แทบสำลักข้าวที่กำลังกลืนลงคอ ต้าเซียนวางตะเกียบและยื่นแก้วน้ำให้กับเธออย่างใจเย็นและนิ่งสงบตามแบบฉบับของเขา พร้อมด้วยดวงตามองที่เธออีกแล้ว เธอยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ เรื่องที่เธอแอบไปมาวันนี้
“เอ่อ! คือว่าฉันไป ไปดูหอใน ในมหา’ลัย มาค่ะ” ตาเซียนสงบนิ่งกับคำตอบของนาเดียร์ “แต่ว่า...ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจนะคะ แค่จะไปดูก่อนว่าเป็นไง แล้วจะมาปรึกษากับพี่อีกทีค่ะ”
“อยากอยู่หอ”
“ไม่รู้ค่ะ” นาเดียร์ตอบกลับเสียงเบาๆ ในใจรู้สึกโหวงๆ ขึ้นมาทันทีกับคำถามที่ดูจะไม่มีอะไรของต้าเซียน “แต่คิดว่า ถ้าฉันไปอยู่หอ พี่จะสบายมากขึ้น พี่ยังต้องเรียน และเรียนอย่างหนัก ไหนจะต้องไปดูงาน ไปฝึกงานอีก...ถ้าฉันไป...”
ครืนนนน เสียงเก้าอี้ของต้าเซียนเลื่อนถอยหลัง เมื่อเขาขยับลุกขึ้น ขัดจังหวะเหตุผลที่ยังไม่หมดของเธอ
“วันนี้เธอเก็บล้างคนเดียวนะ...ฉันอิ่มแล้ว” นาเดียร์ก้มมอง ถ้วยตรงหน้าต้าเซียน เขากินข้าวในถ้วยของเขาหมดแล้ว ตั้งแต่ตอนไหนนะ ของเธอพึ่งจะหมดไปแค่ครึ่งเดียวเองแท้ๆ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยหรือให้เดา ต้าเซียนไม่พอใจ ท่าทางแบบนี้แหละของเขาที่เรียกว่าเขาโกรธ
นาเดียร์มองไปรอบๆ แมนชั่นที่มีสองห้องนอน เป็นของเขา เป็นที่อยู่ของเขากับแม่ของเขาตอนที่ทั้งสองย้ายมาอยู่ที่ชิคาโกด้วยกัน เธอต้องย้ายออกมาจากบ้านของเธอ แน่นอนเธอมีบ้าน บ้านของเธอกินพื้นที่สามไร่เลยล่ะ ไม่ต้องบอกว่าพ่อของเธอมีฐานะและความสามารถมากมาย แต่เธอย้ายออกมา เพราะบ้านอยู่ไกลมหา’ลัย และใหญ่เกินไปสำหรับต้าเซียนและเธอที่จะอยู่กันตามลำพัง
“เฮ้ยยยย!...ก่อนจะปรึกษาต้าเซียน เราน่าจะปรึกษาตัวเองก่อนเสียดีกว่า ว่าอยากจะไปอยู่หอมั้ย?” นาเดียร์ถอนหายใจ และนั่งกินข้าวตามลำพังต่อ อาจจะแปลกๆเสียหน่อย เพราะให้ต้าเซียนอิ่มก่อนเธอ เขาก็จะนั่งเป็นเพื่อนเธอจนเธอกินอิ่ม ในยามปกตินะนะ...
นาเดียร์เก็บจานไปล้างเมื่อเธอทานอิ่มแล้ว และอาหารทุกอย่างหมด ต้าเซียนสมเป็นต้าเซียน เขาทำอาหารได้พอดีทาน ไม่เคยเหลือทิ้งเลยสักครั้ง อ๊ะอ๊ะ ถึงแม้พ่อของเธอและแม่ของต้าเซียนจะเสียไปแล้ว แต่พวกท่านไม่ได้ทำให้ชีวิตของคนที่ท่านทิ้งไว้บนโลกมนุษย์อย่างพวกเธอสองคนต้องลำบากเลย พ่อมีเงินเก็บมาก มากเสียจนฉันเรียกว่าเป็นมรดก เงินสดในธนาคาร บ้าน หุ้น หุ้นของโรงพยาบาลที่จะทำให้ฉันมีรายได้ไปตลอดชีวิต และเงินประกันก้อนใหญ่อีก ทำให้ฉันห่างไกลคำว่าลำบากหรืออดมื้อกินมื้อเลย ส่วนต้าเซียนฉันไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นไง แต่เท่าที่อยู่ด้วยกันมา เขาก็น่าจะห่างไกลความลำบากเช่นกัน แต่พวกเราทั้งสองเลือกที่จะอยู่แบบใช้เมื่อควรใช้
คุณอาจจะชอบ





