ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทาสพิศวาสจอมมาร

ทาสพิศวาสจอมมาร

โซลดอนมองว่าเอวิตาคือของขวัญจากนรกที่เขาพร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นทาสกามารมณ์ตามใจปรารถนา ในฐานะเจ้าชีวิตที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เขาไม่แยแสต่อการขัดขืนใดๆ เพราะถือว่าหญิงสาวก้าวเข้าสู่พันธนาการนี้ด้วยความเต็มใจ เอวิตาจึงต้องยอมสยบต่อทุกความต้องการอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวยามอยู่ใต้ร่างแกร่งของจอมมารผู้เลือดเย็นคนนี้ แต่เธอก็ไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมที่เขาเป็นผู้กำหนดว่าจะให้พบกับสวรรค์หรือนรกอันมืดมิด
ตอน
แชร์

ตอน 2

เมื่อมันเป็นความต้องการของผู้มีพระคุณ เธอก็จำเป็นต้องทำตามที่ท่านสั่ง ท่านสั่งให้เธอไปเรียนรู้งานกับโซลดอน เพื่อว่าต่อไปในอนาคตข้างหน้า เธอจะได้ไปบริหารงานในสาขาของบริษัทที่เมืองไทย ที่คาดว่าอีกไม่เกินสองปี เคซีอี ไดนามิค กรุ๊ป จะขยายสาขาไปยังเมืองไทยแน่นอน

ก๊อกๆ!

กว่าจะฝ่าด่านมาถึงหน้าห้องท่านรองประธานของเคซีอี ไดนามิค กรุ๊ป เธอต้องรวบรวมความกล้าที่จะยกมือขึ้นเคาะประตูห้องเพื่อไปเผชิญหน้ากับเจ้านายคนแรกในชีวิตด้วยใจที่เต้นรัว เกรงกลัว และแทบจะถอยหลังเดินกลับ แล้วไปบอกกับพ่อเลี้ยงของเธอว่า

‘หนูคงทำไม่ได้’

แต่เพราะเธอคือลูกของ อรอิน ผู้หญิงที่เป็นฮีโรของเธอมาโดยตลอด ทำให้เอวิตาต้องกัดฟันเดินหน้าท้ามฤตยูต่อไป

ผาง!

จู่ๆประตูก็เปิดออก ขณะที่มือเล็กกำลังจะเคาะบานประตู หญิงสาวตกใจจนผงะ เซถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความขวัญอ่อนของตนเอง

“เธอมาสายไปห้านาที” เสียงนั้นเข้มดุ ดวงตาคมกล้าจ้องมองหน้าเธอนิ่ง ยกแขนข้างหนึ่งยันขอบประตูเอาไว้

เอวิตาชะงักกึกแล้วรีบหลบตาคมวับคู่นั้น ก่อนจะเดินตัวลีบลอดแขนใหญ่เข้าไปในห้อง แล้วไปยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของท่านรองประธานฯ ก้มหน้ารอฟังคำสั่งอย่างหวั่นหวาด แค่วันแรกของการทำงานก็ทำเอาเธอแทบจะก้าวขาไม่ออกแล้ว เพราะโดนตำหนิเรื่องมาทำงานสาย

โซลดอนเดินอ้อมไปนั่งที่เก้าอี้หรูของเขา ขณะที่เอวิตาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ตนเอง

“นั่งลงสิ”

สาวน้อยนั่งลง ยังคงก้มหน้านิ่ง

“เวลาฉันพูด ให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วย ฉันจะได้รู้ว่าเธอกำลังตั้งใจฟังฉันพูดอยู่” สั่งเสียงเข้ม ออกจะติดรำคาญด้วยซ้ำ

เอวิตาค่อยๆเงยหน้าขึ้น แล้วมองสบตาผู้มีอำนาจเหนือกว่าด้วยความรู้สึกเหมือนตนเองจะเป็นไข้ เธอกำลังรู้สึกร้อนๆหนาวๆกับสายตาคมวาวที่เขามองมาอย่างสำรวจ

“วันนี้สิ่งที่เธอจะต้องทำ คือ...”

แล้วแฟ้มเอกสารข้อมูลของบริษัทก็ถูกมือใหญ่ยกมาวางไว้ตรงหน้าหญิงสาวพร้อมกับสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“อ่านให้จบทุกแฟ้มภายในวันนี้ แล้วย่อใส่สมุด ว่าแต่ละแฟ้มพูดถึงอะไรบ้าง แล้วมายืนรายงานฉันพรุ่งนี้”

“ค่ะ”

“และหน้าที่ของเธออีกอย่างในช่วงเวลาฝึกงานกับฉันคือ ทำตัวเป็นไม้กันสุนัขสาวๆให้ฉันด้วย เพราะช่วงนี้งานฉันยุ่งมาก ไม่ต้องการให้ใครมารบกวน”

“ค่ะ”

“นั่นโต๊ะทำงานของเธอ”

พนักงานใหม่ป้ายแดงหันไปมองที่โต๊ะทำงานของตนเองแวบหนึ่งแล้วต้องแอบลอบถอนหายใจหนักๆ

‘ทำไมต้องหันหน้าโต๊ะทำงานไปทางเขาด้วย’

“ไปทำงานได้แล้ว”

“ค่ะ”

ร่างบางในชุดพนักงานสีฟ้าสดใส เดินหอบแฟ้มเอกสารเต็มอ้อมแขนไปที่โต๊ะทำงานของตนเอง แฟ้มเอกสารกองโตถูกวางลงบนโต๊ะเบาๆพร้อมจัดเรียงให้เป็นระเบียบ ก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของตนเอง แล้วเตรียมสมุดบันทึกในกระเป๋าสะพายที่เตรียมมาวางไว้บนโต๊ะ และเตรียมอ่านงานที่ถูกมอบหมายให้อ่านให้จบภายในวันนี้

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงที่เอวิตาก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มข้อมูลของบริษัทอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยไม่ยอมออกไปรับประทานอาหารเที่ยง เธอแค่ลุกไปชงกาแฟมาดื่มเท่านั้น พร้อมหยิบขนมปังสองสามชิ้นมานั่งกินที่โต๊ะทำงานตนเอง

จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเลิกงาน หญิงสาวก็หอบแฟ้มเอกสารไปวางที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายหนุ่มหน้าดุ ที่เงยหน้ามองเธอด้วยประกายตาสงสัย

เพราะตลอดเวลาในช่วงที่ชายหนุ่มทำงาน เขาเข้าๆออกๆจากห้องเป็นว่าเล่น เพื่อออกไปประชุม ไปกินข้าว ไปคุยกับลูกค้า พอกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานอีกทีก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว แต่โซลดอนก็มักทำงานล่วงเวลาเสมอ

แววตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมองพนักงานใหม่ จนหัวคิ้วแทบจะชนกันเป็นปม

“เธออ่านจบทั้งแปดแฟ้มนี้แล้วรึ”

“ค่ะ”

ซีอีโอหนุ่มมองหน้าน้องสาวนอกไส้อย่างคาดไม่ถึง ถ้าหล่อนอ่านจบครบทุกแฟ้มก่อนเวลาเลิกงานนี่ มันอัจฉริยะแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้หรอกว่าเอวิตาชอบการอ่านมาตั้งแต่เด็ก และเธออ่านหนังสือทุกอย่างได้ไวมาก และมีวิธีจดช็อตโน๊ตที่เร็วจำง่ายไม่มีใครเลียนแบบได้อีกด้วย

“งั้นลองรายงานแต่ละแฟ้มแบบย่อๆให้ฉันฟังหน่อยสิ”

“ค่ะ”

แล้วพนักงานฝึกหัดที่มีความสามารถในการอ่านเร็ว ก็รายงานความสำคัญของแต่ละแฟ้มงานแบบย่อๆเข้าใจง่ายให้กับบอสใหญ่ฟังแบบกระชับได้ใจความ ทำเอาโซลดอนนึกทึ่งอยู่ในใจไม่น้อย แต่ก็ไม่คิดจะชมหญิงสาว

ก๊อกๆ!

กำลังจะหาเรื่องจับผิดพนักงานฝึกหัดป้ายแดง แต่ระฆังสวรรค์ก็มาช่วยสาวน้อยเอาไว้ได้เสียก่อน แต่มันคงเป็นระฆังนรกสำหรับผู้บริหารหนุ่มไม่น้อย เมื่อผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาใหม่ คือ...!

...โซลดอนทำหน้าเซ็ง เขาเบื่อหล่อนแล้ว...

“มีธุระอะไรหรือแคนดี้”

“แหม ทักทายกันห่างเหินจังเลยนะคะโซล”

“พูดธุระของคุณมาเถอะ ผมมีงานต้องทำต่อ”

แคนดี้ไม่ตอบในทันที เมื่อหันไปจ้องมองหน้าพนักงานสาวที่หล่อนจำได้ว่า สาวน้อยคนนี้คือคนที่โซลดอนแนะนำกับเธอว่า เด็กสาวคนนี้เป็นเพียงลูกสาวคนรับใช้ แต่ทำไมวันนี้สาวน้อยคนนี้ถึงได้มาเสนอหน้าในห้องทำงานของซีอีโอหนุ่มได้

“นี่มันลูกสาวของคนใช้บ้านของคุณไม่ใช่เหรอคะโซล”

“คุณยังไม่ได้พูดธุระของคุณมาเลยนะแคนดี้ กรุณาอย่านอกเรื่อง” โซลดอนเตือนย้ำด้วยเสียงเข้มต่ำ ทำเอานางแบบสาวหน้าเสีย ภายในใจเดือดปุดๆ แต่ก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติให้ได้มากที่สุด

“คุณพ่ออยากให้ฉันมาฝึกงานกับคุณที่นี่ค่ะโซล ท่านอยากให้ฉันลาออกจากวงการบันเทิง แล้วมาทำงานช่วยที่บริษัท”

“แล้วทำไมถึงไม่ไปฝึกงานที่บริษัทของพ่อคุณ”

“ก็ฉันอยากมาอยู่ใกล้ๆคุณนี่คะ เพราะอีกหน่อยถ้าเราแต่งงานกัน ฉันก็ต้องมาทำงานช่วยคุณที่นี่อยู่แล้ว”

“เรื่องของเรามันจบไปแล้วนะ” เขาบอกเสียงเย็น

“อะไรนะคะโซล! เรื่องของเราจบแล้ว ตอนไหนคะ เราบอกเลิกกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

แคนดี้อึ้งจนหู้อื้อตาลายไปหมด

“ตามเงื่อนไขที่เราคบกันก่อนหน้า หากคุณมีคนอื่นหลังจากที่เราคบกัน เป็นอันจบความสัมพันธ์ทันที”

‘ไม่จริง โซลดอนรู้ได้ยังไง ว่าเธอแอบไปมีอะไรกับไซมอน ทั้งที่เรื่องนี้เธอยังไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยสักคน และแน่ใจว่ายังไม่มีใครดมกลิ่นได้’

“คุณเอาอะไรมาพูดคะโซล ฉันไม่มีใครเลยนะคะ นอกจากคุณคนเดียว”

“เมื่อไหร่ที่เกิดการโกหก เมื่อนั้นเราจะไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน”

โซลดอนพูดเสียงเย็นเช่นเดิม ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้รู้ว่าหล่อนได้ทำพลาดไปแล้ว แต่... หล่อนจะยังไม่ยอมออกไปจากห้องนี้ง่ายๆ ถ้ายังมีเรื่องให้คาใจอยู่แบบนี้

“ไหนคุณบอกว่าสาวน้อยคนนี้เป็นแค่ลูกสาวคนใช้ แล้วทำไมแม่นี่ถึงได้มาเสนอหน้าอยู่ในห้องของคุณล่ะคะ”

โซลดอนจ้องหน้าอดีตคู่ขาด้วยประกายตาวาววับไม่ชอบใจ หล่อนจะมาจุ้นจ้านเรื่องของเขามากไปแล้ว ก่อนจะหันไปมองคนที่โดนพาดพิงถึง เอวิตามีสีหน้าเรียบสงบ ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย หญิงสาวเหมือนหุ่นไร้ชีวิตจิตใจ ไม่รู้ว่าภายในใจของหล่อนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาเดาไม่ออกเลยจริงๆ

ครั้นจะบอกว่าเป็นคำสั่งของบิดาเขา นางแบบสาวต้องไปฟ้องบิดาของหล่อนแน่ หรือไม่ก็อาจจะไปโวยวายกับบิดาของเขาก็ได้ เพราะสองครอบครัวสนิทสนมกันมานาน ทางเดียวที่แคนดี้จะเลิกยุ่งกับเขา คือจะต้องบอกว่าเขามีคนใหม่แล้ว และต้องมีหลักฐานด้วยหล่อนอาจจะยอมเชื่อ

จู่ๆ เจ้าของร่างสูงสมส่วนดูสง่าน่าเกรงขาม ในชุดสูทสีเทาควันบุหรี่ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินเข้าไปยืนเคียงข้างพนักงานสาวฝึกหัด และเอ่ยแนะนำเอวิตาอย่างเป็นทางการว่า

“นี่คือเอวิตา เลขาส่วนตัวของผม และเธอคือแฟนใหม่ของผมด้วย”

“ไม่จริง! ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด!” ยังไงเธอก็ไม่มีวันเชื่อ นางแบบสาวจ้องมองเอวิตาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างหยามเหยียดเกลียดชัง แต่อีกฝ่ายกลับมีสีหน้าเรียบเฉย

เอวิตาแค่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่โซลดอนแนะนำเธอไปแบบนั้น แต่เมื่อรู้หน้าที่ของตนเอง ว่าเธอจะต้องทำหน้าที่เป็นไม้กันสุนัขให้เขาด้วย เธอจึงยืนสงบไม่ขอออกความเห็นใดๆ แม้ว่าภายในหัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะอยู่บ้าง เพราะไม่คุ้นชินกับตำแหน่งใหม่ของตนเอง

‘แฟนใหม่ของโซลดอน มันไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก นอกเสียจากการถูกอ้างให้เป็นไม้กันสุนัขก็เท่านั้น’

“แล้วทำยังไงถึงจะเชื่อ”

“คุณก็แค่เอาหล่อนมาอ้าง”

“แล้วถ้าทำแบบนี้ ยังจะไม่เชื่ออีกไหม”

จบคำซีอีโอหนุ่มมาดเข้มก็รวมร่างพนักงานสาวฝึกหัดเข้ามากอดแล้วจูบเธออย่างดูดดื่ม โดยไม่ให้เอวิตาได้ทันตั้งตัว สาวน้อยรู้สึกช็อกจนชาดิกไปหมดทั้งร่าง ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของคนเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเหมือนถูกสาปให้เป็นหุ่นชั่วคราว ยอมให้เขาจูบเอา จูบเอา ตามอำเภอใจเนิ่นนาน

นาทีต่อมาเอวิตาจึงได้รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหน้า ก่อนที่หัวใจจะเต้นรัวแรงราวกับดอกไม้บานถูกสายฝนกลางฤดูกระหน่ำลงมากลางช่อจนกลีบดอกสั่นสะท้าน ก้านโอนเอนไปมา จนเขาต้องโอบกอดเธอเอาแนบแน่นป้องกันร่างเล็กจะล้มลงไปกองพื้น

นางแบบสาวกำมือเข้าหากันแน่นด้วยความหึงหวง เมื่อมองโซลดอนกอดจูบผู้หญิงคนใหม่อย่างดูดดื่ม ต่อหน้าต่อตาเธอนานสองนานด้วยความเจ็บแค้นใจสุดๆ! ก่อนจะกระแทกส้นเท้าแรงๆเดินออกไปจากห้องโดยที่ผู้บริหารหนุ่มไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากไล่สักคำ

พอลับร่างนางแบบสาวเท่านั้น โซลดอนก็ปล่อยร่างเล็กในอ้อมแขนออกแทบจะทันทีเหมือนชิงชังรังเกียจ ส่งผลให้หญิงสาวเซจนเกือบล้ม แต่เขาก็ยังมีน้ำใจไปรับร่างของเธอเอาไว้ได้ทันพอดี แล้วมองสาวน้อยอย่างล้อเลียน

“อะไรกัน โดนจูบแค่นี้ถึงกับหมดแรงเชียวรึ” หยอกเย้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอดูว่าหล่อนจะตอบโต้เขายังไง

คนที่เพิ่งเป็นไม้กันสุนัขให้กับเขาหมาดๆ แค่เงยหน้าขึ้นสบตาคนใจร้ายปากร้ายเสี้ยววินาทีหนึ่งเท่านั้น ก็เดินเลี่ยงกลับไปที่โต๊ะทำงานของตนเอง นั่งลงด้วยอาการสงบนิ่ง เพราะวันนี้หน้าที่ของเธอคงหมดแล้ว

โซลดอนยืนมองหญิงสาวเก็บโต๊ะทำงานจนเรียบร้อยด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กๆ และไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงรู้สึกผิดหวัง แล้วมองดูหญิงสาวเตรียมกระเป๋าสะพายมาคล้องไหล่เตรียมจะลุก จึงเดินเข้าไปหา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังจะลุกจากเก้าอี้ต้องนั่งลงต่อแล้วมองหน้าเจ้านายหนุ่มด้วยเครื่องหมายคำถาม เขาจะใช้เธอทำงานต่อหรือ

“จูบเมื่อกี้ ฉันไม่ได้คิดอะไรนะ เธอก็ไม่ควรคิดอะไรเช่นกัน”

เอวิตาก้มหน้าเข้าใจ ก่อนจะขยับเก้าอี้แล้วลุกขึ้นยืน พูดกับเขาประโยคแรกของวัน ที่ยาวกกว่าคำว่า ‘ค่ะ’ ว่า...

“เอวี่เลิกงานได้แล้วใช่ไหมคะ”

“ได้เวลาแล้วนี่ แต่หวังว่าพรุ่งนี้ เธอจะยังคงมาทำงานต่อนะ คงไม่ใจเสาะออกจากงานตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานล่ะ” ร่างสูงไหวไหล่ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานตามเดิม

เอวิตาไม่โต้เถียงอะไรอีก เธอเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบกริบ ปิดประตูห้องทำงานให้อย่างแผ่วเบาแทบจะไม่ได้ยินเสียง ทิ้งให้คนที่อยู่ข้างหลังมองตามไปจนลับตาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ไม่ชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไร

แต่ทว่าภาพที่เอวิตากำลังถูกเขากอดจูบเมื่อครู่ที่ผ่านมานั้น มันช่างชัดเจน แถมรสชาติแสนหวานในโพรงปากเล็กนั่น ก็ยังหวานติดลิ้นเขาอยู่เลย และกลิ่นกายของหล่อนก็ยังหอมกรุ่นติดปลายจมูกของเขาอีกต่างหาก

เจ้าของร่างสูงมาดเข้มถอนหายใจเฮือกใหญ่ พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนจะเคาะนิ้วกับโต๊ะทำงานหลายอีกนาทีอย่างใช้ความคิด ก่อนจะรีบเคลียร์เอกสารบนโต๊ะให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องไป

แต่ยังไม่ทันจะออกจากออฟฟิศ ก็เจอเข้ากับซีเรีย คู่ควงคนใหม่ล่าสุดของเขา แค่ชวนหล่อนไปดินเนอร์แค่ครั้งเดียว หญิงสาวก็ตามเขามาถึงที่ทำงานของเขาเชียวหรือ

ทั้งที่โทรบอกหล่อนก่อนหน้านี้แล้วว่า เลิกงานแล้วเขาจะไปรับหล่อนเอง แล้วหล่อนมาหาเขาโดยไม่โทรบอกล่วงหน้าแบบนี้ แอบมาจับผิดเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้

‘เริ่มจะรำคาญแล้วสิ’

โซลดอนถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง ก่อนจะฉีกยิ้มให้ดาราสาวผมทองตามมารยาท

“คุณทำผมเซอร์ไพรส์มากนะซีเรีย”

“พอดีวันนี้เลิกกองเร็วค่ะ ไม่รู้จะไปที่ไหน จำได้ว่าเรามีนัดกันเย็นนี้ ฉันก็เลยอาสามารับคุณเองค่ะ”

“งั้นออกไปกันเลยนะ”

“ดีค่ะ”

ซีเรียเดินมาควงแขนชายหนุ่มเดินไปที่รถของตนเองที่จอดอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น การได้คู่ควงทั้งหล่อทั้งรวยแบบนี้ คงมีผู้หญิงครึ่งค่อนประเทศที่อิจฉาเธอ

เอวิตากลับมาถึงบ้านราวๆหนึ่งทุ่ม เพราะมัวแต่ไปเลือกซื้อหนังสือนิยายมาอ่าน พอมาถึงห้องก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นชุดนอนแล้วนอนอ่านนิยายที่ซื้อมาทันที เพื่อสลัดภาพใบหน้าของคนใจร้ายทิ้งไป จึงตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือนิยายเล่มหนาจนเกือบจบเล่มจึงได้ผล็อยหลับไปด้วยความง่วงงุน

แล้วพอตื่นขึ้นมาอีกที ก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรสักอย่างหนักๆทับร่างจนแทบกระดุกกระดิกไม่ได้ พยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อบางอย่างที่ทาบทับอยู่กำลังระดมจูบเธอทั่วใบหน้าอย่างคุกคาม แถมมีกลิ่นแอลกอฮอล์ติดมาด้วยอีกต่างหาก

‘กลิ่นแอลกอฮอล์!’

พอรู้แล้วว่าสิ่งที่ทับตัวเธออยู่คืออะไร เปลือกตาที่หนักอึ้งเปิดขึ้นทันทีแล้วก็เป็นอย่างที่คาดคิดเอาไว้ไม่มีผิด โซลดอนกำลังกอดปล้ำเธอเพราะเมา

‘พี่โซลดอนเข้ามาได้ยังไง หรือว่าเราลืมล็อกประตู?’

สาวน้อยคิดขณะที่ปากบางเฉียบกำลังใกล้จะจูบปากเธออยู่รอมร่อ จึงรีบสะบัดหน้าหนี แล้วขอร้องให้เขาหยุด

“พี่โซลดอน พี่เมามาใช่ไหม ปล่อยเอวี่นะ”

‘โซลดอนคงเมามากแล้วเข้าห้องผิดแน่ๆ’

“อย่าดิ้นสิ”

“พี่โซลดอน ปล่อยเอวี่นะ!”

“ไม่ปล่อย เธอเป็นสมบัติของฉัน ฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้”

“ไม่ใช่ เอวี่ไม่ใช่สิ่งของนะ และเอวี่ก็ไม่ใช่สมบัติของใคร ปล่อยเอวี่เดี๋ยวนี้นะ! โอ๊ย!”

“เธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันนะเด็กน้อย รวมทั้งแม่ของเธอด้วย ฉันเกลียดยัยแม่มดนั่น ฉันเกลียดแม่ของเธอ และฉันจะทำลายเธอให้ย่อยยับ!” คนเมาแม้จะเสียงอ้อแอ้ แต่ก็มีความจริงจังหนักแน่นอยู่ในน้ำเสียง เพราะสิ่งที่เขาพูดออกมา มันมาจากความรู้สึกที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจมานานแสนนาน

พอได้ฟังที่ชายหนุ่มพูด แม้จะรู้ว่าเขาเมา แต่เธอก็อดที่จะรู้สึกเจ็บปวดร้าวในหัวใจไม่ได้ น้ำคำของเขา เหมือนน้ำกรดที่รินรดลงกลางใจ มันกัดกร่อนจนรู้สึกเจ็บแสบแปลบไปทั้งหัวใจ ยิ่งเมื่อสู้แรงเขาไม่ได้ ขณะที่ปากบางเฉียบก้มลงมาบดขยี้เรียวปากเล็กของเธอ น้ำใสๆก็ไหลลงมาเป็นทาง

สองมือของเธอถูกจับกดจมลงกับที่นอน ปากของเธอก็ถูกเขาจูบอย่างบ้าคลั่งเต็มไปด้วยแรงแค้น แรงชัง และเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจ เมื่อเขาทาบทับลงมาเกือบเต็มตัว และจูบแบบไม่ให้เธอได้พักหายใจเลย

“อื้อ...”

เพราะหัวใจที่อ่อนล้า เพราะเรี่ยวแรงที่มีน้อยกว่า เพียงแค่ถูกโซลดอนจูบ ก็ทำให้เอวิตาหมดหนทางสู้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที

ชุดนอนผืนบางถูกดึงทึ้งจนฉีกขาดติดมือใหญ่ที่ตะปบลงมาอย่างตะกละตะกลาม เขาไม่ปรานีเธอเลย แม้ว่าหญิงสาวจะร้องไห้จนสะอื้นแต่คนเมาก็ไม่คิดจะหยุด จนคนตัวเล็กตัวสั่นเทาไปหมด ด้วยความหวาดกลัวสุดหัวใจ

อยากจะเรียกให้คนช่วยแต่โซลดอนไม่เปิดโอกาสให้เธอได้อ้าปากส่งเสียงเลยแม้แต่น้อย

จนกระทั่งถึงวินาทีที่หญิงสาวหวาดกลัวสุดชีวิตก็มาถึง เมื่อชายหนุ่มกำลังปลดตะขอ รูดซิบ แล้วดึงขอบอันเดอร์แวร์สีเข้มรูดต่ำลงมา

“อย่า!! กรี๊ด!!”

ผาง!

ผั่วะ!

คนเมาถึงกับเห็นดาวเห็นเดือน เพราะถูกกำปั้นหลุนๆจากผู้เป็นบิดาต่อยเข้าที่ปลายคางเต็มๆ จนร่างใหญ่กลิ้งลงไปนอนแผ่หลาอยู่ปลายเตียง

ส่วนเอวิตาถูกคนเป็นแม่รีบเอาผ้ามาคลุมร่างให้ พลางกอดปลอบสาวน้อยที่ยังตัวสั่นไม่หายด้วยความเสียใจ ไม่คิดเลยว่าลูกเลี้ยงของตนจะกล้าลงมือข่มเขงน้ำใจแก้วตาดวงใจของเธอแบบนี้ ถ้าหากว่ามาช้ากว่านี้ เอวิตาจะป่นปี้ด้วยน้ำมือของโซลดอนมากขนาดไหน เธอไม่อยากจะนึกเลย

“เอวี่ ไม่เป็นไรแล้วนะลูก แม่สัญญานะ... ว่าต่อไปนี้แม่จะไม่ห่างจากลูกไปไหนอีกแล้ว”

เอวิตาสะอื้นฮักอยู่กับอกของมารดาโดยไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมา

ขอบคุณสวรรค์ที่มารดาของเธอกับพ่อเลี้ยงมาทันเวลาพอดิบพอดี เพราะถ้าหากมาช้ากว่านี้อีกเพียงแค่นาทีเดียว เธออาจต้องตกนรกทั้งเป็นแน่ โซลดอนอารมณ์ร้ายน่ากลัวเหลือเกิน

คนเมาถูกคนเป็นพ่อลากเข้าไปในห้องนอนของเขา และคิดว่าโซลดอนคงจะสลบถึงเช้าแน่ เพราะโดนหมัดหนักเข้าไปเต็มๆ

คลินต์ยืนมองสภาพลูกชายตัวแสบนอนสลบเหมือดอยู่บนเตียงแล้วก็ต้องทอดถอนใจ ตอนนี้สองสาวนั่นคงรู้สึกไม่ปลอดภัยแน่

เขาคงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ระทึกขวัญแบบเมื่อครู่นี้เกิดขึ้นซ้ำอีก และโซลดอนจะต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง ด้วยการไปกราบขอโทษอรอินและให้คำมั่นสัญญาว่า เขาจะไม่ไปรังแกเอวิตาอีก และอาจจะต้องส่งตัวโซลดอนไปสำรวจที่ทางที่เมืองไทยแล้วกว้านซื้อที่ดินเพื่อสร้างบริษัทลูกอีกแห่งในอีกสองปีข้างหน้า ตามที่ได้แพลนเอาไว้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิษรักแฟนเก่า
7.8
เมื่ออดีตคนรักที่เคยฝากบาดแผลลึกไว้ในใจหวนกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความรักและความแค้นจึงถูกปลุกขึ้นมาใหม่ เขาเคยถูกเธอทำให้รักจนหมดใจแต่กลับต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ยากจะลบเลือน ในเมื่อเธอเป็นคนเลือกเดินกลับเข้ามาในชีวิตเขาเอง ครั้งนี้เขาจึงพร้อมจะตอบแทนความทรมานนั้นคืนกลับไป เพื่อให้เธอได้สัมผัสกับความชอกช้ำที่แสนสาหัสและไม่มีวันลืมเลือนได้เช่นเดียวกับที่เขาเคยเผชิญมา
หน้าปกนวนิยาย ชิงรัก
9.8
ชเนตตีวางแผนแย่งชิงไอศูรย์มาจากน้องสาวต่างมารดาด้วยความอิจฉา เธอตั้งใจวางยานอนหลับเพื่อจัดฉากว่ามีความสัมพันธ์กัน ทว่าความผิดพลาดทำให้ยาที่ใช้กลายเป็นยาปลุกกำหนัดแทน จนเกิดความสัมพันธ์ทางกายขึ้นจริง แม้เธอจะได้แต่งงานกับเขาตามที่หวัง แต่ชีวิตคู่กลับไม่ได้เป็นอย่างที่ฝัน เมื่อไอศูรย์สงสัยในพฤติกรรมและคาดคั้นความจริงจากเธอด้วยความโกรธแค้น ท่ามกลางความกดดัน ชเนตตีพยายามปฏิเสธและปกปิดความลับนี้เอาไว้อย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาตำแหน่งภรรยาของเขา
หน้าปกนวนิยาย เมียร้อนจำยอมรัก
7.8
เมื่ออ้อนถูกตราหน้าว่าพยายามยั่วยวนสามีของพี่สาวต่างแม่ นางจันทร์นิลจึงจัดการลงโทษขั้นเด็ดขาดด้วยการผลักไสเธอให้ตกเป็นเมียของพัชระ ช่างหนุ่มยากจนในไร่ชาท่ามกลางสภาพบอบช้ำ พัชระที่แอบหลงรักอ้อนมานานต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อความแค้นและความเกลียดชังของครอบครัวบีบบังคับให้เขาต้องเลือกระหว่างความรักที่เขามีให้เธอ หรือการยอมจำนนต่อคำสั่งอันโหดร้ายที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาลในกระท่อมซอมซ่อหลังนั้น
หน้าปกนวนิยาย ใจร้าย
9.3
ท่ามกลางความหนาวเหน็บใต้ผืนน้ำ ร่างที่กำลังจมดิ่งเลือกที่จะละทิ้งการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เมื่อความตายคือสิ่งเดียวที่อิสร์ปรารถนา เอมจึงยอมมอบจุดจบนี้ให้เพื่อเป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย หวังเพียงให้ความแค้นที่แสนทรมานพังทลายลงไปพร้อมกับลมหายใจที่ขาดช่วง คำไล่ให้ไปตายจากปากคนที่เธอรักกลายเป็นหนทางดับทุกข์ที่เจ็บปวดที่สุด แม้หัวใจจะบอบช้ำจนเกินเยียวยา แต่เธอก็พร้อมจะจากไปเพื่อให้เขาได้พบกับความสุขที่ต้องการเสียที ลาก่อนความรักที่แสนใจร้าย
หน้าปกนวนิยาย หลังจากเลิกกัน พี่ชายที่รวยที่สุดของไอ้สารเลวก็ตกหลุมรักฉัน
9.3
ลั่วหว่านเมามายในงานหมั้นแฟนเก่าจนเผลอไปมีความสัมพันธ์กับชียั่นโจวพี่ชายของเขา เธอประกาศจะขยับฐานะเป็นพี่สะใภ้เพื่อแก้แค้น แม้ตอนแรกเขาจะปฏิเสธและตกลงกันว่าจะไม่มีความผูกพัน แต่ความหึงหวงกลับเริ่มก่อตัวเมื่อเขาทนไม่ได้ที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ ท่ามกลางการปกป้องที่แสนอบอุ่น ลั่วหว่านเริ่มเผลอใจ แต่แล้วเขากลับขอยุติความสัมพันธ์ เธอจึงเดินจากไปอย่างสง่างาม ทว่าในวันที่เธอจะแต่งงานใหม่ ชียั่นโจวกลับเสียสติและบุกมาชิงตัวเธอคืนพร้อมคำสารภาพที่สายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจสามี
8.3
คอลเลกชันรวมเรื่องสั้นแนวโรมานซ์สมัยใหม่ที่เจาะลึกเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนและผิดศีลธรรม พบกับเหตุการณ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการนอกใจสามี ความลับของความสัมพันธ์แบบ Friends with Benefits หรือความเร่าร้อนในรูปแบบ 3P และ 4P ที่ถูกเก็บซ่อนไว้เป็นความลับสุดยอด โดยแต่ละเรื่องราวจะถ่ายทอดผ่านตัวละครที่ต่างกันไป พร้อมบทสรุปที่จบลงอย่างกระชับภายในหนึ่งถึงสองตอนเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ต้องการสัมผัสความตื่นเต้นในมุมมืดของความรัก