
ทาสพิศวาสจอมมาร
ตอน 3
ซ่า!!
โซลดอนตื่นขึ้นมาเพราะโดนน้ำในกะละมังสาดใส่โครมใหญ่ คนเพิ่งตื่นพยายามลุกขึ้นนั่งสะบัดศีรษะไปมาไล่ความง่วงงุนและความมึนเมาที่ยังค้างอยู่ในหัวออก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่กล้าปลุกเขาด้วยการสาดน้ำใส่หน้าด้วยดวงตาวาวโรจน์ในวินาทีแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแววตาประหลาดใจสงสัยจนคิ้วขมวดแทบจะชนกัน เมื่อเห็นร่างสูงพอๆ กับตนเองยืนจังก้ามองหน้าเขาอยู่
“แด๊ด!”
“เออ! ฉันเอง สร่างเมาบ้างหรือยังไอ้เสือแสบ”
“นี่ผมเมาเหรอครับ”
“คงไม่เมาหรอกมั้ง อยู่ดีๆ ก็เข้าปลุกปล้ำเอวี่จนถึงในห้องนอนของน้อง แล้วก็ตกเตียงมานอนแผ่หลาอยู่บนพื้นแบบนั้น”
“นี่แด๊ดพูดเรื่องอะไรครับ ผมน่ะเหรอเข้าไปปล้ำยัยเอวี่หน้าจืดนั่น”
“ก็เออสิวะ! ดีนะที่ฉันกับอินเข้าไปช่วยหนูเอวี่ไว้ได้ทันเวลาพอดี ไม่อยากจะนึกต่อเลยว่า ถ้าไปช้ากว่านั้นหนูเอวี่จะชอกช้ำมากแค่ไหน”
“แล้วยัยนั่นว่ายังไงครับ”
แทนที่โซลดอนจะคิดห่วงใยน้องสาวนอกไส้ของเขาบ้าง แต่เปล่าเลย คลินต์ผิดหวังในตัวลูกชายของเขาจริงๆ
ฝ่ายโซลดอนก็กลัวว่าเอวิตาจะไปบอกบิดาเขาให้เขารับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการแต่งงาน
“ก็ ไม่เห็นว่าอะไรนี่ แต่แม่เขาสิ ดูเป็นห่วงลูกสาวของเขาเอามากๆ”
“ผมก็แค่เมา”
“ถึงจะเมา แต่แกก็ต้องไปกราบขอโทษแม่ของหนูเอวี่ ขอโทษน้อง แล้วสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก”
“ไม่มีทาง! หัวเด็ดตีนขาดยังไง ผมก็ไม่มีทางลดตัวไปกราบขอโทษอดีตสาวใช้บ้านนี้แน่”
“โซลดอน! แกกรุณาให้เกียรติเมียของฉันหน่อยได้มั้ยวะฮะ! เวลาเรียกเขาหรือพูดถึงเขา ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่เขาเคยเป็นก็ได้”
โซลดอนเงียบกริบเมื่อถูกเอ็ดเสียงดัง สายตาเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเมินมองไปทางอื่น คลินต์รู้ว่าลูกชายตัวแสบหัวดื้อของตนเองกำลังคิดอะไรอยู่
“ถ้าแกไม่ไปกราบขอโทษแม่ของหนูเอวี่ ไม่ไปขอโทษหนูเอวี่ แกก็ต้องออกจากบ้านนี้ไปซะ เพราะฉันไม่อยากมีลูกชายเลวๆ ไม่มีความรับผิดชอบชั่วดีแบบแก!”
“นี่แด๊ดไล่ผมออกจากบ้านเพราะเห็นสองแม่ลูกนั่นดีกว่าลูกในไส้ของตนเองเหรอครับ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย” ดวงตาของโซลดอนแดงก่ำ มีแววตัดพ้อน้อยใจบิดาของตนเองเป็นอย่างมาก ไม่เคยเสียใจครั้งไหนเท่าครั้งนี้เลย
“แกทำผิด และทำผิดมาหลายครั้งแล้วด้วย แต่ครั้งนี้แกกล้าข่มขืนแม้กระทั่งน้องสาวของตนเอง”
“ผมบอกแล้วไง ว่าผมเมา และผมไม่มีวันยอมรับยัยลูกเป็ดขี้เหร่นั่น เป็นน้องเด็ดขาด!”
เผียะ!
โซลดอนถูกผู้เป็นบิดาตบหน้าฉาดใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ หันมามองคนที่เขารักและบูชามากที่สุดในชีวิตด้วยแววตาชอกช้ำ ตัดพ้อน้อยใจสุดแสน เขากำลังหลั่งน้ำตาด้วยความเจ็บปวดใจก่อนจะหันไปมองสองแม่ลูกที่เขาเกลียดนักหนา
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน ไม่คิดว่าคลินต์จะลงมือกับลูกชายของตนเองรุนแรงถึงเพียงนั้น
อรอินเองก็หลั่งน้ำตาเช่นกัน เธอเองก็เสียใจไม่แพ้โซลดอน เสียใจที่เอวิตาถูกข่มเหงรังแก และเสียใจอีกอย่างก็คือ เธอกำลังรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้สองพ่อลูกผิดใจกัน
เสียใจที่เป็นต้นเหตุทำให้โซลดอนโดนบิดาตบหน้า เมื่อหันไปสบตาเขา เธอก็รู้สึกเย็นวาบในหัวใจ ชาดิกไปทั้งร่าง เพราะในดวงตาแดงก่ำนั้น มีเพียงความว่างเปล่า มันคือที่สุดของความโกรธเกลียด เคียดแค้น เธอรู้ดี ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินจากไปเงียบๆ
เอวิตาก็ร้องไห้ไม่หยุด หัวใจของเธอเหมือนจะหลุดออกจากขั้ว เมื่อเห็นเจ้าของแววตาเย็นชาคู่นั้นเดินจากไป เพราะเธอสังหรณ์ใจว่า โซลดอนอาจจะเดินจากไป นานข้ามวัน ข้ามคืน เป็นเดือน หรืออาจจากไปนานข้ามปีเลยก็ได้
“โซลดอน!” กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป คลินต์ก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งใจ
‘มือข้างนี้ใช่ไหมที่ตบหน้าลูกชายที่เขารักมากที่สุด’
ตุ้บๆ !
“คุณคลินต์คะ อย่าค่ะ อย่าทำแบบนี้”
อรอินรีบเข้าไปกอดห้ามสามีด้วยน้ำตานองหน้าไม่แพ้กัน รีบเข้าไปกุมมือข้างที่คลินต์ชกกำปั้นตนเองเข้ากับเสาใหญ่ มีเลือดอาบเต็มหลังมือ
“มาห้ามผมทำไมอร คุณเห็นไหมว่าผมทำอะไรลงไป”
“เห็นค่ะ แต่ตอนนี้มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนะคะ โซลดอนขับรถออกไปแล้ว คุณรีบไปทำแผลดีก่อนกว่าค่ะ”
“รีบไปทำแผลเถอะค่ะท่าน เอวี่สัญญานะคะ ว่าเอวี่จะพาพี่โซลดอนกลับมาบ้านให้ได้ค่ะ”
คลินต์มองหน้าลูกเลี้ยงแล้วก็อดที่จะสงสารเห็นใจสาวน้อยไม่ได้ กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เอวิตาถูกโซลดอนทำร้าย ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่เอวิตาก็ไม่เคยแสดงออกว่าโกรธคนที่ทำร้ายเธอแม้แต่ครั้งเดียว จนโซลดอนได้ใจ แล้วลงมือทำในสิ่งที่เลวร้ายที่สุดลงไป โชคดีที่ยังทำไม่สำเร็จ โชคดีที่เขามาช่วยเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเอวิตาบ้าง
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็สามปีกว่าแล้วที่โซลดอนเดินออกไปจากบ้านแล้วไม่กลับมาอีกเลย ไม่มีใครรู้ว่าโซลดอนหายไปไหน คลินต์ก็ส่งคนออกตามหาลูกชายของเขาจนแทบจะพลิกแผ่นดินก็ยังตามหาไม่พบ
ไม่รู้ว่าโซลดอนไปหลบลี้อยู่ที่ไหน หรือเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่มีใครทราบ เอวิตาก็ออกตามหาเขาแทบจะทุกวัน ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของชายหนุ่ม
กระทั่งเอวิตาจบปริญญาโท เธอก็มีเวลาออกตามหาโซลดอนทุกวัน เธอจะตามหาเขาให้พบ เมื่อพบแล้วเธอก็จะหาทางเกลี้ยกล่อมให้โซลดอนกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ตามเดิม เพื่อพ่อเลี้ยงของเธอที่กำลังป่วยอยู่
“แด๊ดคะ กินข้าวเสียหน่อยนะคะ”
เอวิตาเรียกพ่อเลี้ยงของเธอว่าพ่อนานเป็นปีแล้ว และคลินต์ขอให้เธอเรียกเขาว่าพ่อ เพราะเขารักเธอเสมือนลูกแท้ๆ คนหนึ่ง อย่างน้อยๆ ในยามที่เอวิตาเรียกเขาว่าพ่อ มันก็ชดเชยความคิดถึงที่เขามีต่อโซลดอนได้บ้าง
“ฉันยังหิว เอาวางไว้ก่อนเถอะ”
“ไม่หิวก็ต้องกินค่ะ เพราะเลยเวลาอาหารเย็นมาเป็นชั่วโมงแล้ว ซุปข้าวโพดนี่เอวี่ทำเองเลยนะคะ กินสักหน่อยนะคะ ถ้ากินหมด มะรืนนี้เอวี่จะไปตามหาพี่โซลดอนให้เจอเลยค่ะ เพื่อนของเอวี่ที่เปิดร้านอาหารบอกว่า เคยเห็นพี่โซลดอนมากินข้าวที่ร้านอาหารของเขาค่ะ เอวี่ก็เลยคิดว่าจะไปตามหาพี่โซลดอนที่พีแซมค่ะ ต้องเจอพี่โซลดอนแน่ๆ เลย”
“พีแซม ก็ไม่ไกลมากนะ ทำไมคนของฉันถึงตามหาเขาไม่เจอ แต่ว่าหนูเคยไปที่นั่นหรือเปล่า รู้เส้นทางไหมฉันเป็นห่วง”
“ไม่ต้องเป็นห่วงเอวี่หรอกค่ะ เอวี่เคยไปหาอะมีเลียตอนที่เปิดร้านอาหารใหม่ๆ แล้วครั้งหนึ่งค่ะ รับรองไม่หลง”
สำหรับคนที่มีความจำดีอย่างเอวิตา เห็นอะไรเพียงแวบเดียวเธอก็จำรายละเอียดได้แม่นยำแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอฝากความหวังไว้ที่หนูนะ”
“ค่ะ แต่ว่าแด๊ดต้องกินซุปนี่ให้หมดถ้วยก่อนนะคะ”
คนป่วยจำยอมพยักหน้า คลินต์ถูกรถชนเมื่อปีที่แล้วขณะที่เขาปั่นจักรยานออกกำลังกาย
อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เขาขาหักแล้วยังเดินไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ และเพราะเขาเครียดเรื่องของโซลดอน ทำให้อาการป่วยของเขาทรุดหนักลงไปอีก ร่างกายก็ผ่ายผอมลงไปมาก
กิจการต่างๆ ต้องให้น้องชายมาคอยดูแล ทุกวันนี้เขายังมีลมหายใจอยู่ได้ ก็เพราะมีอรอินและเอวิตาคอยดูแลเรื่องอาหารการกิน สำหรับโซลดอนที่เป็นลูกแท้ๆ กลับไม่นึกเป็นห่วงพ่อของตนเองเลย ตั้งแต่หายออกไปจากบ้าน โซลดอนก็ไม่เคยส่งข่าวคราวมาเลย ส่งคนออกตามหาก็ไม่เจอ
‘โซล แกไปอยู่ที่ไหน’
คุณอาจจะชอบ





