
สัญญารักลวงใจ
ตอน 2
“ถอดเสื้อผ้าโง่ ๆ กับเครื่องประดับราคาถูกพวกนั้นออกแล้วมาแต่งงานกับฉันซะ ไม่ต้องมีพิธีอะไรทั้งนั้น”
เสียงของเสิ่นตั่วดังลงมาจากเหนือหัว ทำให้ฟาง จิ้งหร่านเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง
เสิ่นตั่วพูดเรื่องกฎของตัวเองต่อ “ห้ามให้คนอื่นนอกจากครอบครัวรู้ว่าเราสองคนแต่งงานกัน ก่อนที่โปรเจกต์พัฒนาจะจบ ห้ามหย่า ห้ามสร้างเรื่องเสื่อมเสีย ถ้าทำได้ทั้งหมด คุณถึงจะได้เงิน เข้าใจไหม? ”
ก่อนที่เขาจะหมดความอดทน ฟางจิ้งหร่านก็ได้สติกลับมา
นี่เขากำลังจะตกลงให้เธอมาแทนที่กู้หยิงเสว่ยใช่ไหม?
ราวกับกลัวว่าเสิ่นตั่วจะกลับคำพูด ฟางจิ้งหร่านรีบถอดสร้อยคอ ต่างหู แล้วก็ถอดชุดแต่งงานออก เหลือแค่ชุดข้างในเอาไว้
“คุณคิดจะเดินออกไปทั้งอย่างนั้นหรือไง?” เสิ่นตั่วแค่นเสียงเย้ยเธอเบา ๆ พร้อมกับยกมือห้าม
ฟางจิ้งหร่านเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่
เสิ่นตั่วหยิบแหวนจากกระเป๋าออกมาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนสวมให้ฟางจิ้งหร่าน
ฟางจิ้งหร่านตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ เพราะขนาดของแหวนนั้นพอดีราวกับสั่งทำมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ
เธอพูดเบา ๆ อย่างระมัดระวัง “แหวนวงนี้น่าจะแพงมากสินะ ฉันจะเก็บรักษาให้ดี แล้วคืนให้คุณตอนหย่าก็แล้วกัน”
เสิ่นตั่วไม่ตอบอะไร ปล่อยให้ฟางจิ้งหร่านสวมแหวนอีกวงให้เขา
ไร้ซึ่งพิธีแต่งงาน ไร้ซึ่งคำอวยพรจากญาติพี่น้อง พวกเขาจดทะเบียนสมรสกันอย่างเงียบงัน
เสิ่นตั่วมอบกุญแจบ้านใหม่ให้ฟางจิ้งหร่าน แล้วสั่งให้เหมิ้งฉือ ผู้ช่วยของเขา ไปส่งเธอด้วยตัวเอง
จนกระทั่งฟางจิ้งหร่านพ้นสายตาไปแล้ว เสิ่นตั่วถึงได้ตอบรับสายที่โทรเข้ามาของเพื่อนสนิทอย่างหลูเซียวลี่
หลูเซียวลี่หัวเราะเจ้าเล่ห์ “เตรียมการมานาน ในที่สุดนายก็หลอกเธอมาได้แล้วสินะ?”
เสิ่นตั่วหมุนแหวนบนมือเบา ๆ เขาแบมือออก ดูรอยลิปสติกที่ริมฝีปากอิ่มของผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ แล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“คู่สมรสตามกฎหมาย ไม่มีคำว่าหลอกลวงสักหน่อย”
—————
“เธอหมายความว่า มีผู้ชายคนนึงมาสัมผัสตัวเธอ แล้วอาการตื่นตระหนกของเธอกลับดีขึ้นงั้นเหรอ?”
ในห้องให้คำปรึกษาทางจิตเวช สีหน้าของคุณหมอถานจิ่นดูจริงจังขณะจดบันทึกอาการของฟางจิ้งหร่าน
ฟางจิ้งหร่านนอนเหม่ออยู่บนโซฟา
เหตุการณ์วันนั้นมันก็เป็นแบบนั้นจริง เสิ่นตั่วช่วยเธอไว้ แล้วพวกเขาก็ไปจดทะเบียนกันแบบงง ๆ จนมาถึงวันนี้ เวลาก็ล่วงเลยไปแล้วสองเดือน เธอก็ยังรู้สึกว่าเรื่องการแต่งงานของตัวเองมันไม่สมจริงเลยสักนิด
ฟางจิ้งหร่านถอนหายใจยาว “เสี่ยวจิ่น เธอว่าฉันยังมีทางรักษาได้อยู่ไหม?”
เธอพยายามรักษาอาการทางจิตใจมาตลอด เพื่อหวังจะได้ใช้ชีวิตแบบคนปกติ แต่งงานและมีลูก แต่ตอนนี้ ดูเหมือนเธอกำลังถอยห่างจากความฝันนั้นขึ้นเรื่อย ๆ
เธอแต่งงานกับเสิ่นตั่ว ผู้ชายที่ไม่มีทางแตะต้องเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
ถานจิ่นเหลือบมองแหวนแต่งงานบนมือของเพื่อนแล้วรู้สึกขัดตาอย่างบอกไม่ถูก
“อาการทางจิตของเธอเกี่ยวข้องกับความทรงจำที่สูญเสียไปเมื่อสิบสี่ปีก่อน ขอแค่ความทรงจำกลับมา การรักษาก็ไม่ยากแล้ว แต่ในฐานะหมอและเพื่อนของเธอ ฉันแนะนำให้เธอไปตรวจร่างกายแบบละเอียดก่อนดีกว่า”
ฟางจิ้งหร่านนั่งตัวตรงขึ้น สีหน้าดูประหม่าเล็กน้อย “ทำไมล่ะ?”
ถานจิ่นพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เธอเล่นแต่งงานกับผู้ชายแปลกหน้าโดยไม่ปรึกษาฉันสักคำ ฉันเลยมีเหตุผลพอจะสงสัยว่าสมองของเธออาจมีความผิดปกติบางอย่างที่เรายังไม่รู้น่ะสิ”
ฟางจิ้งหร่านหุบปากไปทันที รู้สึกเหมือนการแซะของถานจิ่นจะแทงใจเธอเข้าอย่างจัง
หมอประจำตัวของพ่อได้ถานจิ่นเป็นคนช่วยจัดการ แล้วอีกฝ่ายยังช่วยออกค่ารักษาล่วงหน้าให้อีกหลายเดือน ในฐานะเพื่อนสนิท ถานจิ่นช่วยเธอไว้มากเกินพอแล้ว
ฟางจิ้งหร่านไม่อยากเป็นภาระให้ถานจิ่นอีก
โชคดีที่ตระกูลกู้รักษาสัญญา พาคุณพ่อกลับไปที่สถานพักฟื้นแล้ว ตอนนี้เธอแค่ต้องอดทนรอให้โปรเจกต์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จบลง เสิ่นตั่วก็จะหย่ากับเธอ
หลังจากหมดชั่วโมงการบำบัด ฟางจิ้งหร่านก็บอกลาถานจิ่น แล้วตรงไปที่ตึกสถานีโทรทัศน์ NTV ซึ่งอยู่ติดกันทันที
เธอทำงานเป็นผู้ประกาศพยากรณ์อากาศ และวันนี้เป็นเวรของเธอที่ต้องเตรียมรายงานพยากรณ์พิเศษฉุกเฉิน
ในห้องแต่งตัวหลังเวที เซี่ยหลิน ผู้ประกาศข่าวภาคค่ำกำลังเม้าท์มอยกับเพื่อนร่วมงานหญิงคนอื่น ๆ อย่างสนุกสนาน
“ได้ข่าวหรือยัง? คุณชายเสิ่น ทายาทคนโตของตระกูลเสิ่นที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศน่ะ วันนี้เขาจะมาเป็นแขกสัมภาษณ์ด้วยล่ะ”
มือที่กำลังเติมลิปสติกของฟางจิ้งหร่านสั่นไหว จนลิปเบี้ยวออกจากขอบปาก
เสิ่นตั่วมาอัดรายการที่นี่เหรอ?
สองเดือนมานี้ เสิ่นตั่วแทบไม่เคยกลับบ้านที่เป็นเรือนหอของพวกเขาเลย
ทุกอย่างดำเนินไปตามข้อตกลงของเสิ่นตั่ว และความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่ได้ถูกป่าวประกาศ เพราะความจำเป็นในเรื่องงาน เธอจึงออกจากบ้านแต่เช้าทุกวัน พวกเขาทั้งสองจึงแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กันเลย
เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเจอสามีป้ายแดงเอาในที่ทำงานแบบนี้
เซี่ยหลินพูดพลางเบะปาก “ทายาทอะไรล่ะ พวกเธอไม่รู้เหรอ ก่อนหน้านี้เสิ่นตั่วประสบอุบัติเหตุจนหูหนวกไปทั้งสองข้างน่ะ ตระกูลเสิ่นมีธุรกิจใหญ่ขนาดนั้น จะเอาไปฝากไว้กับคนพิการได้ยังไง?”
มีเสียงอีกคนเสริม “ในเมื่อเขาพิการแล้ว ทำไมไม่อยู่ต่างประเทศไปซะเลย ให้บ้านเลี้ยงไปตลอดชีวิตเลยสิ”
เซี่ยหลินหลุดหัวเราะคิก “คงเพราะไม่อยากให้สมบัติตกไปอยู่กับน้องชายมั้ง เลยกลับมาแสดงตัว น่าเสียดายจริง ๆ ฉันว่าเขาหล่ออยู่นะ ถ้าไม่พิการ ก็น่าจีบอยู่เหมือนกัน”
“เซี่ยหลิน พูดระวังหน่อยเถอะ เขาเจออุบัติเหตุครั้งใหญ่ขนาดนั้น ใครจะรู้ว่าที่เสียไปมีแค่หูหรือเปล่า”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นอีกระลอก
ที่หน้าประตูซึ่งแง้มอยู่ไม่ไกลนัก เสิ่นตั่วยืนอยู่เงียบ ๆ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ คำล้อเลียนถากถางแบบนี้ เขาได้ยินจนชินชาแล้ว
เหมิ้งฉือ ผู้ช่วยของเขาหน้าถอดสี “คุณชายเสิ่น ผมจะไป……”
เขายังไม่ทันพูดจบ จู่ ๆ ฟางจิ้งหร่านที่นั่งเติมเครื่องสำอางอยู่ข้างหลังอย่างเงียบ ๆ ก็ลุกขึ้นปึงปัง เธอกระแทกปิดตลับแป้งลงบนโต๊ะ
เสียงพูดคุยหยุดชะงักทันควัน สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่ฟางจิ้งหร่าน
คุณอาจจะชอบ





